หน้าหลัก » Blogs » วัยก่อนเข้าเรียน - ดูแลอย่างไร ไปสู่ความเป็นเลิศ ตอนที่ 57 : สอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง (1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


พัฒนาการภาษาในวัยก่อนเข้าเรียน

มอนนิก้า จิล (Monica Gil) แห่งโรงเรียนเด็กเล็กกอนซาเล็ส (Gonzalez School for Young Children) ณ เมือง Denton รัฐเท็กซัส ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “ครูแห่งปี” (Teacher of the Year) ระหว่างปี พ.ศ. 2554 - 2555 เธอกล่าวว่า “ในฐานะที่เป็นครูสอนเด็กเล็กก่อนเข้าเรียนสองภาษา (Bilingual pre-school) ฉันมีโอกาสสอนเด็กที่เผชิญกับความท้าทายของการเรียนรู้มากกว่าความคาดหวังจากเด็กเล็กทั่วไป . . .

. . . งานของลูกศิษย์ฉันไปไกลเกินกว่าเพียงการเรียนรู้ไวยากรณ์และคณิตศาสตร์ เขาต้องรวบรวมความกล้า [และความพยายาม] ในการเข้าใจ (Grasp) ภาษาและวัฒนธรรมใหม่ทั้งหมด ผู้เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง (English language learner : ELL) มาถึงชั้นเรียน พร้อมกับความสามารถพิเศษ (Gift) ความท้าทาย และความคาดหวังสำหรับการการเรียนรู้ ที่แตกต่างกันไป . . .

. . . ทุกๆ วัน ฉันได้รับแรงบันดาลใจจากจุดเด่น (Strength) และความแกร่ง (Fortitude) ของลูกศิษย์ฉัน ในขณะที่ฉันสังเกตเขาเอาชนะอุปสรรคที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ ฉันจึงรู้สึกเป็นเกียรติ (Honor) ที่ได้มีโอกาสสอนเด็ก ELL” และต่อไปนี้เป็นขั้นตอนที่ครูผู้สอน สามารถนำไปปฏิบัติ ในความพยายามที่จะส่งเสริมความสำเร็จในการเรียนรู้ของเด็ก ELL

  • ให้พ่อแม่มีส่วนร่วมในการศึกษาของลูก แต่เนิ่นๆ และตลอด (Thoroughly) เท่าที่เป็นไปได้ – ในการประชุมครั้งแรกกับพ่อแม่ ครูผู้สอนควรอภิปรายถึงโอกาสที่พ่อแม่จะมีส่วนร่วม พ่อแม่มีอิทธิพลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการส่งเสริมการเรียนรู้และความสำเร็จในการศึกษาของลูก ฉันและเพื่อนร่วมวิชาชีพ พบว่าลูกศิษย์ที่มีความสามารถ (Aptitude) มากที่สุด มาจากครอบครัวที่พ่อแม่มีส่วนร่วมอย่างกระฉับกระเฉงในชีวิตของลูก และพ่อแม่ที่ให้คุณค่าแก่การศึกษาของลูก นอกจากนี้ ต้องให้การศึกษาแก่พ่อแม่ในเรื่องการเล่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ โดยส่งจดหมายข่าว (News-letter) รายสัปดาห์ ส่งไปที่บ้านเพื่อแจ้งล่วงหน้า ว่าเด็กเล็กจะเรียนอะไรในชั้นเรียน แล้วแนะนำหนทางที่พ่อแม่จะขยายการเรียนรู้ที่บ้านได้ กิจกรรมง่ายๆ อาทิ การนับจำนวนบล็อกที่เด็กเล็กเล่นด้วย หรือสังเกตการเจริญเติบโตของต้นไม้ จะเพิ่มขีดความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กเล็ก
  • ตั้งความคาดหวังไว้สูง – วัยก่อนเข้าเรียนมีความพร้อมตามธรรมชาติ ที่จะเรียนรู้และผ่านประสบการณ์ความคิดใหม่ๆ ครูผู้สอนควรคำนึงถึงความแตกต่างและทัศนคติที่ด้อยพัฒนาของเด็กเล็กบางคน โดยมีความเชื่อมั่นในลูกศิษย์ แต่ทราบถึงสิ่งเด็กเล็กแต่ละคนสามารถเรียนรู้ได้ พึงเปลี่ยนแปลง (Modification) และสร้างความแตกต่างในแต่ละบทเรียนที่สอน เมื่อครูคาดหวังสิ่งที่ดีที่สุดจากลูกศิษย์ ก็จะพบว่า ลูกศิษย์สามารถ (และจะ) ประสบความสำเร็จในการเผชิญกับสิ่งที่ท้าทาย
  • ผนวกการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Collaborative learning) – จัดให้มีกลุ่มเล็กหรือคู่หู (Pair) ของการเรียนรู้ การเรียนเป็นกลุ่ม ทำให้ครูผู้สอนสามารถสร้างโอกาสการคิดเชิงวิเคราะห์ (Critical thinking) ไว้ล่วงหน้า สำหรับเด็กเล็กในชั้นเรียน เด็กเล็กส่วนใหญ่จะรู้สึกกระตือรือร้นและตื่นเต้นที่จะพูดและทำงานกับเพื่อนร่วมชั้น แล้วเด็กเล็กก็จะประสบความสำเร็จได้มากกว่าในหลักสูตรที่ท้าทาย ในขณะเดียวกัน เด็กเล็กก็จะเรียนรู้งานพื้นฐาน (Ground-work) ของการทำงานเป็นหมู่คณะ การร่วมมือกันแก้ปัญหา จะกลายเป็นส่วนสร้างความพึงพอใจ (Gratifying) และกระตุ้นการทำงานให้มีชีวิตชีวา (Invigorate) . . .

แหล่งข้อมูล:

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. English as a second language - http://en.wikipedia.org/wiki/English_as_a_second_or_foreign_language [2015, March 8].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน
supawan