หน้าหลัก » Blogs » วัยอนุบาล - ดูแลอย่างไร ไปสู่ความเป็นเลิศ ตอนที่ 109 : สภาพแวดล้อมทางสังคม

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


สภาพแวดล้อมทางสังคม

สำหรับเด็กที่ขี้อาย สภาพแวดล้อมทางสังคม อาจเอื้ออำนวยให้เขามีปฏิสัมพันธ์ที่จำเป็น แต่เด็กอาจมีความลำบากใจในการริเริ่มปฏิสัมพันธ์ ซึ่งครูต้องช่วยหาเพื่อนเล่น (Playmate) ให้เขา ในทางตรงกันข้าม ครูที่ไม่ทราบหรือไม่ใส่ใจ กิจกรรมในชั้นเรียนและปฏิสัมพันธ์ทางสังคม อาจส่งเสริม[ทางอ้อม] ให้เด็กแยกตัวออกไปอยู่ตามลำพัง (Isolation)

กุญแจสำคัญของสภาพแวดล้อมทางสังคม คือการพัฒนาความสัมพันธ์ในเชิงบวกระหว่างครูกับเด็ก โดยที่ครูสามารถ . . .

  • ใช้เวลากับเด็กในปฏิสัมพันธ์ตัวต่อตัว (One-to-one interaction)
  • อยู่ในระดับเดียวกับเด็กด้วยปฏิสัมพันธ์ซึ่งๆ หน้า (Face-to-face interaction)
  • ใช้ภาษาที่ง่าย น่ารื่นรมย์ และด้วยน้ำเสียงสงบ
  • ติดตามการนำ (Leading) และความสนใจ (Interest) ของเด็ก ระหว่างการเล่น
  • ช่วยให้เด็กทุกคนเข้าใจและบรรลุความคาดหวังของชั้นเรียน
  • เปลี่ยนแนวทาง (Re-direct) เด็ก เมื่อเขาประสบพฤติกรรมที่ท้าทาย [ไม่พึงปรารถนา]
  • ฟังเสียงเด็กและสนับสนุนเขาให้ฟังเสียงผู้อื่นด้วย
  • รับรู้ [และยกย่อง] ในความพยายามและความสำเร็จของเด็ก

ในทุกชั้นเรียนของอนุบาลศึกษา ควรยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง (Child center) และสนับสนุนการปฏิบัติที่เหมาะสมตามวัยพัฒนาการ (Developmentally appropriate) ในการวางแผนหลักสูตรและนำแผนไปลงมือปฏิบัติ ซึ่งการสอนของครูจะต้องสัมพันธ์กับพัฒนาการของเด็กในทางร่างกาย การรับรู้ สังคม ภาษา และวัฒนธรรม

ครูมืออาชีพต้องช่วยเด็กเรียนรู้และพัฒนาในวิถีทางที่สอดคล้อง (Compatible) กับอายุและความเป็นปัจเจกชนของเด็ก แต่ละคน เพราะภูมิหลังของประสบการณ์และวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน เป็นต้น นักวิชาชีพปฐมวัยที่เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติของครูอนุบาลที่ดี มักสอนเด็กในวิถีทางที่เหมาะสมกับพัฒนาการตามวัย

ทุกวันนี้ มาตรฐานแกนร่วม (Common Core Standard : CCS) ในสหรัฐอเมริกา เป็นพื้นฐานของอนุบาลศึกษาจนถึงประถมศึกษาตอนต้น ซึ่งได้รับการออกแบบเพื่อให้แน่ใจว่า เด็กทุกคนต้องได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพสูง ไม่ว่าจะอยู่ในโรงเรียนใด หรือรัฐไหน มาตรฐานแกนร่วมได้มีบทบาทสำคัญและทรงพลังในอนุบาลศึกษา [ของประเทศ]

แม้จะว่าเป็นมาตรฐานของโรงเรียนทั่วประเทศ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคหรือขัดขวาง (Interfere) ครูอนุบาล ในการนำความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) และอารมณ์กระตือรือร้น (Passion) มาสู่สภาพแวดล้อมของการเรียนรู้ ในปัจจุบัน มาตรฐานดังกล่าวครอบคลุมวิชาศิลป์ภาษา (Language arts) และคณิตศาสตร์

“ศิลป์ภาษา” แต่ดั้งเดิมประกอบด้วย (1) การฟัง (2) การพูด (3) การอ่าน และ (4) การเขียน แต่ในปัจจุบันสื่อการมองเห็น (Visual media) ได้กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวัน จึงมีการเพิ่ม (5) ความเข้าใจในภาพที่เห็น (Viewing) และ (6) การนำเสนอข้อมูลผ่านภาพ (Visual representation) ซึ่งทั้งสองปัจจัยหลัง อาจมีการเชื่อมโยงกับคำที่พูดหรือเขียน

แหล่งข้อมูล:

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. The Language Arts: http://www.education.com/reference/article/language-arts/ [2015, July 6].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน