หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ (Reuse)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

การนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ (Reuse) หมายถึง การนำวัสดุหรือสิ่งของที่ไม่ได้ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งอาจใช้ในลักษณะเหมือนเดิม หรือไม่เหมือนเดิมก็ได้ อาจดัดแปลงวัสดุนั้นให้ใช้ประโยชน์ได้หลากหลายรูปแบบ วัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น กระดาษ ขวดแก้ว ขวดพลาสติก เป็นต้น เป็นการจัดประสบการณ์ที่เน้นให้เด็กเรียนรู้ถึงคุณค่าของวัสดุสิ่งของที่อยู่รอบตัวว่าสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกครั้งเพื่อประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ เป็นการส่งเสริมให้เด็กได้พัฒนาคุณธรรมด้านความประหยัดซึ่งหมายถึง พฤติกรรมของเด็กปฐมวัยที่แสดงออกด้านการประหยัดสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวและสิ่งของเครื่องใช้ส่วนรวม

สอนลูกเรื่องการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่

การสอนเรื่องการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่มีความสำคัญและความเป็นมาอย่างไร?

ความประหยัดเป็นคุณธรรมพื้นฐานหนึ่งใน 8 คุณธรรมที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้กำหนดให้สถาบันการศึกษาจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคูณธรรมดังกล่าวนี้ตามแนวทางของการปฏิรูปการศึกษา ความประหยัดเป็นคุณธรรมของเด็กปฐมวัยที่แสดงออกด้านการประหยัด สิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัว และการประหยัดสิ่งของเครื่องใช้ส่วนรวม การประหยัดสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัว เช่น การใช้แป้ง ยาสีฟัน อย่างประหยัด รินน้ำในปริมาณที่เพียงพอกับการดื่มในแต่ละครั้ง ส่วนการประหยัดสิ่งของเครื่องใช้ส่วนรวม เป็นพฤติกรรมคุณธรรมที่แสดงออก เช่น การปิดน้ำทุกครั้งหลังจากล้างมือ ใช้วัสดุอุปกรณ์เครื่องเขียนอย่างประหยัด เช่น การใช้สี กระดาษอย่างประหยัด เป็นต้น ความประหยัดเป็นคุณธรรมอย่างหนึ่งของสังคมชนชาติที่เป็นอารยชน ถ้าประชาชนในชาติใดรู้จักการใช้ทรัพย์สินของตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ สังคมประเทศนั้นจะมีเศรษฐกิจดี มีความเป็นปึกแผ่นมั่นคง การประหยัดสามารถทำได้โดยการประหยัดทรัพย์สินเงินทองที่มีอยู่ หรือที่หามาได้ในทางที่เหมาะสม และเป็นประโยชน์ต่อตนเองและครอบครัวอย่างแท้จริงตามความจำเป็น การประหยัดเวลา รู้จักคุณค่าของเวลา และใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง และสังคมให้มากที่สุด โดยไม่ปล่อยเวลาให้เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ และการประหยัดทรัพยากรธรรมชาติ เป็นการรู้จักประโยชน์และคุณค่าของทรัพยากรต่างๆ เช่น ดิน น้ำ อากาศ แร่ธาตุ ต้นไม้ ฯลฯ ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า ต่อตนเองและสังคม และสามารถนำสิ่งของ วัสดุอุปกรณ์เหลือใช้ที่มีอยู่ในบ้าน โรงเรียน รวมทั้งจากชุมชน นำกลับมาใช้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการเรียนรู้ร่วมกัน

การนำสิ่งของหรือวัสดุเหลือใช้ที่กำลังจะเป็นขยะมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในรูปแบบต่างๆตรงกับคำศัพท์ภาษาอังกฤษว่า Reuse เป็นการนำวัสดุเหลือใช้มาปรับเปลี่ยนให้ใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย เช่น การนำขวดน้ำพลาสติกมาตัดให้เป็นกระป๋อง หรือแทนแก้วน้ำดื่ม หรือทำเป็นที่สำหรับใส่ปากกา ดินสอ หรือทำเป็นแจกันดอกไม้ นอกจากการนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ประโยชน์ในลักษณะต่างๆ ดังที่กล่าวมาแล้วการนำสิ่งของหรือวัสดุที่จะเป็นขยะมาใช้ประโยชน์ในการทำเป็นสื่อ วัสดุการเรียนการสอนถือเป็นการใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์ได้มากเช่นเดียวกัน ดังนั้น การจัดการเรียนรู้ในระดับปฐมวัยจึงคำนึงถึงประสิทธิภาพในการใช้สื่อโดยให้มีการลงทุนน้อยแต่เกิดประโยชน์สูงสุดตามจุดมุ่งหมายที่วางไว้ทุกประการ

การสอนเรื่องการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่มีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ได้กำหนดมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ข้อ 4 มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงาม ซึ่งเป็นการส่งเสริมพัฒนาทางด้านอารมณ์ จิตใจ และสังคม โดยเฉพาะคุณธรรมด้านความประหยัดที่มีจุดประสงค์ให้เด็กรู้จักประหยัดของใช้ส่วนตัวและของใช้ที่เป็นส่วนรวม สำหรับการนำสิ่งของหรือวัสดุเหลือใช้มาใช้ประโยชน์ถือเป็นคุณธรรมด้านความประหยัด ซึ่งอาจสรุปถึงประโยชน์ของการนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ที่มีต่อเด็กปฐมวัยได้ดังนี้

  • ส่งเสริมเด็กปฐมวัยให้มีคุณธรรมด้านความประหยัด โดยใช้สิ่งของอย่างรู้คุณค่าและเกิดประโยชน์มากที่สุด เช่น การสอนให้เด็กรู้จักนำกล่องยาสีฟันมาประดิษฐ์เป็นของเล่น โดยไม่ต้องไปซื้อของเล่นที่มีราคาแพง การให้เด็กรู้จักขวดน้ำพลาสติกมาดัดแปลงเป็นที่สำหรับเก็บวัสดุเครื่องเขียน
  • ส่งเสริมให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจและปฏิบัติตนในการดำเนินชีวิตตามหลักความพอประมาณ ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งตามหลักของความพอประมาณแล้วจะระบุว่า ควรดำเนินชีวิตแบบพอมีพอกิน ไม่มากหรือน้อยเกินไป เป็นการดำเนินชีวิตตามอัตภาพ รู้จักการนำสิ่งของ อุปกรณ์เหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด
  • ช่วยให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการรักษาสมดุลของธรรมชาติ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันมีการใช้ทรัพยากรต่างๆ อย่างสิ้นเปลืองและไม่ได้นำสิ่งที่ใช้แล้วมาปรับใช้ใหม่ให้เกิดประโยชน์ การสอนให้เด็กรู้จักนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ใหม่ให้เกิดประโยชน์จะช่วยให้เด็กมีส่วนร่วมในการลดภาวะโลกร้อนได้ เช่น การนำขวดพลาสติกมาใช้ใหม่ให้เกิดประโยชน์โดยนำมาทำเป็นที่ใส่ของใช้ส่วนตัว การนำกระดาษมาพับเป็นของเล่นของใช้ แทนที่จะนำวัสดุเหลือใช้เหล่านี้ไปเผาทำลายซึ่งกระบวนการดังกล่าวก่อให้เกิดมลพิษและส่งผลต่อการทำลายชั้นบรรยากาศอันเป็นผลให้เกิดภาวะโลกร้อนได้
  • ส่งเสริมให้เด็กมีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ การนำวัสดุสิ่งของเหลือใช้มาใช้ใหม่หรือดัดแปลงให้เป็นของใช้ที่สร้างประโยชน์เป็นการส่งเสริมเด็กในด้านจิตนาการและความคิดสร้างสรรค์ เช่น การจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ที่โรงเรียน ครูอาจนำสิ่งของวัสดุเหลือใช้มาวางไว้ในมุมศิลปะ แล้วให้เด็กคิดว่าจะนำวัสดุเหล่านั้นมาสร้างหรือประดิษฐ์เป็นของใช้หรือของเล่นใดได้บ้าง การคิดประดิษฐ์ของเด็กเป็นการส่งเสริมให้เด็กได้มีโอกาสสร้างสรรค์ชิ้นงานใหม่ๆ ได้
  • ส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้การสร้างความรู้ด้วยตนเอง (Constructivist) ซึ่งเป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง การที่เด็กได้มีโอกาสริเริ่มกิจกรรมอย่างอิสระด้วยตนเอง ได้ปฏิบัติในสิ่งที่ตนเองคิด ได้แก้ปัญหา และสร้างสรรค์ชิ้นงาน เป็นการพัฒนากระบวนการคิด สร้างความคิดรวบยอดให้กับเด็กได้ในที่สุด
  • ส่งเสริมความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและการประสานสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อมือและตา การนำสิ่งของเหลือใช้มาสร้างชิ้นงานใหม่เป็นการประดิษฐ์จากเศษวัสดุที่เด็กจะได้ใช้นิ้วมือและมือในการแกะ ติด เชื่อมต่อ ประกอบเป็นชิ้นเพื่อให้ได้ของในรูปแบบใหม่ กระบวนการทำงานในขั้นนี้ เด็กได้ใช้มือ นิ้ว มือและสายตาในการทำงาน ทำให้เด็กได้รับการพัฒนาความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็กอย่างชัดเจน
  • ส่งเสริมให้เด็กมีความตระหนักรู้ทางสังคม โดยเฉพาะการร่วมกันรับผิดชอบต่อการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งปัญหามลพิษทางน้ำ ทางอากาศที่เกิดจากการสร้างมลภาวะต่างๆ เช่น การทิ้งขยะและของเหลือใช้ลงในแม่น้ำ การเผาขยะที่ไม่สมบูรณ์ที่ก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศ การสอนให้เด็กรู้จักนำของเหลือใช้มาใช้ใหม่เป็นการช่วยลดมลพิษต่างๆ ได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งเสริมให้เด็กรับรู้ปัญหาทางสังคมและสิ่งแวดล้อม
  • ช่วยให้เด็กมีความประณีตทางด้านจิตใจและอารมณ์ การนำสิ่งของเหลือใช้มาใช้ใหม่ด้วยการประดิษฐ์ให้เป็นของใช้เป็นการสร้างสรรค์ชิ้นงานที่สวยงามและมีความประณีต การทำงานดังกล่าวนี้ช่วยให้เด็กมีความละเอียดละออและความประณีตในจิตใจ

ครูจัดกิจกรรมการสอนเรื่องการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ให้กับเด็กที่โรงเรียนอย่างไร?

การจัดกิจกรรมให้เด็กเรียนรู้ที่จะนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ให้เกิดประโยชน์นั้น ครูปฐมวัยสามารถจัดประสบการณ์ได้ใน 2 ลักษณะ ได้แก่ การจัดประสบการณ์ทางตรง โดยการจัดประสบการณ์ที่ให้เด็กได้ลงมือกระทำจริงเกี่ยวกับการนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ประโยชน์โดยยึดกิจกรรมประจำวันทั้ง 6 กิจกรรม และการจัดประสบการณ์ทางอ้อม โดยการจัดประสบการณ์ที่ครูจัดในลักษณะบูรณาการไว้ให้สอดคล้องกับกิจวัตรประจำวันของเด็กหรือการจัดเตรียมสภาพแวดล้อมที่ให้เด็กได้เรียนรู้ในเรื่องการนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ประโยชน์ ดังนี้

  • การจัดประสบการณ์ทางตรง ได้แก่
    • กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เป็นการจัดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกายอย่างอิสระตามเสียงเพลง ดนตรี จังหวะ จากการจัดกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ เช่น การเคลื่อนไหวตามจินตนาการ การเคลื่อนไหวตามคำสั่ง การเคลื่อนไหวประกอบเพลง การเคลื่อนไหวประกอบอุปกรณ์ การเคลื่อนไหวตามเรื่องเล่า นิทาน หรือคำคล้องจอง ดังนั้นการจัดประสบการณ์ที่ให้เด็กได้เห็นถึงความสำคัญในการนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ยกตัวอย่างเช่น การเคลื่อนไหวประกอบอุปกรณ์ ครูอาจให้เด็กเคลื่อนไหวประกอบริบบิ้นที่เหลือใช้ในการจัดทำกล่องของขวัญ การเคลื่อนไหวโดยใช้กระดาษหนังสือพิมพ์วางบนพื้นเมื่อได้ยินสัญญาณให้หยุดให้จับกลุ่มและยืนบนกระดาษหนังสือพิมพ์ การเคลื่อนไหวประกอบการตีล้อยางรถจักรยาน นอกจากนี้ครูอาจนำเศษกระดาษมาประดิษฐ์เป็นหน้าสัตว์แล้วให้เด็กได้เคลื่อนไหวแสดงท่าทางสัตว์ต่างๆ หรือแสดงบทบาทสมมติเป็นตัวสัตว์ตามเรื่องที่ครูเล่า อีกทั้งยังสามารถนำวัสดุเหลือใช้ประเภทกระป๋องทำดัดทำเป็นสื่อในการเคาะจังหวะเพื่อใช้ในกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะได้ เช่น การนำขวดนมเปรี้ยวมาทำเป็นลูกแซ็กโดยใส่เมล็ดถั่วแล้วตกแต่งด้วยเศษกระดาษเพื่อใช้สำหรับให้เสียงเคาะในอีกรูปแบบหนึ่ง หรือการดัดแปลงกระป๋องนมผงทำเป็นกลองให้เด็กตีเล่นก็ได้
    • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เป็นกิจกรรมที่เรียนรู้แบบหน่วยโดยให้เด็กได้พัฒนาความคิดรวบยอดในเรื่องที่เรียนและเกิดประสบการณ์สำคัญ การจัดกิจกรรมให้เด็กได้เรียนรู้การนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สามารถทำได้โดยครูออกแบบกิจกรรมให้เด็กรู้จักใช้วัสดุเหลือใช้มาเป็นสื่อในการจัดกิจกรรม ยกตัวอย่างเช่น ในขั้นนำเข้าสู่กิจกรรมครูอาจใช้หุ่นนิ้วมือที่ทำจากเศษกระดาษสีซึ่งเป็นรูปสัตว์มาสนทนากับเด็ก การใช้กระดาษหนังสือพิมพ์มาปูรองพื้นในการจัดกิจกรรมประกอบอาหาร การนำกระเช้าใส่ผลไม้มาใส่ผลไม้หรือผักในการเรียนรู้หน่วยผักหรือผลไม้ การให้เด็กทดลองเพาะเมล็ดถั่วเขียวโดยใช้กระป๋องนมหรือขวดพลาสติก การเรียนรู้เกี่ยวกับการจราจรโดยการนำกล่องมาทำเป็นสัญญาณไฟจราจรหรือทำเป็นขอบทางเดิน การนำขวดพลาสติกใสมาใส่น้ำสีต่างเพื่อให้เด็กเรียนรู้เรื่องสีที่ควรรู้จัก ส่วนใหญ่จะเน้นให้เด็กได้เรียนรู้การดัดแปลงวัสดุเหลือใช้มาเป็นสื่อในการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์
    • กิจกรรมสร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมที่ให้เด็กได้แสดงออกถึงการคิดและจินตนาการผ่านงานศิลปะในรูปแบบต่างๆ ดังนั้น การจัดกิจกรรมที่ให้เด็กได้เรียนรู้การนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ประโยชน์ สำหรับกิจกรรมสร้างสรรค์สามารถทำได้ ยกตัวอย่างเช่น กิจกรรมการทดลองด้วยสีครูอาจนำกระดาษหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารมาวางบนพื้นที่ใช้ป้องกันไม่ให้สีหกลงบนพื้นพื้น ครูอาจใช้ถ้วยไอศกรีมสำหรับใส่สีน้ำแทนการใช้จานสี ใช้แปรงสีฟันเก่าแทนการใช้พู่กันที่มีจำหน่ายในท้องตลาด สำหรับกิจกรรมการวาดภาพครูอาจให้เด็กนำกระดาษที่ไม่ใช้แล้วมาเป็นกระดาษวาด หรือนำกระดาษที่เหลือใช้มาทำเป็นสมุดบันทึก ส่วนกิจกรรมศิลปะประดิษฐ์ ครูอาจนำวัสดุเหลือใช้ต่างๆ มาวางให้เด็กได้คิดประดิษฐ์สิ่งของต่างๆตามความคิดของเด็กแต่ละคน เช่น กล่องสบู่ ยาสีฟัน แกนกระดาษชำระ หลอดด้าย หลอดกาแฟ ถ้วยไอศกรีม ไม้ไอศกรีม กล่องนม กล่องไม้ขีดไฟ เศษกระดาษสีต่างๆ ฯลฯ
    • กิจกรรมเสรี เน้นให้เด็กเล่นตามมุมประสบการณ์ต่างๆ ที่จัดไว้ในห้องเรียน ยกตัวอย่างเช่น มุมบทบาทสมมติ ครูอาจส่งเสริมให้เด็กเล่นเลียนแบบอาชีพต่างๆ โดยนำเครื่องแต่งกายที่ไม่ได้ใช้แล้วของคนที่ประกอบอาชีพนั้นมาวางไว้เพื่อให้เด็กเล่นเลียนแบบ อาทิ ชุดแต่งกายของหมอ พยาบาล ตำรวจ บุรุษไปรษณีย์ ครู ชาวนา ชาวประมง ทหาร หรือให้เด็กเล่นเลียนแบบการประกอบอาหารโดยครูนำวัสดุเครื่องใช้ในห้องครัวมาวางไว้ให้เด็กเล่น อาทิ ช้อน จาน ชาม หม้อ กระทะ ฯลฯ ที่เป็นของจริงมาวางไว้ในมุมที่สมมติเป็นบ้าน มุมบล็อกครูอาจทำบล็อกในรูปแบบต่างๆ จากการนำวัสดุเหลือใช้มาดัดแปลง เช่น บล็อกที่ทำจากกล่องรองเท้า บล็อกจากกล่องนม เป็นต้น
    • กิจกรรมกลางแจ้ง ครูอาจจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กเรียนรู้การนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้วัสดุเหลือใช้มาเป็นสื่อในการทำกิจกรรม เช่น วิ่งเก็บของครูอาจให้เด็กแข่งวิ่งเก็บขวดนมเปรี้ยว กล่องสบู่ หรือการจัดเครื่องเล่นสนามโดยดัดแปลงวัสดุเหลือใช้มาเป็นเครื่องเล่นแทนที่จะซื้อเครื่องเล่นในราคาแพง เช่น การใช้ล้อยางรถยนต์มาวางเพื่อให้เด็กได้ลอด ใช้ล้อยางรถจักรยานยนต์มาดัดแปลงทำเป็นชิงช้างสำหรับไกว การนำแผ่นไม้มาวางเพื่อให้เด็กได้หัดเดินทรงตัว เป็นต้น
    • เกมการศึกษา สำหรับกิจกรรมนี้จะเน้นการนำวัสดุเหลือใช้มาประดิษฐ์เป็นสื่อ เช่น ให้เด็กจัดกลุ่มเมล็ดพืชหรือสิ่งของที่ใช้ในชีวิตประจำวัน การผลิตเกมการศึกษาประเภทต่างๆ จากกระดาษเหลือใช้ เช่น จากกระดาษหลังรูป จากกระดาษโปสเตอร์สี การใช้ฝาขวดน้ำอัดลมมาดัดแปลงเป็นสื่อด้วยการติดกระดาษสีใต้ฝาเพื่อให้เด็กได้รู้จักการจับคู่และจัดกลุ่มตามสีต่างๆ
  • การจัดประสบการณ์ทางอ้อม เป็นการจัดประสบการณ์ที่เป็นการบูรณาการการเรียนรู้จากการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อให้เด็กเรียนรู้การนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ยกตัวอย่างเช่น การนำวัสดุเหลือใช้มาจัดป้ายนิทรรศการในวันสำคัญ การนำวัสดุเหลือใช้มาจัดตกแต่งอาคารเรียน เช่น การใช้กระป๋องมาเป็นกระถางปลูกต้นไม้บริเวณโรงเรียน การนำต้นไม้มาดัดแปลงเป็นเก้าอี้หรือโต๊ะ การนำกล่องนมมาดัดแปลงเป็นอุปกรณ์สำหรับใส่วัสดุเครื่องเขียนต่างๆ ทั้งนี้การจัดประสบการณ์ทางอ้อมเพื่อให้เด็กได้สัมผัสและซึมซับประสบการณ์จากกิจวัตรประจำวัน

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะสอนเรื่องการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ให้ลูกที่บ้านได้อย่างไร?

สำหรับบทบาทของพ่อแม่ ผู้ปกครองในการส่งเสริมให้เด็กรู้จักการนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ให้เกิดประโยชน์อาจทำได้หลายวิธีทั้งที่เป็นการจัดประสบการณ์ทั้งทางตรงและทางอ้อมได้เช่นเดียวกับลักษณะของการจัดกิจกรรมที่โรงเรียน ดังนี้

  • ประสบการณ์ตรงที่พ่อแม่สามารถจัดให้กับเด็ก ได้แก่ การชวนลูกประดิษฐ์สื่อหรือของเล่นที่ใช้วัสดุเหลือใช้มาเป็นวัสดุอุปกรณ์ เช่น การประดิษฐ์หุ่นยนต์จากกล่องยาสีฟัน การประดิษฐ์ตุ๊กตาจากถุงมือหรือถุงเท้า การพับนกจากเศษกระดาษ การประดิษฐ์รถของเล่นโดยใช้กล่องใบใหญ่ หรือแกนกระดาษชำระ ประดิษฐ์สมุดบันทึกจากกระดาษเหลือใช้ ทำกล่องเก็บอุปกรณ์เครื่องเขียนจากกระป๋องนม เป็นต้น
  • ประสบการณ์ทางอ้อม พ่อแม่อาจให้เด็กได้เห็นสภาพแวดล้อมที่เน้นการนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ประโยชน์ เช่น การปลูกต้นไม้ในกระถางที่ทำมาจากกระป๋องนมผง ยางรถยนต์ หรือกะละมังที่ไม่ใช้แล้ว การผลิตมือจับตู้เย็นจากเศษผ้า การผลิตจานรองแก้วจากเศษผ้า โดยการจัดกิจกรรมที่เน้นให้เด็กได้เรียนรู้การประหยัดซึ่งเป็นคูณธรรมตามจุดหมายของหลักสูตรและเน้นการลดภาวะโลกร้อน

เกร็ดความรู้เพื่อครู

การจัดประสบการณ์เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้การนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ที่ครูจะเป็นผู้จัดประสบการณ์ทั้งทางตรงและทางอ้อมแล้ว ครูควรเป็นแบบอย่างที่ดีในการส่งเสริมการนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้และการดำเนินชีวิตประจำวันครูควรตระหนักถึงการสร้างสรรค์ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้มาเป็นสื่อการเรียนการสอนให้กับเด็ก เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ทั้งที่เป็นประสบการณ์ตรงและประสบการณ์ทางอ้อมด้วย

บรรณานุกรม

  1. กองวิจัยทางการศึกษา,กรมวิชาการ. (2542). การสังเคราะห์รูปแบบการพัฒนาศักยภาพของเด็กไทยด้านความขยัน.กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  2. จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา และปรียานุช พิบูลสราวุธ. (2553). ตามรอยพ่อ ชีวิตพอเพียง...สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ : โครงการวิจัยเศรษฐกิจพอเพียง สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์.
  3. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2547). คู่มือหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2546. กรุงเทพฯ :โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน
sirikul