หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องการเที่ยวงานรื่นเริง (Teaching Children about Partying)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องการเที่ยวงานรื่นเริง

การสอนลูกเรื่องการเที่ยวงานรื่นเริง (Teaching Children about Partying) หมายถึงการจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับงานที่จัดขึ้นเพื่อการฉลอง งานเลี้ยง สังสรรค์ โดยมุ่งเน้นให้ผู้มาเที่ยวหรือร่วมงานมีความสุข สนุกสนาน ผ่อนคลายทางด้านอารมณ์ ภายในงานจะมีการจัดกิจกรรมต่างๆมากมาย ทั้งการละเล่น ดนตรี ความบันเทิงในรูปแบบต่างๆ งานรื่นเริงนับว่าเป็นงานที่อยู่คู่กับวิถีการดำรงชีวิตของคนไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เช่น การจัดงานรื่นเริงในวันสงกรานต์ วันลอยกระทง วันขึ้นปีใหม่ งานบุญเผวส งานวันสารทเดือนสิบ งานประเพณีชักพระหรือลากพระ งานวันออกพรรษา งานฤดูหนาว งานรื่นเริงที่จัดขึ้นมีคุณค่าต่อการสืบทอดประเพณีและวัฒนธรรมอันดีให้คงอยู่คู่เมืองไทยตลอดไป ขณะเดียวกันงานรื่นเริงที่จัดขึ้นยังเป็นการเสริมสร้างการเรียนรู้ในเรื่องต่างๆให้กับเด็กปฐมวัยได้ เช่น การเที่ยวงานอย่างปลอดภัย การรักษาวินัยและกำกับตนเอง พฤติกรรมการบริโภคอาหารและโภชนาการที่ดี

การสอนเรื่องการเที่ยวงานรื่นเริงสำคัญอย่างไร?

งานรื่นเริงเป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อการฉลอง งานเลี้ยง สังสรรค์ โดยมุ่งเน้นในเรื่องของการสร้างความสุข การบันเทิงในรูปแบบต่างๆ และเป็นที่ทราบกันดีว่าการจัดงานรื่นเริงเป็นกิจกรรมที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของคนไทยมาตั้งแต่โบราณกาล ดังจะเห็นได้ว่าสมัยกรุงสุโขทัย สมัยอยุธยามีการออกศึกษา และถ้าครั้งใดก็ตามที่ต่อสู้รบกับศัตรูและเกิดชัยชนะ ทางกองทัพก็จะจัดงานเลี้ยงงานรื่นเริงเพื่อฉลองความสำเร็จในการนั้นๆ หรือประเพณีการโกนจุกของเด็กในสมัยก่อนที่อายุครบ 7 ขวบ มีพิธีการและมีการเลี้ยงฉลองซึ่งเป็นลักษณะของงานรื่นเริง งานรื่นเริงที่จัดขึ้นจนเป็นประเพณีจะมีการสืบสานและปฏิบัติกันเป็นธรรมเนียมประเพณีที่คนรุ่นหลังได้รับการถ่ายทอดและยึดถือปฏิบัติ และทำให้สังคมนั้นมีความเป็นเอกลักษณ์และเป็นปึกแผ่นมาจนถึงปัจจุบัน จากลักษณะของการจัดงานรื่นเริงของคนไทย สามารถแยกประเภทของงานรื่นเริงได้ดังนี้

  1. งานรื่นเริงที่เกี่ยวข้องกับศาสนา ความเชื่อหรือลัทธิต่างๆ งานรื่นเริงที่จัดขึ้นจะเกี่ยวข้องกับหลักความเชื่อทางศาสนาต่างๆ เช่น ศาสนาพุทธนิยมจัด งานวันเข้าพรรษา วันออกพรรษา งานประเพณีชักพระหรือลากพระของจังหวัดสุราษฎร์ธานี งานแห่พระเวสสันดรเข้าเมือง ของดีเมืองนรา จังหวัดนราธิวาส งานประเพณีดอกฝ้ายบานที่เมืองเลย งานบุญบุญเผวสของพุทธ ศาสนิกชนของทางจังหวัดแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรืออีสาน งานประเพณีวันสารทเดือนสิบของจังหวัดนครศรีธรรม ราช ประเพณีวันฮารีรายอของคนมุสลิม การจัดงานวันคริสต์มาสของคริสต์ศาสนิกชน งานรื่นเริงที่เกี่ยวข้องกับศาสนาและความเชื่อเหล่านี้ถูกจัดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการแสดงซึ่งความเคารพ ความศรัทธาและปฏิบัติเพื่อระลึกถึงบุญคุณของศาสดาในศาสนานั้นๆ แต่ในขณะเดียวกับก็จะเน้นความสุข ความบันเทิง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานมีความรื่นเริง ซึ่งในงานประเพณีต่างๆเหล่านี้จะประกอบด้วยกิจกรรมหลากหลายและส่วนใหญ่จะเป็นความบันเทิงใจ เช่น การจัดงานประเพณีชักพระหรือลากพระของจังหวัดสุราษฎร์ธานีจะเป็นการจัดงานใหญ่ใช้เวลาประมาณ 7 – 9 วัน และภายในงานจัดให้มีมหรสพต่างๆที่เป็นการผ่อนคลายของผู้มาเที่ยวงาน มีการจัดซุ้มสินค้าพื้นเมืองหรือสินค้าOTOP มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมประจำท้องถิ่น เช่น การแสดงหนังตะลุง มโนราห์ กอเกป่า รองเง็ง เพลงบอก การแสดงบนเวทีและการประกวดต่างๆ มีการแสดงคอนเสิร์ตลูกทุ่งและนักร้องต่างๆ มีการจำหน่วยสินค้าและคาราวานต่างๆอย่างมากมาย อีกทั้งยังมีการจัดตกแต่งเรือลากพระที่วิจิตรตระการตาจากอำเภอต่างๆในจังหวัด และมีการจัดให้มีการแข่งขันเรือยาว และทอดผ้าป่าในทุกๆปี ซึ่งถือได้ว่างานประเพณีชักพระของจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นงานรื่นเริงที่จัดใหญ่ได้ทุกๆปี
  2. งานรื่นเริงที่เกี่ยวข้องกับกาลเวลาและฤดูกาลต่างๆในแต่ละปี งานรื่นเริงในประเภทนี้ ได้แก่ งานประเพณีสงกรานต์ งานวันลอยกระทง งานประเพณีเผาเทียนเล่นไฟของเมืองประวัติศาสตร์สุโขทัย ประเพณียี่เป็งหรือประเพณีการลอยกระทงของชาวล้านนา งานรื่นเริงฤดูหนาวและของดีนครลำปาง ของจังหวัดลำปาง งานวันขึ้นปีใหม่ งานเทศกาลดอกบัวตองบานของจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ งานกาชาดประจำจังหวัด งานกาชาดในกรุงเทพฯจัดที่สวนอัมพร งานรื่นเริงต่างๆเหล่าจะจัดขึ้นเพื่อเป็นการฉลองที่ในแต่ละปีจะมีงานนี้แค่ครั้งเดียว และเป็นการจัดงานที่ใช้เวลาหลายวันก่อนที่จะเข้าสู่กิจกรรมหลักของงาน อีกทั้งยังมีการแสดงต่างๆ จัดให้มีมหรสพ ดนตรี และการออกร้านต่างๆ มีเกมการละเล่นต่างๆ เช่น การปาเป้า สาวน้อยตกน้ำ รำวงย้อนยุค มีเครื่องเล่นสำหรับเด็ก เช่น ชิงช้า ม้าหมุน ฯลฯ
  3. งานรื่นเริงที่เกี่ยวข้องกับวิถีการดำรงชีวิตของคนไทย งานรื่นเริงเหล่านี้จะจัดขึ้นให้สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตของคนในกลุ่มนั้นๆหรือเป็นการสะท้อนอาชีพของเขา เช่น การร้องเพลงเกี่ยวข้าวหรือเพลงเต้นกำรำเคียวของคนที่เป็นชาวนาแถบภาคกลาง เนื่องจากภูมิประเทศแถบนี้จะเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ คนส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา มีการลงแขกเกี่ยวข้าว ดังนั้นในฤดูกาลเก็บเกี่ยวเมื่อมีการลงแขกแล้ว อาจจัดให้มีความรื่นเริงด้วยการร้องเพลงเต้นกำรำเคียวระหว่างหญิงกับชาย ซึ่งเนื้อหาของเพลงจะเน้นไปทางการเกี่ยวพาราสีของหญิงชายในสมัยก่อน หรือการรำเซิ้งกระติ๊บของชาวภูไทยที่อยู่ทางภาคอีสาน เป็นการแสดงของคนภาคอีสานที่รู้จักกันดี เป็นการแสดงในงานรื่นเริงต่างๆที่จัดขึ้น ท่าของการแสดงทำให้เห็นถึงความสัมพันธ์กับศิลปะการดำรงชีวิต การแต่งกายแบบพื้นบ้านชาวอีสาน คือนุ่งซิ่นสั้นประมาณเข่า เสื้อแขนกระบอก พาดสไบหรือผ้าเบี่ยง และห้อยกระติ๊บข้าวไว้ข้างตัว
  4. งานรื่นเริงที่เกี่ยวข้องกับขนบธรรมเนียมประเพณีหรือจารีตประเพณี งานรื่นเริงประเภทนี้ ได้แก่ งานแต่งงานหรืองานฉลองมงคลสมรส งานบวช งานโกนจุก งานรื่นเริงประเภทนี้มักจัดกันโดยใช้ระยะเวลาสั้น แต่จะเน้นไปในเรื่องของการเลี้ยง การสังสรรค์ การฉลอง และอาจจัดให้มีการแสดงหรือมหรสพร่วมด้วย เช่น อาจจัดให้มีการแสดงกลองยาว การแสดงลิเก การแสดงหนังตะลุงหรือมโนราห์ แล้วแต่ว่าจะอยู่ในภาคใดของประเทศไทยก็จะนำศิลปะประจำถิ่นมาใช้แสดงเพื่อสร้างความบันเทิงให้กับผู้เข้าร่วมงานให้ได้รับความสุขด้วย
  5. งานรื่นเริงที่จัดขึ้นในวัด เป็นงานรื่นเริงที่วัดเป็นผู้จัดและได้รับความร่วมมือจากชุมชนให้จัดในโอกาสต่างๆ เช่น งานผูก พัทธสีมา ปิดทอง ฝังลูกนิมิต ซึ่งวัดจะจัดงานนี้ได้เพียงครั้งเดียว ส่วนงานรื่นเริงอื่นๆที่จัดในวัด เช่น การจัดงานประจำปีของวัด จัดงานสงกรานต์ในวัด การจัดงานฉลองพระในวัด งานเข้าพรรษา ออกพรรษา งานทอดกฐินสามัคคี งานทอดผ้าป่า เป็นต้น ในขณะเดียวกันการจัดงานของวัดย่อมต้องมีการแสดงหรือการละเล่นต่างๆเพื่อสร้างความจูงใจให้ผู้ที่เข้ามาทำบุญในวัดได้รับความสุข ความบันเทิง จึงต้องมีสิ่งประกอบต่างๆเหล่านี้ควบคู่ไปด้วย
  6. งานรื่นเริงอื่นๆ งานรื่นเริงอื่นๆที่อยู่นอกเหนือ 5 ประเภทดังกล่าวข้างต้น เช่น งานรื่นเริงที่เป็นการจัดขึ้นที่บ้านหรือสถาน ที่อื่นๆเพื่อเป็นการฉลอง สังสรรค์ในโอกาสต่างๆ เช่น การจัดงานวันเกิด งานเลี้ยงฉลองปริญญาบัตร งานฉลองเมื่อได้รับตำ แหน่งที่สูงขึ้น งานเลี้ยงต้อนรับสมาชิกใหม่ งานเลี้ยงอำลาหรือได้รับการโยกย้ายตำแหน่ง เป็นต้น งานสังสรรค์เหล่านี้ก็อาจมีความบันเทิงเข้าร่วมด้วย เช่น การจัดให้มีการแสดง มีวงดนตรี นักร้อง และอื่นๆตามความเหมาะสม

งานรื่นเริงที่จัดขึ้นโดยส่วนใหญ่จะเน้นไปในเรื่องของการสร้างความผ่อนคลาย ความบันเทิง และความสุขในด้านจิตใจให้แก่ผู้ที่ไปร่วมหรือเที่ยวงานรื่นเริงนั้น และอาจกล่าวได้ว่างานรื่นเริงเป็นงานที่สร้างความสุขได้เป็นอย่างมากกับคนในทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ หรือคนชรา และโดยส่วนใหญ่การไปเที่ยวงานรื่นเริงจะเป็นการไปเที่ยวทั้งครอบครัว ทั้งพ่อ แม่ ลูกหรือเครือญาติ ซึ่งในงานรื่นเริงต่างๆก็จะคลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตามีทั้งคนในท้องถิ่นหรือคนที่มาจากต่างถิ่น และก็ปรากฏบ่อยครั้งที่ผู้คนไปเที่ยวงานรื่นเริงจะได้รับอันตรายอย่างรอบด้าน เช่น การฉกชิงวิ่งราว การล้วง กระเป๋า การทำอนาจาร การล่วงละเมิดทางเพศ หรือบางครั้งอาจได้รับอุบัติเหตุต่างๆตามมาด้วย หรือการพลัดหลงกันภาย ในงาน การถูกล่องลวงจากมิจฉาชีพต่างๆ การหลอกลวงเด็กไปเพื่อการค้ามนุษย์ และที่ได้รับรู้กันเมื่อเร็วๆจากข่าวทั้งหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์เป็นเรื่องของฆาตกรต่อเนื่องที่หลอกลวงเด็กไปข่มขืนและฆ่า รวมแล้ว 6 ศพ และที่สำคัญพบว่าเด็กเหล่านี้เป็นเด็กที่อยู่ในช่วงอายุระดับปฐมวัย ซึ่งเป็นวัยที่รับรู้สิ่งต่างๆที่เป็นรูปธรรม การรับรู้และการใช้เหตุผลยังจำกัดอยู่เฉพาะในสิ่งที่เขาเห็นหรือสัมผัสได้ เด็กยังไม่สามารถคิดแบบย้อนกลับหรือหลายขั้นตอนได้ ครูจึงจัดทำเป็นหน่วยการเรียนการสอนหรือโครงการเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กจากการไปเที่ยวงานรื่นเริงหรือสถานที่ซึ่งมีคนอยู่จำนวนมากอาจทำให้เด็กพลัดหลงหรือถูกล่องลวงต่างๆได้

การสอนเรื่องการเที่ยวงานรื่นเริงมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

งานรื่นเริงที่เกี่ยวข้องกับศาสนา ความเชื่อหรือลัทธิ งานรื่นเริงที่เกี่ยวข้องกับกาลเวลาหรือฤดูกาลในแต่ละปี งานรื่นเริงที่เกี่ยวข้องกับวิถีการดำรงชีวิตของคนไทย งานรื่นเริงที่เกี่ยวข้องกับขนบธรรมเนียมประเพณีหรือจารีตประเพณี งานรื่นเริงที่จัดขึ้นในวัด หรืองานรื่นเริงอื่นๆ ล้วนแต่เป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อผ่อนคลายด้านจิตใจให้แก่ผู้ที่เข้ามาร่วมงานจะได้เกิดความสุข สนุกสนาน ซึ่งเป็นการส่งเสริมความสุขทางด้านจิตใจและอารมณ์ให้กับผู้คนอีกทางหนึ่งด้วย โดยปกติการเที่ยวงานรื่นเริงมักจะไปกันเป็นครอบครัว ขณะที่เดินเที่ยวชมงานอาจเป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างสมาชิกในครอบครัวได้อีกวิธีการหนึ่งด้วย สำหรับประโยชน์ของงานรื่นเริงที่มีต่อเด็กปฐมวัยมีดังนี้

  1. เป็นการสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามจากรุ่นบรรพบุรุษสู่รุ่นลูกหลาน งานรื่นเริงบางประเภทจะเกี่ยวข้องกับการประพฤติปฏิบัติ การแสดงออกซึ่งวัฒนธรรมประจำภาค ประจำท้องถิ่น เช่น ประเพณีวันสงกรานต์ ประเพณีลากพระหรือชักพระ ประเพณีลอยกระทงยี่เป็ง ประเพณีบุญเผวส เมื่อมีการจัดงานประเพณีเหล่านี้ควบคู่กับการจัดงานรื่นเริงจะทำให้ได้รับการบูรณาการประเพณีเข้าสู่กิจกรรมของงานรื่นเริง ทำให้เด็กสามารถเรียนรู้และสามารถปฏิบัติที่เป็นการสืบทอดประเพณีหรือวัฒนธรรมไปยังอีกรุ่นหนึ่งได้
  2. ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิกในครอบครัว การเที่ยวงานรื่นเริงมักจะไปเป็นครอบครัว พ่อ แม่ ลูก และญาติสนิท การไปเที่ยวงานรื่นเริงเป็นครอบครัวนี้จะมีคุณค่าต่อการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้เกิดกับครอบครัวได้ พ่อแม่อาจแสดงออกถึงความห่วงใยและการดูแลความปลอดภัยให้กับลูก การพูดสนทนาว่า ลูกอยากเล่นของเล่นแบบใด ลูกอยากนั่งชิงช้าหรือไม่ ลูกอยากรับประทานอาหารอะไรบ้าง สิ่งเหล่านี้เป็นวิธีการที่ดีในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัว
  3. งานรื่นเริงช่วยสอนเรื่องการรักษาความปลอดภัยให้กับเด็ก โดยปกติงานรื่นเริงจะมีผู้คนจำนวนมากมาเที่ยวงาน ดังนั้นอันตรายต่างๆที่อาจเกิดขึ้นกับผู้มาเที่ยวงานย่อมเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เช่น อันตรายจากการชิงทรัพย์ การวิ่งราวทรัพย์ อันตรายจากคนแปลกหน้าที่อาจมาล่อลวงเด็ก อันตรายจากยานพาหนะต่างๆ อันตรายจากการถูกทำร้าย การลักพาตัวเด็ก หรืออันตรายจากการล่อลวงเด็กไปทำอนาจารหรือข่มขืน ตามข่าวที่ปรากฎของนายหนุ่ยซึ่งเป็นฆาตกรต่อเนื่อง ดังนั้นการสอนเรื่องความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยป้องกันให้เด็กไม่ได้รับอันตราย เช่น การเขียนชื่อเด็ก หมายเลขโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าเสื้อ เพื่อป้องกันในกรณีที่เด็กเกิดพลัดหลงกับพ่อแม่ การเดินเที่ยวงานควรเดินจับมือกันหรือไม่ให้ห่างจากบุคคลในครอบครัว เมื่อเด็กต้องการหยุดดูกิจกรรมหรือเล่นของเล่นในงานควรบอกสมาชิกในครอบครัวให้หยุดก่อน หรือถ้าเด็กเห็นคนแปลกหน้าเข้ามาทักทายหรือชี้ชวนให้ทำสิ่งต่างๆ เด็กควรบอกพ่อแม่หรือสมาชิกในครอบครัว สิ่งเหล่านี้เป็นวิธีการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดกับเด็กในการเที่ยวงานรื่นเริงได้
  4. ช่วยส่งเสริมให้เด็กมีวินัยและการกำกับตนเอง ขณะที่เด็กไปเที่ยวงานรื่นเริงกับครอบครัว อาจมีเด็กบางคนอยากได้หรือต้องการซื้อของเล่นหรืออุปกรณ์ต่างๆตามใจตนเอง ซึ่งบางครั้งพ่อแม่ไม่สามารถจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้านั้นได้ และอาจเป็นความต้องการที่ค่อนข้างมากเกินความจำเป็นของเด็ก ดังนั้นก่อนไปเที่ยวงานรื่นเริง พ่อแม่ผู้ปกครองควรทำความตกลงกับเด็กก่อนว่าเด็กจะสามารถทำหรือไม่ทำสิ่งใดได้บ้าง เช่น อาจให้เด็กเลือกซื้อของเล่นภายในงานได้ไม่เกิน 2 ชิ้น ซึ่งถ้าเด็กได้เข้าใจตรงกันก่อนแล้วจะทำให้เขาสามารถที่จะเป็นผู้รักษาวินัยและกำกับตนเองไม่ให้ทำสิ่งที่ไม่ควรทำได้
  5. ช่วยส่งเสริมให้เด็กมีคุณธรรมที่ดี งานรื่นเริงบางประเภทที่เกี่ยวข้องกับศาสนา ความเชื่อต่างๆ เช่น งานบุญสารทเดือนสิบ งานลากพระหรือชักพระ งานบุญเผวส งานออกพรรษา งานรื่นเริงต่างๆเหล่านี้จะแฝงไปด้วยการปฏิบัติที่เป็นคุณธรรมที่ดี เช่น การทำบุญให้ทาน การเข้าวัดฟังธรรม การบริจาค การช่วยเหลือและเสียสละต่างๆ การมีความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระ คุณทั้งที่มีชีวิตอยู่และผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว การอนุรักษ์และรักษาสิ่งแวดล้อม การสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ คุณธรรมที่ดีต่างๆเหล่านี้จะถูกปลูกฝังให้เกิดขึ้นกับเด็กโดยอัตโนมัติและไม่ใช่วิธีการสั่งสอนเด็กโดยการบรรยายหรือบอกเล่าแต่กิจกรรมของงานรื่นเริงนั้นจะเป็นตัวช่วยให้เด็กได้รับการซึมซับอย่างเป็นธรรมชาติ
  6. ตอบสนองต่อกระบวนการเรียนรู้ตามสภาพจริงให้กับเด็ก นอกเหนือจากการให้ความบันเทิงสนุกสนานจากการเที่ยว งานรื่นเริงแล้ว การเรียนรู้ของเด็กจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาเมื่อเขาได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า การได้เห็นเหตุการณ์ สิ่งของต่างๆภายในงานจะทำให้เด็กพัฒนากระบวนการคิด การสังเกต การเปรียบเทียบ เช่น การสังเกตลูกโป่งที่พ่อค้านำมาขายในงานเป็นการสังเกตสีและรูปร่างของลูกโป่ง การเปรียบเทียบสีของน้ำหวานที่แม่ค้านำมาขายว่ามีสีอะไรบ้าง เหมือนหรือต่าง กันอย่างไร การที่เด็กได้ฟังเสียงต่างๆที่มีภายในงานรื่นเริง เสียงจากดนตรีที่กำลังเล่นหรือบรรเลง ท่วงทำนองช้า เร็ว จังหวะแตกต่างกัน เด็กจะสามารถแยกแยะได้ว่าเสียงมาจากไหน เกิดได้อย่างไร และเหมือนกันหรือแตกต่างกัน ทำให้เด็กสามารถตอบสนองต่อเสียงต่างๆได้อย่างแม่นยำ และการใช้ประสาทสัมผัสของลิ้นจากการชิมรสชาติอาหารหรือการได้รับกลิ่นจากอาหารหรือสินค้าต่างๆทำให้เด็กเรียนรู้สิ่งต่างๆได้อย่างบูรณาการ ทั้งการมองเห็น การได้ยิน การจับสัมผัส การดมกลิ่นและการชิมรสต่างๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นคุณค่าที่ได้รับจากการเที่ยวงานรื่นเริง ซึ่งเป็นงานที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของคนไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ครูสอนเรื่องการเที่ยวงานรื่นเริงให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

การเรียนรู้เรื่องการเที่ยวงานรื่นเริง ครูอาจนำมาจัดเป็นหน่วยย่อยๆ เช่น หน่วยวันสงกรานต์ หน่วยวันลอยกระทง หน่วยวันขึ้นปีใหม่ หน่วยบุญสารทเดือนสิบ หน่วยประเพณีบุญผะเหวต หน่วยงานดอกบัวตองบาน หน่วยงานรื่นเริงลมหนาวที่ลำปาง หน่วยงานกาชาด หน่วยวันเข้าพรรษา ออกพรรษาฯลฯ โดยใช้เนื้อหาสาระที่เป็นงานรื่นเริงนี้เป็นสาระการเรียนรู้ที่นำไปสู่การจัดกิจกรรมประจำวันทั้ง 6 กิจกรรม เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญาได้ดังนี้

  • กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกาย เช่น การรำเซิ้งกระติ๊บ การรำกลองยาว การรำเต้นกำรำเคียว การเต้นรองเง็ง การฟ้อนของภาคเหนือ การรำมโนราห์ เพลงวันปีใหม่ เพลงรำวงวันสงกรานต์ เป็นต้น
  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เด็กจะมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่เรียน เกิดเป็นความคิดรวบยอด เช่น ถ้าเรียนเด็กเรียนหน่วยวันสารทเดือนสิบ เด็กจะได้เรียนรู้ประวัติความเป็นมา ความสำคัญ กิจกรรมในงาน เป้าหมายของการจัดงาน ผ่านการเรียนรู้ที่เด็กได้รับประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา เช่น ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์จากกิจ กรรมการทดลองประกอบอาหารที่ใช้ในงานวันสารทเดือนสิบ ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์จากการนับจำนวนกระจาดที่ใช้ในการแห่ในงานเดือนสิบ ทักษะทางภาษาจากการเขียนคำพยัญชนะเพื่อตกแต่งกระจาด ทักษะทางสังคมจากการร่วมตก แต่งกระจาดและการร่วมจัดเตรียมอาหารเพื่อใช้ในงาน
  • กิจกรรมสร้างสรรค์ เด็กสามารถแสดงออกทางความคิด จินตนาการผ่านงานศิลปะในรูปแบบต่างๆ เช่น การเรียนรู้หน่วยประเพณีชักพระหรือลากพระ เด็กอาจใช้ศิลปะการประดิษฐ์ดอกไม้ ธงทิวเพื่อประดับเรือแห่พระพุทธรูป การตัดกระดาษริ้วเพื่อตกแต่งรอบรถแห่พระ นอกจากนี้ครูอาจให้เด็กปั้นดินน้ำมันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการจัดงานรื่นเริงนั้น ให้เด็กได้วาดภาพระบายสี การละเลงสีด้วยนิ้วมือ การประดิษฐ์จากเศษวัสดุต่างๆ
  • กิจกรรมเสรี/เล่นตามมุม ครูอาจนำเนื้อหาสาระจากกิจกรรมในงานรื่นเริงมาจัดให้เด็กได้เล่นบทบาทสมมติในมุมบ้าน เช่น การเล่นบทบาทสมมติการแห่พระเวสสันดรเข้าเมือง การเล่นบทบาทสมมติการขายของในงาน การเล่นบทบาทสมมติพิธีในงานบุญเผวส หรืองานวันสารทเดือนสิบ นอกจากนี้ในมุมประสบการณ์อื่นๆ ครูจะบูรณาการเนื้อหาความรู้ไว้ให้เด็กเรียนรู้ เช่น การจัดหาหนังสือภาพ นิทานที่เกี่ยวข้องกับงานรื่นเริงในหน่วยนั้นๆมาให้เด็กได้อ่าน
  • กิจกรรมกลางแจ้ง ครูสามารถนำการละเล่นต่างๆที่จัดในงานรื่นเริงมาจัดกิจกรรมกลางแจ้งให้เด็กได้เล่น การเล่นหมากขุม การเล่นทอยสะบ้า ทอยราว จากการเรียนรู้หน่วยวันสารทเดือนสิบ การเล่นปาเป้า ปาลูกโป่ง เล่นโยนห่วง จากการเรียน รู้หน่วยงานรื่นเริงฤดูหนาวของดีนครลำปาง
  • เกมการศึกษา ครูจัดเกมการศึกษาแบบต่างๆที่สัมพันธ์กับหน่วยการเรียนให้เด็กได้พัฒนาการคิดและสติปัญญา เช่น เกมภาพตัดต่อวันลอยกระทง เกมจับคู่ดอกบัวตองที่มีจำนวนเท่ากัน เกมเรียงลำดับเหตุการณ์งานวันบุญเผวส เกมจับคู่ภาพงานรื่นเริงกับกิจกรรมที่สัมพันธ์กัน เกมอนุกรมงานรื่นเริง เกมหารายละเอียดของภาพงานรื่นเริง

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องการเที่ยวงานรื่นเริงได้อย่างไร?

พ่อแม่ผู้ปกครองส่วนใหญ่จะเที่ยวงานรื่นเริงเป็นครอบครัว คือ การพาลูกหลานไปเที่ยวงาน ดังนั้นสิ่งที่พ่อแม่สามารถสอนลูกได้เมื่อไปเที่ยวงานรื่นเริงครอบคลุมในเรื่องต่างๆดังนี้

  • การสอนเรื่องการรักษาความปลอดภัยให้กับลูก ดังที่กล่าวไว้ในตอนแรกว่า งานรื่นเริงจะมีผู้คนมาเที่ยวงานมากหน้าหลายตา อาจมีคนซึ่งเป็นมิจฉาชีพแอบแฝงอยู่ในจำนวนเหล่านั้น ทำให้ผู้ที่ไปเที่ยวงานอาจได้รับอันตรายและอาจต้องสูญเสียทรัพย์สินเงินทองจากการฉกชิงวิ่งราว หรือการกระทำที่เป็นการล่วงละเมิดทางเพศได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ พ่อแม่ผู้ปก ครองต้องไม่ทิ้งให้เด็กอยู่ตามลำพังคนเดียว หรือให้เด็กไปเล่นในงานคนเดียว พ่อแม่ควรเขียนชื่อ หมายเลขโทรศัพท์เก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อของเด็ก เพื่อว่าเด็กอาจพลัดหลงและสามารถติดตามได้ด้วยการให้หมายเลขโทรศัพท์แก่ผู้ที่ช่วยเหลือเด็ก
  • การสอนเรื่องการรักษาวินัยในตนเองและการกำกับตนเอง ก่อนที่จะมาเที่ยวงานรื่นเริง พ่อแม่ควรสร้างข้อตกลงกับเด็กก่อนว่า เมื่อไปเที่ยวงานรื่นเริงแล้วสิ่งใดที่เด็กทำได้และสิ่งใดที่ไม่ควรทำ เช่น เด็กไม่ควรร้องไห้โยเยเมื่ออยากได้ของเล่น อนุญาตให้ซื้อเฉพาะอาหารที่มีประโยชน์ ให้เด็กเล่นเครื่องเล่นได้ไม่เกิน 3 อย่าง เป็นต้น ถ้าพ่อแม่ได้ทำความตกลงเบื้องต้นกับเด็กก่อนจะช่วยให้เด็กสามารถควบคุมและกำกับตนเองได้
  • การสอนเรื่องอาหารและโภชนาการ ในงานรื่นเริงอาจมีอาหารและเครื่องดื่มต่างๆวางจำหน่ายมากมาย การสอนให้เด็กรู้จักสังเกตและเลือกซื้ออาหารที่มีประโยชน์ ปลอดภัย ไม่มีสิ่งปนเปื้อน จะทำให้เด็กสามารถนำความรู้ดังกล่าวนี้ไปใช้ในการปฏิบัติในการเลือกซื้ออาหารที่มีประโยชน์ต่อไป เช่น ไม่ควรซื้อขนมที่ผสมสี อาหารที่วางไว้ไม่มีอุปกรณ์ปิดให้มิด ชิด อาหารที่ไม่มีประโยชน์ เช่น ลูกอม ขนมถุง ขนมขบเคี้ยวต่างๆ
  • การสอนเรื่องสิ่งที่เป็นอบายมุขต่างๆ ในงานรื่นเริงอาจมีการเล่นต่างๆที่เป็นการพนัน เป็นอบายมุข และไม่ควรปฏิบัติตาม เช่น การเล่นไพ่ การดื่มสุรา การเล่นเลโก้เถื่อน ฯลฯ พ่อแม่ควรสอนลูกเรื่องอบายมุขต่างๆเหล่านี้ให้เด็กหลีก เลี่ยงในการเข้าไปร่วมเล่น ซึ่งพ่อแม่อาจเบี่ยงเบนความสนใจของเด็กให้ไปเล่นหรือทำกิจกรรมในงานรื่นเริงที่ไม่มีความเสี่ยง เช่น การเล่นรถไฟ ชิงช้า บ้านตุ๊กตา สวนสนุกต่างๆ เป็นต้น

เกร็ดความรู้เพื่อครู

การจัดประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องงานรื่นเริง ครูปฐมวัยควรยึดบริบทของเด็กเป็นหลัก คือ การนำหน่วยการเรียนที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริงของเด็กในแต่ละท้องถิ่นนำมาจัดกิจกรรม เช่น ถ้าเด็กอาศัยอยู่ทางภาคอีสานก็ควรนำเรื่องงานบุญเผวสมาจัดเป็นหน่วยการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับเวลาที่จัดงานรื่นเริงนั้นจริงๆ ถ้าเด็กอาศัยอยู่ทางภาคเหนือก็จัดกิจกรรมการเรียนรู้หน่วยฤดูหนาวที่ลำปางหรือจังหวัดอื่นๆในช่วงฤดูหนาว แต่ถ้าอยู่ทางภาคใต้ก็ควรจัดให้เด็กเรียนรู้หน่วยวันสารทเดือนสิบในเดือนกันยายน และจัดการเรียนรู้หน่วยประเพณีชักพระในช่วงเดือนตุลาคม ให้เด็กได้เรียนรู้ให้สอดคล้องกับฤดูกาลหรือเวลาที่มีการจัดงานรื่นเริงนั้นตามประเพณีจริง

บรรณานุกรม

  1. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน,สำนักงาน. (2547). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546.กรุงเทพฯ :โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  2. พรรณทิพย์ ศิริวรรณบุศย์. (2553). ทฤษฎีจิตวิทยาพัฒนาการ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. (2556). ประเพณีสารทเดือนสิบ. จาก http://th.wikipedia.org/wiki/ประเพณีสารทเดือนสิบ. [สืบค้นเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2557].
  3. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. (2556). จังหวัดร้อยเอ็ด. จาก http://th.wikipedia.org/wiki/ จังหวัดร้อยเอ็ด. [สืบค้นเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2557].
  4. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. (2556). จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่าและแข่งขันเรือยาว. จาก http://th.wikipedia.org//wiki/จังหวัดสุราษฎร์ธานี [สืบค้นเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2557].
  5. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี. (2542). การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ.
  6. หนังสือพิมพ์พื้นบ้าน. (23 ธันวาคม 2556). ลำปางจัดงานรื่นเริงฤดูหนาว. จาก www.banmuang.co.th/2013/12/ [สืบค้นเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2557].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน