หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องการมีน้องใหม่ (New Baby Sibling)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

น้องใหม่หมายถึง เด็กวัยทารกที่เกิดหลังสุดในครอบครัว มีฐานะเป็นน้อง ครอบครัวปัจจุบัน สามีและภรรยาต่างต้องการมีลูกอย่างน้อยสองคน เพื่อลูกจะได้มีพี่น้องเป็นเสมือนเพื่อนเล่น และเมื่อเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ไปในภายหน้า พี่น้องจะพึ่ง พาอาศัยกันได้ดีกว่าผู้อื่น เพราะพี่น้องคือผู้มีสายโลหิตเดียวกัน จะผูกพันกันอย่างสนิทแนบแน่น แต่ขณะที่พ่อแม่จะมีลูกเพิ่มขึ้น ลูกคนโตหรือผู้ที่จะมีฐานะเป็นพี่ มักจะเกิดปัญหาทางด้านจิตใจ เช่น อารมณ์หงุดหงิด หงอยเหงา เรียกร้องความสนใจจากผู้ใหญ่ เป็นต้น ทั้งนี้เพราะเด็กจะเกิดความรู้สึกว่า ตนเองหมดความสำคัญไป จึงเกิดจากอารมณ์อิจฉาน้องที่เกิดใหม่ โดยเฉพาะเด็กผู้พี่มีอายุประมาณ 2-6 ปี ที่ยังต้องการความรักและการเอาใจใส่จากพ่อแม่อย่างมาก ดังนั้น การสอนลูกเพี่อเตรียมรับน้องใหม่ จึงเป็นเรื่องที่พ่อแม่และครูควรร่วมมือกันจัดบทเรียนให้แก่เด็ก

การสอนลูกเรื่องการมีน้องใหม่มีความสำคัญอย่างไร?

น้องใหม่เป็นสมาชิกที่เข้ามาเพิ่มในครอบครัว เมื่อเข้ามาอยู่ในครรภ์ของแม่ ทำให้แม่เปลี่ยนแปลงไป แม่เปลี่ยนสภาพร่าง กาย มีครรภ์กลมนูนออกมาจนใหญ่ ขณะที่ตั้งครรภ์ แม่จะดูแลเอาใจใส่น้องที่อยู่ในครรภ์ อาจจะไปหาแพทย์พูดคุยเรื่องของน้อง แม่เคลื่อนย้ายตัวไปมาน้อยลง แม่ที่เคยอุ้มเขา หยอกล้อเล่นก็อาจจะไม่ได้ทำ ส่วนพ่ออาจจะไปหาแพทย์พร้อมแม่ บางครอบครัวจัดเตรียมของใช้ของลูกคนใหม่ เวลาที่พูดคุยกับลูกลดลง การกระทำดังกล่าวจะดำเนินไปด้วยดี หากพ่อแม่สอนลูก เพราะเรื่องดังกล่าวมีความสำคัญ ดังนี้

  • เมื่อลูกเห็นสภาพร่างกายของแม่เปลี่ยนไป เขาจึงควรทราบว่า แม่มีน้องอยู่ในท้องระยะหนึ่งจนกว่าจะคลอดออกมา
  • ลูกจะเห็นการเปลี่ยนแปลงรูปร่างและกิริยาท่าทีของน้องตั้งแต่ทารกแล้วค่อยๆเจริญวัย
  • ลูกจะต้องเปลี่ยนฐานะเป็นพี่ และมีบทบาทช่วยดูแลน้อง หรือเป็นเพื่อนเล่นกับน้อง
  • อารมณ์และความรู้สึกของลูกที่เกิดก่อน หรือผู้เป็นพี่ จะเปลี่ยนแปลงไป การเปลี่ยนแปลงจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูของแต่ละครอบครัว และลำดับการเกิดของลูก เช่น ลูกคนที่หนึ่ง กับ ลูกคนกลางจะแสดงท่าทีต่อเหตุการณ์ที่มีน้องใหม่แตกต่างกันไป
  • เมื่อสภาพแวดล้อมในครอบครัวเปลี่ยนไปบ้าง เช่น ห้องนอนของพ่อแม่อาจจะเพิ่มที่นอนของน้อง ที่นอนของลูกคนโตอาจจะเปลี่ยนที่ไป ในบ้านมีเสื้อผ้าของใช้สำหรับเด็กเกิดใหม่ ฯลฯ พ่อแม่ควรสอนลูกเพื่อเตรียมรับสภาพการมีน้อง
  • เมื่อแม่คลอดน้อง มักจะมีญาติสนิทและเพื่อนของพ่อแม่มาเยี่ยมน้อง จะมีผู้ที่เข้าใจและไม่เข้าใจเด็กที่มีน้องใหม่ ผู้ที่ มาเยี่ยมน้องใหม่จะแสดงกิริยาท่าทีต่อลูกคนโตต่างๆกัน บางคนอาจจะพูดจาหยอกล้อแล้วเด็กทำให้ไม่สบายใจก็ได้
  • ภาระของพ่อแม่เปลี่ยนไปเพราะมีลูกเพิ่มขึ้น การดูแลลูกที่คลอดใหม่กับลูกคนโตที่มีอายุประมาณ ขวบครึ่งเป็นอย่างน้อย จะแตกต่างกัน แน่นอนการดูแลน้องคนเล็กจะต้องอุ้มชูย่อมใกล้ชิดตลอดเวลา แต่ลูกที่เดินได้แล้วพ่อแม่ก็จะปล่อยให้เดินไปเองหรือกินเอง
  • ขนาดของครอบครัวขยายขึ้น เพราะมีลูกมาเพิ่มอีกคนและบางครอบครัวอาจจะมีพี่เลี้ยงน้องหรือญาติผู้ใหญ่ เช่น ย่า ยาย มาช่วยดูแลแม่และน้องใหม่

สภาพการณ์ดังกล่าวกระทบต่อจิตใจและอารมณ์ของเด็ก ซึ่งมีผลต่อบุคลิกภาพของเด็กด้วย การเตรียมความพร้อมให้เด็กรู้และเข้าใจครอบครัวที่เปลี่ยนแปลงไป จะช่วยให้เด็กสามารถปรับตัวได้ ยอมรับการเปลี่ยนแปลง เห็นผลดีที่ตนมีน้องมาเกิด ดีกว่าปล่อยให้เกิดปัญหากับลูก

การสอนลูกเรื่องการมีน้องใหม่ มีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

สอนลูกเรื่องการมีน้องใหม่มีประโยชน์ต่อเด็กดังนี้คือ

  • เด็กได้เห็นธรรมชาติของคน เมื่อกำเนิด จะอยู่ในครรภ์ของแม่ เมื่อคลอดออกมาเป็นทารกมีรูปร่างลักษณะเหมือนพี่ แต่เดินไม่ได้ แล้วค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปเมื่อเจริญวัย
  • เด็กได้เห็นความรักที่พ่อแม่มีต่อลูกทุกคน เมื่อพ่อแม่สร้างความเข้าใจให้เด็กว่า พ่อแม่ก็รักพี่เมื่อเขาเป็นเด็กทารก แม่ก็อุ้มชูเลี้ยงดูเหมือนน้อง แต่เด็กยังเล็กจำไม่ได้ เมื่อมีน้องใหม่ เด็กจะเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่แม่ท้องน้อง จนคลอด และเลี้ยงดูน้อง ป้อนนม ป้อนข้าวและน้ำ อาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย เด็กจะเห็นความรักที่พ่อแม่มีต่อลูก สิ่งสำคัญพ่อแม่จะต้องแสดงความรักผู้เป็นพี่เช่นกัน พูดคุย เล่น กอดสัมผัสให้เขารู้สึกได้ว่าพ่อแม่รักเขาเหมือนเดิม แม้จะมีน้องมาอยู่ใหม่เพิ่มมาอีก
  • เด็กได้เห็นบทบาทของพ่อ แม่ ลูก และญาติที่แสดงความผูกพันกันฐานะสมาชิกในครอบครัว ซึ่งจะเป็นพื้นฐานติดตัวเด็กไป ให้เขาสามารถปฏิบัติต่อครอบครัวตนเองเมื่อเขาเป็นผู้ใหญ่ เป็นการเรียนรู้การอยู่ในสังคม
  • เด็กมีโอกาสได้ปฏิบัติตนในฐานะเป็นพี่ เป็นการสร้างความผูกพันระหว่างพี่น้อง
  • เด็กได้ใช้ภาษา สรรพนามคำว่า พี่ และน้อง ในการสื่อสาร เข้าใจความหมายของคำ จากชีวิตจริงภายในครอบครัว
  • เด็กได้ฝึกจริยธรรม เรื่องของการให้หรือการแบ่งปัน เด็กวัยแรกของชีวิตยังยึดตนเองเป็นหลัก การยอมให้ยังแทบไม่มี แต่มิได้หมายความว่าสอนไม่ได้ การสอนจากสถานการณ์จริงทีละเล็กละน้อยจะค่อยๆซึมเข้าสู่จิตใจของเด็ก พ่อแม่มักจะให้เด็กผู้เป็นพี่เสียสละหรือยอมให้น้อง ยกย่องเขาว่าคือคนดี เด็กจะภูมิใจ ยอมรับการกระทำที่น้องต้องเป็นผู้ได้ แต่ได้ไปเพราะพี่ยกให้ น้องยังไม่รู้เรื่อง ขณะเดียวกัน พี่จะค่อยๆเกิดความเมตตาหรือความรักน้องได้

ครูจัดกิจกรรมให้ลูกเรื่องการมีน้องใหม่ที่โรงเรียนอย่างไร?

ครูมักจัดกิจกรรมเรื่องการมีน้องใหม่ให้ลูกที่โรงเรียน ดังนี้

  1. ในหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมีหน่วยการสอนเรื่องครอบครัว และสาระการเรียนรู้ที่แบ่งเป็นเรื่องย่อยที่มีเรื่อง สมาชิกในครอบครัว คือ พ่อ แม่ พี่ และน้อง หรือในหน่วยการสอนเรื่อง ตัวฉัน และสาระการเรียนรู้ที่แบ่งเป็นเรื่องย่อยๆ นั้นมีเรื่องความรู้สึกของฉัน ฉันรู้สึกดีใจที่มีน้องใหม่ ฉันโตขึ้นฉันจึงเป็นพี่ ฉันโตกว่าน้องฉันจึงช่วยดูแลน้องได้ เป็นต้น
  2. กิจกรรมเสริมประสบการณ์
    • ครูมักจัดให้เด็กได้ดูการเจริญเติบโตของเด็กทารกจาก วีดิทัศน์ คอมพิวเตอร์ หลังจากนั้นครูและเด็กสนทนากันว่า เมื่อเราอยู่ในวัยทารกก็เป็นเหมือนกันคือ จะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องมีผู้ใหญ่และพี่ๆช่วยกันดูแล ครูจะปลูกฝังความ รู้สึกดีให้แก่เด็กว่า การเป็นพี่คือ เป็นผู้ที่เกิดก่อน แข็งแรงกว่าน้อง การที่ได้ช่วยดูแลน้อง รักน้อง คือคนดี พ่อแม่และคุณครูจะรัก เด็กพร้อมจะเป็นที่รักของผู้ใหญ่อยู่แล้ว เขาจะโอนอ่อนผ่อนตามคำสอนของคุณครู
    • ท่องคำคล้องประกอบการเล่นนิ้วมือ และส่งเสริมทักษะภาษา
      บทคำคล้องจอง น้องใหม่ (ผู้แต่ง : บุบผา เรืองรอง )
      ในท้องแม่มีน้องใหม่     (ใช้หลังมือทั้งสองทับซ้อนกันวางบริเวณหน้าท้องค่อยๆ ยกให้สูงทำรูปโค้งมาจรดที่หน้าท้อง )
      อีกไม่นานจะเห็นน้อง     (ค่อยๆยกมือซ้ายแตะขมับข้างตาซ้ายและมือขวาแตะขมับขวา)
      หนูช่วยพ่อจัดแต่งห้อง     (คว่ำฝ่ามือทั้งสอง ตบอากาศเบาๆ ไปรอบๆตัว 4-5 ครั้งเป็นจังหวะ)
      ทั้งสิ่งของน้องต้องใช้     (ตบมือเป็นจังหวะตรงกับคำคล้องจอง)
      เมื่อแม่ไปหาคุณหมอ     (มือซ้ายทับมือขวายกมาวางที่หัวใจ แล้วผายมือขวาออกไปจากตัว )
      หนูรอน้องสุดดีใจ     (ใช้หัวแม่มือขวาชี้มาที่ตัว แล้วยกมือทั้งสองขึ้นสุดมือ)
      แม่อุ้มน้องผิวบางใส     (ใช้มือขวาทับซ้อนมือซ้ายที่หน้าท้อง ท่าโยกไปทางซ้ายและขวา)
      ส่งมาให้หนูอุ้มเอย     (โยกมือที่ทับซ้อนไปข้างหน้า แล้วนำมาแนบที่หน้าอก)
    • ครูและเด็กๆร่วมกันทำหนังสือเล่มใหญ่ จากบทคำคล้องจอง น้องใหม่ ครูจะพิจารณาดูความสามารถของเด็กแต่ละวัย หากอายุประมาณ 4 ขวบ เด็กจะช่วยครูวาดภาพประมาณหน้าละ 1 ข้อความ แต่เด็กอายุประมาณ 5-6 ขวบ เขาเริ่มเข้ากลุ่มได้กลุ่มละ 4-5 คนช่วยกันวาดภาพและเขียนข้อความ แล้วนำภาพของแต่ละกลุ่มมาประกอบเป็นหนังสือเข้าปก ใช้อ่านร่วมกัน
    • ให้เด็กที่เป็นพี่มาเล่าเรื่องน้อง และผู้เป็นน้องเล่าเรื่องพี่ เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้สึกกันและกัน เด็กบางคนเพิ่งมีน้องใหม่ จะได้มีความรู้สึกว่ามีเพื่อนหลายคนมีความรู้สึกคล้ายเขา เป็นพวกเดียวกัน และเป็นการให้เด็กได้พูดระบายความเครียด ครูก็ได้รู้ถึงความรู้สึกของเด็กบางคนที่มีความไม่สบายใจ และพร้อมที่ให้ความเห็นใจเด็กและจัดกิจกรรมให้เด็กปรับความรู้สึก
    • ทำ MINDMAP ชื่อน้องใหม่ หากเด็กเขียนหนังสือไม่ได้ ครูจะให้เด็กบอกชื่อน้อง แล้วช่วยเขียนชื่อน้อง

  3. กิจกรรมเสรี
    • ครูจัดมุมบ้านให้เด็กได้เล่นเลี้ยงน้อง มีตุ๊กตารูปร่างทารก เสื้อผ้า ของใช้เด็กอ่อน จัดให้เด็กได้เล่น
    • มุมหนังสือ ครูจัดหาหนังสือเกี่ยวกับการมีน้องใหม่ การเป็นพี่ที่ดี เช่น เรื่อง ผ้าห่มจากฟ้า (ผู้แต่ง : บุบผา เรืองรอง) ความว่า พี่นับวันรอน้องใหม่ตั้งแต่วันอาทิตย์ แล้วพูดคุยกับท้องฟ้าที่จะเตรียมของขวัญให้น้อง พี่เตรียมผ้าผืนใหญ่ไว้ ค่ำคืนวันจันทร์พี่เริ่มตัดผ้าผืนใหญ่ ฟ้าใจดีก็ช่วยตัด ค่ำคืนวันอังคารพี่เย็บผ้า ดวงจันทร์ช่วยเย็บจนเสร็จ คืนวันพุธฟ้าแบ่งปุยเมฆใส่ถุงบางๆ วันพฤหัสบดีพี่เย็บปากถุงผ้า วันศุกร์ดาวใจดีแบ่งดวงดาวให้พี่ นำมาปักเย็บบนผืนผ้าเป็นผ้าห่มลายดาว เมื่อเสร็จแล้วพี่หลับไป ตื่นมาเช้าวันเสาร์พ่อแม่อุ้มน้องใหม่มาให้พี่ พี่ให้ผ้าห่มลายดาวเป็นของขวัญน้อง ทุกๆคืนน้องห่มผ้า อุ่นๆที่แสนนุ่มนิ่ม นอนหลับสบาย
  4. กิจกรรมสร้างสรรค์ ครูอาจชวนเด็กๆวาดภาพน้องใหม่ของเขา ระบายสีภาพคุณแม่ตั้งครรภ์ (มีน้องอยู่ในท้อง) พับกระดาษเป็นเสื้อน้องใหม่ ตัดแต่งผ้าห่มผืนใหม่ให้น้อง ปั้นของเล่นที่คิดว่าจะเล่นกับน้อง ประดิษฐ์ของเล่นที่พี่กับน้องเล่นด้วยกันได้ เช่น ทำโมบายจากใบไม้ กระป๋องดนตรี (ใส่เมล็ดพืชในกระป๋อง)

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องการมีน้องใหม่อย่างไร?

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะจัดกิจกรรมสอนลูกเรื่องวันที่มีน้องใหม่ได้ดังนี้

  • เล่านิทานที่มีตัวละครแสดงบทบาทการเป็นพี่ที่ดีมาอ่านให้ลูกฟัง เช่นเรื่อง จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า (ผู้แต่ง: บุบผา เรือง รอง) ความว่า ค่ำคืนพี่สาวรักน้องจึงอุ้มน้องมาชี้ชวนให้ดูดวงจันทร์ พี่บอกน้องว่าพระจันทร์ใจดีมีของกินของเล่นแบ่งให้น้อง เมื่อพี่ขอข้าวขอแกง ขอแหวนทองแดงผูกมือน้อง ขอช้างขอม้าให้น้องขี่ ขอเก้าอี้ให้น้องนั่ง ขอเตียงตั้งให้น้องนอน ขอละครให้น้องดู ขอยายชูเลี้ยงน้อง ขอยายเกิดเลี้ยงพี่ จันทร์เจ้าใจดีก็ให้ทุกอย่างที่พี่ขอให้น้อง เด็กๆทุกคนรักจันทร์เจ้า จันทร์เจ้าก็รักเด็กดี เพราะเด็กดีจะใจดี เด็กใจดีมีขนมพระจันทร์แบ่งครึ่ง กินกันทั้งฉันและเธอ เด็กใจดีวาดภาพพระจันทร์ แบ่งชมกันทั้งฉันและเธอ เรื่องจันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้าเป็นการปลูกฝังความรักของพี่ที่มีต่อน้อง และความรักที่ได้ก่อเกิดมาแล้วจะแผ่ขยายรักผู้อื่นได้ด้วย
  • ชวนลูกเล่นเกมจ๊ะเอ๋กับน้องในครรภ์ ดังนี้ แม่ชวนลูกคนโตมาสัมผัสลูบท้องแม่ แล้วแม่พูดว่า จ๊ะเอ๋ น้องบอกว่ารักพี่มากเลย แม่ชวนเล่นให้พี่ลูบท้องแม่อีก แล้วแม่ก็พูดจ๊ะเอ๋ เช่นเดิม แต่เปลี่ยนคำพูดของน้องไปเรื่อยๆ คำพูดเหล่านั้นเน้นการสร้างความรักที่น้องมีต่อพี่เช่น อยากเห็นพี่มากเลย อีกไม่นานน้องจะมาเล่นด้วย
  • ให้พี่ช่วยเตรียมของใช้ของน้อง เพื่อให้เขาได้รู้สึกว่าเป็นคนสำคัญที่จะดูแลน้องตลอดไป พ่อแม่ต้องพูดชมเชยให้กำลัง ใจเขาด้วย
  • นำภาพลูกตั้งแต่แม่ตั้งครรภ์จนคลอดให้เขาดู บอกเล่าว่า พ่อแม่ดูแลลูกแบบนี้มาก่อน พ่อแม่รักลูก พ่อแม่มีเขาก่อน เพราะเขาเป็นเพื่อนพ่อแม่จะช่วยเลี้ยงน้อง
  • ทำปฏิทินร่วมกับลูก กำหนดวันคลอดน้องไว้ให้ลูกรู้ว่า เป็นวันที่แม่จะไปหาหมอเพื่อให้หมอทำคลอดน้อง (พ่อแม่ไม่ควรหายไปเฉยๆ แล้วให้ลูกไปอยู่กับคนอื่นโดยที่ลูกไม่รู้ เขาจะเกิดความไม่มั่นคง และเกิดความรู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง) แต่หากยังเล็กมาก มีวัยประมาณขวบกว่า แม่เพียงแต่บอกว่า แม่ไม่อยู่เดี๋ยวมาหาหนูอีก และพ่อควรอยู่ใกล้ชิดลูกอยู่หนึ่งคน ดังนั้นควรมีญาติมาช่วยเหลือแม่ขณะไปคลอดที่โรงพยาบาล เพื่อพ่อจะมีเวลาดูแลลูกหนึ่งคน
  • เมื่อพ่อแม่กลับจากโรงพยาบาลพร้อมน้อง บอกเล่าให้ลูกทราบว่าน้องใหม่คือของขวัญที่แม่ให้ลูก เราจะช่วยกันดูแลน้อง แม่ควรกอดและหอมลูกแสดงความรักกับพี่มากๆ
  • บางโอกาสแม่เตรียมของขวัญมาให้พี่ บอกว่า น้องฝากแม่มาให้พี่ น้องบอกว่ารักพี่ รออีกไม่นานน้องพูดได้น้องจะบอกรักพี่เอง
  • เมื่อถึงวันเกิดของพี่ พ่อแม่ควรจัดงานให้ลูกแม้จะเป็นงานเล็กๆ ก็มีความหมายสำหรับลูก เพราะแสดงให้เขาเห็นว่าเขาเกิดมาพ่อแม่ก็รักเหมือนน้อง งานง่ายๆที่พ่อแม่จัดได้ เช่น แม่ทำขนมโปรดของลูกให้เขา หาของเล่นเป็นสิ่งที่เขารอคอย นำลูกไปเที่ยวที่ที่เขาต้องสนุกเป็นพิเศษ และในวันนี้มีของขวัญจากน้องให้เขาด้วย (พ่อแม่เป็นผู้จัดเตรียม)
  • พ่อแม่ร้องเพลงกล่อมเด็กง่ายๆให้พี่ฟัง และชวนเขาไปกล่อมน้องแทนพ่อแม่ เพราะเขาโตแล้วสามารถทำแทนพ่อแม่ได้ แต่พ่อแม่ต้องพูดให้พี่เกิดความรู้สึกว่า พ่อแม่มอบความไว้ใจให้เขา เขาจะภูมิใจ เช่น หนูร้องเพลงกล่อมน้องแทนแม่หน่อยนะ น้องชอบแน่ๆเลย หรือเรามาร้องเพลงกล่อมน้องกัน
    ตัวอย่าง เพลงกล่อมเด็ก แม่นกน้อยเอย (ผู้แต่ง : บุบผา เรืองรอง)
    แม่นกน้อยเอย
    บินร่อนลงรัง
    มาเฝ้าระวัง
    ไข่ใบน้อยน้อย
    กกไข่ให้อุ่น
    เนื้อละมุนเอ๋ย
    แม่รักเจ้าเอย

เกร็ดความรู้เพื่อครู

การสอนเรื่องน้องใหม่ให้กับเด็ก มีเกร็ดความรู้ที่ครูควรทราบพอสังเขปดังนี้

  • การเข้าใจการพัฒนาการของเด็กช่วงปฐมวัยเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะการพัฒนาการทางสังคมและอารมณ์ของเด็กปฐมวัย
  • ครูต้องมีข้อมูลของครอบครัวของเด็ก โดยเฉพาะข้อมูลของเด็กที่เป็นลูกคนแรก ครูจึงควรขอความร่วมมือจากผู้ปก ครองตั้งแต่วันปฐมนิเทศหรือวันแรกที่เด็กมาอยู่ชั้นเรียนใหม่กับครู เรื่องครอบครัวมีน้องใหม่ขอส่งข่าวให้ครูทราบตั้งแต่คุณแม่มีครรภ์เห็นชัดเจน
  • หน่วยการสอนที่เพิ่มสาระการเรียนรู้เรื่อง น้องใหม่ ได้เช่น หน่วยตัวฉัน เรื่องความรู้สึกของฉัน หน่วยครอบครัวของฉัน เรื่อง น้อง หน่วยวันพ่อ หน่วยวันแม่ เป็นผู้ให้กำเนิดลูกเพราะรักลูก
  • การใช้สถานการณ์จริง ชื่อของน้องใหม่ เพศของน้องใหม่ วันเกิดของน้องใหม่ ของเด็กนักเรียนแต่ละคนในชั้นเรียน ครูสามารถออกแบบกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัยเพื่อพัฒนาทักษะต่างๆให้แก่เด็กได้ เช่น บอกชื่อ อ่านชื่อ เล่าเรื่องน้องใหม่ เป็นทักษะทางภาษาและทักษะทางสังคม
  • ครูสามารถหาสื่อการสอนใกล้ตัวเรื่องน้องใหม่ได้จากครอบครัวของเด็ก เช่น ภาพถ่ายของพี่และน้องใหม่ ภาพวาดระบายสีจากเด็กเกี่ยวกับน้องใหม่

บรรณานุกรม

  1. บุบผา เรืองรอง (2550). การให้การศึกษาและการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองเด็กปฐมวัย . นครศรีธรรมราช : มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช.
  2. บุบผา เรืองรอง.( 2555) .จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า. กรุงเทพมหานคร : เอเธนส์ พับลิซซิ่ง.
  3. บุบผา เรืองรอง.( 2555) .ผ้าห่มจากฟ้า. กรุงเทพมหานคร : เอเธนส์ พับลิซซิ่ง.
  4. วินัดดา ปิยะศิลป์ . พฤติกรรมเด็กวัย 3-6ขวบ อิจฉาน้อง. www.taiknowledgebase.org ค้นคว้าเมื่อ 21 มีนาคม 2556”
  5. ศรีเรือน แก้วกังวาน. (2545) จิตวิทยาพัฒนาการชีวิตทุกช่วงวัย. กรุงเทพมหานคร :สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
  6. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพมหานคร : คุรุสภาลาดพร้าว.
  7. อุดมลักษณ์และคณะ. (2555 ). ชุดฝึกอบรมครูปฐมวัย โครงการพัฒนาครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ 2555 .กรุงเทพมหานครศรีธรรมราช :โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน