หน้าหลัก » Blogs » วัยอนุบาล - ดูแลอย่างไร ไปสู่ความเป็นเลิศ ตอนที่ 105 : สภาพแวดล้อมโรงเรียนอนุบาล (1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


สภาพแวดล้อมโรงเรียนอนุบาล

สภาพแวดล้อมทางกายภาพ และสภาพแวดล้อมทางสังคมของชั้นเรียนอนุบาลศึกษา มีอิทธิพลต่อพัฒนาการทางร่างกาย การรับรู้ ภาษา และสังคม-อารมณ์ของเด็ก ผลการวิจัยแสดงว่า ในชั้นเรียนที่รองรับสนับสนุนการเรียนรู้ของเด็ก อุบัติการณ์ของปัญหาพฤติกรรมได้ลดลง และอัตราความร่วมมือทางสังคมของเด็กกับเพื่อนฝูงเพิ่มขึ้น

การจัดสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์ (Healthy setting) มีความสำคัญสำหรับเด็กทุกคน กล่าวคือ ชั้นเรียนที่ปลอดภัย สะอาดสะอ้าน ได้รับการบำรุงรักษาเป็นอย่างดี มีบรรยากาศในเชิงบวก (Atmosphere) ซึ่งเพิ่มพูนการประเมินคุณค่าในตนเอง (Self-esteem) และความสำเร็จของเด็ก ตลอดจนสภาพแวดล้อมที่ดีและการให้เด็กปฏิบัติสุขอนามัยจนเป็นนิสัย

ในหลายๆ โรงเรียน มีการติดตั้งอุปกรณ์ล้างมือที่ถูกสุขลักษณะ (Hand sanitizer dispenser) ไว้ในชั้นเรียน และมีเจลล้างมือ (Gel) ไว้รองรับ เมื่อเด็กเข้ามาในห้องเรียนจากชั่วโมงพัก (Recess) หรือไปรับประทานอาหารกลางวัน โดยไม่มีเวลาเข้าห้องน้ำ เขาจะฉีดพ่น (Squirt) เจลใส่มือ

บางโรงเรียน จะให้เด็กร้องเพลง ABC ขณะล้างมือ (ในประเทศไทยมักร้องเพลง ช้าง หรือเพลงล้างมือ 7 ขั้นตอน- บรรณาธิการ) ซึ่งเพลงมีความยาวพอที่จะฆ่าเชื้อโรค (Germ killing) เพื่อให้เด็กล้างมือเสร็จทันเพลงจบพอดี สภาพแวดล้อมที่ถูกสุขลักษณะ ยังรวมทั้งสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลายและมีความสุขขณะรับประทานอาหาร ในบริเวณซึ่งมีการฆ่าเชื้อ (Disinfected) อย่างเหมาะสมก่อนรับประทาน

ผลการวิจัยหลายชิ้น ก็แสดงอย่างเห็นชัดว่า อาหารและสภาวะที่ถูกสุขอนามัย (Heathy diet and environment) สร้างเสริม (Contribute) ให้เกิดสุขภาพแข็งแรงและการอยู่ดีกินดี (Health and well-being) สิ่งที่พ่อแม่ได้รับอนุญาตให้เตรียมเพื่อลูกนำมาโรงเรียน ได้แก่ โยเกิร์ต (Yogurt) ขนมปังเบเกิล (Bagel) และผลไม้ ที่บรรจุในภาชนะปิด (Sealed)

รัฐบาลสหรัฐอเมริกา บังคับให้ทุกโรงเรียนที่ร่วมโครงการรณรงค์ให้จัดอาหารเช้าและอาหารกลางวันแก่เด็กอนุบาล จัดให้มีการพัฒนาแผนอยู่ดีกินดี (Wellness plan) เพื่อช่วยให้เด็กได้รับอาหารสุขภาพ (Healthier foods) มากขึ้น ดังนั้น โรงเรียนอนุบาลในปัจจุบัน ได้จัดให้มีผัก ผลไม้ และธัญญพืช (Whole grain) ในถาดอาหารกลางวันมากขึ้น

ในขณะเดียวกัน หลายโรงเรียนอนุบาลเริ่มสั่งห้ามการจำหน่ายน้ำอัดลม หรือน้ำหวาน ส่วนอาหารทอด (Deep fryers) ก็เริ่มหายจากร้านอาหารของโรงเรียน (Cafeteria) ทั่วประเทศ และหลายๆ โรงเรียนอนุบาลก็สั่งห้ามขายอาหารขยะ (Junk foods) จากตู้ (Vending machine)

การรับประทานอาหารอินทรีย์ (Organic foods) กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย จนเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ “อเมริกาสีเขียว” (Green America) ที่ครอบคลุมมาถึงโรงเรียน ด้วยแผนการสร้างบทเรียนเกี่ยวกับอาหารอินทรีย์ คุณประโยชน์ของมัน และเกษตรอินทรีย์ (Organic agriculture) ทำให้เด็กคุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์ (Product) อินทรีย์

หากมีฟาร์มอินทรีย์อยู่ใกล้โรงเรียน ก็อาจจัดให้มีทัศนศึกษาไปเยี่ยมชม เพื่อสอนเรื่องเกษตรอินทรีย์ ครูยังสามารถพูดถึงผลกระทบทางสภาพแวดล้อมของการเลือกผลิตภัณฑ์อินทรีย์ และหนทางที่เด็กจะสามารถคุยกับพ่อแม่ในเรื่องนี้ และถ้ามีเนื้อที่เพียงพอ ก็สร้างสวนอินทรีย์ในชั้นเรียน เพื่อเป็นหนทางให้เด็กนำบทเรียนเรื่องอาหารอินทรีย์กลับบ้านไปคุยกับพ่อแม่

แหล่งข้อมูล:

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Environmental Education for Kids: http://www.kindergarten-lessons.com/environmental_education_for_kids.html [2015, June 22].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน