หน้าหลัก » Blogs » วัยก่อนเข้าเรียน - ดูแลอย่างไร ไปสู่ความเป็นเลิศ ตอนที่ 86: รูปแบบของการเล่น (2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


รูปแบบของการเล่น

  • การเล่นตามหน้าที่ (Functional play) – เกิดขึ้นในช่วงเวลา “การกระตุ้นประสาทสัมผัส” (Sensorimotor) เพื่อสนองตอบกิจกรรมที่ต้องใช้กล้ามเนื้อ (Muscular) ซึ่งต้องกระฉับกระเฉง (Active) มีลักษณะเฉพาะ (Characteristics) คือการกระทำซ้ำ (Repetition) การใช้มือ (Manipulation) และการเลียนแบบตนเอง (Self-imitation)

    ลักษณะเฉพาะดังกล่าว ทำให้เด็กเล็กมีโอกาสฝึกฝนและเรียนรู้ขีดความสามารถ (Capability) ทางร่างกาย ในขณะที่เขาสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัว เด็กเล็กชอบ (Fond) การเคลื่อนย้ายที่ซ้ำซาก เพราะมีความประทับใจตามประสาทสัมผัส (Sensory impression) จากการทำตามหน้าที่ของร่างกาย การเรียนซ้ำซากของภาษาก็เป็นส่วนหนึ่งของการเล่นตามหน้าที่ เช่นกัน

  • การเล่นเชิงสัญลักษณ์ (Symbolic play) – ในช่วงเวลานี้ เด็กเล็กมีอิสระในการแสดงออก (Display) ซึ่งความสามารถทางร่างกายและจิตใจ [สร้างสรรค์ (Creative)] และรับรู้ทางสังคม ผ่านหลากหลายวิธี ตัวอย่างเช่น การสมมุติ (Pretend) ตัวเองเป็นสิ่งอื่น (อาทิ สัตว์) หรือวัตถุ (อาทิ บล็อก) และของอื่นๆ (อาทิ รถยนต์) หรือแม้กระทั่งสมมุติตนเองเป็นบุคคลอื่น (อาทิ พ่อ แม่ หรือเจ้าหน้าที่ดับเพลิง)
  • การเล่นแบบอิสระ (Free play) – เกิดขึ้นเมื่อเด็กเล็กเล่นในสภาพแวดล้อมที่ประกอบด้วยวัสดุและผู้คนซึ่งเขามีปฏิสัมพันธ์ด้วย วัสดุการเรียนรู้ ควรได้รับการจัดเป็นหมวดหมู่ในศูนย์การเรียนรู้ พร้อมอุปกรณ์ที่คล้ายคลึงกัน อาทิ ศูนย์ครัว ศูนย์แต่งตัว ศูนย์บล็อก ศูนย์ดนตรีและศิลปะ และศูนย์น้ำและทราย

    ศูนย์เล่นแบบอิสระ มักประกอบด้วย รถจักรยาน 3 ล้อ รถบรรทุก (Wagon) และไม้ลื่น (Wooden slide) สำหรับส่งเสริมพัฒนาการของกล้ามเนื้อใหญ่ บรรยากาศของการเล่นแบบอิสระควรเป็นการเล่นแบบไม่เป็นทางการ (Informal) ซึ่งไม่มีโครงสร้าง (Unstructured) และไม่มีแรงกดดัน (Unpressured)

    การเล่นและการเรียนรู้แต่ละครั้ง (Episode) กำหนดโดยความสนใจของเด็กเล็กเป็นสำคัญ ผลลัพธ์ที่สามารถคาดหวังได้จากการเล่นแบบอิสระ ก็คือ การเข้าสังคม (Socialization) พัฒนาการด้านอารมณ์ การควบคุมตนเอง และการพัฒนาแนวความคิด (Concept)

  • การเล่นละคร (Dramatic) – เป็นการให้โอกาสเด็กเล็กในการมีส่วนร่วมของการเป็นตัวแทน (Vicarious) ในหลากหลายกิจกรรม อันเกี่ยวพันกับการใช้ชีวิตในครอบครัว สังคม และวัฒนธรรมที่เป็นมรดกตกทอด (Heritage) มาแต่อดีต การเล่นละครมี 2 แบบ แบบสังคม (Socio-dramatic) กับแบบจินตนาการ (Fantasy)

    แบบแรกเป็นการเล่นที่มักเกี่ยวข้องกับกิจกรรมและเหตุการณ์ที่เป็นจริงในชีวิตประจำวัน ในขณะที่แบบหลังเกี่ยวข้องกับเทพนิยาย (Fairy tale) และยอดมนุษย์ (Super-hero) ในการเล่นละครแบบสังคม เด็กเล็กมีโอกาสแสดงออกในการรับนานาบทบาทและปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนฝูง ในหลากหลายวัฒนธรรม (Multi-culture)

แหล่งข้อมูล:

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Learning through play - http://en.wikipedia.org/wiki/Learning_through_play [2015, May 14].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน