หน้าหลัก » Blogs » วัยอนุบาล - ดูแลอย่างไร ไปสู่ความเป็นเลิศ ตอนที่ 108 : สภาพแวดล้อมทางกายภาพ

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


สภาพแวดล้อมที่ท้าทาย

ในสภาพแวดล้อมทางกายภาพ ชั้นเรียนได้รับการจัดแจงให้ส่งเสริมปฏิสัมพันธ์และการเรียนรู้ โต๊ะเก้าอี้ และที่วางคอมพิวเตอร์ (Work-station) ถูกจัดให้เป็นกลุ่ม (Cluster) เพื่อง่ายต่อการทำงาน พื้นที่ทำงาน (Work area) ประกอบด้วยวัสดุการเรียนรู้ที่หลากหลายซึ่งส่งเสริมโครงงาน (Project) การทดลอง และกิจกรรมสร้างสรรค์เป็นกลุ่ม

ชั้นเรียนอนุบาลที่มีคุณภาพสูง เป็นสถานที่ที่เด็กมีความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน เด็กจะได้แสดงผลงานอย่างเด่นชัด (Prominently displayed) จนเด็กรู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นเจ้าของ (Ownership) ต่อไปนี้เป็นสิ่งที่ครูสามารถจัดแจง เพื่อให้ได้สภาพแวดล้อมที่มีคุณภาพสูง

  • จัดให้มีวัสดุจำนวนมากที่สนับสนุนการเรียนรู้ของเด็กในการอ่านและเขียน ซึ่งเป็นความสำคัญอันดับต้นๆ (Priority) ของอนุบาลศึกษา เพื่อให้แน่ใจว่า มีความหลากหลาย (Variety) ของหนังสือและวัสดุการเขียน
  • จัดแจงแบ่งกลุ่มเด็กตามขนาด (Size) และระดับความสามารถ เพื่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และการเรียนรู้ที่ร่วมมือกัน (Cooperative learning) และส่งเสริมให้เด็กช่วยเหลือผู้อื่น (Scaffold)
  • ใช้วิธีการสอน (Instructional approach) ที่หลากหลาย อาทิ กลุ่มเล็ก กลุ่มใหญ่ งานนั่งทำร่วมกัน (Seat work) ช่วงเวลาศูนย์กลาง (Center time) ช่วงเวลากิจกรรมเสรี (Free choice) ช่วงเวลาเล่นเสรี และงานที่ทำตัวต่อตัวระหว่างครูกับเด็ก
  • จัดแจงชั้นเรียนเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตามมาตรฐานของรัฐ ตัวอย่างเช่น เพื่อให้บรรลุมาตรฐานการอ่านเนื้อหา (Content) ครูต้องจัดให้มีหนังสือที่เด็กสามารถเข้าถึงได้ง่าย และต้องให้แน่ใจว่า ในชั้นเรียนมีบริเวณที่สะดวกต่อการอ่านของแต่ละคนหรือเป็นกลุ่มในช่วงเวลาที่กำหนด
  • ปรับเปลี่ยนการจัดแจงชั้นเรียน เพื่อสนองตอบความจำเป็นของการเรียนและทางสังคมของเด็ก ตัวอย่างเช่น การจัดให้มีช่วงเวลาสำหรับเด็กที่จะทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม มอบหมายโครงงานกลุ่ม และมอบหมายโครงงานที่เกี่ยวข้องกับหลากหลายวัฒนธรรม
  • ร่วมมือกับเด็กในการดัดแปลงชั้นเรียนให้สอดคล้องกับความเป็นส่วนตัว (Personalize) มีลักษณะคล้ายบ้าน (Home-like) มีความรู้สึกอบอุ่น (Cozy) ตกแต่งด้วยพืช พรม เก้าอี้ถุงถั่ว (Beanbag chair) และหมอน เป็นต้น
  • ทำให้วัสดุการเรียนรู้ง่ายต่อการเข้าถึงของเด็ก โดยแบ่งแยกประเภทตามหิ้งเปิด (Open shelf) และติดฉลากชื่อ (Label) พร้อมรูปภาพ

สภาวะโดยรอบทางกายภาพ (Physical surroundings) ความสัมพันธ์ทางสังคม และบริบทของวัฒนธรรม ได้ประกอบกันขึ้นเป็นสภาพแวดล้อมทางสังคม (Social environment) ที่เด็กทำงาน (Function) และมีปฏิสัมพันธ์ ในการช่วยสร้างสภาพแวดล้อมทางสังคมที่สนับสนุน (Supportive social environment) เด็กทุกคนควรจะมีคุณค่า (Value) และได้รับเกียรติ(Respect) ไม่ว่าจะเป็นเพศ (Gender) อะไร วัฒนธรรมไหน ระดับเศรษฐกิจ-สังคมใด และภูมิหลังอย่างไร

ดังนั้น ครูพึงปฏิบัติต่อเด็กด้วยความสุภาพ (Courteous) พูดกับเขาในเรื่องกิจกรรมและเหตุการณ์ในและนอกโรงเรียนอนุบาล และแสดงความห่วงใยในฐานะที่เด็กเป็นปัจเจกชนที่มีความจำเป็นเฉพาะ

แหล่งข้อมูล:

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Cooperative learning: http://en.wikipedia.org/wiki/Cooperative_learning [2015, July 5].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน