หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องขนมเค้ก (Teaching children about cake)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องขนมเค้ก

การสอนลูกเรื่องขนมเค้ก (Teaching children about cake) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับขนมฝรั่งชนิดหนึ่งที่ทำจากแป้งสาลี หรือแป้งเค้กผสมไข่ เนย นม น้ำตาล เป็นต้น แล้วผิง หรืออบให้สุก ขนมเค้กเป็นขนมหวานที่คนทั่วไปทั้งไทย และต่างประเทศนิยมรับประทาน สำหรับเด็กๆ ขนมเค้กเป็นขนมที่เด็กๆ ชอบรับประทานมาก เพราะมีรูปแบบสีสันสวยงาม ชวนให้รับประทาน มีรสชาติหวานของน้ำตาล (sucrose) และรสมันของเนย (butter) ไข่ (egg) นม (milk) เป็นรสนำ และรสอื่นๆ อีก เป็นไปตามส่วนผสมที่นำมาใช้ เช่น รสเปรี้ยวของส้ม สเตอร์เบอร์รี่ ลิ้นจี่ เป็นต้น เนื้อเค้กจะนุ่มด้วยส่วนผสมของเนย หรือมาการีน (margarine) การใช้เค้กในวันสำคัญมีมานาน และเผยแพร่เป็นที่นิยมปฏิบัติตามกันมา เช่น ใช้ฉลองในวันเกิด วันมงคลสมรส วันกินเลี้ยงนัดพบของหมู่ญาติพี่น้อง หรือวันคริสต์สมาส วันปีใหม่ เป็นต้น เรื่องขนมเค้กจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจนำมาจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย เนื่องจากสอดคล้องกับสาระการเรียนรู้ สิ่งต่างๆ รอบตัว ตามโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย

การสอนเรื่องขนมเค้กสำคัญอย่างไร?

  • ขนมเค้กเป็นขนมชนิดหนึ่งที่มีส่วนผสมของวัตถุดิบที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายของคนเรา โดยเฉพาะเด็กที่กำลังเจริญเติบโต วัตถุดิบที่นำมาผสมคือ แป้งสาลี หรือแป้งเค้ก น้ำตาล ซึ่งให้คาร์โบไฮเดรต ซึ่งเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย ไข่ นม ให้สารอาหารโปรตีน ที่ร่างกายมีความจำเป็นต้องใช้ในการสร้างเซลล์เนื้อเยื่อของร่างกาย เนย ให้สารอาหารไขมัน ซึ่งเป็นสารอาหารที่ใช้ในการหล่อลื่น และทำให้ผิวพรรณสดชื่น ผลไม้ที่นำมาใช้ เป็นสารอาหารที่ให้วิตามินบำรุงร่างกาย เช่น ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวทั้งหลายจะให้วิตามินซี กล้วยทุกชนิดที่นำมาใช้จะให้วิตามินต่างๆ เช่น กล้วยเล็บมือมือนางให้ฟอสฟอรัส ที่ช่วยบำรุงกระดูก กล้วยน้ำว้าให้ธาตุเหล็กบำรุงโลหิต กล้วยหอมทองให้โปรตีนช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต
  • ขนมเค้กเป็นอาหารชนิดหนึ่งที่ใช้ประกอบในงานสำคัญ เช่น งานกินเลี้ยงวันเกิด งานมงคลสมรส งานขึ้นปีใหม่ เป็นต้น แสดงถึงวัฒนธรรมความเป็นอยู่ในสังคมของคนกลุ่มหนึ่ง และแพร่หลายไปทั่วโลก
  • ขนมเค้กเป็นขนมหวานที่มักจะตกแต่งหน้าเค้กให้มีความสวยงาม และมีรสชาติอร่อย ทั้งหวาน มัน และรสอื่นๆ ตามส่วนผสมที่นำมาประกอบ เด็กส่วนใหญ่มักชอบขนมเค้ก
  • ขนมเค้กเป็นอาหารที่เกิดจากการนำส่วนประกอบจาก พืช และสัตว์มาใช้ คือ ใช้ไข่ ที่ได้จากไก่ เนยได้จากนมสัตว์ แป้งจากข้าวสาลี น้ำตาลทรายขาวจากอ้อย เป็นต้น เมื่อนำมาใช้ประกอบเป็นอาหาร ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ถึงคุณค่าของพืช และสัตว์ นอกจากนี้ การทำให้ขนมเค้กสุกจากวัตถุดิบที่กล่าวมา จะต้องผ่านการอบ คือ เตาอบ หรือหม้อนึ่ง นึ่งขนมเค้ก เครื่องใช้ดังกล่าวเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่คนเราพัฒนาขึ้นมา แสดงถึงความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์
  • ขนมเค้กใช้เป็นอุปกรณ์ฝึกประสาทสัมผัสของเด็กได้เป็นอย่างดี เนื่องจากขนมเค้กเป็นอาหารที่รับประทานได้ ลิ้นจึงได้สัมผัสรสชาติจากเครื่องประกอบ เช่น ความหวานจากน้ำตาล ความมันจากเนย นม ไข่ และ รสต่างๆ จากผลไม้ เป็นต้น จมูกได้กลิ่นหอม ตาได้เห็นรูปร่างลักษณะ สีสัน ผิวได้จับต้อง รู้สึกถึงความนุ่มนวลของเนื้อเค้ก หรือความแข็งของถ้วยกระดาษที่บรรจุเค้ก ขณะทำเค้ก หากให้เด็กได้มีส่วนร่วมทำด้วยจะเป็นโอกาสดีที่เด็กจะได้ยินเสียงต่างๆ เช่น เสียงจากเครื่องอุปกรณ์เครื่องตีไข่ เครื่องปั่นส่วนผสมเค้ก เป็นต้น
  • ขนมเค้กใช้เป็นอุปกรณ์เพิ่มพูนประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยได้เป็นอย่างดี เช่น ได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์จากธรรมชาติของไข่ เช่น รูปร่าง กลิ่น สี และการเปลี่ยนสภาพเมื่อเราตีให้ฟู การนำไปผสมกับนม เนย การนำไปอบให้สุกด้วยความร้อน เป็นต้น) เด็กได้เรียนรู้ภาษา ได้แก่ ชื่อขนมเค้กชนิดต่างๆ ชื่อเครื่องใช้ อุปกรณ์ทำเค้ก หรือ ชื่อเครื่องปรุงที่นำมาประกอบขนมเค้ก เด็กได้เรียนรู้เรื่องคณิตศาสตร์ เช่น เรื่องรูปทรงเรขาคณิต จากรูปร่างของขนมเค้ก ที่มีทั้ง รูปกลม สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม ครึ่งวงกลม มีความหนา หนัก การแบ่งออก จำนวนมากกว่า น้อยกว่า เท่ากัน เป็นต้น เด็กได้รับการฝึกสุขอนามัย จากการรับประทานอาหารต้องล้างมือ ล้างปาก แปรงฟัน การล้างทำความสะอาดภาชนะบรรจุขนมเค้ก เป็นต้น

จึงกล่าวได้ว่า เด็กในยุคปัจจุบันที่มีสังคมในลักษณะการเชื่อมโยงคล้ายกับทั้งโลก จึงควรทำความรู้จัก และมีประสบการณ์เรื่องขนมเค้ก ซึ่งเป็นขนมที่แพร่หลายในสังคมโลกปัจจุบัน

การสอนเรื่องขนมเค้กมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การสอนเรื่องขนมเค้กมีประโยชน์ต่อเด็ก ที่จะได้รับการพัฒนาทางด้านสติปัญญา ด้วยการส่งเสริมให้เด็กได้สังเกตขนมเค้ก ประสาทสัมผัสของเด็กกระตุ้นให้เด็กเกิดการรับรู้ถึงรูปร่างลักษณะ สี กลิ่น รส ของสิ่งต่างๆ ที่นำมาประกอบเป็นขนมเค้ก เด็กจะเกิดความสามารถที่จะเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับพืช (คนกินแป้งน้ำตาล ซึ่งได้จากพืช) คนกับสัตว์ (คนกินไข่ไก่ ซึ่งได้มาจากไก่ ที่เป็นสัตว์) เมื่อเด็กได้รู้จักขนมเค้ก ได้รับประทานขนมเค้ก ได้ร่วมกิจกรรมกับผู้อื่น เด็กจะได้เรียนรู้บทบาททางสังคมของตนเอง และความรู้สึกดีที่เกิดขึ้นกับเด็ก เช่น ความรู้สึกร่าเริงเบิกบานใจ การเห็นคุณค่าของตนเอง และผู้อื่น การกระตือรือร้นกับการทำงาน ซึ่งส่งผลดีต่อพัฒนาการทางสังคม และการปฏิบัติกิจกรรมใดย่อมมีผลให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว เป็นการทำงานตามธรรมชาติ เด็กจะเจริญเติบโต

จึงกล่าวได้ว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ขนมเค้ก จะส่งผลให้เด็กเกิดพัฒนาการแบบองค์รวม คือ ทั้งทางร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย

ครูสอนเรื่องขนมเค้กให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

ครูสอนเรื่องขนมเค้กให้ลูกที่โรงเรียนผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ได้หลายลักษณะ ทั้งการจัดกิจกรรมแบบไม่เป็นทางการ และกิจกรรมที่จัดแบบเป็นทางการ ดังนี้

กิจกรรมแบบไม่เป็นทางการ เป็นกิจกรรมที่มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยที่ครูไม่ได้จัดเตรียมไว้ หรือไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิด เช่น เด็กๆ อาจจะเห็นขนมเค้กแล้วเกิดความสนใจซักถามครู และขอชิมขนมเค้ก การสนทนาตอบคำถามเรื่องขนมเค้ก และให้เด็กได้ชิมขนม กิจกรรมที่กล่าวมาเป็นการเกิดขึ้นอย่างบังเอิญแต่ทำให้เด็กเกิดประสบการณ์ได้

กิจกรรมการสอนที่เป็นทางการ เป็นการจัดกิจกรรมที่ครูเตรียม หน่วยการสอน เรื่องขนมเค้ก ด้วยการวางแผนจัดประสบการณ์ไว้ กิจกรรมที่จัดตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ครูควรเน้นให้เด็กเรียนผ่านกิจกรรมหลักทั้งหกด้วยวิธีการสอนแบบบูรณาการ หรือครูเลือกจัดกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านนวัตกรรมการเรียนรู้ต่างๆ เช่น การสอนแบบโครงการ การสอนตามแนวคิดแบบ STEM เป็นต้น ในที่นี้จะเสนอตัวอย่างการจัดกิจกรรมดังนี้

  • กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เด็กจะได้เคลื่อนไหวตามจังหวะเป็นวงกลมที่สมมติว่าเป็นเค้กก้อนใหญ่ ครูอาจจะใช้เพลง สุขสันต์วันเกิด เพลง happy birthday หรือคำบรรยายเกี่ยวกับขนมเค้ก ประกอบการเคลื่อนไหว
  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ครูอาจให้เด็กทำขนมเค้กง่ายๆ ตามความสนใจของเด็ก เช่น เค้กกล้วยหอม เค้กเนยสด เพื่อฝึกทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่จำเป็นสำหรับเด็กปฐมวัย เช่น ทักษะการสังเกต ดูส่วนประกอบของขนมเค้ก ก่อนผสม และนำเข้าสู่เตาอบ ดูสีของแป้งก่อนร่อน สัมผัสแป้งแล้ว บอกความรู้สึก ดมกลิ่นแป้ง ชิมแป้งดิบ หรือส่วนประกอบอื่นๆ เช่นกัน ทั้งนม เนย น้ำตาล ผลไม้ที่ใช้ ยกเว้นไข่ไก่ เด็กเพียงดมกลิ่น หรือบอกกลิ่นที่โชยมา ครูใช้คำว่า หอม หวาน คาว จืด ให้เด็กได้ยิน เด็กจะสังเกต และเปรียบเทียบสภาพของเค้กก่อนและหลังออกมาจากเตาอบ ทั้งรสชาติ กลิ่น สี รูปร่างที่แปรเปลี่ยนไป ได้ข้อสรุปว่า ความร้อนจากเตาอบทำให้อาหารสุก ฝึกทักษะการวัด โดยใช้อุปกรณ์ ตัก ตวง ชั่งแป้ง เนย นม น้ำตาล ทักษะจำแนกประเภท โดยลองจัดสิ่งของที่เป็นส่วนประกอบทำขนมเค้กเป็นสองชุด ได้แก่ ไข่ไก่ แป้ง น้ำตาล นม เนย ให้เด็กนำไปวางตรงกับสิ่งของที่ครูจัดเรียงไว้ ทักษะการสื่อความหมาย โดยการสนทนาบอกเล่า วาดภาพ หรือเขียนเรื่องง่ายๆ ที่เด็กทำได้
  • กิจกรรมสร้างสรรค์ เด็กร่วมกันผสมสีแป้งเค้ก ช่วยแต่งหน้าเค้ก ง่ายๆ เช่น จัดวางผลสตรอวเบอร์รี่ที่ผ่าเป็นชิ้นบนหน้าเค้ก หรือระบายสีภาพขนมเค้กตามจินตนาการของตนเอง

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องของขวัญอย่างไร?

  • ในวันสำคัญที่คนเราใช้ขนมเค้กเป็นสัญลักษณ์ของความยินดี มีความสุข เช่น วันเกิดของคนในครอบครัว วันขึ้นปีใหม่ วันฉลองความสำเร็จในการเรียน เป็นต้น พ่อแม่ลูกร่วมกันนำขนมเค้กมาประกอบในงานเหล่านั้น การจัดเตรียมขนมเค้กอาจจะได้มาด้วยวิธีการหลากหลาย เช่น ซื้อจากร้านขนมเค้ก การทำขึ้นเองจากฝีมือของพ่อแม่ เด็กจะค่อยๆ เรียนรู้ถึงการใช้ขนมเค้กในงานเหล่านี้จนเป็นธรรมเนียมในสังคมทั่วไป
  • พ่อแม่ลองนัดหมายเพื่อนบ้าน หรือญาติมาร่วมรับประทานน้ำชา กาแฟ และมีขนมเค้กเป็นขนมที่นำมาร่วมรับประทานด้วย สำหรับเด็ก จัดน้ำผลไม้ให้รับประทานกับขนมเค้ก
  • ร้านขนมเค้กเป็นแหล่งเรียนรู้ที่น่าสนใจที่พ่อแม่นำลูกไป ในโอกาสที่จะซื้อขนมเค้กมารับประทาน อาจจะรับประทานที่ร้าน หรือซื้อขนมเค้กมารับประทานที่บ้าน เด็กจะได้เห็นขนมเค้กรูปร่างต่างๆ และชื่อเรียกเช่น เค้กมะพร้าว (coconut), เค้กชาเย็น (green tea cake), เค้กกล้วยหอมนึ่ง (banana cupcake), เค้กช็อกโกแลต (Chocolate FUDGE Cake), เค้กสตรอว์เบอร์รี่ครีมสด (Strawberry Cake Fresh Cake), ฟรุตเค้ก (Fruit Cake), เค้กเรนโบว์ (Rainbow Cake), เค้กนมสด (Butter Cake) จากฉลากชื่อที่ติดไว้กับขนมเค้ก ให้เด็กคุ้นเคยกับภาษา แม้จะไม่ได้อ่าน และจดจำทุกคำ แต่การให้เด็กเห็น และเชื่อมโยงกับขนมเค้กลักษณะต่างๆ ตามชื่อ ย่อมทำให้เด็กมีความสนใจที่จะจำ นานวันไปเด็กจะคุ้นชิน และอ่านออกได้
  • จัดหาหนังสือเรื่อง ขนมเค้ก ที่มีภาพประกอบสวยงาม เป็นหนังสือที่พ่อแม่ลงทุนจัดซื้อมาเพื่อใช้เป็นคู่มือ ทำขนมเค้ก มีวิธีทำ และข้อเสนอแนะให้พ่อแม่นำมาทำที่บ้านได้ นอกจากนี้ พ่อแม่ใช้หนังสือเรื่องขนมเค้กนี้ เป็นสื่อจูงใจให้เด็กอ่านจากภาพ เล่าเรื่องจากภาพ เป็นการฝึกการอ่านให้แก่เด็กได้เป็นอย่างดี เพราะเด็กเริ่มต้นการอ่านเขียนจากการเห็นภาพที่เป็นรูปธรรม ก่อนจะเห็นและอ่านตัวอักษร
  • ทำเค้กกินเองภายในครอบครัว จากหนังสือที่เสนอแนะในกิจกรรมข้างต้น นำมาสู่ภาคปฏิบัติ พ่อแม่ลองให้ลูกมีส่วนร่วม เริ่มจากการทำเค้กง่ายๆ จากเครื่องประกอบที่หาซื้อได้ในราคาไม่แพง มีอุปกรณ์จำเป็นในครัวแล้ว เด็กจะสนุกกับทำขนมแน่นอน ในที่นี้แนะนำทำขนมเค้กเนยสด มีส่วนผสมดังนี้

    ส่วนผสม: แป้งเค้ก 120 กรัม ผงฟู 1 ช้อนชา เกลือป่น ¼ ช้อนชา น้ำตาลไอซิ่ง 80 กรัม เนยสดชนิดจืด 120 กรัม ไข่ไก่ 2 ฟอง กลิ่นวนิลา 2 ช้อนชา นมสดชนิดจืด 50 กรัม

    วิธีทำ นำแป้งเค้ก มาร่อนรวมกับผงฟู และเกลือสองรอบ แล้วใช้ช้อนคน หรือใช้ตะกร้อผสมให้ส่วนประกอบรวมเป็นเนื้อเดียวกัน เสร็จแล้วให้พักไว้ แล้วร่อนน้ำตาลไอซิ่งในอ่างผสมอีกทีหนึ่ง พักไว้ (ขณะที่ร่อนแป้งควรอุ่นเตาอบอุณหภูมิ 160 องศา เปิดไฟล่างอย่างเดียว พร้อมกับทาเนยด้านในของพิมพ์ ปูกระดาษไขที่ก้นพิมพ์ ทาเนยบนกระดาษไขด้วย ร่อนแป้งเค้กให้ทั่วด้านในของพิมพ์) เมื่อร่อนแป้ง และน้ำตาลไอซิ่งแล้ว ตีไข่ไก่กับกลิ่นวนิลาให้เข้ากัน แล้วเทลงในอ่างตีเนยสด (ให้เทสูงเป็นสาย) เมื่อตีไข่กับเนยสดแล้ว จึงนำแป้งที่ร่อนแล้วเทใส่สลับกับนมสด ตีจนเนื้อเค้กมีลักษณะเนียน เทลงพิมพ์แล้วไล่อากาศในเนื้อเค้ก นำไปวางในถาด แล้วนำเข้าเตาอบที่อุ่นไว้ ใช้ไฟล่างอย่างเดียว ให้นำถาดมาปิดด้านบนป้องกันหน้าขนมไหม้ อบนาน 40 นาที แล้วเปลี่ยนไปเตาอบเป็นไฟบน และไฟล่าง อบต่อไปอีก 15 นาที หรือจนกว่าเค้กจะสุก เมื่อเค้กสุกให้นำไปพักบนตะแกรง คว่ำออกจากพิมพ์ ลอกกระดาษไขออก แล้วใช้มีดฟันเลื่อยตัดเค้กขนาดชิ้นละ ¼ นิ้ว จะได้จำนวน 8 ชิ้น

จากกิจกรรมการทำขนมเค้กที่ลูกมีส่วนร่วม จะส่งเสริมให้เด็กได้รู้จักส่วนผสม การนับจำนวนสิ่งของ (ไข่ไก่สองฟอง) น้ำหนักสิ่งของจากการชั่ง ตวง การแปรเปลี่ยนสภาพของวัสดุเมื่อผ่านความร้อน คือ แป้ง ไข่ เนย นม น้ำตาล ที่เป็นส่วนผสมของเค้ก ก่อน และหลังอบ มีลักษณะสี กลิ่น รสชาติแตกต่างกัน

เกร็ดความรู้เพื่อครู

การทำขนมเค้กมีข้อสังเกตที่น่าสนใจ คือ

  • ควรอุ่นเตาอบทุกครั้งก่อนทำขนมอย่างน้อย 15 นาที เพื่อให้เตาร้อนพอเหมาะ
  • เราจะทราบได้ว่า เค้กที่อบนั้นสุกแล้วหรือไม่ ด้วยการสังเกตขอบพิมพ์ เนื้อขนมจะหดตัว หรือใช้ไม้แหลมจิ้มลงในเนื้อเค้ก ดึงขึ้นมา ไม่มีเนื้อเค้กติด แสดงว่าเนื้อเค้กสุกแล้ว

บรรณานุกรม

  1. ณัฐวรรธ์ กิจรัตนไพศาล. (2552). สร้างสุขให้ลูกรัก แปลจาก How To Have A Happy. Todder. Carol Valinejad. กรุงเทพมหานคร: สมาร์ทคิดพับลิชชิ่ง.
  2. พิมพันธ์ เดชะคุปต์. (2544). การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ: แนวคิด วิธี และ เทคนิคการสอน 1. กรุงเทพมหานคร: เดอะ มาสเตอร์กรุ๊ป แมเนจเม้นท์.
  3. ภัณฑิรา รัตนดิลก ณ ภูเก็ต, บรรณาธิการ. (2556). เค้กแสนอร่อย. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แสงแดด.
  4. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2551). แนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2546. กรุงเทพมหานคร: สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
  5. สตาเฮล ดีน่า. (2542). การสอนวิทยาศาสตร์แนวใหม่สำหรับเด็กปฐมวัย. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: นานมี บุ๊ค.
  6. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. (สำหรับเด็กอายุ 3 -5 ปี). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  7. www.Dictiondry.sanook.com. เค้ก. เข้าถึงจาก https://dictionary.sanook.com/search/dict-th-th-pleang/เค้ก. [ค้นคว้าเมื่อ 2 พฤษาภาคม 2559].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน