หน้าหลัก » Blogs » วัยก่อนเข้าเรียน - ดูแลอย่างไร ไปสู่ความเป็นเลิศ ตอนที่ 72 : มาตรฐานการเรียนรู้ของวัยก่อนเข้าเรียน (3)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนฝูง

ผู้ดูแลเด็กเล็กใช้วิธีการสังเกต ฟัง และตั้งคำถามปลายเปิด (Open-ended) ในการเรียนรู้เกี่ยวกับการคิดของเด็ก และท้าทายให้เขาลองไต่เต้าขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง แล้วประเมินข้อมูลทั้งหมดที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเด็กเล็ก และนี่คือจุดที่มาตรฐานเข้าเกี่ยวข้อง โดยเป็นแหล่งอ้างอิง (Reference) ที่วัดผลสัมฤทธิ์ (Accomplishment) ของเด็กและตั้งคำถามดังนี้

  1. เด็กเล็กได้ทำตามมาตรฐานเฉพาะหรือไม่?
  2. ถ้าไม่ เขาอยู่ที่ไหนบนเส้นทาง (Spectrum) ของความก้าวหน้า เพื่อให้บรรลุมาตรฐาน?
  3. ถ้าได้ ขั้นตอนต่อไปของเขา ต้องแสวงหา (Acquire) ทักษะและความรู้อะไร?
  4. แผนหลักสูตรต้องเป็นอย่างไร จึงจะตอบสนองความจำเป็นของเด็กเล็ก ณ จุดที่เขาอยู่ในปัจจุบัน และช่วยเขาเดินหน้าต่อไป ให้ประสบความสำเร็จ?

การประเมินผลที่แท้จริง ผ่านการสังเกตและการสะท้อนกลับ ในเรื่องความก้าวหน้าของเด็กเล็กแต่ละคน ต้องใช้เวลามาก (Time-consuming) และก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุด ที่จะให้ได้มาซึ่งภาพ [ในจินตนาการ] ที่แท้จริง (True picture) ของวิธีการที่เด็กเล็กพัฒนา อันสัมพันธ์กับความคาดหวังในมาตรฐาน

เวลาและความพยายามที่ใช้ไปในการบันทึกข้อสังเกต รูปถ่าย และตัวอย่างงานศิลป์ ล้วนคุ้มค่า ถ้าผลลัพธ์ที่ได้ คือการประเมินขีดความสามารถของเด็กเล็กที่ถูกต้องกว่าและ เชื่อถือได้มากว่า

ในบทสรุป มาตรฐานการเรียนรู้ของเด็กเล็กมีประโยชน์มาก เพราะสามารถเป็นแนวทางที่วิเศษ (Wonderful) ไปสู่ความคาดหวังที่สมเหตุผล และจุดประสงค์ร่วมสำหรับเด็กเล็กในแต่ละรัฐ ซึ่งอาจผนวกเข้ากับหลักสูตรเด็กเล็กที่เหมาะสมตามพัฒนาการ สิ่งนี้เป็นพันธสัญญาและการทำงานหนักของผู้ที่มีส่วนร่วมทั้งหมด ในการทำสิ่งที่ถูกต้องสำหรับเด็กเล็ก

ผู้มีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้ คือ เกย์ กรอนลุนด์ (Gaye Gronlund) ซึ่งเป็นที่ปรึกษาในเรื่องสุดยอดปฏิบัติการ (Best practice) และฝึกอบรมผู้ดูแล (Care-giver) ที่สร้างหลักสูตรแตกต่าง เพื่อสนองตอบความจำเป็นเฉพาะของเด็กเล็กแต่ละคนอย่างแท้จริง

เธอมีความเชี่ยวชาญในการประเมินผลเด็กปฐมวัยโดยวิธีการสังเกต (Observational assessment) มาตรฐานการเรียนรู้ของเด็กเล็ก (Early learning standards) และการวางแผนหลักสูตรที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเล่น (Play-based curriculum)

อันที่จริง การจัดให้มีโอกาสสำหรับเด็กเล็กในการเลือกกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายซึ่งได้เตรียมการไว้ล่วงหน้า เป็นการเพิ่มความน่าจะเป็น (Probability) ที่เขาจะได้เรียนรู้ผ่านการเล่น อาทิ การใช้บล็อค (Block) ในการเล่น ช่วยทำให้เด็กเล็กเรียนรู้ทักษะการคำนวณที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในเวลาต่อมา

เนื่องจากการเล่นส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ ดังนั้นโปรแกรมวัยก่อนเข้าเรียน จึงพยายามส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการเล่นด้วย

แหล่งข้อมูล:

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Gaye Gronlund - http://www.gayegronlund.com/Pages/default.aspx [2015, April 12].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน