หน้าหลัก » Blogs » วัยอนุบาล - ดูแลอย่างไร ไปสู่ความเป็นเลิศ ตอนที่ 104 : สนับสนุนวิธีการเรียนรู้ของเด็ก

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


สนับสนุนวิธีการเรียนรู้ของเด็ก

มิติ (Dimension) สำคัญของการเรียนรู้คือ วิธีการเรียนรู้ของเด็ก อันได้แก่ ความอยากรู้อยากเห็น (Curiosity) ความคิดริเริ่ม (Initiative) ความเพียรพยายาม (Persistence) การใส่ใจ (Attention) การกำหนดด้วยตนเอง (Self-direct) ความสามารถในการแก้ปัญหา (Problem-solving) และความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)

ประสบการณ์ที่เด็กได้รับก่อนเข้าโรงเรียนอนุบาล มักมีอิทธิพลต่อความสำเร็จ [หรือความล้มเหลว] ของช่วงปีในอนุบาลศึกษา ผลการวิจัยแสดงว่า ปัจจัยดังกล่าวได้แก่ (1) ทักษะและประสบการณ์วัยก่อนเข้าเรียน (2) ชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กที่บ้าน (3) ลักษณะเฉพาะ (Characteristics) ของชั้นเรียนทั้งในสถานดูแลเด็กเล็กและในโรงเรียนอนุบาล การวิจัยดังกล่าวพบว่า

  • เด็กที่สามารถปรับตัวทางสังคมได้ (Socially adjusted) ประสบความสำเร็จในโรงเรียนได้ดีกว่า อาทิ เด็กที่มีพ่อแม่ริเริ่มสร้างโอกาสทางสังคมให้เขา
  • เด็กที่ได้รับการปฏิเสธ (Rejected) [จากการเข้าสังคม] จะมีปัญหากับงานที่รับมอบหมายในโรงเรียน (School task)
  • เด็กที่มีประสบการณ์จากสถานดูแลเด็ก (Pre-school) มาก่อน [เปรียบเทียบกับเด็กที่มีประสบการ์จากที่บ้านอย่างเดียว] จะมีการปรับตัวได้ง่ายกว่าในโรงเรียนอนุบาล
  • เด็กที่พ่อแม่คาดหวังไว้สูง จะประสบความสำเร็จในโรงเรียนอนุบาล ได้ดีกว่าเด็กที่พ่อแม่มีความคาดหวังต่ำ และเด็กที่ครูคาดหวังไว้สูง ก็จะประสบความสำเร็จ เช่นกัน
  • หนังสือ วีดิทัศน์ (Video) วัสดุการเรียนรู้บนพื้นฐานของคอมพิวเตอร์ และวัสดุอื่นๆ ที่ได้รับการออกแบบให้เด็กเล่นที่บ้าน ช่วยเพิ่มพูนโอกาสที่เด็กจะประสบความสำเร็จในโรงเรียน
  • ชั้นเรียนที่เหมาะสมตามวัยพัฒนาการ (Developmentally appropriate) ส่งเสริมการเปลี่ยนผ่าน (Transition) ของเด็ก จากที่บ้านมาสู่โรงเรียน ได้ง่ายขึ้นและราบเรียบขึ้น จากระดับ (Grade) หนึ่งไปยังอีกระดับหนึ่ง และจากโปรแกรมหนึ่งไปยังอีกโปรแกรมหนึ่ง

ลักษณะ (Nature) ขอบเขต (Extent) ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) และประสิทธิผล (Effectiveness) ของประสบการณ์เปลี่ยนผ่านสำหรับเด็ก พ่อแม่ และครู ขึ้นอยู่กับพันธสัญญา (Commitment) ของผู้ที่เกี่ยวข้อง (Stakeholders) ทั้งหมด ว่าจะร่วมมือซึ่งกันและกันในการศึกษาของเด็กได้มากน้อยเพียงใด

ตัวอย่างเช่น หากครูใส่ใจการศึกษาของเด็กวัยอนุบาล ครูก็จะผนวกประสบการณ์เข้าไปในหลักสูตรทุกโปรแกรม และถ้าครูได้ทำงานใกล้ชิดกับพ่อแม่ของเด็ก ก็จะส่งเสริมการอ่านของเด็กที่บ้าน ผ่านโครงการ “พ่อแม่อ่านหนังสือร่วมกับลูก” (Read Together) และโครงการ “บันทึกการอ่านประจำสัปดาห์” (Weekly Reading Log) ที่บ้าน

นานากิจกรรมเหล่านี้ จะเพิ่มพูนโอกาสของเด็กในความสำเร็จที่โรงเรียน [อย่างสม่ำเสมอและตลอดไป]

แหล่งข้อมูล:

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Approach to Learning : http://eclkc.ohs.acf.hhs.gov/hslc/tta-system/teaching/eecd/individualization/temperament/edudev_art_00017txt_061705.html [2015, June 25].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน