หน้าหลัก » Blogs » สร้างผู้ใหญ่ใจกว้างเริ่มที่ทารก (ตอนที่ 1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


สร้างผู้ใหญ่ใจกว้างเริ่มที่ทารก

คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของมนุษย์ประการหนึ่งคือ การมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ชอบช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การสร้างบุคคลให้มีคุณลักษณะดังกล่าวนั้น ไม่สามารถทำได้ภายในชั่วข้ามคืน หากแต่ต้องมีการปลูกฝังอบรมมาตั้งแต่เด็ก

ที่ผ่านมา ได้มีงานวิจัยในผู้ใหญ่ที่พบว่า กลุ่มคนที่เคลื่อนไหวเป็นจังหวะเดียวกัน ไม่ว่าจะเดินเท้าพร้อมกัน พายเรือลำเดียวกัน หรือเต้นเพลงเดียวกันก็ตาม มีแนวโน้มที่จะมีความผูกพันและทำงานร่วมกันได้ดีต่อไป

เมื่อไม่นานมานี้ คณะผู้วิจัยจาก McMaster University ประเทศแคนาดา ได้ทำการศึกษาในเรื่องดังกล่าวกับกลุ่มเด็กทารก และพบว่า การเต้นพร้อมกันตามจังหวะเพลงสามารถช่วยให้ทารกมีความพร้อมที่จะช่วยเหลือผู้อื่น และเข้าสังคมได้มากขึ้น แม้ว่าทารกเหล่านั้นจะยังไม่ถึงวัยหัดเดินเลยก็ตาม

Laura Cirelli หัวหน้าคณะทำงานวิจัย ซึ่งกำลังจะได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสารวิชาการ Developmental Science ฉบับต่อไป กล่าวว่า การเคลื่อนไหวตามจังหวะเพลงพร้อมกับผู้อื่นเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมทางดนตรี ซึ่งมีผลต่อพฤติกรรมการเข้าสังคมได้ตั้งแต่วัยเด็ก

Laura Cirelli และคณะวิจัยจากภาควิชาจิตวิทยา ประสาทวิทยา และพฤติกรรม พบว่า เด็กที่มีอายุเพียง 14 เดือน มีแนวโน้มที่จะช่วยเหลือผู้อื่นมากขึ้นหลังจากได้กระโดดพร้อมจังหวะเพลงกับผู้วิจัยคนหนึ่ง

พวกเขาได้ทำการศึกษากลุ่มทารกทั้งหมด 68 คน เพื่อสังเกตว่าการกระโดดตามจังหวะเพลงพร้อมกับผู้อื่นจะสามารถทำให้ทารกช่วยหยิบของที่ผู้นั้นแสร้งทำตกได้มากกว่าทารกที่ไม่ได้เต้นเป็นจังหวะเดียวกันกับผู้อื่นหรือไม่ คณะวิจัยใช้วิธีทดลองด้วยการให้นักวิจัยคนหนึ่งอุ้มทารกหันหน้าเข้าหานักวิจัยอีกคนหนึ่ง เมื่อเริ่มเปิดเพลง นักวิจัยจะกระโดดขึ้นลง ส่วนนักวิจัยที่อุ้มทารกอยู่จะประคองให้ทารกกระโดดตามด้วย ทารกบางคนถูกจับให้กระโดดให้เข้าจังหวะกับนักวิจัยที่อยู่ตรงข้าม ในขณะที่บางคนก็ถูกจับให้กระโดดคนละจังหวะ

เมื่อสิ้นสุดเสียงเพลง นักวิจัยที่หันหน้าเข้าหาทารกจะแสร้งทำปากกาตกพื้นระหว่างที่วาดรูปเพื่อสังเกตว่าทารกจะช่วยเก็บและส่งคืนให้ผู้วิจัยหรือไม่ ซึ่งเป็นการทดสอบทั่วไปถึงความใจกว้างชอบช่วยเหลือผู้อื่นในทารก

ผลการวิจัยพบว่า ทารกที่กระโดดเข้าจังหวะกับนักวิจัย มีแนวโน้มที่จะหยิบปากกาส่งคืนให้นักวิจัยที่ทำปากกาตกมากกว่าทารกที่กระโดดคนละจังหวะกับนักวิจัย โดยทารกที่กระโดดเข้าจังหวะกับนักวิจัยเก็บปากกาส่งคืนถึงร้อยละ 50 ในขณะที่ทารกที่ไม่ได้กระโดดพร้อมนักวิจัย ส่งปากกาคืนเพียงร้อยละ 30 เท่านั้น และทารกที่กระโดดเข้าจังหวะยังตอบสนองเร็วกว่าด้วย

ผลการวิจัยแสดงดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า เมื่อผู้ปกครองร้องเพลง ปรบมือ กระโดด หรือเต้นเข้าจังหวะกับลูกน้อย ประสบการณ์การทำกิจกรรมร่วมกันในลักษณะนี้จะช่วยสร้างความผูกพันระหว่างผู้ปกครองกับลูกๆได้

ผลการวิจัยดังกล่าวยังมีความสำคัญ เพราะยังแสดงให้เห็นว่า การเคลื่อนไหวให้เข้าจังหวะเพลงพร้อมกับผู้อื่นนั้น สามารถสร้างความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ อยากช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วย และยังแสดงให้เห็นว่า ดนตรีนั้นเป็นส่วนสำคัญที่ต้องมีในสถานรับเลี้ยงเด็ก และหลักสูตรอนุบาล เพราะช่วยเสริมสร้างบรรยากาศของสังคมแห่งการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

ขณะนี้ Laura Cirelli กำลังทำการศึกษาต่อไปว่า การเคลื่อนไหวเข้าจังหวะเพลงพร้อมกับนักวิจัยเพียงคนเดียวจะสามารถทำให้ทารกหยิบยื่นความช่วยเหลือให้ผู้อื่นโดยทั่วไปได้ด้วยหรือไม่ หรือมีความเอื้อเฟื้อต่อคนเพียงคนเดียวที่เคลื่อนไหวไปด้วยกันเท่านั้น

หากผลวิจัยพบว่า เด็กน้อยที่เคลื่อนไหวตามจังหวะเพลงพร้อมผู้วิจัยคนเดียวสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้อีกหลายคน เราจะมีความหวังใหม่ในการสร้างบุคลากรที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับสังคมในยุคต่อๆ ไปด้วย และจะเป็นการเน้นย้ำความสำคัญของการสนับสนุนให้เด็กๆ เรียนดนตรีควบคู่กับการเรียนด้านวิชาการอย่างเดียวเช่นที่ผู้ปกครองหลายท่านนิยมให้บุตรหลานเรียน

แหล่งข้อมูล:

  1. Helpful bouncing babies show that moving together to music builds bonds http://www.medicalnewstoday.com/releases/278753.php [July 26, 2014]
  2. The perils of rewarding good behavior http://www.parentingscience.com/helpful-kids-and-rewards.html [July 26, 2014]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน