หน้าหลัก » Blogs » วัยอนุบาล - ดูแลอย่างไร ไปสู่ความเป็นเลิศ ตอนที่ 126 : วิทยาศาสตร์กับการอ่านออก-เขียนได้ (2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


วิทยาศาสตร์กับการอ่านออก-เขียนได้

เด็กเรียนรู้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific method) แล้วลงมือปฏิบัติ (Practice) ตั้งแต่วัยก่อนเข้าเรียน (Pre-school) จนถึงวัยอนุบาล ดังตัวอย่างการสร้าง “สมรรถนะ” (Competency builder) ดังต่อไปนี้

  1. วางแผนกิจกรรมตามมาตรฐาน – ครูอนุบาลพึงวางแผนกิจกรรมที่สร้างโอกาส ให้มีส่วนร่วม (Engage) สำรวจ (Explore) อธิบาย (Explain) ขยาย (Extend) และประเมิน (Evaluate) หรือ 5 E ศูนย์กลาง (Central) ของการสอนวิทยาศาสตร์อยู่ที่การพัฒนาแนวความคิดทางวิทยาศาสตร์ (Scientific concept) และวิธีการ (Methodology) แทนที่จะเพียงเรียนรู้หัวข้อที่โปรดปราน (Favorite topic) หรือที่มีผลกระทบอย่างมาก (Dramatic) เพียงแต่ต้องกำหนดวัตถุประสงค์ของกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับมาตรฐานแกนร่วม (Common Core Standards) โดยให้เด็กวางแผนและสืบค้น (Investigate) แล้วสื่อสารสิ่งที่เขาค้นพบ
  2. รวบรวมประสบการณ์ลงมือปฏิบัติ (Hands-on experience) – เนื่องจากเด็กมาจากพื้นฐานหลากหลาย (Diverse) เขาอาจไม่มีประสบการณ์ในบางเรื่อง จึงควรเริ่มต้นบทเรียนวิทยาศาสตร์ด้วยการแบ่งปัน (Share) ประสบการณ์กัน ตัวอย่างเช่น ครูนำฟักทอง (Pumpkin) มาที่ชั้นเรียน แล้วให้เด็กได้สัมผัส ให้เขาอธิบายเกี่ยวกับฟักทอง แล้วตั้งคำถามเด็กว่า เขาสังเกตเห็นอะไร? เด็กบางคนอาจตอบว่า เหมือนส้มลูกใหญ่ หรือเหมือนลูกบอล บางคนเห็นจุดน้ำตาลและลายเส้น (Line) บนเปลือกผิว เมื่อครูถามต่อไปว่า แล้วเธอสงสัยอะไรเกี่ยวกับฟักทองนี้? เด็กบางคนอาจถามว่า มันมีเมล็ดข้างในหรือเปล่า? แล้วมันจะโตกว่านี้ไหม? และมันหนักไหม?
  3. ผนวกการเขียนและวาดรูปเข้าด้วยกัน – แสดงแบบอย่าง (Model) การเขียนสำหรับชั้นเรียน ด้วยการบันทึกสิ่งที่เด็กพูดเกี่ยวกับฟักทอง ส่งเสริมเด็กให้ร่วมกันเขียน โดยสลับกันใช้ปากกาสี (Marker) เขียนบนกระดาษชิ้นใหญ่ ในสิ่งที่เขาสังเกตเห็นเป็นกลุ่ม และใช้การสะกดที่ประดิษฐ์ขึ้น (Invented spelling) [กล่าวคือ เด็กสะกดตามคำอ่าน เนื่องจากยังมิได้เรียนคำสะกดที่ถูกต้องตามภาษาเขียน] ในขณะเดียวกันครูก็ให้เด็กแต่ละคนวาดรูปลงในบันทึกวิทยาศาสตร์รายวัน (Science journal) หรือบันทึกในสิ่งที่เขาสังเกตเห็นเท่านั้น
  4. รวบรวมวรรณกรรม (Literature) – รวบรวมนิยาย (Fiction) หรือนิทานนานาชาติ เพื่อการอ่านออกเสียง (Read-aloud) ในชั้นเรียน หรือต่างคนต่างอ่าน (Free reading) และอาจให้หัดทำวิจัย (Research) โดยตั้งหัวข้อให้เด็กเขียน อาทิ แอปเปิลกับฟักทอง จากเมล็ดสู่ต้นฟักทอง (From Seed to Plant) และฟักทองของโปรดของฉัน (My Favorite Pumpkin) จากนั้น ครูเลือกหนังสือที่มิใช่นิยาย (Non-fiction) พร้อมด้วยภาพประกอบ [ถ้ามีเด็กอยู่ในภาพด้วยก็จะดี] แล้วใช้ภาพโปสเตอร์ (Poster) เพลง และกวีนิพนธ์ (Poem) สำหรับการแบ่งปันการอ่าน การสอนประมวลคำศัพท์ (Vocabulary) และแนวความคิดทางวิทยาศาสตร์
  5. ทำให้เด็กเกิดความสงสัย – โดยตั้งคำถามทดสอบ (Testable question) ให้เด็กตอบ อาทิ อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าเด็กรดน้ำเมล็ดที่ปลูก? และถ้าไม่รดน้ำที่ปลูกล่ะ? ถ้าเมล็ดได้รับแสงแดดมากเกินไปล่ะ? และถ้าได้รับแสดงแดดน้อยเกินไปล่ะ? และเมล็ดไหนในสภาวะต่างๆ ดังกล่าวจะโตกว่าเพื่อน? ให้เด็กพยากรณ์แล้วบันทึกไว้ตรวจสอบภายในหน้า แล้วถามเด็กว่า จะค้นหาคำตอบได้อย่างไร? จากนั้นก็ให้เด็กตรวจสอบเมล็ดที่เขาปลูกจริงที่ชั้นเรียน ทุกๆ 2 – 3 วัน บันทึกผลลัพธ์ (Result) ลงในบันทึกวิทยาศาสตร์รายวัน และอภิปรายผลลัพธ์ในชั้นเรียน

แหล่งข้อมูล:

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Newton Rayzor Elementary School - http://www.dentonisd.org/Domain/4079 [2015, August 16].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน