หน้าหลัก » Blogs » วัยอนุบาล - ดูแลอย่างไร ไปสู่ความเป็นเลิศ ตอนที่ 111 : การอ่านออก-เขียนได้ (1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


การอ่านออก-เขียนได้

หลักสูตรอนุบาลศึกษา มิได้ครอบคลุมเพียงกิจกรรมที่สนับสนุนการเรียนรู้ของเด็กทั้งทางอารมณ์และสังคมเพื่อให้เป็นผู้มี “สมรรถนะ” (Competent) เท่านั้น แต่ยังรวมถึงประสบการณ์วิชาการต่างๆ อาทิ ในการอ่านออก-เขียนได้ (Literacy) คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา และศิลปะ

ครูอนุบาลพึงหมั่นทบทวนมาตรฐานอนุบาลศึกษาของรัฐ ในเรื่องการอ่านออก-เขียนได้ การสอนและการเรียนในปัจจุบัน แล้วปฏิบัติอยู่บนพื้นฐานของมาตรฐาน (Standards-based) เป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามประสบการณ์ทั้งหมดควรได้รับการพิจารณาในบริบทของขีดความสามารถ (Capabilities) ของเด็กอายุ 5 ถึง 6 ขวบ

ทุกวันนี้ การปรับปรุง (Improve) การอ่านออก-เขียนได้ เป็นจุดประสงค์หลักในทุกระดับชั้น ทุกรัฐได้รับ (Adopt) หลักการนี้ เป็นวาระการศึกษา (Educational agenda) พร้อมการมุ่งเน้นว่า เด็กทุกคนต้องอ่านออก-เขียนได้ เมื่อสิ้นสุดชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 (ประเทศไทยตั้งเป้าหมายไว้ที่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - บรรณาธิการ) นับเป็นจุดมุ่งหมายที่สูงกว่าแต่ก่อนมาก และจะยังดำเนินต่อไปในระดับที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

นักวิชาชีพปฐมวัย ให้ความสำคัญ (Priority) แก่ความสำเร็จในการอ่านออก-เขียนได้ โดยมองเป็นกระบวนการที่เริ่มต้นแต่แรกเกิด (อาจจะก่อนนั้นด้วยซ้ำ) แล้วดำเนินต่อเนื่องเพื่อพัฒนาตลอดช่วงชีวิต (Life span) ผ่านจำนวนหลายปีในโรงเรียน กระบวนการดังกล่าว เป็นไปตามธรรมชาติที่เด็กมีส่วนร่วมหลายปีก่อนเข้าโรงเรียน

เด็กในวัยเตาะแตะ (Toddler) และวัยก่อนเข้าเรียน (Pre-school) เริ่ม “อ่านออก” หลายสิ่งหลายอย่างในโลกรอบตัว อาทิ ป้ายร้านค้า (Sign) ฉลากข้างกล่อง (Label) รายการอาหาร (Menu) และสัญลักษณ์ (Symbol) ต่างๆ ในนานาสภาพแวดล้อม

การอ่านออก-เขียนได้ เป็นวาระการศึกษาระดับชาติ (National) ไม่เพียงแต่สำหรับเด็กอนุบาลเท่านั้น แต่สำหรับทุกๆ คน อย่างไรก็ตาม หัวข้อซึ่งเป็นที่ถกเถียง (Controversial) กันมาก ก็คือจะส่งเสริมการอ่านออก-เขียนได้อย่างไรจึงจะได้ผลดีที่สุด ผลการวิจัยแสดงว่า สิ่งที่เด็กจำเป็นต้องเรียนรู้เพื่อให้กลายเป็นนักอ่านที่ดีและมีทักษะความชำนาญ (Skillful) ได้แก่

  • การรับรู้การแยกส่วนประกอบของเสียง (Phonemic awareness) – เป็นความสามารถในการมุ่งเน้น และใช้หน่วยเล็กที่สุดของพื้นฐานเสียง (Phoneme) ในคำพูด อาทิ คำว่า “นก” ประกอบด้วย 3 หน่วย กล่าวคือ นอ- โอะ-กอ รวมเข้าด้วยกัน (Blend)
  • การออกเสียงและสะกดคำศัพท์ (Phonics) – เป็นการเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างอักษรกับเสียง และรูปแบบ (Pattern) ของการสะกด
  • ความคล่อง (Fluency) – เป็นการอ่านด้วยความเร็ว (Speed) ความแม่นยำ (Accuracy) และการแสดงออก (Expression) อย่างเหมาะสม
  • ความเข้าใจภาษา (Comprehension) – เป็นการบูรณาการ (Integrate) ทักษะที่เกี่ยวข้องกับการอ่าน และความเข้าใจในสิ่งที่อ่าน
  • ประมวลคำศัพท์ (Vocabulary) – เป็นการรู้และเข้าใจคำในภาษาเขียนและภาษาพูด

แหล่งข้อมูล:

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Kindergarten Literacy: http://www.michigan.gov/documents/Kindergarten_Literacy_Activities_66523_7.pdf [2015, July 12].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน