หน้าหลัก » Blogs » วัยประถมต้น - ดูแลอย่างไร ไปสู่ความเป็นเลิศ ตอนที่ 136 : บริบทการเรียนรู้ – ความหลากหลาย (1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บริบทการเรียนรู้ – ความหลากหลาย

อันที่จริงแล้ว ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “ความรู้ใหม่” (New Knowledge) เพราะการได้มาซึ่งข้อมูลใหม่ได้นั้น สมองต้องอยู่ในบริบท (Context) ของบางสิ่งบางอย่างที่รับรู้ก่อนหน้านี้แล้ว (Known) แนวความคิด (Concept) นี้ อาจจะเข้าใจยากในเบื้องต้น แต่เมื่อเข้าใจแล้ว จะเห็นความแตกต่างในเรื่องคุณภาพของการเรียนรู้ที่เด็กได้ประสบ

นักวิทยาศาสตร์การรับรู้ (Cognitive Scientist) กล่าวว่า ในการสอนเด็กเกี่ยวกับชีวิตของเขา ครูประถมต้นต้องเรียนรู้เกี่ยวกับความเป็นอยู่ของเขาก่อน เหตุผลหนึ่งที่เด็กขาดความเข้าใจ (Comprehension) ในการอ่านก็คือ ข้อความที่ให้เด็กอ่าน มักจะอยู่นอกบริบทของเขา (Out of Context)

ดังนั้น ครูประถมต้นจึงต้องรู้จักฟังดนตรีและชมรายการโทรทัศน์ที่เด็กชอบ เพื่อให้เข้าใจในสิ่งที่เขาคิดอ่าน แล้วนำมาประยุกต์ใช้กับบริบทของการเรียนรู้ของเด็ก อันที่จริง การค้นหาความสนใจ (Interest) ของเด็กเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายดาย เพราะเขามีความกระตือรืนร้น (Enthusiasm) ที่จะเรียนรู้อยู่แล้ว

ครูประถมต้นจะสอนอะไร? และสอนอย่างไร? ในหลายๆ กรณีขึ้นอยู่กับบริบทในโรงเรียนและสังคมของการสอนประถมต้น (ปีที่ 1, 2 และ 3) ซึ่งประกอบด้วยมิติต่างๆ โดยเราเริ่มต้นที่ความหลากหลาย (Diversity)

จำนวนของเด็กที่เป็นชนหมู่น้อย (Racial/Ethnic Minority) ที่เข้าเรียนในโรงเรียนรัฐ ในสหรัฐอเมริกา สูงถึง 43% ในปี พ.ศ. 2552 ส่วนใหญ่ (22%) เป็นลูกหลานของผู้ที่อพยพมาจากทวีปอเมริกาใต้ [ละตินอเมริกัน] ที่เรียกกันว่า “Hispanic” โดยพูดภาษาสเปนเป็นหลัก

การกระจายเด็กที่เป็นชนหมู่น้อยในโรงเรียนรัฐ แตกต่างไปตามภูมิภาคของประเทศ ซึ่งในบางภาคมีจำนวนสูงถึง 55% กล่าวคือ มากกว่าชนผิวขาว ที่ลดลงเหลือเพียง 45% โดยเฉพาะทางด้านตะวันตกของประเทศ จำนวนเด็กที่พูดภาษาอื่นที่มิใช่ภาษาอังกฤษ [ของชนผิวขาว] ณ ที่บ้านมีถึง 5 ล้านคน หรือ 76% ของประชากรในกลุ่มอายุนี้

ครูอเมริกันประถมต้น จึงต้องสอนเด็กที่มาจากวัฒนธรรมและภูมิหลังที่แตกต่างกัน โดยต้องคำนึงถึงความแตกต่างเหล่านี้ ในการวางแผนการสอน นอกจากความแตกต่างทางวัฒนธรรมและภาษาแล้ว ความหลากหลายยังสะท้อนออกมาในสถานะทางเศรษฐกิจและสังคม (Social-Economic Status : SES) ตลอดจนความสามารถทางร่างกาย การรับรู้ (Cognitive) สังคม อารมณ์ การปรับตัว (Adaptive) และการสื่อสาร

การศึกษวิจัยจำนวนมาก แสดงให้เห็นความจริงที่ว่า เด็กที่มีภูมิหลังที่เสียเปรียบทางเศรษฐกิจและสังคม (SES Disadvantage) มักประสบความสำเร็จในการเรียน (Academic Achievement) น้อยกว่า เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน (Peer) ที่ได้เปรียบทางเศรษฐกิจและสังคม (SES Advantage)

ในทำนองเดียวกัน เด็กที่ทำคะแนนสอบได้สูงกว่า มักอยู่ในโรงเรียนที่มีทรัพยากร (Resource) มากว่า อาทิ วัสดุการศึกษา (Educational Material) เพื่อนร่วมชั้นที่มี SES สูงกว่า รวมทั้งครูประถมต้นที่ได้รับการศึกษาที่ดีกว่า และได้ประสิทธิผลมากกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กที่อยู่ในโรงเรียนที่มีทรัพยากรน้อยกว่า

แหล่งข้อมูล:

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Learning context - http://www.teacher-support-force.com/learning-context.html [2015, September 7].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน