หน้าหลัก » Blogs » วัยประถมต้น - ดูแลอย่างไร ไปสู่ความเป็นเลิศ ตอนที่ 143 : บริบทการเรียนรู้ – ปัจจัยด้านสุขภาพ (1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บริบทการเรียนรู้ – ปัจจัยด้านสุขภาพ

แม้ว่าการศึกษาปฐมวัย (Early childhood education) [ในต่างประเทศ-บรรณาธิการ]จะครอบคลุมเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 8 ขวบ แต่เด็กประถมต้น เป็นช่วงเวลาที่มีพัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงมาก (Dramatic development) โดยเฉพาะการเข้าสู่วัยก่อนวัยรุ่น (Pre-adolescent) ซึ่งเร็วขึ้นกว่าหลายทศวรรษที่ผ่านมา

การเติบโตอย่างรวดเร็วเป็นส่วนหนึ่งของวัยเจริญพันธุ์ (Puberty) ซึ่งมีพัฒนาการทางร่างกายและอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างมีผลกระทบลึกซึ้ง (Profound) นักวิชาชีพสุขภาพ (Health professional) อธิบายปรากฏการณ์เร็วขึ้นดังกล่าวว่าเป็นผลมาจากนิสัยโภชนาการ (Nutritional habit) โดยเฉพาะการบริโภคเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์นมที่ประกอบด้วยฮอร์โมนและสารเคมีอุตสาหกรรม ตลอดจนกรรมพันธุ์ (Genetics)

พลศึกษา (Physical education) ในทุกระดับ กำลังได้รับการฟื้นฟูครั้งใหญ่ (Renaissance) เหตุผลหนึ่งของการฟื้นฟู (Rejuvenation) ดังกล่าว โดยเฉพาะในเด็กประถมต้น ก็คือ ความกังวลเกี่ยวกับการแพร่หลาย (Epidemic) ของเด็กภาวะอ้วนเกิน (Obesity) และการเพิ่มขึ้นของโรคเบาหวานในเด็ก (Childhood diabetes)

ดังนั้น ชั้นเรียนและโปรแกรมวิชาพลศึกษา จึงได้รับการพิจารณาว่า เป็นหนทางหนึ่งของการให้ความรู้และจัดกิจกรรม ในสิ่งเด็กจำเป็นเพื่อรักษาสุขภาพให้อยู่ในสภาวะที่แข็งแรง (Good shape) ไปตลอดชีวิต

การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่กำลังย่างเข้าวัยเจริญพันธุ์ มักสร้างความสับสนและน่าตกใจ (Traumatic) สำหรับเด็กหญิง โดยเฉพาะเมื่อเธอไม่เข้าใจว่า อะไรกำลังเกิดขึ้นกับเธอ ดังนั้น ครูประถมต้น ต้องทำงานกับพ่อแม่ในการช่วยให้เข้าใจพัฒนาการของเด็ก ที่มีผลกระทบ (Repercussion) ต่อร่างกายและอารมณ์ ตลอดจนสุขภาพจิต

ในด้านสุขภาพจิต โรคซึมเศร้าในเด็ก (Childhood depression) เป็นความผิดปรกติ (Disorder) ที่มีผลกระทบในเชิงลบต่อความรู้สึก ความคิด และพฤติกรรม ซึ่งอาจแสดงออก (Manifest) ในรูปแบบของกลุ่มอาการเจ็บป่วยดังนี้

  • ความเศร้าอย่างต่อเนื่อง (Persistent)
  • การถอนตัวออก (Withdrawal) จากครอบครัว เพื่อนฝูง และกิจกรรมซึ่งครั้งหนึ่งเคยสนุกสนานด้วย
  • การเพิ่มขึ้นของความรำคาญใจ (Irritation) หรือจิตปั่นป่วน (Agitation)
  • การเปลี่ยนแปลงในนิสัยการกินและการนอน อาทิ น้ำหนักลดลงอย่างมาก นอนไม่หลับ (Insomnia) หรือนอนมากเกินไป (Excessive)
  • การบ่น (Complain) ว่ารู้สึกไม่สบาย จนไม่ยอม (Refuse) ไปโรงเรียน
  • การเกาะติด (Cling) กับพ่อแม่หรือผู้ดูแล (Care-giver)
  • ความกังวล (Worry) จนเกินเหตุว่าพ่อแม่อาจตาย

การมีสุขภาพจิตที่ดี เริ่มต้นที่บ้านและต่อเนื่องไปจนถึงชั้นเรียน ครูประถมต้นมีบทบาทสำคัญในการทำงานอย่างใกล้ชิดกับพ่อแม่ เพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตในเด็ก ไม่ว่าจะอยู่ในชั้นเรียนหรือไม่

แหล่งข้อมูล:

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Child Health & Wellness - http://www.ccrcca.org/providers/child-health-wellness [2015, September 24].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน