หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องการใช้รถประจำทาง (Teaching Children about Taking a Bus)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

การสอนลูกเรื่องการใช้รถประจำทาง (bus) หมายถึง การปลูกฝังให้เด็กรู้จักแสดงออกด้วยวาจา การกระทำที่แสดงถึงการช่วยเหลือ การแบ่งปัน การเสียสละในขณะใช้บริการรถประจำทาง เช่น การเสียสละที่นั่งให้กับพระภิกษุ แม่ชี เด็ก สตรีและคนชรา การช่วยถือของหนักให้กับผู้โดยสารคนอื่น การหลีกทางเพื่อให้ความสะดวกในการเดินของผู้โดยสารคนอื่น เป็นต้น ทั้งนี้ รถประจำทาง หมายถึง รถที่ให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารเป็นประจำทางทุกวันตามเส้นทางที่กำหนด และเรียกเก็บค่าโดยสารจากผู้ใช้บริการ ได้แก่ รถเมล์ รถสองแถว รถไฟ เป็นต้น

การสอนเรื่องการใช้รถประจำทางสำคัญอย่างไร?

การดำเนินชีวิตของคนในสังคมปัจจุบันมีความรีบเร่ง แก่งแย่งและแข่งขัน มีความเห็นแก่ตัวมากขึ้น การทำสิ่งต่าง ๆ มักมุ่งหวังประโยชน์เพื่อตนเอง โดยไม่มีความเอื้ออาทรต่อกัน ขาดการมีน้ำใจและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้อื่น ทำให้เกิดปัญหาสังคมที่ตามมาอีกมากมาย ดังนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาควรปลูกฝังคุณลักษณะที่พึงประสงค์อย่างจริงจัง โดยบูรณาการคุณลักษณะที่ดีในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในแต่ละวัน การสอนเด็กปฐมวัยเรื่องการใช้รถโดยสารประจำทาง สามารถปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมได้ทั้งมารยาทที่ดี ความมีน้ำใจ ความเอื้อเฟื้อ การช่วยเหลือต่อกัน อันเป็นคุณ ลักษณะที่พึงประสงค์ ที่เป็นเป้าหมายสำคัญของการจัดการศึกษา การจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมสำหรับเด็กปฐมวัย จึงควรเป็นกิจกรรมที่เด็กได้เรียนรู้จากการลงมือกระทำด้วยตนเอง ได้ใช้ประสาทสัมผัสในการเรียนรู้ ได้มีส่วนร่วมทั้งทางด้านร่างกาย มีส่วนร่วมทางด้านอารมณ์ ด้านสังคม และด้านสติปัญญา โดยผ่านการเรียนรู้จากสิ่งที่เป็นรูปธรรมไปสู่การเรียนรู้ที่เป็นนามธรรม อีกทั้งเด็กในช่วงปฐมวัยจะเรียนรู้จากการสังเกตตัวแบบ หรือพฤติกรรมของบุคคลที่อยู่แวด ล้อมตัวเด็ก ก็จะมีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ของเด็กได้เช่นเดียวกัน เด็กปฐมวัยจะเรียนรู้สิ่งที่อยู่ใกล้ตัว ก่อนที่จะเรียนรู้เรื่องราวที่ไกลตัวออกไป เด็กจะเรียนรู้เกี่ยวกับตัวของเด็กเอง เรียนรู้เกี่ยวกับครอบครัว โรงเรียน บุคคล สถานที่ และสิ่งต่างๆรอบตัว ตามความสนใจ และสิ่งที่เข้ามากระตุ้นให้เด็กอยากเรียนรู้ การใช้รถโดยสารประจำทางเป็นเรื่องราวสิ่งต่างๆรอบตัวเด็กที่เด็กควรเรียนรู้ เนื่องจากเด็กต้องเดินทางจากบ้านเพื่อไปโรงเรียนทุกวัน เด็กส่วนใหญ่จะใช้รถโดยสารประจำทางเพื่อเป็นยานพาหนะในการเดินทาง อาจเป็นการโดยสารรถเมล์ รถตู้ รถไฟ รถไฟฟ้า ฯลฯ เด็กควรเรียนรู้วิธีการปฏิบัติตนที่ถูกต้องเหมาะสมในการใช้รถโดยสารประจำทาง มารยาทในการใช้รถร่วมกัน การปฏิบัติต่อกันระหว่างผู้โดยสาร การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ตลอดจนการมีคุณธรรมและจริยธรรมในการใช้รถโดยสารประจำทาง อาทิ การช่วยเหลือ การเสียสละ ความมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเฟื่อแผ่ต่อเพื่อนร่วมเดินทาง ซึ่งคุณธรรม จริยธรรมดังกล่าวควรปลูกฝังให้เกิดขึ้นกับเด็กปฐมวัย โดยบูรณาการเข้าไปในกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และการปลูกฝังให้เกิดกับเด็กในสถานการณ์จริง เมื่อเด็กต้องใช้รถโดยสารประจำทางในแต่ละวัน

การสอนเรื่องการใช้รถประจำทางมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

สังคมไทยในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ค่านิยม สภาวะแวดล้อม ตลอดจนสื่อเทคโนโลยีต่างๆ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากอิทธิพลจากการเปลี่ยนแปลงจากกระแสโลกาภิวัตน์ โดยมุ่งเน้นที่การเอาค่านิยมในการพัฒนาความเจริญทางเศรษฐกิจแบบทุนนิยม และวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ เทคโนโลยีข้อมูลข่าว สาร การสื่อสารที่ไร้พรมแดน ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีมากขึ้น ถูกนำมาใช้เพื่อกล่อมเกลามนุษย์ให้มีความเพลิดเพลิน ลุ่มหลง และตกเป็นทาสของวัตถุและระบบทุนนิยม ซึ่งมุ่งเน้นการแสวงหาความสุข สนองความโลภของตนเอง ทำให้สังคมให้ความสำคัญกับวัตถุ เน้นความสำเร็จของปัจเจกบุคคลมากกว่าความสำเร็จของหมู่คณะ เห็นประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม ทำให้ละเลยความสำคัญของการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ไม่คำนึงถึงคุณธรรม จริยธรรมอันดีงาม ซึ่งเป็นแบบแผนในการประพฤติปฏิบัติที่ดีที่จะนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ทำให้สังคมในปัจจุบันมีการแข่งขันกัน เกิดการแก่งแย่งชิงดีเอารัดเอาเปรียบ ขาดการช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และไม่มีน้ำใจให้แก่กัน ทำให้สังคมในปัจจุบันมีความเสื่อมในด้านคุณธรรมและจริยธรรม การจัดประสบการณ์และกิจกรรมการเรียนการสอนตามหลักสูตรในระ ดับต่างๆ จึงควรตระหนักถึงความสำคัญของคุณธรรม จริยธรรม และนำคุณลักษณะที่ดีต่างๆเหล่านี้มาบูรณาการเข้าไว้กับกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนได้ซึมซับรับเอาความดีงามไว้ภายในจิตใจ และสะท้อนออกมาในรูปของการปฏิบัติหรือพฤติกรรมตามคุณลักษณะที่พึงประสงค์ การสอนเรื่องการใช้รถโดยสารประจำทางสำหรับเด็กปฐมวัย ไม่ได้มุ่งให้เด็กได้รับการพัฒนาเฉพาะด้านสติปัญญาเพียงด้านเดียว ครูไม่เพียงแต่จัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กรู้และเข้าใจว่ารถประจำทางมีกี่ชนิด เรียกชื่ออย่างไร รถแต่ละชนิดมีล้อกี่ล้อ มีสีอะไร รถทำมาจากวัสดุใดบ้าง หรือการนับจำนวนรถที่แล่นผ่านในแต่ละวัน แต่กระบวนการเรียนการสอนควรคำนึงถึงการบูรณาการคุณลักษณะที่พึงประสงค์หรือคุณธรรม จริยธรรมต่างๆ ที่พึงให้เกิดกับเด็กดังนี้

  • ความเอื้อเฟื้อ ซึ่งประกอบด้วยพฤติกรรมที่ดีต่างๆ ได้แก่ การช่วยเหลือ การแบ่งปัน และการเสียสละ เด็กจะได้เรียนรู้ว่า เราต้องมีการช่วยเหลือกัน แบ่งปัน และเสียสละให้แก่ผู้อื่นที่ด้อยกว่าเรา เช่น ขณะที่กำลังนั่งรถประจำทาง ถ้าเห็นพระภิกษุสงฆ์ แม่ชี เด็ก ผู้หญิงหรือคนชราขึ้นมาบนรถ เราควรเสียสละที่นั่งให้กับคนเหล่านั้น และถือเป็นมารยาทของคนไทยด้วย หรือมีคนถือข้าวของหนัก แต่เขาไม่มีที่นั่ง เมื่อเรานั่งอยู่ ควรช่วยถือของให้คนเหล่านั้น หรืออาจถามว่าให้ช่วยไหม เป็นต้น พฤติกรรมการเสียสละ การมีน้ำใจต่อเพื่อนหรือผู้ร่วมโดยสารรถประจำทาง จะเป็นการปลูกฝังคุณลักษณะที่ดีให้กับเด็ก และสิ่งที่ดีต่างๆจะถูกฝังรากลึกไว้ในจิตใจของเด็ก และเด็กก็จะพร้อมที่จะแสดงพฤติกรรมซึ่งเป็นคุณธรรม จริยธรรมในสถานการณ์อื่นๆได้อย่างง่ายดาย
  • ความมีวินัย พฤติกรรมความมีวินัยเป็นคุณลักษณะที่ดี ที่เด็กจะเรียนรู้ว่าสิ่งใดควรปฏิบัติและสิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติ เช่น การแย่งที่นั่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติ ควรให้โอกาสผู้ที่ขึ้นรถก่อนนั่งก่อน หรือการรอคอยลำดับก่อนหลังของการใช้บริการรถประจำทาง เรียนรู้การเข้าแถวรับบริการต่างๆ เป็นต้น
  • มารยาทการใช้รถประจำทาง มารยาทที่ดีที่ควรปฏิบัติในการใช้รถประจำทางร่วมกัน เช่น ความสุภาพ การแต่งกายให้เหมาะสม การขยับที่ให้คนอื่นนั่ง การพูดขอบคุณเมื่อมีคนเสียสละที่นั่งให้กับเรา การไม่พูดคุยเสียงดังรบกวนคนอื่น หรือการไม่ใช้โทรศัพท์มือถือพูดคุยจนไปรบกวนผู้อื่น การขออนุญาตขอทางลงในกรณีมีคนยืนขวางประตูทางลง การไม่เดินเหยียบเท้าหรือเดินชนผู้อื่น การปฏิบัติตนต่อพนักงานขับรถหรือพนักงานเดินตั๋ว ไม่เบียดเสียดหรือยื้อแย่งกัน ก่อนขึ้นรถควรคอยให้คนลงหมดก่อน ไม่กระโดดขึ้นหรือกระโดดลงจากรถนอกป้าย การเตรียมเงินให้พร้อมสำหรับค่าโดยสาร ควรเดินเข้าไปข้างในรถ ไม่ยืนออที่หน้าประตู การไม่ทะเลาะวิวาท หรือแสดงกิริยาที่ไม่สุภาพบนรถโดยสารประจำทาง เป็นต้น
  • การใช้รถใช้ถนนหรือการสอนเรื่องกฎจราจร ทำให้เด็กเรียนรู้ว่า กฎจราจรเป็นสิ่งสำคัญ รู้จักการรักษาความปลอดภัยให้กับตนเองขณะเดินทาง เช่น การสอนเรื่องการใช้ทางม้าลาย การข้ามถนน การใช้สะพานลอย การขึ้นหรือลงจากรถตามป้ายจอด และการรักษาวินัยจราจรอื่น สัญญาณไฟจราจร ป้ายสัญลักษณ์จราจรต่างๆ เช่น ป้ายห้ามจอด ป้ายให้หยุด ป้ายบอกทางเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ป้ายเตือนต่างๆ ฯลฯ

ครูสอนเรื่องการใช้รถประจำทางให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

การเรียนรู้เรื่องการใช้รถโดยสารประจำทาง เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับชีวิตประจำวันของเด็ก แม้ว่าเด็กบางคนอาจเดินทางมาโรงเรียนด้วยรถยนต์ส่วนตัว แต่บางครั้งผู้ปกครองอาจใช้บริการรถโดยสารประจำทางในช่วงเวลาอื่น เช่น วันหยุดสุดสัปดาห์ การเดินทางไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด สำหรับการเรียนรู้เรื่องรถประจำทางนั้น ครูปฐมวัยอาจจัดกิจกรรม โดยบูรณาการเป็นหน่วยหรือหัวเรื่องให้เด็กได้เรียนรู้ เช่น หน่วยคมนาคม หน่วยรถไฟ หน่วยรถยนต์ หรือหน่วยยานพาหนะ เป็นต้น แล้วนำสาระที่เด็กควรเรียนรู้เรื่องการใช้รถโดยสารประจำทาง ไปบูรณาการกับกิจกรรมประจำวันสำหรับเด็กปฐมวัย ได้แก่ กิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรมเสริมประสบการณ์ กิจกรรมสร้างสรรค์ กิจกรรมเสรี/เล่นตามมุม กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมเกมการศึกษา ดังตัวอย่างต่อไป นี้

  • กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ ครูอาจจัดกิจกรรมให้เด็กเคลื่อนไหวเป็นรถเมล์ หรือต่อแถวเป็นรถไฟ เมื่อได้ยินเสียงดนตรีหรือจังหวะเร็วให้เคลื่อนไหวเร็ว ถ้าได้ยินเสียงดนตรีหรือจังหวะเคาะช้าก็ให้เคลื่อนไหวช้าตามจังหวะ นอกจาก นี้ ครูอาจให้เด็กแสดงบทบาทตามเรื่องราวที่ครูเล่าหรือนิทานที่ครูแต่งขึ้นเอง ที่เกี่ยวข้องกับการใช้รถประจำทางโดยกำหนด ให้มีตัวละครต่างๆที่ใช้รถประจำทาง แล้วให้เด็กที่เป็นอาสาสมัครออกมาแสดง ซึ่งกิจกรรมการแสดงบทบาทตามเรื่องราวหรือนิทานที่ครูเล่านี้ เด็กจะชอบมากเป็นพิเศษ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เด็กกล้าคิด กล้าแสดงออกอีกด้วย
  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ สำหรับกิจกรรมเสริมประสบการณ์เป็นกิจกรรมที่ครูให้เด็กเรียนรู้ความคิดรวบยอดเรื่องการใช้รถประจำทาง ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวนี้เด็กมีโอกาสที่จะเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง การไปศึกษานอกสถานที่ การได้มีโอกาสใช้รถประจำทางจริงๆ ตามกิจกรรมที่ครูวางแผนไว้ล่วงหน้าคือ เน้นในเรื่องคุณลักษณะที่พึงประสงค์ หรือคุณ ธรรม จริยธรรมที่ควรปลูกฝังให้เกิดกับเด็กจากการใช้รถประจำทาง อาทิ ความมีน้ำใจ ความเอื้อเฟื้อ การช่วยเหลือ การแบ่ง ปัน เป็นต้น
  • กิจกรรมสร้างสรรค์ ครูอาจให้เด็กประดิษฐ์หรือสร้างยานพาหนะที่เป็นรถประจำทาง ที่เด็กนำไปใช้เล่นในสนามเด็กเล่นได้จริง สามารถนั่งหรือขี่ได้ ซึ่งการผลิตชิ้นงานออกมาเป็นรูปธรรม จะช่วยพัฒนาเด็กทั้งในด้านทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การคิดเชิงเหตุผล การคิดวิจารณญาณ ความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ
  • กิจกรรมเสรี เป็นกิจกรรมที่เน้นความเป็นอิสระในการเลือกเล่นตามมุมประสบการณ์ต่างๆ ที่เด็กชอบและสนใจ ครูจะจัดให้มีมุมที่สอดคล้องกับหน่วย เช่น เมื่อเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้รถประจำทาง ก็จะจัดให้มีมุมของเล่นที่เป็นรถจำลองต่างๆให้เด็กได้เลือกเล่น เด็กอาจนำรถจำลองนั้นมาร่วมเล่นกับเพื่อน หรือเล่นบทบาทสมมติโดยใช้รถจำลองประกอบการเล่น และมีจินตนาการไปตามที่เด็กคิด ครูจะคอยสังเกตขณะเด็กเล่นบทบาทสมมติ เพื่อประเมินว่าเด็กสามารถใช้ภาษาที่เป็นการเลียนแบบชีวิต หรือการเลียนแบบอาชีพอย่างไร
  • กิจกรรมกลางแจ้ง เป็นกิจกรรมที่เน้นความสนุกสนาน จากการเล่นเครื่องเล่นสนาม หรือการเล่นเกมการละเล่นต่างๆ หรือเกมพลศึกษา ครูอาจจัดกิจกรรมการเล่นกลางแจ้งที่สัมพันธ์กับเรื่องการใช้รถประจำทาง เช่น วิ่งรถเมล์ / รถไฟแข่งกัน การแข่งขันตีล้อยางรถจักรยาน หรือการแข่งขันปั่นจักรยานในกรณีที่โรงเรียนมีจักรยานให้เด็กได้หัดเล่น
  • เกมการศึกษา เน้นการพัฒนาสติปัญญาและการคิดแบบต่างๆให้กับเด็ก ครูอาจผลิตเกมการจับคู่แบบต่างๆ เกมเรียงลำดับ ภาพตัดต่อ เกมลอตโต เกมอนุกรม เกมพื้นฐานการบวก ฯลฯ ซึ่งใช้สื่อที่เป็นยานพาหนะต่างๆที่สอดคล้องกับเรื่องที่เรียนรู้

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องการใช้รถประจำทางอย่างไร?

เด็กปฐมวัยจะเรียนรู้สิ่งต่างๆได้จากการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า การได้เห็น การได้ฟัง ได้ชิมรส ดมกลิ่น การได้สัมผัส ดังนั้นในการเรียนรู้เรื่องการใช้รถโดยสารประจำทาง ควรเป็นการเรียนรู้จากดำเนินชีวิตในแต่ละวัน

  • หาโอกาสพาลูกนั่งรถประจำทางในการไปในสถานที่ต่างๆ แทนที่จะใช้รถยนต์ส่วนตัว เช่น พาลูกนั่งรถเมล์ไปเยี่ยมญาติต่างจังหวัด การพาลูกนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินไปตลาดนัดจตุจักรในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ การพาลูกนั่งรถเมล์ไปเที่ยวสวนสนุก ไปเที่ยวสวนสัตว์ต่างๆ
  • สิ่งที่พ่อแม่ควรปลูกฝังให้เกิดกับลูกคือ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ หรือคุณธรรม จริยธรรมที่พึงปฏิบัติในขณะใช้บริการรถประจำทาง โดยพูดและแนะนำให้ลูกเรียนรู้ และปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้รถโดยสารประจำทาง เริ่มตั้งแต่ก่อนขึ้นรถ คือ การยืนรอรถประจำทาง ถ้าเป็นรถเมล์หรือรถสองแถว ควรยืนรอที่ป้าย ไม่ขึ้นหรือลงรถนอกป้าย การขึ้นรถควรให้คนที่จะลง เดินลงให้หมดก่อน ไม่แย่งกันเพื่อขึ้นรถ ถือเป็นมารยาทที่ไม่ดี และเมื่อขึ้นไปบนรถแล้ว ควรหาที่นั่งให้เรียบร้อย ถ้าไม่มีที่นั่ง ควรเดินชิดเข้าไปด้านในก่อน ไม่ควรยืนออที่หน้าประตู และถ้าหากเห็นว่ามีพระภิกษุ แม่ชี สตรี เด็ก หรือคนชราขึ้นมาบนรถ ควรมีใจเอื้อเฟื้อให้คนเหล่านั้นได้นั่งที่เบาะนั่ง หรือถ้าหากมีคนเสียสละที่นั่งให้เรา ควรพูดขอบคุณทุกครั้ง และขณะโดยสารรถประจำทางไม่ควรแสดงพฤติกรรมหรือกิริยาที่ไม่เหมาะสม เช่น การพูดคุยเสียงดัง การทะเลาะวิวาท การพูดโทรศัพท์มือถือเสียงดัง หรือคุยจนเป็นการรบกวนผู้อื่น ไม่ควรยืนเบียดคนอื่นแน่นจนเกินไปโดยเฉพาะเพศตรงข้าม
  • สำหรับสิ่งที่ควรปฏิบัติและไม่ควรปฏิบัติ ส่วนใหญ่เมื่อพาลูกขึ้นไปนั่งบนรถแล้ว ก็มักปรากฏเหตุการณ์ทั้งที่ควรทำและไม่ควรทำ พ่อแม่ควรนำเหตุการณ์หรือสถานการณ์นั้นมาใช้สอนลูกได้ทันที ซึ่งเป็นการเรียนรู้ที่เด็กได้รับประสบ การณ์ตรง และเป็นการเรียนรู้ที่มีความหมายต่อเด็ก เด็กสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันต่อไปได้ค่อนข้างมั่นคงถาวร
  • ในปัจจุบันมีบริการรถไฟฟ้าบนดินและรถไฟฟ้าใต้ดิน พ่อแม่ควรพาลูกไปใช้บริการเพื่อให้ลูกได้เรียนรู้วิธีการใช้ เช่น วิธีการซื้อตั๋ว การแลกเหรียญ วิธีการเข้าหรือออกจากสถานี การใช้บันไดเลื่อน การยืนรอขบวนรถ การปฏิบัติตนใน ขณะอยู่บนรถไฟ รวมทั้งการระมัดระวังสิ่งที่เป็นอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในขณะใช้บริการรถไฟ
  • พ่อแม่พึงระลึกเสมอว่า เด็กเรียนรู้จากการเลียนแบบพฤติกรรมของบุคคลที่เขาเชื่อฟัง รัก และศรัทธา พ่อแม่ถือเป็นบุคคลที่เด็กรักและไว้วางใจ พฤติกรรมต่างๆที่พ่อแม่แสดงออกให้ลูกเห็น ลูกจะยึดถือและปฏิบัติตาม ดังนั้น ไม่ว่าพ่อแม่จะสอนให้ลูกปฏิบัติในสิ่งใดก็ตาม สิ่งสำคัญประการแรกคือ พ่อแม่ต้องปฏิบัติให้เป็นตัวอย่างแก่เด็กก่อน หรืออาจกล่าวได้ว่า ตัวอย่างที่ดีมีค่ายิ่งกว่าคำสอน

เกร็ดความรู้เพื่อครู

การจัดประสบการณ์ที่เหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัยควรยึดหลักว่า ประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดีนั้น ต้องเป็นสิ่งที่มีความหมายต่อผู้เรียน และควรเป็นการเรียนรู้จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกับผู้เรียน และมีความสอดคล้องกับบริบทของผู้ เรียน การสอนเรื่องการใช้รถโดยสารประจำทางให้กับเด็กปฐมวัย ควรให้โอกาสเด็กได้รับประสบการณ์จริง จากกิจกรรมที่สอดคล้องกับการเรียนการสอน หรือกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ซึ่งการจัดการศึกษาในปัจจุบันจะเน้นให้โรงเรียนสนับสนุนให้เด็กได้ศึกษาจากแหล่งเรียนรู้ที่สัมพันธ์กับเนื้อหาในหลักสูตร และโรงเรียนส่วนใหญ่มักจะพาเด็กไปศึกษานอกสถานที่ ดัง นั้น การสอนเรื่องการใช้รถโดยสารประจำทางควรส่งเสริมให้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญนี้

บรรณานุกรม

  1. บุญประคอง ไม้เขียว. ( 2554). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบ IDRA เพื่อพัฒนาคุณธรรมสำหรับเด็กปฐมวัย. ปริญญานิพนธ์ กศ.ด. ( การศึกษาปฐมวัย). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ถ่ายเอกสาร.
  2. รัฐดาว พิศาลพงศ์. ( 2549). การพัฒนาจริยธรรมและความฉลาดทางอารมณ์เริ่มที่เด็กปฐมวัย. นครปฐม: มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม.
  3. ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม. ( 2551). เรื่องเด็ก เด็กและเยาวชนสังคมมีคุณค่าจากต้นกล้าคุณธรรม.กรุงเทพฯ : ศูนย์คุณธรรม.
  4. สมชาย พงษ์พัฒนาศิลป์ และเผ่าพันธุ์ ชอบน้ำตาล. ( 2554). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 1 และฉบับที่ 2 . กรุงเทพฯ : เจริญรัตน์การพิมพ์.
  5. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2554). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ( พ.ศ. 2555 - 2559). กรุงเทพฯ : สำนักนายกรัฐมนตรี.
  6. อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา. ( 2550). คุณธรรมนำความรู้ รูปแบบการเรียนการสอนแบบบูรณาการคุณค่าความเป็นมนุษย์. กรุงเทพฯ : วี.ที.ซี. ตอมมูนิเคชั่น.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน