หน้าหลัก » Blogs » วิทยาศาสตร์เด็กไทย ใกล้หลุดโลกแล้ว (ตอนที่ 1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงศึกษาธิการได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการยุทธศาสตร์การศึกษา พ.ศ. 2556 – 2558 เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและประสิทธิภาพการศึกษาของประเทศไทย โดยได้รับความร่วมมือจากองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)

ดร. ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เปิดเผยถึงการตั้งเป้าหมาย ที่จะยกอันดับการประเมินผลสมรรถนะของนักเรียนนานาชาติ (PISA) วัย15 ปี ในการนำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริง 3 ด้าน กล่าวคือ การอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ จากการวัดผลเมื่อปี พ.ศ. 2009 ที่ผ่านมานักเรียนไทยมีผลการประเมินต่ำกว่าค่าเฉลี่ยนานาชาติทุกวิชา โดยอยู่ในอันดับที่ 42 สำหรับในวิชาวิทยาศาสตร์นั้น เด็กไทยเกือบรั้งตำแหน่งสุดท้าย คะแนนสูงกว่าเพียงนักเรียนจากประเทศเดียวคือ โคลอมเบีย [ในอเมริกาใต้]

การสอนวิทยาศาสตร์ เน้นหนักการปันเนื้อหาและกระบวนการวิทยาศาสตร์ ให้ผู้ที่มิได้อยู่ในชุมชนนักวิทยาศาสตร์ เป้าหมายคือเด็กนักเรียน นักศึกษา หรือสาธารณชนทั่วไป ส่วนประกอบสำคัญของวิทยาศาสตร์คือเนื้อหาและวิธีการสอน (Pedagogy) ส่วนมาตรฐานการสอนวิทยาศาสตร์ก็เพื่อกำหนดการพัฒนาความเข้าใจของผู้เรียนผ่านหลักสูตรต่างๆ ตั้งแต่ชั้นอนุบาล จนถึงมัธยมปลาย แขนงวิชาที่สอนกันมาเป็นมาตรฐานแต่ดั้งเดิม ได้แก่ฟิสิกส์ สิ่งมีชีวิต โลก และอวกาศ

บุคคลแรกที่ได้รับการยกย่องว่า เป็นครูวิชาวิทยาศาสตร์คนแรกของประเทศอังกฤษ ในโรงเรียนรัฐ ก็คือ วิลเลียม ชาร์ป (William Sharp) ผู้สร้างหลักสูตรวิชาวิทยาศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2393 ที่โรงเรียนรักบี้ (Rugby) ซึ่งต่อมาได้วิวัฒนามาเป็นแบบอย่าง (Model) ของการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนรัฐ ทั่วประเทศอังกฤษ

ในปี พ.ศ. 2410 สถาบันอังกฤษเพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ (British Academy for the Advancement of Science : BAAS) ได้ตีพิมพ์รายงาน ที่ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ (Pure science) และการฝึกอบรมเรื่องการฝึกคิดเชิงวิทยาศาสตร์จนเป็นนิสัย (Scientific habit of mind)

จากนั้นมีการเคลื่อนไหว เพื่อสนับสนุนระบบความนึกคิด (Ideology) ในการฝึกฝนการคิดเชิงวิทยาศาสตร์ เนื่องจากการขาดแคลนครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ที่คุณสมบัติเหมาะสม (Qualified) พัฒนาการที่สำคัญยิ่ง คือการก่อตั้งคณะกรรมการโรงเรียน ณ กรุงลอนดอน (London School Board) ในปี พ.ศ. 2413 เพื่อพัฒนาหลักสูตรวิทยาศาสตร์และฝึกอบรมครูผู้สอนทั่วประเทศ

ปัจจุบัน วิทยาศาตร์เป็นวิชาบังคับตามหลักสูตรแห่งชาติ (National Curriculum) ของอังกฤษ สำหรับนักเรียนตั้งแต่อายุ 5 ขวบถึง 16 ปี มักสอนเป็นวิชารวมจนถึงประถมศึกษาที่ 6 หลังจากนั้นจะแยกเป็นแขนงเฉพาะฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา สำหรับนักเรียนระดับ A (=Advanced) [แต่ยังคงเป็นวิชารวมสำหรับนักเรียนระดับ O (=Ordinary)]

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอังกฤษได้แสดงความต้องการที่จะให้เด็กนักเรียนที่มีผลการเรียนดี สามารถเรียนแขนงวิชาเฉพาะนี้ ตั้งแต่อายุ 14 ปี ในเดือน กันยายน พ.ศ. 2549 มีโปรแกรมใหม่เรียกกันว่า “วิทยาศาตร์ในศตวรรษที่ 21 (21st Century Science) เป็นทางเลือก (Option) สำหรับเด็กระหว่างอายุ 14 ถึง16 ปี เพื่อประสบการณ์การประยุกต์ใช้ [ในชีวิตประจำวัน]

แหล่งข้อมูล

  1. ทำไม เด็กไทยอ่อนวิทยาศาสตร์ แบบหลุดโลก ???? -http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1362054780&grpid=&catid=19&subcatid=1903 [2013, March 5].
  2. Science education - http://en.wikipedia.org/wiki/Science_education [2013, March 5].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน