หน้าหลัก » Blogs » วัยอนุบาล - ดูแลอย่างไร ไปสู่ความเป็นเลิศ ตอนที่ 97 : การประยุกต์ใช้ผลวิจัยในทางปฏิบัติ

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


การประยุกต์ใช้ผลวิจัยในทางปฏิบัติ

การวิจัยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาครูอนุบาลมืออาชีพ เพราะการวิจัยสามารถแนะแนว (Guide) การสอนในทางปฏิบัติ (Instructional practices) ต่อไปนี้เป็นผลการวิจัย 2 ชิ้นที่จะช่วยครูอนุบาลใช้อารมณ์ในเชิงบวก (Positive emotion) เพื่อเพิ่มพูนการเรียนรู้ของเด็ก และเข้าใจความจำเป็นที่ครูอนุบาลต้องคอยปกป้องความล้มเหลวของเด็กทุกคน

การวิจัยชิ้นแรกเป็นเรื่องของประสาทวิทยา (Neuro-science) ที่ให้ข้อมูลในเรื่องอารมณ์ขัน (Humor) และความรู้สึกในเชิงบวก ซึ่งมีผลกระทบโดยทั่วไป ต่อความเป็นอยู่ (Well-being) ของเด็ก งานวิจัยนี้รายงานผลว่า “อารมณ์ขันเป็นส่วนประกอบสำคัญของสุขภาพทางจิตที่สัมพันธ์โดยตรงกับความแข็งแรงทางร่างกาย”

นอกจากนี้ งานวิจัยยังตั้งข้อสังเกตว่า อารมณ์ขันเป็นส่วนสำคัญของอารมณ์เชิงบวก และช่วยให้เด็ก “ปรับตัว” (Resilient) ต่อความเครียดทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งแปลความหมายสำหรับครูอนุบาล ได้ดังนี้

  • ครูอนุบาลพึงจัดให้เด็กมีโอกาสหัวเราะ ผ่อนคลาย (Relax) และรู้สึกดีเกี่ยวกับตนเอง ความสำเร็จ (Accomplishments) ของตนเอง และของเด็กอื่นๆ
  • ครูอนุบาลพึงจัดให้เด็กมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ตลกขบขัน (Humorous) ในการเล่านิทาน อ่านวรรณกรรม และชมวีดิทัศน์ (Video) ที่สนุกสนาน (Funny)

การวิจัยชิ้นที่สอง เป็นเรื่องของ R ตัวที่ 4 คือ Retention หรือการให้เด็กเรียนซ้ำชั้น กรณีที่สอบตก เพื่อให้เด็กมีความรับผิดชอบ (Accountability) ต่อการเรียนมากขึ้น โดยเฉพาะเด็กที่พูดภาษาสเปน (Hispanic) หรือเด็กผิวดำ (Black) มีแนวโน้มจะสอบไล่ไม่ผ่านเมื่อเทียบกับเด็กผิวขาวในรุ่นราวคราวเดียวกัน (Counterpart)

ข้อมูลใหม่ที่รวบรวมโดยสำนักงานสิทธิพลเมือง (Civil Rights Office) ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (Department of Education) สหรัฐอเมริกา ชี้ให้เห็นถึงอัตราส่วน (Ratio) ของความแตกต่างของชนหมู่น้อย (Ethnic disparities) โดยเฉพาะเด็กผิวดำ มีแนวโน้มเกือบ 3 เท่าของเด็กผิวขาวที่จะสอบตก ต้องซ้ำชั้น แล้วครูอนุบาลพึงปฏิบัติอย่างไร?

  • ทุ่มเทความพยายามทั้งหมดในการจัดให้เด็กแต่ละคนได้รับการสนับสนุนและช่วยเหลือในสิ่งที่เขาจำเป็นต่อความสำเร็จตามมาตรฐานแกนร่วม (Common Core Standards) ของวัยอนุบาล
  • ใช้กลยุทธ์การสอน (Instructional strategies) ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ อาทิ การรองรับ (Accommodation) ความแตกต่าง (Differentiation) และการสนับสนุน (Scaffolding) เพื่อปกป้องมิให้เด็กสอบตก
  • ทำงานร่วมกับพ่อแม่ของเด็ก โดยให้พ่อแม่เข้าใจความจำเป็นของการอนุบาลศึกษา และมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือลูกให้ประสบความสำเร็จในโรงเรียน
  • ตอกย้ำให้เด็กและพ่อแม่เด็กเห็นความสำคัญของการไปเรียน (Attendance) อย่างสม่ำเสมอ เด็กไม่สามารถเรียนรู้และบรรลุผลสัมฤทธิ์ เมื่อเขามิได้อยู่ในโรงเรียน

แหล่งข้อมูล:

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Kindergarten - http://en.wikipedia.org/wiki/Kindergarten [2015, June 8].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน