หน้าหลัก » บทความ » วิทยากร (Inviting Lecturer)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

วิทยากร (Lecturer) หมายถึง ผู้ที่มีความรู้ ความสามารถด้านใดด้านหนึ่งที่สอดคล้องกับเนื้อหาสาระหรือหน่วยการเรียนรู้ตามแผนการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย และสามารถนำความรู้และประสบการณ์มาจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยได้ อาจจะเป็นผู้ปกครองเด็กปฐมวัย บุคคลในชุมชน หรืออื่นๆซึ่งครูปฐมวัยจะเชิญบุคคลเหล่านี้มาที่โรงเรียน เพื่อ ให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรงและเกิดการเรียนรู้ตามหน่วยการเรียนรู้นั้นอย่างมีความหมาย เกิดทักษะด้านต่างๆ และมีเจตคติที่ดีต่อการนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันมากที่สุด

การเชิญวิทยากรมาให้ความรู้แก่เด็กปฐมวัยที่โรงเรียนมีความสำคัญอย่างไร?

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2545) ระบุว่า การจัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ มีการประสานความร่วมมือกับบิดามารดา ผู้ปกครอง และชุมชนทุกฝ่ายเพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ และหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ได้กำหนดหลักการว่า การจัดการศึกษาปฐมวัยต้องมีการประสานความร่วมมือระหว่างครอบครัว ชุมชนเพื่อร่วมมือในการพัฒนาเด็ก จากสาระสำคัญดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า การจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากฝ่ายต่างๆเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอน ดังนั้น การรับเชิญมาเพื่อเป็นวิทยากรให้ความรู้แก่เด็กปฐมวัยจึงเป็นส่วนหนึ่งของการมีส่วนร่วมดังกล่าว เด็กปฐมวัยจะเรียนรู้ได้ดีเพียงใด หรือมีพัฒนาการทางด้านต่างๆเป็นไปได้มากน้อยเท่าใดนั้นย่อมขึ้นอยู่กับการจัดประสบการณ์เป็นสำคัญ การเชิญวิทยากรที่มีความรู้ความสามารถ โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสาระการเรียนรู้มาให้ความรู้และประสบการณ์แก่เด็ก เป็นสิ่งที่ทำให้เด็กเกิดประสบการณ์ตรง ได้รับความรู้ ความเข้าใจชัดเจนในเรื่องต่างๆได้ดี

การเชิญวิทยากรมาให้ความรู้แก่เด็กปฐมวัยที่โรงเรียนมีประโยชน์ต่อเด็กปฐมวัยอย่างไร?

การเชิญวิทยากรมาให้ความรู้กับเด็กปฐมวัยที่โรงเรียนมีประโยชน์และมีคุณค่าต่อเด็กหลายด้าน ดังนี้

  • เด็กจะได้รับประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์เฉพาะเรื่อง เฉพาะทาง ทำให้การเรียนรู้ของเด็กง่าย และเกิดความคิดรวบยอดได้รวดเร็วขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากครูผู้สอนไม่ได้มีความรู้หรือทักษะในด้านทุกๆด้าน การเปิดโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์จากวิทยากรจึงมีความเข้มข้นมากกว่า เช่น การจัดประสบการณ์การเรียนรู้เรื่อง การจราจร โดยเชิญตำรวจจราจรมาให้ความรู้และการปฏิบัติตนในเรื่องการข้ามถนน กฎจราจรต่างๆ ทำให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรงมากกว่าการเรียนจากครู หรือการเรียนรู้ในหน่วยไปรษณีย์ สามารถเชิญบุรุษไปรษณีย์มาเป็นวิทยากรได้ เป็นต้น
  • ส่งเสริมการเรียนรู้อย่างมีความหมายให้เกิดขึ้นกับเด็ก วิธีการจัดประสบการณ์บางอย่างไม่สามารถตอบสนองต่อการเรียนรู้ที่มีความหมายแก่เด็กได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้สื่อของจริง ภาพ สื่อจำลอง การดูวีดีโอ ฯลฯ ยกตัวอย่างเช่น การเรียนรู้หน่วยการปฐมพยาบาล ถ้าครูเพียงแต่ใช้วิธีการสาธิตให้เด็กดู เด็กอาจได้รับประสบการณ์ไม่เพียงพอต่อการนำไปใช้ การเชิญนางพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข มาให้ความรู้ แสดงให้เด็กเห็นวิธีการปฐมพยาบาล ให้เด็กดู ให้เด็กมีส่วนร่วมในกิจกรรม ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย เด็กสามารถจดจำสิ่งที่เรียนรู้ได้นาน และสามารถนำวิธีการที่เรียนรู้ไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
  • เป็นการสร้างแรงจูงใจและกระตุ้นการเรียนรู้ให้กับเด็ก การเชิญวิทยากรมาให้ความรู้กับเด็กที่โรงเรียน นอกจากเด็กจะได้รับประสบการณ์ตรงจากวิทยากรแล้ว การที่เด็กได้พบกับบุคคลในสาขาวิชาชีพต่างๆ ทำให้เด็กได้เปลี่ยนบรรยากาศในการเรียนรู้ ช่วยสร้างแรงจูงใจและกระตุ้นการเรียนรู้ให้กับเด็กได้เป็นอย่างดี
  • ช่วยฝึกทักษะทางภาษาให้กับเด็ก การเชิญวิทยากรมาให้ความรู้กับเด็กที่โรงเรียน มีการใช้ภาษาสื่อสารระหว่างวิทยากรกับเด็ก มีการใช้ทักษะทางด้านการฟัง และการพูด การซักถาม อีกทั้งยังส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้มารยาททางด้านการฟังและการพูด อันเป็นพื้นฐานในการพัฒนาทักษะทางภาษาในขั้นต่อไป
  • ช่วยพัฒนาเด็กให้มีทักษะทางด้านสังคม การเชิญวิทยากรมาให้ความรู้กับเด็ก วิทยากรและเด็กต้องอาศัยการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันด้วยการพูด สนทนา ซักถาม เด็กจะได้เรียนรู้มารยาททางสังคม เช่น การพูดและสนทนาด้วยวาจาที่เหมาะสม มารยาทในการขออนุญาตเพื่อซักถามวิทยากร การปฏิบัติตนตามกฎข้อตกลงของสังคมการอยู่ร่วมกัน เป็นต้น ส่งเสริมให้เด็กมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในด้านต่างๆ เช่น ความมีวินัย ความเชื่อมั่นในตนเอง บุคลิกภาพที่ดี รวมทั้งคุณธรรมและจริยธรรม

ครูเชิญวิทยากรมาให้ความรู้แก่ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

ในการเชิญวิทยากรมาให้ความรู้กับเด็กปฐมวัยในโรงเรียนนั้น ครูปฐมวัยยึดหลักการเรียนรู้ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ เด็กได้รับประสบการณ์ตรง และการนำประสบการณ์และความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน นอกจากนี้สาระความรู้ที่วิทยากรมาจัดให้กับเด็กยังต้องมีความสอดคล้องกับหน่วยหรือเรื่องที่เด็กกำลังเรียนรู้ และเป็นสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสมสอดคล้องกับวัยและวุฒิภาวะของเด็ก เด็กสามารถเรียนรู้และเข้าใจได้ โดยครูจะพิจารณาเลือกวิทยากรมาให้ความ รู้กับเด็กที่โรงเรียนในประเด็กต่างๆ ดังนี้

  • วิทยากรมีความรู้ ความสามารถตรงกับสาระที่เด็กเรียนรู้ และมีความสามารถเฉพาะในเรื่องนั้น
  • วิทยากรมีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ให้กับเด็กได้ เช่น มีเทคนิคการสอน การนำเสนอในรูป แบบต่างๆ มีความสามารถในการสาธิต แสดงวิธีการเพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ให้กับเด็กได้
  • วิทยากรเป็นผู้ที่มีเจตคติที่ดีต่อเด็กปฐมวัย สามารถใช้ทักษะทางภาษา และทักษะการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมได้เหมาะ สมกับวัยเด็ก
  • พิจารณาเลือกวิทยากรที่อยู่ใกล้กับโรงเรียนก่อนเป็นอันดับแรก เช่น ผู้ปกครองนักเรียน บุคคลในชุมชนที่ใกล้ชิดหรืออยู่ใกล้โรงเรียน

ส่วนขั้นตอนการดำเนินการในการเชิญวิทยากรครูนั้นมีแนวทางการปฏิบัติดังนี้

  • ขั้นตอนที่ 1 ครูจะสำรวจความต้องการ ความจำเป็นในการเชิญวิทยากรมาให้ความรู้กับเด็ก โดยพิจารณาในเรื่องเนื้อหาสาระตามหลักสูตร ได้แก่ หน่วยการเรียนรู้ตลอดปีการศึกษาว่า มีหน่วยการเรียนรู้ใดที่ควรมีการเชิญวิทยากร
  • ขั้นตอนที่ 2 ครูจะประสานงานกับวิทยากรเป็นการส่วนตัวก่อนที่จะทำหนังสือเชิญอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่าวิทยากรมีความพร้อมทั้งทางด้านเวลา และเนื้อหาที่จะนำมาให้ความรู้กับเด็ก
  • ขั้นตอนที่ 3 ขั้นวิทยากรให้ความรู้กับเด็ก เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ให้กับเด็กปฐมวัย ในขั้นนี้ครูจะเป็นผู้เตรียมความพร้อมทางด้านต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่วิทยากรและเด็ก เช่น ความพร้อมทางด้านสื่ออุปกรณ์ที่ใช้ในการถ่ายทอดความรู้หรือการปฏิบัติ สื่อเทคโนโลยีต่างๆ เป็นต้น
  • ขั้นตอนที่ 4 ขั้นการประเมินผล เป็นขั้นตอนที่ครูจะประเมินว่าเด็กได้บรรลุจุดประสงค์การเรียนรู้หรือไม่ โดยประเมินจากหลายฝ่ายร่วมกัน เช่น เด็ก ครู ผู้ปกครอง บุคลากรภายในโรงเรียน เป็นต้น

ตัวอย่างการเชิญวิทยากรมาให้ความรู้กับเด็กปฐมวัยตามหน่วยการเรียนรู้หรือหัวเรื่องที่ต้องการ

  • หน่วยข้าว ครูอาจเชิญวิทยากรที่เป็นชาวนามาให้ความรู้กับเด็ก ตั้งแต่คำถามที่ว่า ข้าวมาจากไหน ข้าวมีลักษณะอย่างไร มีกี่ชนิด การทำนามีขั้นตอนอะไรบ้าง การดูแลและบำรุงการเจริญเติบโตของต้นข้าวควรอย่างไร การเก็บผลผลิตมีวิธีการอย่างไร เป็นต้น ซึ่งในขั้นตอนต่างๆเหล่านี้ ถ้าวิทยากรนำของจริงหรือการปฏิบัติจริงมาทำให้เด็กดูเป็นตัวอย่างก็จะเป็นสิ่งที่ดี เช่น การสาธิตการทำนาหว่าน การดำนา เป็นต้น
  • หน่วยจราจร เป็นหน่วยที่มุ่งให้เด็กรู้จักการปฏิบัติตนในการใช้รถใช้ถนนให้ปลอดภัย ครูอาจเชิญผู้ปกครองที่เป็นตำรวจมาให้ความรู้และแสดงการปฏิบัติตนในการปฏิบัติตามกฎจราจรให้เด็กได้ปฏิบัติตาม เช่น ความหมายของสัญญาณไฟจราจรและการปฏิบัติ การข้ามถนนตรงทางม้าลาย เป็นต้น
  • หน่วยบุคคลที่เด็กควรรู้จัก ครูอาจเชิญบุคคลที่เด็กควรศึกษามาเป็นวิทยากรเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้หน้าที่ของบุคคลเหล่า นั้นว่ามีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับเด็กอย่างไร เช่น การเชิญผู้ใหญ่บ้าน กำนันตำบล ผู้ว่าราชการจังหวัด ฯลฯ มาเป็นวิทยากรในการให้ความรู้เด็กว่ามีบทบาทอย่างไร เด็กควรปฏิบัติตนต่อบุคคลเหล่านี้อย่างไร
  • หน่วยขนมพื้นบ้าน ครูอาจเชิญผู้ปกครองที่สามารถทำขนมไทยมาเป็นวิทยากร เพื่อให้เด็กรู้จักวิธีการทำขนมไทย เริ่มตั้งแต่ชนิดของขนมไทย วิธีการประกอบอาหารประเภทขนมไทย ประโยชน์และการนำไปใช้ในเทศกาลต่างๆ ซึ่งจะเน้นให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติกิจกรรมให้มากที่สุดเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ตามสภาพจริง
  • หน่วยผลไม้หรือหน่วยผัก ครูอาจเชิญผู้ปกครองที่อาชีพขายผลไม้หรือผู้ที่ปลูกผักและผลไม้มาให้ความรู้กับเด็ก เพื่อให้เด็กได้รู้จักผักและผลไม้ต่างๆ อีกทั้งยังทำให้เด็กได้พัฒนาทางด้านทักษะต่างๆได้ เช่น การเรียนรู้เกี่ยวกับราคาของผักและผลไม้ การแสดงบทบาทสมมติการขายผักผลไม้ ทำให้เด็กได้ใช้ทักษะทางด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และทักษะอื่นๆ เป็นต้น
  • หน่วยเด็กไทยฟันดี เป็นหน่วยการเรียนรู้ที่เน้นให้เด็กดูแลรักษาสุขภาพฟัน และการป้องกันฟันผุ ครูสามารถเชิญวิทยากรที่เป็นหมอฟันมาให้ความรู้กับเด็กเกี่ยวกับการปฏิบัติตนในการดูแลรักษาฟันให้สะอาด เช่น วิธีการแปรงฟันให้สะอาด โรคฟันผุ การรับประทานอาหารเพื่อหลีกเลี่ยงอาการฟันผุ เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า การเชิญวิทยากรมาให้ความรู้กับเด็กปฐมวัยตามหน่วยการเรียนรู้มีความสำคัญและตอบสนองต่อการเรียนรู้ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ทางโรงเรียนอาจเชิญวิทยากรมาให้ความรู้กับเด็กแบบกลุ่มใหญ่ ซึ่งเป็นการให้ความรู้กับเด็กทีเดียวหลายชั้นหรือทั้งโรงเรียน ซึ่งส่วนใหญ่ในประเด็นดังกล่าวนี้จะเป็นหัวเรื่องที่มีความสำคัญกับเด็กทุกคน หรือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่เด็กต้องได้รับรู้ข้อมูลแบบปัจจุบันทันด่วน เช่น การเชิญเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมาให้ความรู้และสาธิตการป้องกันไข้หวัด การทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย การเชิญหมอหรือพยาบาลมาให้ความรู้และการปฏิบัติเพื่อการป้องกันโรคไข้หวัด 2009 เป็นต้น หรืออาจเชิญวิทยากรตามเทศกาลหรือวันสำคัญต่างๆ เช่น วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา วันพ่อ วันแม่ หรือวันที่เป็นเทศกาลประจำภาคต่างๆ เป็นต้น

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะมีส่วนร่วมในการเป็นวิทยากรที่โรงเรียนได้อย่างไร?

พ่อแม่ผู้ปกครองเป็นบุคคลสำคัญต่อการพัฒนาเด็กให้มีพัฒนาการทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ผู้ ปกครองเป็นผู้เสริมสร้างพัฒนาการให้กับลูกต่อจากโรงเรียน พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาในระดับปฐมวัยได้ เช่น การเข้าร่วมกิจกรรมในวันสำคัญต่างๆของโรงเรียน การเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนในห้อง เรียนปฐมวัย การรับเชิญไปเป็นวิทยากรให้ความรู้แก่เด็กที่โรงเรียน เป็นต้น ดังนั้น เมื่อทางโรงเรียนมีกิจกรรมการเชิญวิทยากรมาให้ความรู้กับเด็กที่โรงเรียน ครูอาจเชิญผู้ปกครองมาร่วมกิจกรรมนั้นได้ การไปร่วมเป็นวิทยากรยังทำให้ผู้ ปกครองมองเห็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ของครูที่โรงเรียน เห็นพฤติกรรมของลูกขณะอยู่ที่โรงเรียน เป็นการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างครูและผู้ปกครองเพื่อลดปัญหาต่างๆระหว่างโรงเรียนและผู้ปกครองได้ ซึ่งสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่กำหนดว่า “ครอบครัวเป็นส่วนสำคัญของสังคมที่มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา...ให้สถาน ศึกษามีการประสานความร่วมมือกับบิดา มารดา ผู้ปกครองและบุคคลในชุมชนทุกฝ่ายเพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ” นอกจากนี้ พ่อแม่ผู้ปกครองยังสามารถส่งเสริมการเรียนรู้จากวิทยากรให้เกิดประโยชน์ได้โดยเมื่อใดก็ตามที่ชุม ชน หมู่บ้าน องค์กรชุมชนมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเด็ก ผู้ปกครองสามารถพาเด็กไปร่วมกิจกรรมนั้นได้ เช่น การที่หมอหรือพยาบาลมาให้ความรู้กับบุคคลในหมู่บ้าน การแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับสุขภาพของหน่วยงานต่างๆ กิจกรรมการอบรมสัมมนาเกี่ยวกับสุขภาพและการเลี้ยงดูเด็กที่หน่วยงานต่างๆจัดขึ้น เป็นต้น

เกร็ดความรู้เพื่อครู

ครูมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการเพื่อให้เด็กได้รับประสบการณ์ต่างๆอย่างรอบด้านที่จะส่งผลไปสู่การพัฒนาเด็กแบบองค์รวม การเชิญวิทยากรมาให้ความรู้กับเด็กปฐมวัยที่โรงเรียนเป็นวิธีการหนึ่งที่มีความเหมาะสมในการนำมาจัดเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์ในเรื่องนั้นตามหน่วยการเรียนรู้ที่ครูได้วางแผนและกำหนดไว้ ครูควรคำนึงและพิจารณาเลือกวิทยากรที่หาได้ง่ายเป็นอันดับแรกคือ พิจารณาผู้ปกครองเด็กที่มีความรู้ในด้านนั้นๆก่อน การที่ผู้ปกครองได้ มาเป็นวิทยากรจะทำให้เกิดการประสานสัมพันธ์ที่ดีระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครอง ทำให้ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งและความไม่เข้าใจกันของผู้ปกครองที่มีต่อโรงเรียนได้ และทำให้การพัฒนาการศึกษาเป็นไปในแนวทางเดียวกัน

บรรณานุกรม

  1. กรมวิชาการ, กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  2. กุลยา ตันติผลาชีวะ. (2542). การให้การศึกษาผู้ปกครองเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ: คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร.
  3. พัฒนา ชัชพงศ์. (2541). ทฤษฎีและปฏิบัติการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย. กรุงเทพฯ : คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร.
  4. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2542).พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์การศาสนา.
  5. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2545).พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2545). กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์การศาสนา.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน