หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องการอนุรักษ์ช้าง (Elephant Conservation)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องการอนุรักษ์ช้าง

การอนุรักษ์ช้าง (Elephant Conservation) หมายถึง การดูแลรักษา ดำรงคงไว้ซึ่งช้างไทยให้คงอยู่ตลอดไปโดยปราศจากการทำลาย ทำร้าย หรือแสวงหาประโยชน์จากช้างในวิธีการต่างๆ ที่ทำให้ประชากรของช้างลดน้อยลง ซึ่งการสอนเด็กปฐมวัยเรื่องการอนุรักษ์ช้าง เป็นการจัดประสบการณ์ให้เด็กได้รับการพัฒนาใน 3 ด้าน คือ

  • ด้านความรู้ เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจในสภาพปัญหา และแนวทางในการอนุรักษ์ช้าง
  • ด้านเจตคติหรือความตระหนัก เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความตระหนักให้เด็กเห็นความสำคัญและคุณค่าในการอนุรักษ์ช้าง
  • ด้านการปฏิบัติเป็นการจัดกิจกรรมที่เน้นให้เด็กลงมือปฏิบัติในการอนุรักษ์ช้างจากการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยและพัฒนาการตามช่วงวัย

ทั้งนี้ การสอนเรื่องการอนุรักษ์ควรเน้นให้เด็กได้มีคุณธรรมด้านความเมตตาอันเป็นหลักธรรมสำคัญทางพระพุทธศาสนา

การสอนเรื่องการอนุรักษ์ช้างมีความสำคัญและความเป็นมาอย่างไร?

สิ่งแวดล้อมคือทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวมนุษย์ ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต ทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม มีอิทธิพลเกี่ยวโยงถึงกันเป็นปัจจัยในการเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ผลกระทบจากปัจจัยหนึ่งจะมีส่วนเสริมสร้างและทำลายอีกส่วนหนึ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งแวดล้อมมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ คนเราต้องพึ่งพาสิ่งแวดล้อมเพื่อการอยู่รอด การที่มนุษย์รักษาความสมดุลของสิ่งแวดล้อมได้จะทำให้การดำรงชีวิตของมนุษย์เป็นไปตามปกติได้ สำหรับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ได้ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความรู้ เจตคติและทักษะเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยได้กำหนดจุดหมายของหลักสูตรที่มุ่งให้เด็กได้พัฒนาให้เด็กมีพัฒนาการที่เหมาะสมกับวัย ทั้งพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา และได้กำหนดมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์เกี่ยวกับการส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยกำหนดว่า เด็กต้องรักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมและความเป็นไทย โดยกำหนดสาระที่ควรเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติรอบตัว เด็กควรจะได้เรียนรู้สิ่งที่มีชีวิต ที่เป็นต้นไม้ ดอกไม้ สัตว์ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลง ของโลกที่แวดล้อมเด็กตามธรรมชาติ เช่น ฤดูกาล กลางวัน กลางคืน ฯลฯ หลังจากเด็กเรียนรู้ธรรมชาติรอบตัวแล้ว เด็กควรมีแนวคิดเกี่ยวกับธรรมชาติรอบตัวทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต สิ่งมีชีวิตต้องการอากาศ แสงแดด น้ำและอาหารเพื่อการเจริญเติบโต สิ่งมีชีวิตสามรรถปรับตัวให้เข้ากับลักษณะอากาศ ฤดูกาล และต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน สำหรับสิ่งไม่มีชีวิต เช่น น้ำ หิน ดิน ทราย อากาศ ฯลฯ มีรูปร่าง สี ประโยชน์และโทษต่างกัน ลักษณะอากาศรอบตัวแต่ละวันอาจเหมือนหรือแตกต่างกัน เวลากลางวันเป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์ขึ้นจนดวงอาทิตย์ตก ส่วนเวลากลางคืนเป็นเวลาที่ดวงอาทิตย์ตกจนดวงอาทิตย์ขึ้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการนอนหลับพักผ่อน สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติรอบตัวมีทั้งต้นไม้ สัตว์ น้ำ ดิน หิน ทราย อากาศ ฯลฯ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตต้องได้รับการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้นรอบๆตัว เช่น บ้านที่อยู่อาศัย ถนนหนทาง สวนสาธารณะ สถานที่ต่างๆ ฯลฯ เป็นสิ่งที่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ทุกคนควรช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและรักษาสาธารณะสมบัติไม่ควรทำลายและควรบำรุงรักษาให้ดีขึ้นได้

สิ่งแวดล้อมศึกษาเป็นกระบวนการที่สำคัญที่เน้นความรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมทางกายภาพและสิ่งแวดล้อมทางสังคม ปัจจัยที่เป็นทั้งรูปธรรมและนามธรรมที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมและผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อมนุษย์ เพื่อสร้างเจตคติ พฤติกรรม และค่านิยมในอันที่จะรักษาหรือพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิตของตนเองและของมนุษย์โดยส่วนรวม สิ่งแวดล้อมศึกษาควรพัฒนาให้เกิดขึ้นในตัวมนุษย์ โดยเฉพาะในเด็กระดับปฐมวัย เพื่อให้เด็กเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่เป็นพลเมืองของโลกได้ตระหนักในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม หรือลดปัญหาการทำลายสิ่งแวดล้อม หรือไม่ใช้สิ่งแวดล้อมอย่างฟุ่มเฟือย เสน่ห์ พิมพ์สุกใส ได้กล่าวถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมว่า เป็นสิ่งที่ควรจัดให้เด็กได้เรียนในทุกระดับอายุ ซึ่งสิ่งแวดล้อมศึกษาเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับปัจจุบัน อนาคตและเรื่องที่เกี่ยวกับโลกที่มนุษย์อาศัยอยู่ การเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษาผู้เรียนจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนอย่างจริงจัง และต้องเรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิต และสิ่งแวดล้อมศึกษาจะครอบคลุมสาขาวิชาการต่างๆ เช่น วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมวิทยา ฯลฯ การสอนเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในระดับปฐมวัยเป็นการจัดประสบการณ์เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมใน 3 ด้าน คือ ด้านความรู้ เป็นการจัดประสบการณ์เพื่อให้เด็กปฐมวัยมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของประโยชน์ผลกระทบต่อการทำลายสิ่งแวดล้อม และรู้จักแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ทั้งในเรื่องอากาศ น้ำ ดิน ต้นไม้ สัตว์ ขยะ ไฟฟ้า และสารพิษ ด้านเจตคติ เป็นการจัดประสบการณ์เพื่อสร้างความตระหนักต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ต่อการรักษา ป้องกัน แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า เป็นประโยชน์และเหมาะสม และด้าน การปฏิบัติด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นการจัดประสบการณ์เพื่อให้เด็กปฐมวัยรู้บทบาทหน้าที่ของตนเองในการปฏิบัติต่อสิ่งแวดล้อม มีความรับผิดชอบ และใช้สิ่งแวดล้อมอย่างประหยัด

การจัดประสบการณ์หรือการสอนเรื่องการอนุรักษ์สัตว์ให้กับเด็กปฐมวัย เป็นการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เด็กปฐมวัยมีความเมตตาต่อสัตว์ แสดงความรักต่อสัตว์ และไม่ทำลายหรือทำร้ายสัตว์ การปลูกฝังและสร้างพฤติกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับเด็กปฐมวัยนับเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ เด็กอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปี เป็นวัยที่เหมาะสมในการพัฒนาให้เด็กมีความพร้อมในการพัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา การปลูกฝังเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจในสิ่งแวดล้อมมีเจตคติ และสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุด ดังนั้น การเสริมสร้างพฤติกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจึงต้องจัดกิจกรรมให้มีความเหมาะสมกับเนื้อหา และความเหมาะสมกับพัฒนาการของเด็กแต่ละวัย การสอนเรื่องการอนุรักษ์ช้าง เป็นการจัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ให้กับเด็กปฐมวัย ทำให้เด็กปฐมวัยมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับช้างซึ่งเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เด็กจะต้องมีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่เป็นสัตว์ มีความสามารถในการวิเคราะห์ปัญหาเกี่ยวกับการอนุรักษ์สัตว์ มีความตระหนักและเห็นความสำคัญต่อการการอนุรักษ์สัตว์ และสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการอนุรักษ์สัตว์ได้

ช้างเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง ในอดีตช้างจะเป็นสัตว์ที่ใช้ในการรบปกป้องบ้านเมืองในยามสงคราม สังเกตได้จากกษัตริย์แต่ละพระองค์จะมีช้างทรงคู่พระบารมี โดยช้างทรงเหล่านี้จะต้องเลือกตามหลักคชลักษณ์เพื่อเป็นช้างประจำพระองค์ โดยมากจะหาช้างที่มีลักษณะเป็นช้างเผือก นอกจากนี้ช้างยังเป็นสัตว์ที่มาสามารถนำมาฝึกเพื่อใช้แรงงานในการขนของที่มีขนาดและน้ำหนักมาก เช่น ลากซุง หิน หรือแม้แต่บรรทุกสัมภาระเดินทางไปในที่ทุรกันดารด้วยเหตุที่กล่าวมาข้างต้น ช้างจึงเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญ จึงถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของธงไตรรงค์ของสยามประเทศในระยะหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นธงไตรรงค์ในแบบปัจจุบัน ช้างจึงเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับสถาบันหลักของประเทศและมีความผูกพันกับวิถีชีวิตของคนไทยเสมอมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2506 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีมติเลือกให้ช้างเผือก เป็นสัญลักษณ์ประจำชาติ เนื่องจากช้างเผือกเป็นสัตว์ที่มีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์และประเพณีของไทยและเป็นสัตว์ที่มีอายุยืน และในอีก 35 ปีต่อมาวันที่ 26 พฤษภาคม 2541 คณะรัฐมนตรีจึงมีมติประกาศให้วันที่ 13 มีนาคมของทุกปีเป็นวันช้างไทย เพื่อให้คนไทยและเยาวชนรุ่นหลังได้รำลึกและตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของช้าง ซึ่งเป็นสัตว์ประจำชาติไทย และเพื่อให้มีจิตสำนึกรัก หวงแหน พร้อมใจที่จะมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ช้างไทยให้คงอยู่คู่กับประเทศไทยตราบนานเท่านาน

การสอนเรื่องการอนุรักษ์ช้างมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การสอนเรื่องการอนุรักษ์ช้าง เป็นการจัดประสบการณ์หรือกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กมีความรู้ ความตระหนักและสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในอันที่จะช่วยกันอนุรักษ์สัตว์ต่างๆ โดยเฉพาะช้างไทย ซึ่งในปัจจุบันจะพบว่า ช้างไทยรวมถึงช้างป่าได้ถูกทำลายหรือฆ่าเพื่อประโยชน์ในทางการค้าแสวงหากำไรของกลุ่มนักล่าสัตว์ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้ช้างซึ่งเป็นสัตว์ที่ควรได้รับการสงวนและคุ้มครองมีจำนวนลดน้อยลง ดังนั้นการสอนเรื่องการอนุรักษ์ช้างไทยจึงมีประโยชน์ต่อเด็กปฐมวัย ดังนี้

  • เป็นการจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมคุณธรรมด้านความเมตตาให้กับเด็ก การสอนเรื่องการอนุรักษ์ช้างไทยเป็นการจัดประสบการณ์ต่างๆที่มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กปฐมวัยที่มุงให้เด็กบรรลุจุดหมายของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยที่เป็นมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ข้อ 4 มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงาม โดยเฉพาะคุณธรรมความเมตตาที่เด็กปฐมวัยควรมีความเมตตา รักสัตว์ ไม่ทำร้ายหรือทำลายสัตว์ และควรดูแลเอาใจใส่และเลี้ยงดูสัตว์ ซึ่งคุณธรรมความเมตตา คือ ความหวังดี ปรารถนาดี มีความเป็นมิตร ไม่เบียดเบียนหรือทำร้ายกัน ซึ่งความเมตตาเป็นองค์ประกอบหนึ่งของหลักธรรมพรหมวิหารสี่ ซึ่งเป็นหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ซึ่งประกอบด้วย เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา
  • ส่งเสริมให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับช้างไทย ได้แก่ ความสำคัญของช้างไทยที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทย และความสำคัญที่มีต่อสถาบันหลักของประเทศ โดยเฉพาะสถาบันชาติ สถาบันพระมหากษัตริย์ เด็กจะได้เรียนรู้ว่าช้างเป็นสัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ประจำชาติไทย ช้างมีความสำคัญต่อการปกป้องบ้านเมือง ช้างมีความสำคัญต่อการคมนาคมในสมัยก่อนและช้างเป็นแรงงานสำคัญที่ใช้ในการประกอบอาชีพของคนไทย เช่น การลากซุง ขนสินค้าต่างๆ เป็นต้น
  • เพื่อสร้างเจตคติและความตระหนักต่อการร่วมกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เจตคติสามารถสร้างและปลูกฝังให้เกิดขึ้นได้จากกระบวนการสอนที่มุ่งให้เด็กรู้และตระหนักถึงคุณค่าของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมประเภทสัตว์ เช่น การจัดกิจกรรมให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สัตว์ การให้เด็กได้สัมผัสชีวิตของสัตว์ การให้อาหาร วิถีชีวิตสัตว์ การไปศึกษาลักษณะและความเป็นอยู่ของสัตว์จริงๆ จะเป็นวิธีการที่ช่วยให้เด็กมีเจตคติและมีความตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์สัตว์ได้
  • เป็นการส่งเสริมให้เด็กรักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ที่มุ่งจัดประสบการณ์เพื่อให้เด็กประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ผ่านการเรียนรู้ตามสาระที่ควรเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติรอบตัว โดยเฉพาะธรรมชาติที่เป็นสิ่งมีชีวิต คือ ช้างไทย ซึ่งเป็นสัตว์ที่ควรได้รับการอนุรักษ์
  • เป็นการสอนให้เด็กเรียนรู้ที่จะปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม การอยู่ร่วมกันกับสิ่งแวดล้อม การอยู่แบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน การรักษาสมดุลของธรรมชาติ ทั้งนี้เด็กจะได้เรียนรู้ว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อม
  • ส่งเสริมเด็กให้มีคุณธรรมด้านความประหยัด การสอนเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทั้งสัตว์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เป็นการสอนให้เด็กรู้จักรักษาทรัพยากรและอนุรักษ์ทรัพยากรให้ใช้ได้นานที่สุดและมีประโยชน์สูงสุด
  • เป็นการส่งเสริมพัฒนาการทั้งทั้ง 4 ด้านให้กับเด็ก การเรียนรู้เกี่ยวกับช้างไทยที่ครูอาจจัดกิจกรรมแบบหน่วยหรือหัวเรื่องผ่านการปฏิบัติกิจกรรมตามตารางกิจกรรมประจำวันเป็นการส่งเสริมเด็กให้ได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน การได้ใช้กล้ามเนื้อใหญ่ กล้ามเนื้อเล็ก การระมัดระวังรักษาความปลอดภัยเมื่อไปเที่ยวชมสัตว์ในสวนสัตว์ การส่งเสริมความเมตตากรุณาที่มีต่อสัตว์ ได้สร้างสรรค์ชิ้นงานศิลปะจากการเรียนรู้เรื่องช้างไทย ได้ร่วมกันคิดแก้ปัญหาและหาแนวทางการอนุรักษ์ช้าง ได้เล่นเลียนแบบการเคลื่อนไหวของช้าง ฯลฯ ทั้งนี้ไม่ว่าจะจัดกิจกรรมเรื่องใดเรื่องหนึ่งผลลัพธ์ที่มุ่งหวังคือการส่งเสริมให้เด็กได้รับการพัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา

ครูกิจกรรมการสอนเรื่องการอนุรักษ์ช้างอย่างไร?

การจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ช้างไทยเป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นให้เด็กได้รับความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ช้าง การสร้างเจตคติหรือความตระหนักให้เกิดขึ้นกับเด็กเพื่อจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือการปฏิบัติเกี่ยวกับการอนุรักษ์ช้างได้เหมาะสมกับวัยเด็ก การจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้เด็กอนุรักษ์ช้างอาจจัดกิจกรรมภายในห้องเรียน จัดกิจกรรมพิเศษ หรือจัดกิจกรรมนอกห้องเรียนก็ได้ สำหรับการจัดกิจกรรมภายในห้องเรียน ครูจะจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับเนื้อหาสาระและหน่วยการเรียนรู้ผ่านการจัดกิจกรรมประจำวันตามตารางกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัยดังนี้

  • กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ สำหรับการเรียนรู้หน่วยช้าง ครูอาจจัดกิจกรรมให้เด็กได้เคลื่อนไหวประกอบเพลงช้าง การเคลื่อนไหวประกอบการเล่านิทานเกี่ยวกับช้าง การเคลื่อนไหวเลียนแบบท่าทางของช้าง การเคลื่อนไหวประกอบคำคล้องจอง การเคลื่อนไหวตามคำสั่งหรือข้อตกลง การเคลื่อนไหวประกอบการเล่าเรื่องหรือร้องเพลง
  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เป็นการจัดกิจกรรมให้เด็กได้เรียนรู้สาระหรือความคิดรวบยอดเกี่ยวกับช้าง เช่น ความหมายประวัติความเป็นมาของช้างไทย ลักษณะและประเภทของช้าง คุณค่าและประโยชน์ของช้าง การอนุรักษ์ช้างไทย อาหารและความเป็นอยู่ของช้าง เป็นต้น
  • กิจกรรมสร้างสรรค์ เด็กอาจวาดภาพระบายสีรูปช้าง การสร้างภาพปะติดรูปช้าง การฉีก ตัดกระดาษเป็นรูปช้าง การปั้นดินน้ำมันเรื่องสวนสัตว์ การประดิษฐ์เศษวัสดุเป็นตัวช้าง เป็นต้น
  • กิจกรรมเสรี ครูอาจจัดมุมประสบการณ์ที่สอดคล้องกับการเรียนรู้ เช่น นำภาพช้างประเภทต่างๆ มาจัดเป็นป้ายนิเทศ การจัดมุมหนังสือให้มีนิทานเกี่ยวกับช้าง หรือมีหนังสือสารคดีเกี่ยวกับช้าง การจัดมุมเชิดหุ่นหรือโรงละครที่มีหุ่นมือ หุ่นถุงกระดาษ หรือหุ่นต่างๆ เป็นรูปช้าง และอาจเชิดหุ่นให้เด็กดูด้วย และนำหุ่นมือหน้าช้างมาเป็นสื่อในการกระตุ้นการเรียนรู้ให้กับเด็ก เป็นต้น
  • กิจกรรมกลางแจ้ง อาจจัดกิจกรรมวิ่งแข่งเลียนแบบช้าง หรือการละเล่นของไทยต่าง ฯลฯ
  • เกมการศึกษา เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญาในด้านต่างๆ ผ่านเกมการศึกษาประเภทต่างๆ เช่น เกมภาพตัดต่อรูปช้าง เกมจับคู่ภาพช้างที่มีสีเหมือนกัน เกมจับคู่ภาพช้างที่มีขนาดเท่ากัน เกมการเรียงลำดับขนาดของตัวช้าง เกมโดมิโนรูปช้าง เป็นต้น

นอกจากนี้ ครูอาจจัดกิจกรรมพิเศษ เป็นการจัดกิจกรรมแบบเฉพาะเรื่องเฉพาะเวลา เช่น การจัดตั้งชมรมการอนุรักษ์ช้างขึ้นในโรงเรียน การรณรงค์เพื่อการอนุรักษ์ช้างในวันช้างไทย เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมพิเศษจะจัดในช่วงเวลาอื่นๆนอกเหนอจากเวลาเรียนตามปกติ และอาจจัดกิจกรรมนอกห้องเรียน หรือกิจกรรมภาคสนาม เป็นการจัดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรงจากการเข้าร่วมทำกิจกรรมนอกสถานที่ เช่น การพาเด็กไปเที่ยวสวนสัตว์ และให้เด็กได้เรียนรู้ชีวิตความเป็นอยู่ของช้างในด้านต่างๆ เป็นการพัฒนาทั้งทางด้านความรู้และเจตคติที่มีต่อการอนุรักษ์ช้างให้กับเด็กได้ดีอีกวิธีการหนึ่งด้วย

พ่อแม่ผู้ปกครองจัดกิจกรรมสอนลูกเรื่องการอนุรักษ์ช้างได้อย่างไร?

การจัดกิจกรรมของพ่อแม่หรือผู้ปกครองเพื่อส่งเสริมหรือสอนเรื่องการอนุรักษ์ช้างให้กับเด็กปฐมวัย ควรเป็นกิจกรรมที่เหมาะสมสอดคล้องกับวัยและพัฒนาการเด็ก เน้นการจัดกิจกรรมที่เด็กได้มีส่วนร่วมและลงมือปฏิบัติตามความสนใจ จากการเรียนรู้สิ่งที่ง่ายไปหาสิ่งที่ซับซ้อนและเรียนรู้จากสิ่งใกล้ตัวไปสู่การเรียนสิ่งแวดล้อมที่ห่างไกลออกไป พ่อแม่สามารถจัดกิจกรรมเพื่อสอนให้ลูกอนุรักษ์ช้างได้ดังนี้

  • ปลูกฝังคุณธรรมด้านความเมตตากรุณาที่มีต่อสัตว์ในขั้นเบื้องต้น โดยที่พ่อแม่อาจจัดให้มีการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงไว้ที่บ้าน เช่น สุนัข แมว กระต่าย ปลา เป็นต้น จากนั้นอาจให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสัตว์ การให้อาหารสัตว์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นการส่งเสริมคุณธรรมด้านความเมตตากรุณาที่มีต่อสัตว์ให้กับเด็กปฐมวัยได้
  • พาลูกไปเรียนรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์นอกสถานที่ เช่น การพาไปเที่ยวสวนสัตว์ และให้เด็กได้สัมผัส เรียนรู้สัตว์จริงที่มีในสวนสัตว์ พยายามสอดแทรกคุณธรรมด้านความเมตตาให้เกิดกับเด็ก เพื่อเด็กจะได้เกิดความตระหนักและหวงแหนสัตว์ไม่ทำร้ายหรือทำลายสัตว์
  • จัดให้มีหนังสือนิทาน หนังสือสารคดี ที่เกี่ยวกับช้างหรือการอนุรักษ์ช้างและพ่อแม่ควรเล่นนิทานให้ลูกฟังทุกวัน ขณะเดียวกันควรสอดแทรกเรื่องการอนุรักษ์ช้างให้กับเด็กด้วย
  • ให้เด็กเรียนรู้เรื่องการอนุรักษ์ผ่านสื่อต่างๆ ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ สังคมออนไลน์ เช่น ให้เด็กดูรายการสารคดีเกี่ยวกับสัตว์ การอนุรักษ์สัตว์
  • ให้เด็กได้เช้าร่วมกิจกรรมการรณรงค์เรื่องการอนุรักษ์สัตว์เมื่อมีโอกาสจะทำให้เด็กได้รับการกระตุ้นและมีแรงจูงใจที่ดีในการอนุรักษ์สัตว์ โดยเฉพาะการอนุรักษ์ช้าง นอกจากนี้ควรให้เด็กได้รับชมข่าวสารเกี่ยวกับการอนุรักษ์สัตว์จากรายการข่าวทางโทรทัศน์ ก็จะเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมที่บ้านเพื่อให้ลูกเรียนรู้เรื่องการอนุรักษ์ช้างไทยได้

เกร็ดความรู้เพื่อครู

การจัดประสบการณ์เพื่อให้เด็กปฐมวัยมีส่วนร่วมในกระบวนการของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการอนุรักษ์ช้าง ครูควรสร้างความตระหนัก สร้างเจตคติที่มีต่อการเห็นคุณค่าและความสำคัญของการอนุรักษ์ช้าง ให้เด็กได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพปัญหาในปัจจุบันเกี่ยวกับการอนุรักษ์สัตว์ ให้เด็กได้ช่วยกันวิเคราะห์และหาแนวทางในการร่วมมือกันเพื่อการอนุรักษ์สัตว์ นำไปสู่การปฏิบัติการอนุรักษ์สัตว์ตามแนวทางที่เหมาะสมกับวัยและพัฒนาการของเด็กจากการจัดประสบการณ์ในโรงเรียนที่เน้นการให้เด็กมีส่วนร่วมทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญา

บรรณานุกรม

  1. ดารารัตน์ อุทัยพยัคฆ์. (2548). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบพุทธวิธีเพื่อเสริมสร้างพฤติกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของเด็กปฐมวัย. ปริญญานิพนธ์ กศ.ด. (การศึกษาปฐมวัย). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร. ถ่ายเอกสาร.
  2. นิวัติ เรืองพานิช. (2537). การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : สหมิตรออฟเซท.
  3. วินัย วีระวัฒนานนท์. (2537). การศึกษาสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์.
  4. สุเทพ ธีรศาสตร์. (2540). ISO 1400 มาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพฯ : สมาคมสิ่งแวดล้อมเทคโนโลยี(ไทย – ญี่ปุ่น).
  5. เสน่ห์ พิมพ์สุกใส. (2542). พฤติกรรมการสอนกลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต. นครราชสีมา : คณะครุศาสตร์สถาบันราชภัฏนครราชสีมา.
  6. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2547). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพฯ :โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  7. Palmer & Neal. (1994). The Handbook of Environmental Education . Mackays of Chatham PLC : Chatham , Kent.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน