หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องการปฏิบัติตนต่อญาติผู้ใหญ่ (Proper behavior with the elderly relatives)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

การปฏิบัติตนต่อญาติผู้ใหญ่ (Proper behavior with the elderly relatives) หมายถึง การแสดงออกทางพฤติกรรมที่เด็กมีต่อญาติผู้ใหญ่ด้วยความเคารพนับถือที่บ่งบอกถึงความสุภาพ การมีมารยาทที่ดีและมีสัมมาคารวะ ซึ่งเป็นแนวทางการปฏิบัติที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นคุณธรรมที่ดีของคนไทย เช่น การไหว้ การกล่าวทักทาย การเดินผ่านหน้าผู้ใหญ่ การต้อนรับและพฤติกรรมต่างๆ ที่เป็นการแสดงออกถึงการให้ความเคารพและให้เกียรติผู้ที่มีความอาวุโสกว่า การปฏิบัติตนต่อญาติผู้ใหญ่เป็นพฤติกรรมที่พึงประสงค์ที่สะท้อนให้เห็นคุณธรรมและจริยธรรมด้านความสุภาพ การมีมารยาทที่ดีและมีสัมมาคารวะ ซึ่งความสุภาพ (Politeness) นั้นหมายถึง การอ่อนน้อมถ่อมตนตามสถานภาพและกาลเทศะ ไม่ก้าวร้าวรุนแรง วางอำนาจข่มขู่ผู้อื่นทั้งโดยวาจา และท่าทาง แต่ในเวลาเดียวกันก็ยังคงมีความมั่นใจในตนเอง

สอนลูกเรื่องการปฏิบัติตนต่อญาติผู้ใหญ่

การสอนลูกเรื่องการปฏิบัติตนต่อญาติผู้ใหญ่มีความสำคัญอย่างไร?

การปฏิบัติตนต่อญาติผู้ใหญ่เป็นสิ่งที่ควรปลูกฝังให้เกิดกับเด็กปฐมวัย เพราะมีความสำคัญ ดังนี้

  • เป็นการถ่ายทอดวัฒนธรรมและการเรียนรู้วิธีการปฏิบัติที่ดีงามตามวิถีชีวิตของสังคมไทยที่เน้นให้ผู้ที่มีอายุน้อยกว่าปฏิบัติตนในที่แสดงออกถึงความเคารพ การให้เกียรติ มารยาทที่ดี และความสุภาพต่อผู้ที่มีอายุมากกว่าหรือผู้ใหญ่ บลูม (Bloom) กล่าวว่า เด็กปฐมวัยเป็นช่วงที่จะพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้คุณธรรมได้มากที่สุด การพัฒนาระยะเริ่มแรกของชีวิตมีผลต่อการพัฒนาในระยะอื่นๆที่ตามมา การปลูกฝังคุณธรรม ลักษณะนิสัยหรือบุคลิกภาพที่ดีในช่วงปฐมวัยจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เนื่องจากเด็กวัยนี้ยังไม่มีรูปแบบของพฤติกรรมหรือแนวคิด ค่านิยมที่เป็นของตัวเอง เป็นวัยที่กำลังแสวงหาความรู้และทิศทางจากสภาพแวดล้อม รอบตัวเพื่อพัฒนาตนเอง ดังนั้น การปลูกฝังคุณธรรมที่ถูกต้องเหมาะสมให้เกิดขึ้นกับตัวเด็กในระยะแรกเริ่ม จึงมีความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งการปฏิบัติดังกล่าวนี้ถือเป็นคุณธรรมสำคัญที่ควรส่งเสริมให้เกิดกับเด็กปฐมวัยและเด็กในวัยอื่นๆ
  • ความสุภาพเป็นคูณธรรมพื้นฐานที่คนไทยควรยึดถือเป็นเครื่องปฏิบัติในสังคม ความสุภาพอ่อนโยนเป็นกิริยามารยาท การพูดจาทักทาย ที่ผู้ปฏิบัติได้แสดงออกมาให้เห็นถึงคุณลักษณะภายในอันดีงาม ได้แก่ การอ่อนน้อมถ่อมตน การพูดคุยด้วยคำที่ไพเราะอ่อนหวาน ไม่มีคำหยาบคายเจือปน รู้จักเสียสละ การให้อภัยผู้อื่น การรู้จักกล่าวขอโทษเมื่อทำผิด หรือการขอร้องให้ผู้อื่นกระทำตาม ย่อมเป็นสิ่งที่ต้องการให้เกิดในทุกชมชน ทุกประเทศ ถ้าชาติใดหรือชนใด ปฏิบัติตนอยู่ในความสุภาพ สังคมย่อมมีความสงบสุขร่มเย็น น่าอยู่ น่าอาศัย ประเทศก็จะมีแต่ความเจริญก้าวหน้าเทียบเท่าอารยประเทศอย่างแท้จริง
  • บุคคลที่มีความสุภาพหรือมีสัมมาคารวะต่อผู้ที่มีความอาวุโสกว่าหรือมีวัยวุฒิหรือคุณวุฒิสูงกว่าจะเป็นที่รักและพึงพอใจแก่ผู้ที่พบเห็นหรือเข้ามาสัมผัสด้วย การแสดงออกซึ่งความสุภาพหรือมีสัมมาคารวะเป็นการแสดงออกในสิ่งที่ดีงามตามวัฒนธรรมของคนไทยที่จะต้องอ่อนน้อมถ่อมตน โดยเฉพาะการอ่อนน้อมถ่อมตนให้ความเคารพต่อญาติผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นญาติผู้ใหญ่ทางพ่อหรือแม่ก็ตาม เด็กควรเรียนรู้จักวิธีการที่จะปฏิบัติตัวให้เหมาะสม
  • หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ถือว่า การปฏิบัติตนต่อญาติผู้ใหญ่เป็นประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัยที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับพัฒนาการทางด้านอารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ที่มุ่งให้เด็กปฐมวัยปฏิบัติตามคุณธรรม จริยธรรมทางพระพุทธศาสนา เช่น การไปทำบุญที่วัด มัสยิด โบสถ์ ฯลฯ และการปฏิบัติตามวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่อาศัยอยู่และความเป็นไทย เช่น การทำบุญตักบาตร การรดน้ำดำหัว ฯลฯ
  • การปฏิบัติตนต่อญาติผู้ใหญ่เป็นพฤติกรรมที่เด็กควรได้รับการฝึกฝนและปลูกฝังให้เกิดตั้งแต่แรกเริ่ม เช่น การทักทายผู้ใหญ่ด้วยการไหว้ การพูดจาต้อนรับ เชื้อเชิญให้เข้าในบ้าน การพูดขอบคุณเมื่อญาติผู้ใหญ่ให้ความเมตตาหรือให้ของ การต้อนรับด้วยการบริการน้ำดื่ม อาหารแก่ญาติผู้ใหญ่ ให้ความสะดวกสบายตามสมควรแก่ญาติผู้ใหญ่ การกราบ การไหว้ในโอกาสต่างๆ หรือการอวยพรด้วยคำพูดที่เหมาะสม ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้เด็กปฐมวัยสามารถซึมซับและเรียนรู้ได้จากการให้ประสบการณ์ด้วยวิธีการต่างๆที่มีความเหมาะสมกับพัฒนาการและวัยของเด็ก

การสอนลูกเรื่องการปฏิบัติตนต่อญาติผู้ใหญ่มีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การปฏิบัติตนต่อญาติผู้ใหญ่มีประโยชน์ต่อเด็กปฐมวัย ดังนี้

  • เป็นการวางรากฐานพัฒนาการด้านบุคลิกภาพให้กับเด็กปฐมวัย การปฏิบัติตนต่อญาติผู้ใหญ่เป็นการปฏิบัติในสิ่งที่ดีงามที่ได้รับการปลูกฝังจากคนรุ่นหนึ่งไปยังคนอีกรุ่นหนึ่งที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมการปฏิบัติที่เหมาะสมและได้รับการยอมรับ ซึ่งคุณลักษณะที่ดีดังกล่าวนี้ช่วยส่งเสริมให้เด็กมีบุคลิกภาพที่ดี
  • เป็นกระบวนการขัดเกลาทางสังคมหรือสังคมประกิต (Socialization) ให้กับเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของการศึกษาที่มุงหวังให้เด็กได้รับการถ่ายทอดความรู้ ความเชื่อ ทัศนคติที่ดี วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามให้คนรุ่นหลังได้รับแบบแผนการปฏิบัติที่ถูกต้องและได้รับการยอมรับจากสังคมที่อาศัยอยู่ ดังนั้นวัฒนธรรมที่ดีงามจึงยังคงอยู่ต่อไปจากกระบวนการนี้
  • ช่วยให้เด็กประสบความสำเร็จในชีวิตในด้านต่างๆในวัยต่อไป ทั้งทางด้านการเรียน การงาน และครองชีวิตตามวัฒนธรรมไทย บุคคลที่มีวิธีการปฏิบัติที่ดีย่อมได้รับการยอมรับจากสังคม ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือจากผู้ใหญ่และบุคคลรอบข้าง ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาด้านการศึกษาเล่าเรียน การงาน และชีวิตครอบครัว
  • เป็นการส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้มารยาทที่ดีงามของคนไทย มารยาทของคนไทยที่แสดงถึงเอกลักษณ์เฉพาะที่แตกต่างไปจากชาติอื่นๆที่ได้รับการกล่าวขานและชื่นชม เช่น การยิ้มให้กันเมื่อพบเจอกัน การแสดงความเคารพต่อกันเมื่อพบกัน การพูดจาทักทายด้วยคำว่า สวัสดี เมื่อพบกัน การต้อนรับและเชื้อเชิญแขกผู้มาเยือนหรือคนที่มาเยือนที่บ้านหรือมาพักอาศัย การกล่าวคำขอบคุณเมื่อผู้ใหญ่ให้ของ หรือการพูดขอโทษเมื่อกระทำผิดพลาดต่อผู้อื่น เป็นต้น
  • ช่วยลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กในอนาคตได้ พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันที่นำไปสู่การสร้างปัญหาของสังคมและประเทศชาติ ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการทะเลาะวิวาทกันของนักเรียน นักศึกษา การชกต่อยตีกันของวัยรุ่น การพูดจาที่ไม่เหมาะสมต่อคนอื่น การแสดงความก้าวร้าวในรูปแบบต่างๆต่อบุคคลต่างๆ ฯลฯ พฤติกรรมที่เป็นปัญหาทางสังคมในปัจจุบันเหล่านี้เป็นผลมาจากการวางรากฐานทางด้านพัฒนาการทางด้านอารมณ์ จิตใจ และสังคมในช่วงปฐมวัย นั่นคือ เด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปี ที่ควรได้รับการปลูกฝัง กล่อมเกลาจิตใจ อารมณ์ และพฤติกรรมที่พึงประสงค์ในช่วงเวลาที่สำคัญนี้ ดังนั้น ถ้าเด็กมีพฤติกรรมที่ถาวรในด้านการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อกันและกันแล้ว ย่อมทำให้เด็กมีจิตใจที่อ่อนโยน มีมารยาทต่อผู้ใหญ่ รู้จักกาลเทศะในการปฏิบัติตนหรือเข้าพบผู้ใหญ่ พฤติกรรมเหล่านี้จะส่งผลให้เด็กมีพฤติกรรมที่เหมาะสมในด้านต่างๆที่จะตามมาได้ เช่น ความมีวินัย การปฏิบัติตนตามข้อตกลง การทำตามกฎหมาย ความซื่อสัตย์ ฯลฯ

ครูกิจกรรมสอนเด็กเรื่องการปฏิบัติตนต่อญาติผู้ใหญ่ที่โรงเรียนอย่างไร?

การจัดประสบการณ์หรือกิจกรรมเพื่อปลูกฝังคุณธรรมในด้านต่างๆ ให้กับเด็กปฐมวัย มีตัวอย่างการปลูกฝังคุณธรรมด้านความสุภาพ การมีสัมมาคารวะ และการปฏิบัติตนที่เหมาะสมต่อผู้ใหญ่ ดังนี้

  • ครูจัดประสบการณ์ให้เด็กได้ปฏิบัติจริงเกี่ยวกับคุณธรรม ความสุภาพ การมีมารยาทและการมีสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่ อาจเกิดจากการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของเด็กหรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกับเด็กในแต่ละวัน เช่น การสอนให้เด็กเรียนรู้วิธีปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อผู้ใหญ่ที่เป็นบุคลากรภายในโรงเรียน เช่น ผู้บริหาร ครู เจ้าหน้าที่ต่างๆ แม่ครัว คนทำสวน ให้เด็กได้เรียนรู้และปฏิบัติต่อบุคคลเหล่านี้ด้วยความเคารพและเปรียบเสมือนกับว่าเป็นญาติผู้ใหญ่ของเด็ก ดังนั้น ครูจึงให้เด็กได้ปฏิบัติจริง เช่น การกล่าวทักทายครูห้องอื่นเมื่อเด็กเดินเข้ามาในโรงเรียนตอนเช้า และการไหว้เพื่อลาครูกลับบ้านในตอนเลิกเรียน การยกมือไหว้แสดงความขอบคุณแม่ครัวเมื่อรับถาดอาหารในตอนรับประทานอาหารกลางวัน การเดินโน้มตัวเมื่อผ่านหน้าผู้บริหารโรงเรียนหรือครูที่สอนชั้นอื่น การไหว้และทักทายเจ้าหน้าที่สาธารณะสุขหรือพยาบาลที่มาตรวจสุขภาพ การกล่าวขอบคุณตำรวจจราจรหน้าโรงเรียนเมื่อได้รับการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในตอนเช้าและตอนเลิกเรียน สิ่งเหล่านี้ถือเป็นการบูรณาการการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับชีวิตประจำวันของเด็ก และสะท้อนถึงการจัดการเรียนการสอนที่เน้นเด็กเป็นศูนย์กลางได้มากที่สุด
  • สร้างพฤติกรรมที่พึงประสงค์ด้วยการใช้ทฤษฎีการเสริมแรงกับพฤติกรรมที่เหมาะสมของเด็ก และให้การเสริมแรงทางลบกับเด็กที่แสดงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ชมเชยเป็นการเสริมแรงเมื่อเด็กเดินโน้มตัวเมื่อเดินผ่านครูหรือผู้ใหญ่ และส่งเสริมให้เด็กเป็นตัวอย่างในการแสดงพฤติกรรมที่ดีต่อเพื่อนคนอื่นๆ
  • ครูแสดงตนเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติด้านการมีสัมมาคารวะ หรือมีมารยาทต่อบุคคลอื่น เช่น การพูดทักทายตอนเช้าด้วยวาจาที่สุภาพ การไหว้เพื่อทักทายกันกับเพื่อนครู การกล่าวขอบคุณเมื่อเพื่อนครูช่วยเหลือหรืออำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ การปฏิบัติของครูจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้เด็กสามารถซึมซับพฤติกรรมที่พึงประสงค์ไปสู่การปฏิบัติได้ ทั้งนี้เนื่องจากเด็กวัย 4 – 5 ปี ถือเป็นวัยของการเรียนรู้ที่จะเลียนแบบพฤติกรรมหรือบทบาทของผู้ใหญ่ โดยเฉพาะการเลียนแบบพฤติกรรมของครูซึ่งเด็กจะเชื่อฟังและให้ความเคารพอยู่แล้ว ดังที่ อัลเบิร์ด แบนดูรา กล่าวว่า เด็กจะเลียนแบบพฤติกรรมบุคคลที่เด็กให้การยอมรับ เชื่อฟัง หรือผู้ที่มีอำนาจเหนือเด็ก
  • ส่งเสริมให้เด็กสร้างข้อตกลงเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคุณธรรมด้านต่างๆ จากความคิดของเด็ก การให้โอกาสเด็กได้สร้างข้อตกลงด้วยตนเองในการปฏิบัติจะสามารถสร้างพฤติกรรมที่เด็กทำตามด้วยความเต็มใจ และเกิดจากแรงจูงใจภายใน ซึ่งจะให้ผลในทางบวกมากว่าการปฏิบัติที่เกิดจากข้อบังคับโดยเด็กไม่ได้มีส่วนร่วมในการตั้งกฎเกณฑ์นั้นๆ
  • ใช้กรณีตัวอย่าง ให้เด็กซึมซับและปฏิบัติตามคุณธรรมที่พึงประสงค์ในด้านต่างๆ อาจมาจากตัวอย่างจากสื่อต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ ฯลฯ ซึ่งจะมีอิทธิพลต่อความรู้ความเข้าใจและความรู้สึกผิดชอบชั่วดี
  • จัดเนื้อหาสาระให้เหมาะสมกับวัยเด็ก และเด็กสามารถปฏิบัติได้ และควรจัดกิจกรรมประสบการณ์ให้เด็กเรียนจากพฤติกรรมที่พึงประสงค์ในเชิงบวกมากกว่าการนำเสนอพฤติกรรมทางลบให้กับเด็ก เช่น การเล่านิทานคุณธรรม โดยมีเนื้อหาของตัวละครที่แสดงพฤติกรรมทางบวกและได้รับความสำเร็จและสิ่งตอบแทนที่ดีเมื่อแสดงพฤติกรรมที่พึงประสงค์ เช่น นิทานเรื่องลูกหมีมีมารยาท กระต่ายแสนดี ครอบครัวพี่หมีมีวินัย เป็นต้น
  • มุ่งเน้นการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ โดยให้เด็กมีบทบาทสำคัญในการเรียนรู้ เปิดโอกาสมีส่วนร่วมในการเรียนทั้งทางกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ด้วยการแสดงพฤติกรรม ความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะจัดกิจกรรมสอนลูกให้ปฏิบัติตนต่อญาติผู้ใหญ่ที่บ้านได้อย่างไร?

การอบรมเลี้ยงดูของพ่อแม่มีผลต่อการเสริมสร้างพัฒนาการเด็กในด้านต่างๆ เด็กปฐมวัยต้องการการดูแลเอาใจใส่จากพ่อแม่และผู้ที่อยู่ใกล้ชิด ซึ่งเด็กที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูด้วยวิธีการที่เหมาะสม เด็กจะเติบโตอย่างมีคุณภาพ สุขภาพจิตดี และมีบุคลิกภาพที่ดี การปลูกฝังคุณธรรมด้านความสุภาพ การมีสัมมาคารวะและมารยาทที่ดีต่อญาติผู้ใหญ่ พ่อแม่สามารถส่งเสริมให้เกิดกับเด็กได้ตั้งแต่วัยแรกเริ่ม เด็กจะเรียนรู้และซึมซับพฤติกรรมจากการอบรมเลี้ยงดูและการปฏิบัติของพ่อแม่ ไม่ว่าจะเป็นกิริยามารยาท การพูด การแสดงท่าทางต่างๆที่เป็นการแสดงออกถึงการมีความสุภาพ การปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อญาติผู้ใหญ่ นอกจากนี้การฝึกฝนให้เด็กปฏิบัติตนต่อญาติผู้ใหญ่จากสถานการณ์จริง เช่น เมื่อญาติผู้ใหญ่มาเยี่ยมเยียน พ่อแม่ควรฝึกให้เด็กปฏิบัติต่อญาติผู้ใหญ่ด้วยการกล่าวทักทาย การแสดงความเคารพด้วยการไหว้ การใช้คำพูดที่สุภาพ การบริการเล็กๆน้อยๆต่อญาติผู้ใหญ่ สิ่งเหล่านี้สามารถซึมซับและรับรู้ได้ตั้งแต่วัยเด็กและพฤติกรรมที่ได้รับการปลูกฝังจะมีความมั่นคงถาวรมากเพียงใดขึ้นอยู่กับการได้รับการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอจากผู้ที่เป็นพ่อแม่และผู้ใกล้ชิดเด็ก

เกร็ดความรู้เพื่อครู

นอกจากครูจะมีบทบาทในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณธรรมให้กับเด็กปฐมวัยด้วยการใช้เทคนิควิธี รูปแบบการเรียนการสอนและการนำนวัตกรรมการศึกษามาปรับใช้ให้เหมาะสมแล้ว บทบาทสำคัญของครูปฐมวัยอีกอย่างหนึ่งคือการเป็นแบบอย่างที่ดีทั้งทางด้านการปฏิบัติตน การใช้วาจา และการแสดงออกต่างๆ ที่สอดคล้องกับบุคลิกภาพที่ดีที่ควรให้เด็กได้ปฏิบัติตาม ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า ครูเปรียบเสมือนวิศวกรในการสร้างสรคค์พฤติกรรมให้เด็กได้ทั้งด้านบวกและด้านลบได้

บรรณานุกรม

  1. กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). แผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2552 – 2559. กรุงเทพฯ : ม.ป.ท.
  2. พระธรรมปิฎก. (2551). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลศัพท์. พิมพ์ครั้งที่ 11. กรุงเทพฯ : บริษัท เอส. อาร์พริ้นติ้ง แมส โปรดักส์ จำกัด.
  3. รัฐดาว พิศาลพงศ์. (2549). การพัฒนาจริยธรรมและความฉลาดทางอารมร์เริ่มต้นที่เด็กปฐมวัย. นครปฐม : คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม.
  4. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2555). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555 - 2559). กรุงเทพฯ : สำนักนายกรัฐมนตรี.
  5. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2547). คู่มือหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2546. กรุงเทพฯ :โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  6. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2545). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์การศาสนา.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน