หน้าหลัก » Blogs » วิทยาศาสตร์เด็กไทย ใกล้หลุดโลกแล้ว (ตอนที่ 4)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ผู้นำทางธุรกิจอย่างบิลเกตส์ (Bill Gates) ประธานกรรมการของไมโครซอฟท์ (Microsoft) ได้เรียกร้องให้เพิ่มความสำคัญของการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ โดยกล่าวว่า “สหรัฐอเมริกามีความเสี่ยงสูงต่อการสูญเสียความได้เปรียบทางเศรษฐกิจ [หากปราศจากความใส่ใจในวิชาวิทยาศาสตร์]”

นอกจากนี้ ยังมีองค์การเพิ่มพูนศักยภาพอเมริกา (Tapping America's Potential) ที่มุ่งหวังให้มีจำนวนผู้จบการศึกษามากขึ้นทางด้านวิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) และคณิตศาสตร์ (Mathematics) [หรือคำย่อว่า STEM]

อย่างไรก็ตาม การสำรวจความคิดเห็นของสาธารณชน พบว่า พ่อแม่ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ ไม่ใส่ใจการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ และระดับความกังวลของเขาในเรื่องนี้ ได้ลดระดับลงเรื่อยๆ ในปีหลังๆ ในการสำรวจหลักสูตรแห่งชาติ (National Curriculum Survey) นักวิจัยพบว่า ขาดการเชื่อมโยงกันในบรรดานักการศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์ด้วยกัน

“ทั้งครูสอนระดับประถมศึกษา และอาจารย์สอนระดับอุดมศึกษา ให้ความสำคัญต่อทักษะกระบวนการ และทักษะเชิงซักถาม มากกว่าหัวข้อเนื้อหาวิทยาศาสตร์ขั้นก้าวหน้า ซึ่งตรงกันข้ามกับความคิดเห็นของครูสอนระดับมัธยมศึกษา” แสดงว่า การสื่อสารระหว่างครูและอาจารย์ในระดับต่างๆ กัน เป็นสิ่งจำเป็นต่อการบรรลุจุดมุ่งหมายร่วมกัน สำหรับการศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียน

การสอนวิชาวิทยาศาสตร์อย่างไม่เป็นทางการ (Informal) เกิดขึ้นนอกหลักสูตรปรกติของโรงเรียนในนานาสถานที่ ตัวอย่างเช่นพิพิธภัณฑ์วิทยาศาตร์ สื่อต่างๆ (Media) (อาทิ โทรทัศน์ และอินเทอร์เน็ต) และโปรแกรมเชิงชุมชน (อาทิ โคงการพัฒนาเยาวชน) สมาคมครูสอนวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Science Teachers Association) ได้นิยามและสนับสนุนการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ในบริบท (Context) ต่างๆ กัน ตลอดชั่วชีวิต (Lifespan)

การสอนวิทยาศาสตร์อย่างไม่เป็นทางการได้รับการสนับสนุนในเรื่องเงินทุนจากมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Science Foundation) และในเรื่องทรัพยากรจากศูนย์กลางเพื่อความก้าวหน้าของการศึกษาวิทยาศาสตร์อย่างไม่เป็นทางการ (Center for Advancement of Informal Science Education : CAISE)

ในปี พ.ศ. 2553 สถาบันวิชาการแห่งชาติ (National Academies) ได้เผยแพร่เอกสารต่างๆ ในเรื่องการวิจัยเกี่ยวกับการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นทางการ ซึ่งได้เป็นแนวทางการคิด การทำงาน และการอภิปรายในบรรดาผู้ปฏิบัติงานในการสอนวิทยาศาสตร์อย่างไม่เป็นทางการ อันเป็นประโยชน์อย่างมากแก่นักการศึกษา นักวิชาชีพพิพิธภัณฑ์ คณาจารย์มหาวิทยาลัย ผู้นำเยาวชน ผู้เชี่ยวชาญสื่อ สำนักพิมพ์ นักวารสาร นักกระจายเสียง ฯลฯ

การสอนวิชาวิทยาศาสตร์อย่างไม่เป็นทางการ น่าจะจุดประกายความคิดให้กระทรวงศึกษาธิการไทย นำไปบรรจุในแผนยุทธศาสตร์การศึกษา3 ปีข้างหน้า โดยเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชนทุกกลุ่มอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม

แหล่งข้อมูล

  1. ทำไม เด็กไทยอ่อนวิทยาศาสตร์ แบบหลุดโลก ???? -http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1362054780&grpid=&catid=19&subcatid=1903 [2013, March 8].
  2. Science education - http://en.wikipedia.org/wiki/Science_education [2013, March 8].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน