หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องกบ (Teaching children about frog)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

การสอนลูกเรื่องกบ

การสอนลูกเรื่องกบ (Teaching children about frog) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยมีความรู้เกี่ยวกับสัตว์สี่เท้าสะเทินน้ำสะเทินบก (หรือที่มักเรียกว่า สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ) ในวงศ์ Ranidae ไม่มีหาง ตีนแบนมีหนังติดเป็นพืด กระโดดได้ไกล ดำน้ำ ว่ายน้ำได้เร็ว มักวางไข่ในน้ำ เมื่อยังเป็นตัวอ่อนจะอยู่ในน้ำ มีหางเรียกว่า ลูกอ๊อด ภายหลังจึงงอกขา หางหดหายไป แล้วขึ้นอาศัยบนบก หน้าแล้งอยู่แต่ในรู กบเป็นเรื่องสัตว์ที่น่ารู้น่าสนใจสำหรับเด็ก เนื่องจากเป็นสัตว์ที่เด็กเห็นอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องกบจึงสอดคล้องกับสาระที่ควรเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติรอบตัว ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย เพื่อให้เด็กได้รู้จักประเภท ลักษณะ ที่อยู่อาศัย การดำรงชีวิต และประโยชน์ของสัตว์ ตลอดจนการเลี้ยงดู และการอนุรักษ์สัตว์ การรู้จักชีวิตสัตว์ นอกจากเด็กจะได้รู้ธรรมชาติของกบแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้เด็กเกิดคุณธรรม จริยธรรมด้านความเมตตากรุณา ซึ่งมีผลต่อการเจริญทางด้านจิตใจและอารมณ์ของเด็กด้วย

การสอนเรื่องกบสำคัญอย่างไร?

  • กบเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่มีครึ่งชีวิตอยู่ในน้ำ และอีกครึ่งชีวิตอยู่บนบก เรียกว่า สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก โดยจะวางไข่ในน้ำ เมื่อเป็นตัวอ่อน จะค่อยๆ งอกหาง และขาตามลำดับ จนเมื่อมีขาสี่ขาครบ และหางจะหดหายไป กบจะกระโดดไปอาศัยอยู่บนบก และหน้าแล้งจะอาศัยอยู่ในรู เป็นระยะเวลานานเรียกว่า กบจำศีล
  • กบเป็นอาหารของคนเรา จัดอยู่ในหมู่เนื้อสัตว์ที่เป็นประโยชน์ทำให้ร่างกายของเราเจริญเติบโต อาหารของคนไทยหลายชนิดมีกบเป็นส่วนประกอบ เช่น แกงเผ็ดกบ ผัดเผ็ดกบ กบทอดกระเทียมพริกไทย กบผัดฉ่า แสดงถึงภูมิปัญญาไทยที่นำสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติ และอยู่ในภูมิประเทศมาเป็นอาหารดำรงชีวิตได้เป็นอย่างดี
  • อาชีพในชุมชนที่มีมายาวนาน และสืบเนื่องจนถึงปัจจุบันคือ อาชีพจับสัตว์น้ำขาย กบเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่ชาวประมงออกไปจับตามแหล่งน้ำธรรมชาติ บึง หนอง คลอง คู มาขาย และนำกบมาเลี้ยงในบ่อ เรียกว่า กบเลี้ยง เพื่อเตรียมนำจำหน่ายให้ผู้คนนำไปประกอบอาหาร
  • กบเป็นสัตว์ที่กินแมลง และแมงเป็นอาหาร แสดงถึงความสัมพันธ์กันในเชิงพึ่งพิงกันตามธรรมชาติ นอกจากการอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติแล้ว แมลงบางชนิด เช่น ยุง เป็นสัตว์พาหะนำโรคร้ายมาสู่คน คือ ไข้มาเลเรีย โรคไข้เลือดออก หรือโรคเท้าช้าง แต่กบจะเป็นสัตว์ที่กินยุงเป็นอาหาร จึงเป็นการช่วยกำจัดยุงให้แก่เราด้วย
  • คนอาศัยกบกินแมลงที่เป็นศัตรูของพืชที่ปลูก และคนกินกบเป็นอาหาร กบอาศัยคนเราที่นำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาช่วยให้กบได้แพร่ขยายพันธุ์ และอนุรักษ์พันธุ์กบไว้เช่นกัน

การสอนเรื่องกบมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

  • เด็กได้รู้จักธรรมชาติของกบ ทั้งในเรื่องรูปร่าง ลักษณะ ที่อยู่อาศัย ประโยชน์ โทษ การขยายพันธุ์ และการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ไว้
  • เด็กได้รับการสนับสนุนให้รู้จักการทำงานของผู้ใหญ่ที่นำไปสู่การเลี้ยงชีพ อาชีพเลี้ยงกบ และขายกบที่มีอยู่ในชุมชน
  • เด็กได้รับการฝึกนิสัยให้เป็นผู้รักธรรมชาติ เพราะธรรมชาติเป็นสิ่งที่ให้คุณแก่คนเราและสรรพสิ่งในโลกนี้ ซึ่ง แต่ละอย่างที่เกิดมาต่างพึ่งพิงกันและกัน เช่น กบพึ่งน้ำให้กำเนิดลูกอ่อน และเจริญเติบโตในน้ำ เมื่อเติบโตขึ้น กบจะไปอาศัยบนบกได้ คนกินกบเป็นอาหาร คนช่วยกบขยายพันธุ์ และอนุรักษ์พันธุ์กบได้ และกบช่วยกินแมลงเป็นอาหาร เป็นต้น

ครูสอนเรื่องกบให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

ครูสอนเรื่องกบ ให้ลูกที่โรงเรียนผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ได้ดังนี้

กิจกรรมเสรี ครูช่วยให้เด็กเกิดความเข้าใจชีวิตของกบ ด้วยการเลี้ยงกบในอ่างเล็กๆ ที่ศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ นอกห้องเรียนจัดศูนย์หนังสือสารคดีสำหรับเด็กเล็ก เรื่องกบ ให้เด็กได้อ่านภาพ ชีวิตของกบ หนังสือนิทานเรื่องเกี่ยวกับกบ เช่น นิทานพื้นบ้านไทย เรื่อง พิกุลทอง ที่มาเนื้อหาว่า นางพิกุลทองผู้เป็นนางเอกพูดจาไพเราะมีใจเมตตา เทวดาก็ดลบันดาลให้พิกุลทองหล่นจากปากของนาง แต่ตรงกันข้าม นางริษยาพูดจากล่าวเท็จ จะมีกบกระโดดออกจากปากของนาง นิทานอมตะของโลก เรื่อง เจ้าชายกบ เป็นที่ชื่นชอบของเด็กมาจนปัจจุบัน

กิจกรรมสร้างสรรค์ พับกระดาษเป็นกบ ทำโมบายกบ งานประดิษฐ์กบจากเศษวัสดุ วาดภาพระบายสีกบ

กิจกรรมเล่นกลางแจ้ง เล่นกระโดดกบ ให้เด็กๆ ชูมือทั้งสองเหนือศีรษะ และกระโดดสองขาอย่างอิสระ ไปในวงกลม ที่สมมติเป็นสระใหญ่ เมื่อครูให้สัญญาว่า กบกระโดด เด็กๆ จะกระโดด 2 ขา ไปพร้อมร้อง โอ๊บๆ โอ๊บๆ ไปมา โดยไม่ชนกับเพื่อน จนกว่าครูจะให้สัญญา ว่า กบหยุดกระโดด

กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เด็กเคลื่อนไหวแสดงท่าทางตามคำบรรยายที่เล่าเรื่องวงจรชีวิตของกบ ตั้งแต่เกิดเป็นไข่ลอยเป็นแพในน้ำ ไม่นานก็กลายเป็นลูกอ๊อด มีหางคล้ายปลา ว่ายน้ำไปมา ต่อมามีขาหลังและหน้า งอกออกมา แต่หางจะหดไป จนในที่สุดลูกอ๊อดโตเป็นกบเหมือนพ่อแม่ หรือร้องเพลงอ่านคำคล้องจองที่สนุกๆ เพื่อช่วยเสริมทักษะต่างๆ ให้แก่เด็ก

เพลง ชวนกันนับกบ (ผู้แต่ง : บุบผา เรืองรอง)
1 2 3 4 5 ในท้องนามีกบห้าตัว 6 7 8 9 10 กบกระโดดไปลิบ ลงในบึงเอย

เพลง กบ กบ (ผู้แต่ง : บุบผา เรืองรอง)
โอ๊บ โอ๊บ เสียงร้องของกบ เห็นกบสองตัวว่ายน้ำไปมา ในไม่ช้า ไข่กบลอยมาเป็นแพ
ลูกอ๊อด ลูกอ๊อดออกจากแพไข่ ว่ายน้ำได้ช่างเหมือนปลา ในไม่ช้ามีขางอกมา แต่หาง และขาก็หดหายไป
ลูกอ๊อดกลายเป็นกบ กบ กบ กบ มันกระโดดขึ้นฝั่ง แล้วก็นั่งคอยจับแมลง โอ๊บ โอ๊บ

กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เด็กๆ ได้เรียนรู้ และสังเกตกบว่าไม่เหมือนสัตว์เลี้ยงใกล้ตัว เช่น ไก่ เป็น สุนัข เพราะกบกระโดดได้ และแอบซ่อนตัวใต้ใบไม้ กบเปลี่ยนสีผิวของมันเมื่ออยู่ใกล้สิ่งแวดล้อมใดๆ ได้ศึกษามีวงจรชีวิตของกบที่เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ได้เห็นและรู้จักรูปร่างลักษณะของกบ อาหารของกบ การดำรงชีวิตของกบที่อาศัยในน้ำ การขยายพันธุ์ของกบ คือ ฤดูฝนกบมีชีวิตอยู่อย่างไร เกิดอะไรขึ้นกับกบในฤดูฝน กบจะออกลูกเป็นลักษณะอย่างไร หรือลักษณะของลูกกบเป็นอย่างไร เด็กจะได้เฝ้าสังเกตการเจริญเติบโตของลูกกบ นับตั้งแต่แม่กบออกไข่เป็นแพในน้ำ เมื่อไข่กลายเป็นลูกอ๊อด จะหายใจด้วยเหงือก (คล้ายปลา) ลำตัวกลมป้อม สีดำ หางเรียวยาวดูคล้ายปลา ต่อมาขาหลังจะโผล่ แล้วขาหน้าโผล่ตามมาตามลำดับ เมื่อหางและเหงือกหายไป จะเปลี่ยนร่างเหมือนแม่กบ พ่อกบ กบจะมาอาศัยบนบก หายใจทางปอด ระยะเวลาที่เจริญเติบโตดังกล่าวมานี้ เป็นระยะเวลา เด็กๆ อาจจะได้เห็นกบใช้ลิ้นตวัดจับแมลงที่กำลังบิน กินแมลง แมงมุม กิ้งกือ ซึ่งเป็นอาหารของกบ ประโยชน์ของกบประการหนึ่ง คือ กบเป็นอาหารของคนเราด้วย จึงเกิดการเลี้ยงกบเป็นอาชีพในชุมชน กิจกรรมนี้จัดให้เด็กได้ไปเยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้ เช่น ในตลาดชุมชน (กรณีที่ตลาดอยู่ใกล้โรงเรียน หรือเชิญ พ่อแม่ผู้ปกครองที่มีอาชีพเลี้ยงกบ มาสนทนาพูดคุยกับเด็กได้) การนำอาหารที่ทำจากกบมาจัดแสดง และให้ชิมได้ เช่น กบทอดน้ำปลา เนื้อกบผัดคั่วเกลือ เป็นอาหารที่เด็กๆ รับประทานได้

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องกบอย่างไร?

  • การหากบมาให้ลูกดูจะง่ายกว่าการนำลูกไปเฝ้าดูกบในคูคลองหนองบึง ไปดูกบเลี้ยงที่แม่ค้านำมาขายที่ตลาด ตลาด หรือไปดูกบในบ่อเลี้ยงของเกษตรกรผู้เลี้ยงกบใกล้ๆ บ้าน และเขาขายเป็นอาชีพ จะช่วยให้พ่อแม่สะดวกที่จะนำลูกไปดู กบ ให้ลูกได้รู้จักรูปร่าง ลักษณะ ภายนอกของกบ
  • เด็กๆ จะรู้สึกสนุกมาก หากได้มีโอกาสเฝ้าดูที่อ่างเลี้ยงบัวในสวนที่บ้านของเด็กเอง เด็กได้เห็นไข่กบที่ลอยเป็นแพในอ่างบัว และอีกไม่กี่วันจะมีลูกอ๊อดตัวดำ หัวโต แหวกว่ายน้ำไปมากคล้ายปลา แต่เป็นลูกของกบ มิใช่ลูกปลา และวันหนึ่งลูกอ๊อดจะมีขาครบสี่ขา แต่หางหายไป เป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่งที่ลูกอ๊อดกลายร่างได้ และไม่นานวัน ลูกอ๊อดหายไปกลายเป็นสัตว์สี่ขา ออกเสียงร้องอ๊อบๆ ข้างบ้าน กระโดดไปมาว่องไว กิจกรรมนี้จะช่วยให้ลูกรู้จักการดำรงชีวิตของกบ
  • เวลาเดียวกันกบกินแมลง หรือแมงเป็นอาหารเพื่อการมีชีวิตอยู่ต่อไป แสดงให้เห็นถึงการพึ่งพิงกันของสรรพสิ่งในโลกนี้ และแมลงบางชนิดไม่มีประโยชน์อะไรเลยต่อคนเรา เช่น ยุง และแมลงวัน กบจึงเป็นสัตว์ที่ช่วยมนุษย์กำจัดสัตว์เหล่านนี้
  • เมื่อฝนตก บอกฤดูกาลหน้าฝนแล้ว มาพร้อมๆ กับ เสียงกบร้องหาคู่ แต่เด็กๆ พอใจที่ได้ยินเสียงสูงๆ ต่ำๆ ของกบ พ่อแม่จูงใจให้ลูกฟังเสียงกบ ประหนึ่งเสียงดนตรีธรรมชาติที่ไพเราะ เด็กๆ จะค่อยซึมซาบความงดงามตามธรรมชาติ ลองชวนลูกออกเสียงเลียนเสียงกบ ร้องคลอตามไป
  • นิทาน เพลง คำคล้องจอง เป็นสิ่งที่จรรโลงจิตใจของเด็กได้เป็นอย่างดี พ่อแม่นำนิทานเรื่องเกี่ยวกับกบ มาสร้างจินตนาการให้ลูกรัก เช่น เรื่องเจ้าชายกบ นิทานอมตะของกริมม์ นิทานอีสป เรื่องกบเลือกนาย หรือภาพยนตร์ในยุคปัจจุบันที่มีกบเป็นตัวละคร เช่นเรื่อง มนต์รักเจ้าชายกบ ของวอลต์ดิสนีย์ เป็นการ์ตูน แอนิเมชั่น และร้องเพลงสำหรับเด็ก
  • เด็กๆ ไม่อาจจับ สัมผัส กบตัวจริงๆ ได้ง่าย หรือไม่สมควรจับมาอุ้มกอดเช่นเดียวกับสัตว์ชนิดอื่นๆ แต่ พ่อแม่ก็มีวิธีที่ทำให้เด็กสนุกกับกบกระดาษที่เล่นกระโดดได้เช่นกบจริง ด้วยงานพับกระดาษสีโปสเตอร์ ที่พ่อแม่สามารถสืบค้นได้จากหนังสืองานพับกระดาษทั่วไป หรือดูได้ในอินเทอร์เน็ต
  • จัดสิ่งแวดล้อมในบ้าน และเครื่องใช้ด้วยภาพการ์ตูนกบ ชุดน่ารักๆ ให้เด็กมีจิตใจเป็นสุขกับกบในลักษณะท่าทางน่ารักได้ เช่น ผ้ากันเปื้อนลายกบ กล่องดินสอ กระเบื้องห้องน้ำ เป็นต้น หรือจัดแต่งสวนสวยด้วยรูปปั้นตุ๊กตากบที่อ่างบัว หรือไม้น้ำ
  • ให้ลูกลองจินตนาการว่าหากหนูเป็นกบ หนูจะทำอะไรดีๆ ได้บ้าง เป็นการจูงใจให้เด็กมองการกระทำมากกว่าการเห็นเพียงหน้าตาคน เพราะหน้าไม่สวยเช่นกบ หรือให้ลูกเล่าส่วนดีของกบ ระยะแรกๆ ที่ลูกเขียนหนังสือยังไม่เก่ง พ่อแม่บันทึกคำพูดของลูกไว้ได้ และต่อยอดให้เด็กวาดภาพ ระบายสี เรื่องที่เขาเล่า เด็กบางคน อาจจะเล่าได้ว่า กบมีเสียงร้องที่ไพเราะ ทำให้ฤดูฝนเป็นฤดูที่ร่าเริง กบเป็นนักกระโดดไกลที่เยี่ยมยอด เป็นต้น

การสอนเรื่องกบจะสัมพันธ์กับเรื่องอาหาร ฤดูฝน ตลาด หรือเรื่องสัตว์ที่เด็กควรรู้จัก เป็นเรื่องที่สอนลูกด้วยวิธีการพูดแนะนำ มีกบตัวจริงบ้าง หุ่นจำลองบ้าง ภาพวาดบ้าง จะทำให้เด็กรู้จักกบได้ ไม่ยาก

เกร็ดความรู้เพื่อครู

ระยะเวลา 12 สัปดาห์ที่รอการเจริญเติบโตของกบนั้น ครูจำเป็นจะต้องจัดการสอนในหน่วยอื่นๆ ตามหลักสูตร แต่ครูสามารถจะบูรณาการเรื่องกบในหน่วยการสอนนั้นๆ ได้เสมอ เพียงครูต้องเลือกการสอดแทรกให้ได้อย่างกลมกลืน เช่น ครูเลือกสอนเรื่องกบในช่วงฤดูฝน เพราะกบมีชีวิต ขยายพันธุ์ได้ดีในฤดูนี้ และกบเป็นอาหารของคนเรา จะจับกบได้มากและนำมาปรุงอาหาร ดังนั้น การสอนเรื่องที่สอดคล้องกับเรื่อง กบ คือ เรื่องฤดูกาล ฤดูฝน เครื่องใช้ในฤดูฝน เช่น ร่มพลาสติก ชุดกันฝน ตกแต่งเครื่องใช้ให้มีลายกบ อาหารที่เรารับประทาน เนื้อสัตว์ คือ เนื้อกบ เรารับประทานได้ เรื่องตลาดในชุมชน ในตลาดเป็นสถานที่ขายของต่างๆ ทั้งอุปโภค และบริโภคได้ ในตลาดจะมีกบขายให้เรานำไปปรุงเป็นอาหาร คนที่ขายกบ คือ แม่ค้า พ่อค้า คนที่เลี้ยงกบไว้ขาย ก็เป็นอาชีพในชุมชนของเรา เป็นต้น หมดจากฤดูฝน ย่างเข้าฤดูหนาวดูแล้งตามลำดับ กบหายไปไหน กบไปอาศัยในโพรงหิน โพรงดิน เป็นเวลานาน กินอาหารน้อย เราเรียกว่า กบจำศีล ซึ่งหมายถึงกบ ที่ไม่ออกหากินในช่วงฤดูแล้ง หรือฤดูหนาวจะฝังตัวอยู่ในโพรงใกล้ริมแม่น้ำที่มีดินอ่อนนุ่มหรือใต้ก้อนหิน และดินที่เป็นโพรง เพราะมันไม่ต้องการอ๊อกซิเจนหายใจเข้าไปเผาผลาญอาหารของมัน การต่อยอดเรื่องนี้ ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ครูอาจจะให้เด็กได้ดูเรื่องกบจำศีลในภาพยนตร์สารคดี จะได้เรื่องราวชัดเจน และสะดวกกว่าที่นำเด็กไปค้นหากบในโพรง

การจัดกิจกรรมเรื่องกบ เป็นหน่วยการสอนที่ครูใช้เวลาการจัดยาวนาน แต่ก็เป็นโอกาสที่ดีที่ครูสามารถบูรณากับหน่วยการสอนอื่นๆ ตามที่กล่าวมา โดยครูต้องวางแผนการสอนไว้เป็นอย่างดี

บรรณานุกรม

  1. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. (สำหรับเด็กอายุ 3-5 ปี). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  2. ตุ๊บป่อง. (2558). เจ้าชายกบ. กรุงเทพมหานคร: แปลน ฟอร์ คิดส์.
  3. นิพนธ์ ทรายเพชร และคณะ (ผู้แปล). (2541). สารานุกรมเปิดโลกกว้าง. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: นานมี บุ๊คส์.
  4. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพมหานคร: คุรุสภาลาดพร้าว.
  5. ถามครู.com: เรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป. (2556). http://taamkru.com/th/นิทาน-เจ้าชายกบ/. [ค้นคว้าเมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 2560].
  6. Supapornmuay: (ม.ป.ป.). วงจรชีวิตของสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก (กบ).เข้าถึงจาก https://supapornmuay.wordpress.com/category/วงจรชีวิตของสัตว์ครึ่ง/. [ค้นคว้าเมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2560].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน