หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องการจัดการขยะ (Teaching Children about Waste Disposal)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องการจัดการขยะ

การสอนลูกเรื่องการจัดการขยะ (Teaching Children about Waste Disposal) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับการขยะด้วยการเรียนรู้ประเภทของขยะ การคัดแยกขยะ การนำขยะไปกำจัดหรือทำลายอย่างถูกวิธี และการนำขยะไปใช้ประโยชน์ต่างๆ เช่น การนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ (Reuse) หมายถึง การนำวัสดุหรือสิ่งของที่ไม่ได้ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ที่อาจใช้ในลักษณะเหมือนเดิมหรือไม่เหมือนเดิมก็ได้ อาจดัดแปลงวัสดุนั้นให้ใช้ประโยชน์ได้หลาก หลายรูปแบบ วัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น กระดาษ ขวดแก้ว ขวดพลาสติก เป็นต้น รีไซเคิล (Recycle) หมายถึง การจัดการวัสดุเหลือใช้ที่กำลังจะเป็นขยะ โดยนำไปผ่านกระบวนการแปรสภาพโดยเฉพาะการหลอมเพื่อให้เป็นวัสดุใหม่ แล้วนำกลับมาใช้ได้อีก ซึ่งวัสดุที่ผ่านการแปรสภาพนั้นจะเป็นผลิตภัณฑ์หรือผลผลิตใหม่ก็ได้

การสอนเรื่องการจัดการขยะสำคัญอย่างไร?

เหตุการณ์ไฟไหม้บ่อขยะที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวันของคนที่อยู่ในชุมชนใกล้เคียงที่ต้องอพยพหนีเอาตัวรอด เพื่อไม่ให้ได้รับสารพิษที่มีกับควันไฟและเปลวเพลิงจากการเผาไหม้ขยะในบ่อขยะ ที่มีทั้งวัตถุที่มีสารปนเปื้อน วัสดุเคมีและสิ่งปฏิกูลต่างๆ วัตถุหรือสารเคมีจากโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ เหตุการณ์ดังกล่าวนี้มีผลกระทบต่อผู้คนและสะท้อนถึงนโยบาย กฎหมาย และระบบการจัดการขยะอย่างไม่เป็นระบบและไม่มีประสิทธิภาพ ในแวดวงสารพิษโดยเฉพาะสารพิษอุตสาหกรรม มีคำว่า ignorance is toxic กล่าวคือ สังคมบริโภคสมัยใหม่ประสบความล้มเหลวโดยสิ้นเชิงในการปกป้องผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยสารพิษทั้งในทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะมีโครงสร้างองค์กรและข้อกำหนดกฎเกณฑ์ที่นำมาใช้มากมายเพียงใดก็ตาม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการจัดการกำจัดขยะของบ้านเราไม่มีการกระทำอย่างจริงจัง ไม่มีการวางแผนที่จะทำลายขยะหรือมีระบบการกำจัดขยะโดยการลงทุนหรือใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ส่วนใหญ่คนเราจะทิ้งขยะรวมกัน ไม่มีการแยกประเภทขยะก่อนทิ้ง หรือลักษณะนิสัยของการทิ้งขยะแบบเรี่ยราดไม่เป็นที่เป็นทาง แม้ว่าจะมีการวางถังขยะไว้ให้ทิ้งอย่างมีระบบที่จะแยกเป็นขยะเปียก ขยะประเภทขวด กล่องโฟม และถุงพลาสติกที่ย่อยสลายยาก สิ่งเหล่านี้ได้สะท้อนให้เห็นว่าการมีวินัยของคนค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะความมีวินัยในตนเองด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม เพราะการที่เด็กมีวินัยในตนเองเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เด็กอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ช่วยให้สังคมมีความสงบสุข และมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ถ้าคนมีระเบียบวินัยมีความรับผิดชอบร่วมกันในสังคม ปัญหาขยะมูลฝอยสิ่งปฏิกูลต่างๆเหล่าก็จะไม่เกิดขึ้น

การสอนเรื่องการจัดการขยะมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การจัดประสบการณ์ให้เด็กปฐมวัยเรียนรู้วิธีการจัดการขยะเป็นการจัดประสบการณ์ที่เน้นการเรียนรู้โดยยึดเด็กเป็นศูนย์กลางและสอดคล้องกับบริบทและสถานการณ์จริงในปัจจุบัน ซึ่งมีคุณค่าและประโยชน์ต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัยดัง นี้

  • ส่งเสริมพฤติกรรมความมีวินัยในตนเองให้กับเด็กปฐมวัย การจัดประสบการณ์เกี่ยวกับการจัดการขยะให้กับเด็กเป็นกระบวนการส่งเสริมการเรียนรู้ที่มีความหมายต่อเด็ก เด็กจะมีความรู้สึกรับผิดชอบต่อการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อมภาย ในโรงเรียนหรือที่บ้านโดยความสมัครใจ และพฤติกรรมความมีวินัยในตนเองที่เกิดขึ้นเป็นพฤติกรรมที่ค่อนข้างถาวรถ้าได้รับการฝึกฝนเป็นประจำจากพ่อแม่หรือครูที่โรงเรียน
  • ส่งเสริมให้เด็กเกิดความตระหนักรู้ทางสังคม สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะปัญหาเรื่องขยะ และการจัดการขยะที่ดีของประเทศไทยนับว่าอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง ไม่มีการจัดการขยะอย่างมีระบบ มาตรการทางกฎหมายมีมาตรฐานต่ำและบังคับใช้ได้น้อย ทำให้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน การนำสถานการณ์ปัญหาเรื่องสภาพที่เป็นจริงในสังคมมาเป็นประเด็นการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย จะทำให้เด็กเรียนรู้สาเหตุของปัญหา ที่มาของปัญหา ลักษณะของปัญหาที่กำลังดำเนินอยู่ และแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหา สภาพการณ์การเรียนรู้นี้จะนำไปสู่การสร้างความรับรู้และรับผิดชอบร่วม กัน ทำให้เด็กเกิดความตระหนักรู้ทางสังคมในที่สุด
  • ส่งเสริมให้เด็กได้รับการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ในการเรียนรู้และการจัดการกับขยะของเด็กปฐมวัยเป็นการปฏิบัติที่นำไปสู่การเรียนรู้ทั้งทางด้านการสังเกต การเปรียบเทียบ การจัดกลุ่ม การนับ การเรียงลำดับ เช่น เด็กจะได้เรียนรู้ว่าขยะใดที่เป็นประเภทเดียวกันต้องนำมาใส่ถังเดียวกัน ขยะประเภทใดที่มีมากที่สุดในโรงเรียน เป็นต้น
  • ส่งเสริมให้เด็กได้รับการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ เด็กจะได้เรียนรู้ผ่านการสังเกตด้วยประสาทสัม ผัสทั้งห้า การสังเกตด้วยการใช้สายตา การสัมผัสด้วยมือ การดมกลิ่น เพื่อที่จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับประเภทของขยะและสามารถแยกแยะขยะได้ถูกต้อง เด็กอาจจะเกิดข้อสงสัยว่าขยะบางอย่างมีพิษภัยอย่างไร ครูสามารถนำไปสู่การทดลองและสรุปผลให้เด็กพบความจริงได้
  • ส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้เรื่องสี จากกิจกรรมการคัดแยกขยะใส่ลงในถังสีต่างๆ ทำให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับสีและนำไปสู่การเรียนรู้สีอื่นๆในธรรมชาติ เช่น
    • ถังเก็บขยะทั่วไปสีฟ้า รองรับขยะย่อยสลายไม่ได้ ไม่เป็นพิษ และคุ้มค่ากับการรีไซเคิล เช่น พลาสติกห่อลูกอม ซองบะหมี่สำเร็จรูป ถุงพลาสติก โฟมและฟอล์ยที่เปื้อนอาหาร
    • ถังขยะสีเขียว เป็นถังขยะที่รองรับขยะที่ย่อยสลายได้ ขยะเน่าเสีย สามารถนำไปทำปุ๋ยหมักได้ เช่น ผัก ผลไม้ เศษอาหาร ฯลฯ
    • ถังขยะสีเหลือง รองรับขยะที่นำมารีไซเคิลหรือขายได้ เช่น แก้ว กระดาษ พลาสติก โลหะ
    • ถังขยะสีเทาฝาสีส้ม รองรับขยะมีพิษ ซึ่งเป็นขยะที่มีอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เช่น หลอดฟลูออเรสเซนต์ ขวดยา ถ่านไฟฉาย กระป๋องสีสเปรย์ กระป๋องยาฆ่าแมลง ภาชนะบรรจุสารอันตรายต่างๆ ฯลฯ

ครูสอนเรื่องการจัดการขยะให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

การจัดประสบการณ์หรือกิจกรรมที่โรงเรียนเพื่อให้เด็กเรียนรู้การจัดการขยะควรเป็นรูปแบบของกิจกรรมที่เด็กได้ลงมือกระทำด้วยตนเองและมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้อย่างมีความหมายอันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความมีวินัยในตนเองให้กับเด็กได้อย่างยั่งยืน สำหรับการจัดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัยในการเรียนรู้การจัดการขยะ สามารถแยกได้เป็น 2 รูปแบบ

  1. การจัดประสบการณ์แบบโครงการ (Project Approach) เป็นการเรียนรู้ที่เน้นให้เด็กได้สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง เริ่มตั้ง แต่การวางแผน การดำเนินกิจกรรมตามแผนที่วางไว้ การทดลองพิสูจน์สิ่งที่อยากรู้ การสรุปและนำเสนองานผ่านการแสดงนิทรรศการ โดยอาศัยความร่วมมือจากฝ่ายต่างๆทั้งเด็ก ครู ผู้ปกครอง ชุมชนและบุคลากรต่างๆสำหรับการจัดประสบการณ์แบบโครงการเรื่องการจัดการขยะ สามารถแบ่งได้เป็น 3 ระยะ ได้แก่
    • ระยะที่ 1 ระยะเริ่มต้นโครงการ เป็นระยะของการสร้างความสนใจให้กับเด็กที่นำไปสู่การเลือกเรื่องที่ศึกษา ในระยะนี้ครูอาจใช้สถานการณ์ต่างๆเพื่อกระตุ้นให้เด็กได้ช่วยกันเลือกเรื่อง เช่น การนำเสนอข่าว นิทาน เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน เช่น ข่าวเกี่ยวกับไฟไหม้บ่อขยะที่จังหวัดสมุทรปราการ ไฟไหม้บ่อขยะที่อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ไฟไหม้บ่อขยะที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อเด็กได้ดูข่าวทำให้เกิดความคิดที่เป็นประเด็นที่จะศึกษา โดยใช้ข้อมูลถึงผลกระทบจากเหตุ การณ์ไฟไหม้บ่อขยะที่มีต่อการดำรงชีวิตของผู้คนในสถานที่นั้นๆ ส่วนการเลือกหัวเรื่องครูอาจให้เด็กได้ใช้วิธีโหวดและการประนีประนอม แต่ยังคงให้ความสำคัญกับเสียงข้างน้อย เมื่อได้หัวเรื่องแล้วครูก็ทบทวนประสบการณ์เดิมของเด็กว่ามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องขยะและการจัดการขยะมากน้อยเพียงใด โดยการสนทนาและนำเรื่องที่สนทนาเป็นการบ้านไปให้เด็กสืบค้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ แล้วนำกลับมาสนทนาอีกครั้ง เพื่อทำเป็นแผนผังมโนทัศน์ถึงสิ่งที่เด็กรู้แล้ว จากนั้นจึงให้เด็กช่วยกันตั้งคำถามเกี่ยวกับการจัดการขยะที่เด็กต้องการรู้และพิสูจน์ เช่น ถามว่า ขยะมีกี่ประเภท ขยะใดมีพิษบ้าง ขยะชนิดใดย่อยสลายได้หรือย่อยสลายไม่ได้ มีวิธีการกำจัดขยะได้อย่างไรจึงจะเหมาะสมกับประเภทของขยะ เรานำขยะไปทำอะไรได้บ้าง และเมื่อเด็กได้คำถามแล้ว จัดการเรียงลำดับคำถามว่าอะไรควรพิสูจน์ก่อนหลัง
    • ระยะที่ 2 ระยะพัฒนาโครงการ ซึ่งเป็นระยะที่เด็กร่วมทำงานกับกลุ่มเพื่อนภายใต้การสนับสนุนอำนวยความสะดวกจากครู เพื่อให้เด็กสามารถทดลอง ค้นคว้า พิสูจน์คำถามที่ต้องการอยากรู้ เช่น ถ้าเด็กถามว่าขยะมีกี่ประเภท เด็กอาจต้องมีการศึกษาวิธีการคัดแยกขยะให้เป็นประเภทเพื่อนำไปสู่การจัดการขยะที่ถูกต้อง อาจจัดการเป็นธนาคารขยะในขั้นตอนนี้ด้วยการให้เด็กเรียนรู้จากวิทยากรว่าขยะมีกี่ประเภทและจะแยกขยะอย่างไร เช่น
      • ถังเก็บขยะทั่วไป สีฟ้า รองรับขยะย่อยสลายไม่ได้ ไม่เป็นพิษ และคุ้มค่ากับการรีไซเคิล เช่น พลาสติกห่อลูกอม ซองบะหมี่สำเร็จรูป ถุงพลาสติก โฟมและฟอล์ยที่เปื้อนอาหาร
      • ถังขยะสีเขียว เป็นถังขยะที่รองรับขยะที่ย่อยสลายได้ ขยะเน่าเสีย สามารถนำไปทำปุ๋ยหมักได้ เช่น ผัก ผลไม้ เศษอาหาร ฯลฯ
      • ถังขยะสีเหลือง รองรับขยะที่นำมารีไซเคิลหรือขายได้ เช่น แก้ว กระดาษ พลาสติก โลหะ
      • ถังขยะสีเทาฝาสีส้ม รองรับขยะมีพิษ ซึ่งเป็นขยะที่มีอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เช่น หลอดฟลูออเรสเซนต์ ขวดยา ถ่านไฟฉาย กระป๋องสีสเปรย์ กระป๋องยาฆ่าแมลง ภาชนะบรรจุสารอันตรายต่างๆ ฯลฯ

      หลังจากวิทยากรให้ความรู้แล้วก็ให้เด็กทดลองปฏิบัติการแยกขยะและขยายผลไปสู่การปฏิบัติของชั้นเรียนอื่นๆ ส่วนคำถามอื่นๆ เช่น เราจะนำขยะไปทำอะไรได้บ้าง ถ้าเป็นขยะเปียกหรือขยะย่อยสลายได้ อาจให้เด็กทดลองทำปุ๋ยหมักและฝังกลบ ถ้าเป็นขยะมีพิษอาจต้องนำไปให้หน่วยงานที่รับผิดชอบกำจัดขยะนำไปทำลายด้วยวิธีการที่ถูกต้อง ถ้าเป็นขยะรีไซเคิล เช่น กระดาษ แก้ว พลาสติก โลหะ ก็ให้เด็กนำไปขายได้ เป็นต้น เมื่อคำถามได้รับพิสูจน์จนเป็นที่พอใจของเด็ก

    • ระยะที่ 3 ระยะสิ้นสุดโครงการ เป็นระยะของการประมวลสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงผลที่ได้รับจากการปฏิบัติตามโครงการ และแสดงนิทรรศการให้ฝ่ายต่างๆรับรู้และช่วยกันประเมินผล สำหรับโครงการจัดการขยะอาจมีร่อง รอยของผลงานที่ปฏิบัติตามโครงการ เช่น ปุ๋ยหมัก ถังขยะที่มีขยะได้รับการคัดแยกอย่างถูกต้องในบริเวณโรงเรียน ความสะอาด ผลงานการนำขยะมาใช้ใหม่เป็นสิ่งประดิษฐ์หรือดัดแปลงมาเป็นของใช้ในห้องเรียน เงินที่ได้จากการขายขยะประเภทรีไซเคิล เป็นต้น
  2. การจัดประสบการณ์แบบหน่วย ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เวลาหน่วยละ 1 สัปดาห์ และกำหนดหัวเรื่องการเรียนรู้แต่ละวันว่าจะเรียนอะไร เช่น
    • วันจันทร์กำหนดเรื่อง ขยะมีกี่ประเภท
    • วันอังคาร ขยะมีประโยชน์และโทษอย่างไร
    • วันพุธ วิธีการคัดแยกขยะประเภทต่างๆ
    • วันพฤหัสบดี วิธีการกำจัดขยะ
    • และวันศุกร์ การป้องกันและลดการทิ้งขยะ

โดยจัดกิจกรรมตามตารางกิจกรรมประจำวัน 6 กิจกรรม ได้แก่

  • กิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะ ให้เด็กเคลื่อนไหวร่างกายประกอบเพลง อย่าทิ้ง เพลงตาวิเศษ
  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ จัดกิจกรรมให้เด็กได้ปฏิบัติทดลอง การคัดแยกขยะ การทำปุ๋ยหมัก การนำขยะไปฝังกลบ การไปศึกษานอกสถานที่ที่บ่อขยะ การนำขยะไปขาย ฯลฯ
  • กิจกรรมสร้างสรรค์ อาจนำวัสดุต่างๆที่เป็นขยะมาให้เด็กประดิษฐ์เป็นของเล่น ของใช้ เช่น การประดิษฐ์กล่องใส่เครื่องเขียน กล่องใส่แปรง ยาสีฟัน การประดิษฐ์รถลากของเล่น การประดิษฐ์พัดจากกระดาษ เป็นต้น
  • กิจกรรมเสรี/เล่นตามมุม อาจนำวัสดุเหลือใช้มาดัดแปลงให้เด็กได้เล่นทดลองต่างๆ แกนในกระดาษชำระมาดัดแปลงเป็นกล้องดูดาว ไม้ไอศกรีมมาระบายสีเพื่อให้เด็กนับจำนวน กล่องนมมาตกแต่งเป็นบล็อกในมุมบล็อก เป็นต้น
  • กิจกรรมกลางแจ้ง ให้เด็กเล่นเกมแข่งขันการคัดแยกขยะ นำขวดหรือกระป๋องที่ไม่ใช้แล้วมาใช้ประกอบการเล่นน้ำ เล่นทราย เป็นต้น
  • เกมการศึกษา ครูให้เด็กเล่นเกมต่างๆ เช่น เกมจับคู่ภาพขยะที่เป็นประเภทเดียวกัน เกมจับคู่ภาพกับคำ เกมเรียงลำดับภาพการกำจัดขยะ เป็นต้น

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องการจัดการขยะได้อย่างไร?

พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถจัดกิจกรรมเรื่องการจัดการขยะให้กับลูกที่บ้านได้ดังนี้

  • เป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องการจัดการขยะ พ่อแม่สามารถสร้างวินัยให้กับลูกเรื่องการจัดการขยะได้จากการปฏิบัติตนที่ดีให้ลูกปฏิบัติตาม ทั้งการทิ้งขยะ กวาดและทำความสะอาดบ้าน การคัดแยกประเภทขยะและทิ้งขยะให้ถูกที่ เพราะถ้าเด็กได้ รับการฝึกฝนและปฏิบัติที่ถูกต้องแล้วจะทำให้เด็กได้รับการปลูกฝังลักษณะที่ดีด้านความสะอาดและความมีวินัยต่อไป
  • พ่อแม่ควรเสริมแรงและให้กำลังกับเด็ก เมื่อเด็กแสดงออกซึ่งพฤติกรรมที่เหมาะสมเกี่ยวกับการทิ้งขยะ จัดการหรือแยกขยะได้ถูกต้อง ควรให้การเสริมแรงเป็นคำชม เพื่อเด็กจะได้มีความมั่นใจว่าสิ่งที่ทำได้รับการยอมรับและมีความมั่นใจในตนเองที่จะทำสิ่งที่ดีต่อไป
  • การจัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่บ้านให้สะอาดและเป็นระเบียบ สภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่สะอาดปลอดภัย มีการจัดวางข้าวของเครื่องใช้อย่างเป็นระบบ เป็นสัดส่วน จะช่วยทำให้เด็กเรียนรู้ที่จะรักษาความสะอาดและไม่ทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทางได้ เป็นการป้องกันพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ได้หลายประการโดยเฉพาะการสร้างวินัยในตนเองให้กับเด็ก
  • การฝึกฝนอย่างต่อเนื่องและความสม่ำเสมอ การฝึกฝนสิ่งใดก็ตามเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ที่จะปฏิบัติและเกิดพฤติกรรมที่ถาวร ควรใช้หลักของความต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ดังนั้นพฤติกรรมของพ่อแม่ควรมีความคงเส้นคงวาเพื่อเด็กจะได้เรียนรู้อย่างถาวร เช่น พ่อแม่ต้องปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีในการจัดการขยะอย่างสม่ำเสมอ หรือการชมเชยลูกควรกระทำอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้เด็กจะได้เรียนรู้ว่าสิ่งที่ทำถูกต้องและมั่นใจในตนเองในการทำสิ่งที่ถูกต้องต่อไป

เกร็ดความรู้เพื่อครู

ในการจัดประสบการณ์หรือกิจกรรมการจัดการขยะเป็นสิ่งที่ครูควรคำนึงถึงในเรื่องของความปลอดภัยที่มีต่อเด็ก เช่น ควรมีการระมัดระวังการสัมผัสขยะที่เป็นพิษ ครูควรให้เด็กได้ใช้เครื่องมือป้องกันอันตรายที่อาจสัมผัสร่างกายของเด็กด้วยการใส่หน้ากากอนามัยหรือถุงมือในกรณีที่ต้องจับหรือสัมผัสขยะที่เป็นอันตราย และสอนให้เด็กเรียนรู้ที่จะป้องกันอันตรายจากขยะประเภทต่างๆด้วย

บรรณานุกรม

  1. เดลินิวส์ออนไลน์. (2557). ไฟไหม้บ่อขยะร้างเทศบาลนครสุราษฎร์. จาก www.dailynews.co.th/content/ [สืบค้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2557]
  2. ไทยรัฐออนไลน์. (2557). เกาะปม “ไฟไหม้บ่อขยะ” ใครคือตัวการ?. จาก www.thairath.co.th/content/edu/411421 [สืบค้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2557]
  3. นฤมล เนียมหอม. (ม.ป.ป.). การสร้างวินัยในตนเองให้แก่เด็กปฐมวัย. จาก www.nareumon.com/index.php?option=com_content&task=view [สืบค้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2557]
  4. บุญชม ศรีสะอาด. (2555). “วินัยในตนเองและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง” วารสารการวัดผลการศึกษา. 17 (1) : 3 – 15, กรกฎาคม 2555.
  5. พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตโต). (2546). พุทธธรรม (ฉบับเดิม). พิมพ์ครั้งที่ 23. กรุงเทพฯ : มปท.
  6. สาโรช บัวศรี. (2526). จริยธรรมศึกษา. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  7. สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ. (2540). การเสริมสร้างวินัย คู่มือและแนวทางปฏิบัติ.กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  8. Charles” (2002). School Psychology International. จาก www.spi.sagepub.com/content//26/3353.refs [สืบค้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2557]
  9. Greenpeace Thailand. (2557). ไฟไหม้บ่อขยะที่สมุทรปราการ และความละเลยของนโยบายสิ่งแวดล้อมไทย. จาก www.greenpeace.org/seasia/th/news/blog1/blog/48554 [สืบค้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2557]
  10. Steve De Vore. (2555). Self - discipline. จาก http://www.sybervision.com/discipline/index.htm#content/ [สืบค้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2557]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน