หน้าหลัก » บทความ » วิถีพุทธ (Buddhist School)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

โรงเรียนวิถีพุทธ เป็นโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนตามแนวทางคำสอนของพระพุทธศาสนา จัดร้อยเรียงเนื้อหาหลักสูตรด้วยการเอาชีวิตเป็นตัวตั้ง เน้นเรื่องปัญญาในพุทธศาสนา คือ ความเข้าใจว่าทุกสิ่งมีความไม่แน่นอน เกิดการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ตามหลักของไตรลักษณ์ที่ทุกคน ทุกชีวิตต้องพบ ต้องเจอ และต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้อง

โรงเรียนวิถีพุทธคืออะไร?

ภาพของโรงเรียนวิถีพุทธอาจไม่แตกต่างไปจากโรงเรียนอื่นๆ ที่มีอาคารสถานที่ สภาพแวดล้อม และบรรยากาศของความร่มรื่น ความเป็นธรรมชาติ ชวนให้ใจสงบ ส่งเสริมให้เกิดปัญญาด้วยกันทั้งนั้น แต่สิ่งที่แตกต่างเป็นการน้อมนำเอาคำสอนของพระพุทธศาสนาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ที่จะบ่มเพาะให้ทุกคนในชุมชน ทั้งเด็ก ครู และผู้ปกครองมีความสุขในการดำรงชีวิต ซึ่งเป็น “ความสุขที่แท้จริง” ไม่ใช่ความสุขเพื่อจะเป็นทุกข์ในวันข้างหน้า โรงเรียนวิถีพุทธจึงเป็นโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอน ตามแนวทางคำสอนของพระพุทธศาสนา จัดร้อยเรียงเนื้อหาหลักสูตรด้วยการเอาชีวิตเป็นตัวตั้ง พุทธศาสนาเน้นเรื่องปัญญา คือ ความเข้าใจว่าทุกๆ สิ่งมีความไม่แน่นอน เกิดการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การศึกษาตามแนววิถีพุทธจะทำให้เราเกิดความเข้าใจ ทั้งตัวเราเองและเข้าใจผู้อื่นว่า ชีวิตของเรามีการเปลี่ยนแปลง เราไม่ใช่เจ้าของสิ่งใด แม้กระทั่งร่างกายของเราเอง ทุกอย่างไม่เที่ยง มีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ตามหลักของไตรลักษณ์

โรงเรียนวิถีพุทธมีที่มาอย่างไร?

โรงเรียนวิถีพุทธเกิดจากการศึกษาตามแนวทางพุทธศาสนาที่เชื่อว่า เด็กๆ จึงต้องผ่าน “การฝึกฝนและเรียนรู้” เพื่อให้เกิดความเข้าใจ จนสามารถนำไปใช้ปฏิบัติได้จริง ดังที่พระพรหมคุณาภรณ์ ป.อ.ปยุตฺโต ได้กล่าวว่า “การศึกษาเริ่มต้นเมื่อคนกิน อยู่เป็น” นั่นคือ การที่เรารู้จักประมาณในการบริโภคปัจจัย 4 คือ การกินอยู่อย่างพอดี ไม่ขาด ไม่เกิน รู้จักใช้อินทรีย์ อันได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ อย่างมีสติ ไม่หลง ไม่เบียดเบียน สิ่งเหล่านี้จะเป็นเครื่องเกื้อหนุน ให้เราดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง มีการพัฒนาตนเอง เพื่อจะทำสิ่งดีงามให้ยิ่งขึ้นไป ซึ่งโรงเรียนวิถีพุทธมองว่า การศึกษาสมัยใหม่ได้ปรับวิธีการเรียนให้เป็นการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจและสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน สำหรับการศึกษาวิถีพุทธที่นอกเหนือไปจากเนื้อหาวิชาการ จึงเป็นการเรียนรู้วิชาของชีวิต เพื่อจะที่อยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข (ที่แท้จริง) ที่สำคัญที่สุดในระบบการศึกษาตามแนวทางพระพุทธศาสนา คือ “การศึกษาให้รู้จักตัวเอง” โรงเรียนวิถีพุทธมองว่า การศึกษาทั่วไป สิ่งที่ขาดหายไปในการเรียนการสอน คือ ความเข้าใจชีวิต ในฐานะโรงเรียน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จัดการเรียนการสอน เพื่อหล่อหลอมเยาวชนให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีที่สามารถจะสร้างประโยชน์ต่อไป เด็กๆ ควรมีความเข้าใจในชีวิตที่ถูกต้องว่า เรามีหน้าที่ต่อตนเอง ต่อเพื่อน ต่อครู ต่อพ่อแม่ ต่อสังคม และต่อสรรพสิ่งในโลกนี้อย่างไร เด็กๆ จึงควรต้องศึกษาและทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ และจะต้องรู้ว่าทำไปเพื่ออะไร และไม่ทำเพื่ออะไร ดังที่ พระอาจารย์ชยสาโร ได้กล่าวไว้ว่า “บัณฑิต คือ นักปฏิบัติผู้กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง ทั้งๆ ที่ไม่ถูกใจ และกล้าไม่ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ทั้งๆ ที่ถูกใจ”

โรงเรียนวิถีพุทธมีลักษณะอย่างไร?

หลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียนวิถีพุทธถูกนำเนื้อหามาร้อยเรียง จัดลำดับความสำคัญ เป็นหลักสูตรบูรณาการที่เกิดเป็นคุณค่าต่อการดำรงชีวิต ผ่านหน่วยการเรียนรู้ต่างๆ ตั้งแต่อนุบาล ไปประถม ต่อเนื่องจนมัธยม ความเข้าใจถึงแก่นแท้ของการศึกษา การได้เรียนรู้ การได้ลงมือปฏิบัติ การให้เด็กได้ลงพื้นที่เรียนรู้วิถีชีวิตจริง ได้พบครูหลากหลายรูปแบบ จึงทำให้เด็กเกิดทักษะต่างๆ มากมายที่สำคัญต่อการใช้ชีวิต ที่สำคัญเด็กๆ ได้เรียนรู้ ได้ความอดทน และได้ตระหนักถึงคุณค่าด้วยความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ครูในโรงเรียนวิถีพุทธจำเป็นต้องเข้าใจหลักของพระพุทธศาสนา มีการศึกษาธรรมะอย่างสม่ำเสมอ รู้จักปฏิบัติธรรม ร่วมกิจกรรมเสวนาธรรม นำไปประพฤติปฏิบัติ แล้วนำมาย่อยเป็นกิจกรรมลงสู่วิถีชีวิตของเด็กนักเรียน ในขณะเดียวกันเด็กนักเรียนทุกคนในโรงเรียนจะต้องรู้จักสวดมนต์ รู้จักการทำวัตร เช้าขึ้นมาเด็กๆ ต้องฝึกสงบจิตใจ ด้วยการฝึกเดินจงกรมในบริเวณโรงเรียน ฝึกนั่งสมาธิ สำรวมจิตใจระหว่างการเปลี่ยนคาบเรียน เพื่อเป็นการฝึกสติและฝึกสมาธิ พร้อมที่จะเริ่มต้นกิจกรรมการเรียนรู้ใหม่ๆ คุณภาพของครูในโรงเรียนวิถีพุทธ จึงไม่ใช่แค่ผู้ทำหน้าที่สอนพระพุทธศาสนา แต่ต้องเป็นผู้ที่มุ่งมั่นในการพัฒนาชีวิต พยายามปรับปรุงแก้ไขตัวเอง ฝึกและฝืนตัวเองตามหลักไตรสิกขา คือ การพัฒนาทั้งพฤติกรรม จิตใจ และปัญญา เพราะหน้าที่หลักของครูในโรงเรียนวิถีพุทธ คือ “การสร้างมนุษย์ที่สมบูรณ์” สามารถช่วยเหลือดูแลตัวเองและช่วยเหลือผู้อื่นได้ ไม่ใช่เป็นมนุษย์ที่เรียนเก่งแต่เพียงอย่างเดียว จึงเป็นภารกิจอันสำคัญยิ่งของครูทุกคนของโรงเรียนวิถีพุทธนี้

วิถีพุทธมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

เด็กนักเรียนในโรงเรียนวิถีพุทธจะเข้าสู่กระบวนการฝึกและฝืน เพื่อให้รู้จักความคิดและความรู้สึกของตัวเอง มีสติ รู้เท่าทันอารมณ์ของตนเอง สามารถยั้งคิด กำกับดูแลคำพูดและการกระทำของตนให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องและเหมาะสม เกิดเป็นทักษะในการดำรงชีวิต ที่ได้ทั้งประโยชน์และมีความสุข สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความรู้เกี่ยวกับโลกภายในที่ทางโรงเรียนให้ความสำคัญไม่แพ้ความรู้ด้านอื่นๆ เด็กนักเรียนในโรงเรียนวิถีพุทธอาจไม่สนุกที่ต้องล้างถ้วย จาน ชาม หลังรับประทานอาหารเสร็จ อาจเหน็ดเหนื่อยและรู้สึกทุกข์ที่ต้องเก็บขยะหรือกวาดใบไม้ แต่สิ่งที่พวกเขาได้ซึมซับจาก “การฝึกและฝืน” คือ ความรับผิดชอบ ความมีระเบียบวินัย ความอดทน และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นด้วยความเข้าใจ ด้วยความเคารพ ซึ่งลักษณะนิสัยเหล่านี้ล้วนมีคุณค่าต่อชีวิตของพวกเขาต่อไป และสามารถสร้างให้เกิดขึ้นได้ไม่เฉพาะแต่ในหนังสือเรียนเท่านั้น ทุกบทเรียนชีวิตในโรงเรียนวิถีพุทธ ล้วนเป็นไปเพื่อสร้างคนดีที่ได้ทั้งประโยชน์และมีความสุขตามแนวทางพุทธศาสนา ทุกคนล้วนต้องการความสุข ดังนั้น เมื่อมีการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับคุณธรรม การรู้เท่าทันอารมณ์ การรู้จักปล่อยวางอารมณ์ที่เศร้าหมอง การฝึกให้มีสติ การบริหารจัดการอารมณ์ต่างๆ การพยายามละสิ่งที่ไม่ดี รักษาสิ่งที่ดีงามที่เกิดขึ้นแล้วให้งอกงามยิ่งขึ้น สามารถป้องกันสิ่งที่ไม่ดีไม่งามที่ยังไม่เกิดขึ้น ไม่ให้เกิดขึ้น และสามารถสร้างสิ่งที่ดีงามที่ยังไม่มี ให้เกิดขึ้นได้ นี่จึงเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของการศึกษาผลจากการฝึกสตินี้ จะทำให้เด็กทุกคนสามารถควบคุมและรู้เท่าทันอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกโกรธ โลภ หรือหลง ไม่ว่าสภาพแวดล้อมจะเป็นอย่างไร ก็จะมีสติและเลือกได้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร ทุกอย่างล้วนมีเหตุปัจจัย มีที่มา เมื่อเด็กสนใจศึกษาชีวิต ฝึกให้สามารถอยู่กับตัวเอง เรียนรู้จากประสบการณ์ตัวเอง มีศักยภาพ มีสติปัญญาที่จะเลือกสิ่งที่ดี และออกจากสิ่งที่ไม่ดีได้ รู้จักงดเว้น รู้จักควบคุม รู้จักชนะใจตัวเอง ฝึกเป็นผู้มีสติ มีความสันโดษ มีความอดทน มีความขยัน ฝึกให้คิดเป็น สงบในเวลาที่ควรสงบ สามารถปล่อยวางสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์ มีจิตใจที่รักการต่อสู้เพื่อสิ่งที่ถูกต้อง และมีการพัฒนาในทุกๆ ด้านของชีวิต จนเกิดเป็นพฤติกรรมเคยชินที่ดีงาม มีสมรรถภาพจิตที่ดี คือ มีจิตที่อดทนต่อความยากลำบาก อดทนต่อกิเลสทั้งปวง ละอายต่อความชั่ว และเกรงกลัวต่อบาป ครูจึงสร้างให้เด็กมีความอดทน “สุขง่าย ทุกข์ยาก” นึกถึงคนอื่น อยากให้คนอื่นมีความสุขด้วย สิ่งเหล่านี้ถ้าไม่ฝึก ความคิดความเข้าใจต่างๆ ที่ถูกต้อง อาจไม่เกิดขึ้น เพราะไม่เคยชิน ฉะนั้นถ้าครูและผู้ปกครองพาเด็กฝึกคิดสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่เล็ก ให้เขาเห็นเหตุปัจจัยในทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวเขา แยกแยะสิ่งที่เป็นคุณและเป็นโทษได้ แยกแยะได้ว่าอะไรเป็นคุณค่าแท้ อะไรเป็นคุณค่าเทียม เด็กเหล่านี้ก็จะเติบโตมาเป็นคนที่มีความเข้าใจที่ถูกต้อง มีความเข้าใจชีวิต เข้าใจโลก ไม่ติดยึดกับวัตถุ ไม่ว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นในชีวิตก็ตาม เขาก็จะรับมือได้ เป็นที่พึ่งให้กับตัวเองได้ นี่คือผลจากการศึกษาตามแนวทางพุทธศาสนา

สถานศึกษาใดที่จัดการสอนแบบวิถีพุทธ?

  • โรงเรียนทอสี ตั้งอยู่ที่ 1023/46 ซอยปรีดีพนมยงค์ 41 ถนนสุขุมวิท 71 คลองตันเหนือ วัฒนา กทม. เริ่มก่อตั้งจากระดับอนุบาลตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 คุณบุบผาสวัสดิ์ รัชชตาตะนันท์ (ครูอ้อน) ได้มีโอกาสศึกษาและปฏิบัติธรรมภายใต้การอบรมสั่งสอนของพระอาจารย์ชยสาโร พบว่าพุทธศาสนามีบทบาทโดยตรงในการพัฒนาการศึกษา การพัฒนาวิถีชีวิตที่เป็นบุญเป็นกุศล และการศึกษากับการดำเนินชีวิตเป็นเรื่องเดียวกัน การศึกษาไม่ใช่เป็นไปเพียงเพื่อหาความรู้ทางวิชาการ หรือแสวงหาทักษะเพื่อประกอบอาชีพหารายได้เลี้ยงตนและครอบครัว แต่ควรเป็นไปเพื่อพัฒนาชีวิตที่ดีงามเพื่อสร้างประโยชน์ตน ประโยชน์ครอบครัว ชุมชนและสังคม การปฏิบัติธรรมทำให้เข้าใจว่า การศึกษาที่ถูกต้องและแท้จริงต้องเริ่มต้นที่การพัฒนาตนเอง ชาวพุทธต้องเป็นนักศึกษาชีวิตมีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจนที่เป็นบุญเป็นกุศล โดยมีความเชื่อมั่นว่าพุทธศานามีหลักการและวิธีการพัฒนามนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ
  • โรงเรียนรุ่งอรุณ ตั้งอยู่ที่ 391 ซอยอนามัยงามเจริญ 25 (ถ.พระราม 2 ซอย 33) แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม.โดยมูลนิธิโรงเรียนรุ่งอรุณ เพื่อพัฒนาการศึกษา วิจัย ประมวล และวิเคราะห์กระบวนการเรียนรู้ของมนุษย์ เพื่อพัฒนาคุณค่าที่แท้จริงของมนุษย์ให้มีความรู้ ความสามารถ เป็นคนดีและมีความสุข เป็นสื่อสร้างความเข้าใจอันดีระหว่าง เด็ก ผู้ใหญ่ สร้างความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างโรงเรียนและครอบครัว ครูและผู้ปกครองในการวางแผนพัฒนาการศึกษา และพัฒนาด้านอื่นๆ ประสานความร่วมมือกับบุคคล คณะบุคคล สถานศึกษา และองค์กรต่างๆ เพื่อพัฒนาการศึกษาและสร้างภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ นวัตกรรม การสังคมสงเคราะห์ และสันติภาพโรงเรียนรุ่งอรุณมีการบริหารงานโดยคณะกรรมการโรงเรียนซึ่งมีท่านเจ้าคุณพระธรรม-ปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต) เป็นที่ปรึกษาสูงสุด
  • โรงเรียนสยามสามไตร ตั้งอยู่ที่ 87 ซ.สุขุมวิท 89/1 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพ โดยอาจารย์อนินทิตา โปษะกฤษณะ เป็นผู้รับใบอนุญาต สยามสามไตรเป็นโรงเรียนในระบบการศึกษาแนวพุทธเพื่อสร้าง "บุคคลที่รู้จักปกครองตนเองได้ตามหลักไตรทั้งสาม" อีกด้านหนึ่ง สร้างให้เป็นผู้ "คงแก่เล่น คงแก่เรียน คงแก่การทำงาน คงแก่การเข้าสังคม" หลักสูตรเน้นวางรากฐาน 3 วิถี ไว้ชัดเจน คือ วิถีไทย วิถีธรรมชาติ และวิถีพุทธ อันเป็นแนวทาง และรูปแบบที่ทรงคุณค่า สร้างเด็กไทยให้ดำรงความเป็นไทย รักษาโลก ธรรมชาติ สืบต่อพระพุทธศาสนาต่อไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน

พ่อแม่ผู้ปกครองจะนำการเรียนการสอนแบบวิถีพุทธมาประยุกต์ใช้กับลูกได้อย่างไร?

เนื่องจากการเรียนรู้เกิดขึ้นตลอดเวลาและเกิดขึ้นได้ทุกสถานที่ พ่อแม่จึงไม่อาจปฏิเสธการมีส่วนร่วมในการแสดงโลกให้ลูกได้เข้าใจและเรียนรู้ ทุกสิ่งที่ให้ลูกทำหรือไม่ให้ทำ รวมไปถึงพฤติกรรมของพ่อแม่ ล้วนเป็นสิ่งที่ลูกรับรู้ และเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว เมื่อชีวิตคือการศึกษา เราจึงไม่สามารถแยกบ้านและโรงเรียนออกจากกัน ถ้าพ่อแม่ศึกษาปฏิบัติธรรม จนเกิดความเข้าใจว่า การศึกษาที่ถูกต้องและแท้จริง เริ่มต้นที่การพัฒนาตนเอง ทุกสิ่งในโลกนี้ล้วนเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่ว่าสถานการณ์ใด ถ้าพ่อแม่ใช้หลักโยนิโสมนสิการ พาลูกวิเคราะห์หาเหตุปัจจัย พาลูกพิจารณาว่าเหตุของความทุกข์ที่กำลังเผชิญ แท้จริงมันคืออะไร เมื่อคิดวิเคราะห์ ก็จะเจอสาเหตุ และกลับมาแก้ที่ต้นเหตุ ทำความเข้าใจให้ถูกต้อง และดำเนินชีวิตให้เหมาะสม เมื่อนั้นเราทุกคนก็จะพบกับความสุขที่แท้จริงของชีวิต โรงเรียนวิถีพุทธ จึงเน้นการจัดการศึกษาและจัดวิถีชีวิตให้เอื้อต่อการพัฒนา โดยการจัดกระบวนการเรียนการสอนควบคู่กับการศึกษาปฏิบัติธรรม เริ่มต้นจากการที่แต่ละบุคคลมีการพัฒนาตนเองและนำสู่การพัฒนาชุมชนภายในโรงเรียน ทั้งครู เด็ก และผู้ปกครอง จนเกิดเป็นเครือข่ายของกัลยาณมิตร ร่วมกันสร้างชุมชนแห่งบัณฑิต คือ ชุมชนของผู้มีปัญญา มีความเข้าใจในธรรมชาติของชีวิตและของโลกอย่างแจ่มแจ้ง สามารถช่วยเหลือเกื้อกูล ให้ความร่วมมือในการนำพาตนเองและสังคมก้าวทวนกระแสกิเลสสู่วิถีชีวิตที่ดีงาม จนเกิดเป็นวัฒนธรรมขององค์กร คือ

  1. วัฒนธรรมแห่งเมตตา ด้วยการส่งเสริมให้ชุมชนมีวิถีชีวิตที่เอื้อให้เกิดความเป็นกัลยาณมิตรต่อกัน โดยการปวารณาต่อกันทั้ง 3 ฝ่าย คือ เด็ก ครู และผู้ปกครอง คือ การยอมให้ว่ากล่าวตักเตือนในข้อบกพร่อง ซึ่งกันและกัน ด้วยจิตที่เมตตา เพื่อจะได้ให้ผู้ที่ได้รับการตักเตือนสำรวมระวังปรับปรุงแก้ไขตนเอง เพื่อความเจริญก้าวหน้าในพระธรรมและความสงบสุขในการอยู่ร่วมกัน
  2. วัฒนธรรมแสวงปัญญา โดยสนับสนุนให้ทุกคนในชุมชนรู้จักคิดวิเคราะห์ตามวิธีคิดแบบพุทธธรรม 10 ประการ นั่นคือ โยนิโสมนสิการ ซึ่งจะส่งผลให้บุคลากรทุกคนเกิดปัญญาดับทุกข์ที่เกิดขึ้นได้ด้วยตนเองในที่สุด

การศึกษาและการดำเนินชีวิตเป็นเรื่องเดียวกัน ไม่ว่าเราจะทำอะไร เราสามารถศึกษาและเกิดการเรียนรู้ได้ตลอดเวลา มนุษย์เราเป็นเพียงเศษเสี้ยวของจักรวาล หาใช่ศูนย์กลางของทุกอย่างไม่ นี่คือสิ่งที่เราต้องศึกษาและเรียนรู้ ทุกสิ่งมีที่มาที่ไปที่เราต้องตระหนักและรู้คุณค่า (กตัญญู) หากเราทุกคนเป็นนักศึกษา ศึกษาในสิ่งที่ดีที่สุด เป็นครูที่ดีที่สุด เป็นพ่อแม่ที่ดีที่สุด และเป็นนักเรียนที่ดีที่สุด มุ่งมั่นที่จะชนะตัวเอง ที่จะทำให้ตัวเองดีที่สุด ดังนั้นการศึกษาจึงควรเป็นไปเพื่อการประกอบสัมมาอาชีพ เพื่อการดำรงชีวิตที่มีความสุข เพื่อการพัฒนาชีวิตให้ดีงาม เพื่อที่จะสร้างประโยชน์ต่อตนเองและประโยชน์ต่อผู้อื่นต่อไป

เกร็ดความรู้เพื่อครู

บุคลากรทุกคนในโรงเรียน ทั้งเด็ก ครู และผู้ปกครอง จำเป็นต้องสวดมนต์ รักษาศีล นั่งสมาธิ ฟังธรรม เดินจงกรม และรู้จักพิจารณาสิ่งต่างๆ ด้วยปัญญา ทุกอย่างล้วนต้องฝึกฝน ทั้ง “ฝึกฝืน” และ “ฝึกฝน” ไม่ใช่แค่ช่วงเวลาแห่งการปฏิบัติธรรม ไม่ใช่แค่ช่วงเวลาแห่งการนั่งหลับตา แต่ทุกๆ คนสามารถทำได้ตลอดเวลาตั้งแต่ตื่นขึ้นมาจนหลับไป

บรรณานุกรม

  1. พระพรหมคุณาภรณ์, ป.อ.ปยุตฺโต. (2550). การศึกษาเริ่มต้น เมื่อคนกินอยู่เป็น. ชมรมรวมใจเพื่อนธรรม, กรุงเทพฯ.
  2. ชยสาโรภิกขุ (2551). สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูก. บริษัท คิว พริ้นท์ แมเนจเม้นท์ จำกัด, กรุงเทพ
  3. โรงเรียนทอสี http://www.thawsischool.com
  4. โรงเรียนรุ่งอรุณ http://www.roong-aroon.ac.th
  5. โรงเรียนสยามสามไตร. http://www.siamsaamtri.ac.th

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน