หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องของขวัญ (Teaching children about gifts)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องของขวัญ

การสอนลูกเรื่องของขวัญ (Teaching children about gifts) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งของที่เราให้กันในวัน หรือเวลาต่างๆ เช่น วันปีใหม่ วันเกิด วันจบการศึกษา วันแต่งงาน การให้ของขวัญ เป็นการแสดงความรู้สึกที่ดีต่อกัน และสร้างความสัมพันธ์ด้วยอัธยาศัยไมตรี การให้ของขวัญเป็นเรื่องหนึ่งที่คนในสังคมปฏิบัติต่อกันจนเป็นธรรมเนียมที่พึงปฏิบัติเพื่อการแสดงความยินดีในงานมงคล ซึ่งการให้คือนิสัยดีที่ควรปลูกฝังให้แก่เด็กตั้งแต่เล็ก เพื่อให้เป็นคนที่รู้จักเห็นใจผู้อื่น มีจิตใจอ่อนโยน สำหรับของขวัญนั้นเป็นสิ่งของที่ได้จัดทำอย่างประณีตบรรจงสวยงาม การจัดหาของขวัญมาด้วยการเลือกแต่สิ่งที่ดี มีความหมายต่อผู้ผู้รับ และต้องสวยงามเช่นกัน ดังนั้นการจัดกิจกรรมการสอนลูกเรื่องของขวัญจึงเป็นการสอนเพื่อให้เด็กเป็นผู้ให้ และให้ได้ด้วยความเต็มใจ การให้เมื่อเกิดขึ้นในจิตใจของเด็กจะเป็นการสร้างเด็กให้มีคุณธรรมที่ใช้ขัดเกลาจิตใจเขาได้อยู่ในโลกนี้อย่างมีความสุข

การสอนเรื่องของขวัญสำคัญอย่างไร?

การได้รับของขวัญในวันหรือเวลาหนึ่ง เช่น วันเกิดของเรา วันขึ้นปีใหม่ เป็นความรู้สึกสุขใจ เพราะของขวัญเป็นสิ่งที่ผู้ให้แสดงความรู้สึกที่ดีต่อผู้รับ เด็กๆ ย่อมต้องการการยอมรับว่า ตัวเขามีความหมาย เป็นที่รักของคนรอบตัวโดยเฉพาะ พ่อแม่ พี่ น้อง ครู และเพื่อนของเขา ผู้ให้ของขวัญควรคำนึงถึงวัยของผู้รับด้วยว่าคือใคร เมื่อเป็นเด็ก สิ่งของที่ให้จะต้องเป็นสิ่งที่เด็กรู้จัก และพอใจ เพราะเป็นสิ่งที่ตรงตามความต้องการของเขา เมื่อเป็นเช่นนี้ ของขวัญจึงเป็นสิ่งที่ตอบสนองความต้องการของเด็กได้เป็นอย่างดี การที่เด็กเป็นผู้รับในระยะแรกของชีวิต เขาเห็นแบบอย่างที่ดีที่ผู้อื่นให้เขาได้ ความรู้สึกที่ดีงามจะเพาะขึ้นในจิตใจเด็ก เขาจะยินดีที่จะเป็นผู้ให้ได้ในเวลาต่อมา

คนเราได้ร่วมกันกำหนดวันต่างๆ ขึ้นมาอย่างมีความหมาย เช่น วันปีใหม่ คือ วันเริ่มต้นในรอบปี อีกครั้งหนึ่ง วันใหม่จะมีสิ่งใหม่ๆ ที่ทำให้ชีวิตของคนเรามีความสุข มีเวลาที่สร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ต่อไปอีก ที่กล่าวมาเป็นความรู้สึกเชื่อและมุ่งมั่นของคนทั่วไป จะทำให้ตนเกิดกำลังใจ หรือคนทุกคนเกิดมาจะมีวันเกิดของตนเอง การเกิดเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม ยินดี เป็นสมาชิกใหม่ในครอบครัว ประเทศ และสังคมโลกด้วย เช่นเดียวกับวันอื่นๆ ที่มีอีกหลายวาระ หลายเหตุการณ์ ที่เป็นความหมายของ “วันดีๆ” ดังนั้น วันหรือเวลาที่ให้ของขวัญจะเป็นวันดี หรือวันที่เป็นสิริมงคล ด้วยความเชื่อที่เกิดจากความรู้สึกของคนในสังคมนั้นๆ ว่าการให้ของขวัญแก่ใครก็ตาม ย่อมเกิดสิ่งที่เป็นความสุขแก่กันและกัน เช่น ผู้ใหญ่ให้ของของขวัญแก่เด็กในวันเกิด เพราะมีความรักเด็ก ขวัญของเด็กจะได้อยู่ประจำตัวเขา หรือที่เรียกว่า ทำขวัญ หรือถนอมขวัญของเด็ก หรือการที่ผู้น้อยนำของขวัญไปมอบให้ผู้ใหญ่ เป็นการแสดงความเคารพนับถือ รำลึกถึงท่านในฐานะผู้ใหญ่ที่มีพระคุณต่อผู้ให้ การให้ของขวัญจึงเป็นการแสดงความรู้สึกที่ดีต่อกัน

ของขวัญมักจะบรรจุในหีบห่อที่จัดไว้อย่างสวยงาม หรือประดิษฐ์รูปร่างลักษณะด้วยความประณีต ของขวัญจึงเป็นงานศิลปะที่แสดงฝีมือด้วยความรู้สึกที่อ่อนโยน จิตใจมีความสุข สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งคนเราควรมีเพื่อชีวิตที่เป็นสุข

การสอนเรื่องของขวัญมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

  • เด็กได้เรียนรู้สิ่งที่สังคมปฏิบัติต่อกัน ที่จะแสดงความยินดีให้กัน นอกจากคำพูดแล้ว ของขวัญจะเป็นสิ่งของที่แทนความรู้สึกว่า ยินดีต่อผู้รับ ตามเหตุการณ์ต่างๆ เช่น ยินดีที่เขาเกิดมา จึงมีวันเกิด ยินดีต่อกันที่จะดำเนินชีวิตดีๆ ตั้งแต่วันใหม่เป็นต้นไป ยินดีที่ทำงานได้สำเร็จ ยินดีที่มีบ้านหลังใหม่ เป็นต้น
  • เด็กได้รับความรักจากคนอื่น ที่เขานำของขวัญมาให้ ของขวัญจึงเป็นสิ่งของที่แทนความรู้สึกดีๆ หรือแทนความรักของผู้ให้ต่อผู้รับ การที่เด็กได้รับความรัก จะทำให้เด็กมีความสุขใจ เกิดพัฒนาการที่สมวัย เช่น รักคนอื่นเป็น เกิดความไว้วางใจต่อโลก เพราะเขามีคนที่รักเขาอยู่ และจะรู้สึกปลอดภัยที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป
  • เด็กจะได้รู้จักสิ่งที่เป็นของขวัญ ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถนำมาใช้เป็นของขวัญให้แก่กันได้ เช่น ตุ๊กตา ขนม ดอกไม้ เสื้อผ้า ลูกสัตว์เลี้ยงน่ารัก เครื่องประดับ ของใช้ในครัวเรือน เป็นต้น โดยที่ของดังกล่าวจะทำขึ้นอย่างประณีต สวยงาม เราจึงเห็นช่อดอกไม้ผูกริบบิ้นแบบต่างๆ ของใช้บรรจุในกล่อง ห่อกระดาษสีสันสวยงาม ผูกริบบิ้นสีสวย แม้ลูกสัตว์ที่นำมาให้เป็นของขวัญ เช่น ลูกแมว ลูกสุนัข ก็จะผูกกระดิ่ง หรือริบบิ้นที่คอให้ดูพิเศษกว่าเวลาปกติ

ครูสอนเรื่องของขวัญให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

  • กิจกรรมสร้างสรรค์ เด็กๆ จะเพลิดเพลินการทำกระดาษห่อของขวัญจากกระดาษถ่ายสำเนาเหลือใช้ กระดาษทิชชู หรือกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ครูแช่น้ำไว้ 1 คืน แล้วนำมาปั่นกับสีน้ำ โรยกลีบดอกไม้ ใบไม้ นำไปผึ่งแดดบนตระแกรงจนแห้ง ซึ่ง เด็กๆ สามารถทำกิจกรรมเพิ่มสีสันให้กระดาษห่อขอขวัญได้อีก เช่น หยดสี เทสี สลัดสี ลงบนกระดาษ
  • กิจกรรมเสรี ที่มุมบทบาทสมมติ ครูเตรียมกล่องของขวัญไว้หลายแบบ หลายขนาดไว้ให้เด็กใช้เล่น เด็กอาจจะเล่นสมมติว่าจัดงานวันปีใหม่ งานวันเกิด และใช้กล่องของขวัญเป็นอุปกรณ์ประกอบการเล่น ครูอาจเตรียม ปากกาสี กระดาษแผ่นเล็กใช้เป็นการ์ดเขียนคำอวยพร เพื่อใช้ติดไปกับกล่องของขวัญ เป็นการเสริมประสบการณ์ทางภาษาจากการเล่นสมมตินี้ ที่มุมหนังสือ ครูเตรียมหนังสือเรื่องเกี่ยวกับวันต่างๆ ที่ให้ของขวัญกันและกัน บางครั้งครูอาจแต่งหนังสือเล่มเดียวให้เด็กอ่านเกี่ยวกับของขวัญ เพื่อเป็นสื่อการเรียนรู้ด้วยตนเองสำหรับเด็ก
  • กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ ริบบิ้น หรือกระดาษห่อของขวัญ เป็นอุปกรณ์ประกอบการเคลื่อนไหวได้อย่างสวยงาม เมื่อครูเคาะเครื่องดนตรีให้เด็กสะบัด หรือโบกริบบิ้นไปมาตามจังหวะ แล้วเปลี่ยนการเคลื่อนไหวตัวเอง เคลื่อนไปมาในทิศทางต่างๆ อาจจะเคลื่อนตัวเองไปยืนใกล้ๆ กระดาษห่อของขวัญ ที่ครูแขวนไว้รอบๆห้องเรียน
  • กิจกรรมกลางแจ้ง ครูทำกล่องของขวัญกล่องใหญ่จากกล่องใส่ตู่เย็น หรือโทรทัศน์ แล้วนำไปตั้งไว้กลางสนาม ให้ตุ๊กตาผ้าแก่เด็กทุกคน ให้เด็กอุ้มตุ๊กตาวิ่งรอบๆ กล่องของขวัญกล่องนั้น ฟังครูท่องคำคล้องจอง ของขวัญในกล่องใบใหญ่ เมื่อจบคำคล้องจอง ให้เด็กหยุด แล้วนำตุ๊กตาใส่ลงในกล่องนั้น แล้วร้องไชโยพร้อมกัน
    ของขวัญในกล่องใบใหญ่ (บุบผา เรืองรอง ผู้แต่ง)
    ในกล่องใบใหญ่ ไม่มีอะไร
    หยิบของเร็วไว ใส่ไปในกล่อง
    ตุ๊กตุ่นตุ๊กตา หน้าตาแก้มป่อง
    ผูกโบสีทอง ให้น้อง...วันเกิด
  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ครูอาจจัดกิจกรรมให้เด็กได้นำของขวัญไปให้แก่กันในวันใดวันหนึ่ง เช่น วันปีใหม่ หรือวันเกิด แล้วสนทนาจากประสบการณ์ที่เด็กได้รับ มาสรุปความหมายของของขวัญ ให้เด็กร่วมคิด และเสนอสิ่งที่ตนคิดจะนำมาเป็นของขวัญให้เพื่อน พร้อมทั้งเหตุผลที่ให้สิ่งนั้นๆ แก่เขา ครูจะสอดแทรกคุณธรรมเรื่อง การประหยัดในการเลือกของขวัญ ตามวัยของเด็ก หากทำเองได้ จะเป็นของขวัญที่มีคุณค่าต่อผู้รับ ครูอาจเตรียมภาพ หรือหุ่นจำลองที่คาดว่าจะเป็นของขวัญที่เด็กๆ มักจะชอบ เช่น ภาพตุ๊กตา ช็อกโกเลต หนังสือนิทาน รถลาก ชุดลูกสัตว์จำลอง หนังสือนิทาน เกมปริศนา สมุดภาพระบายสี บล็อกไม้ หรือ บล็อกพลาสติกให้เด็กมาจำแนกของขวัญเหล่านั้น โดยกำหนดเกณฑ์ไว้ เช่น สีเดียวกัน ของกิน ของเล่น ของใช้ เป็นต้น

    ครูอาจขอความร่วมมือจากผู้ปกครองจัดของขวัญในวันปีใหม่ เน้นเรื่องราคาประหยัด ส่งเสริมให้ประดิษฐ์ ทำเองจากงานสร้างสรรค์ที่เด็กมีประสบการณ์แล้ว ให้นำมาร่วมแลกเปลี่ยนของขวัญกัน จัดเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ใช้สถานการณ์จริงสอนเด็กเรื่องของขวัญ

  • เกมการศึกษา เด็กอาจเล่นเกมจับคู่ ภาพเหมือน ลายกระดาษห่อของขวัญ จับคู่ภาพของขวัญ ต่อภาพตัดต่อของขวัญที่สวยงาม เกมโดมิโนของขวัญสวยงาม เกมพื้นฐานการรวมจำนวน และลดจากภาพกล่องของขวัญ เป็นต้น

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องของขวัญอย่างไร?

พ่อแม่ให้ของขวัญคนในครอบครัวในวาระต่างๆ เช่น วันเกิดของน้องแรกเกิด วันเกิดของเด็ก วันปีใหม่ วันสงกานต์ บางครอบครัวที่มีเชื้อสายต่างชาติ เช่น เชื้อสายจีน จะมีของขวัญในวันตรุษจีน ซึ่งกำหนดให้เป็นวันขึ้นปีใหม่ วันฮารีรายอของผู้นับถือศาสนาอิสลาม วันคริสต์มาสของผู้นับถือศาสนาคริสต์ เป็นต้น การที่พ่อแม่ปฏิบัตินำก่อนจะเป็นสิ่งที่ดี เพราะเป็นตัวแบบของมารยาทที่พึงปฏิบัติตามธรรมเนียมนิยมให้ลูกเห็น และจะปฏิบัติตามอีก ทั้งการแสดงนิสัยของการเป็นผู้ให้จะส่งเสริมนิสัยดีให้แก่ลูก

  • ชวนลูกไปเลือกของขวัญที่จะมอบให้เพื่อน ครู หรือญาติผู้ใหญ่ เป็นการส่งเสริมให้ลูกหัดคิด และตัดสินใจ แต่อย่างไรก็ตาม พ่อแม่คือผู้เสนอแนะที่ดี ให้ลูกได้รู้จักสิ่งที่ควรให้อย่างเหมาะสม คือ ผู้รับคือใคร ให้ในโอกาสใด สิ่งที่ให้มีราคาเท่าไหร่ เหมาะกับเราผู้ที่จะให้หรือไม่ คำนึงเรื่องการใช้จ่าย และประโยชน์มาเป็นเกณฑ์การจัดหาของขวัญด้วย
  • ของขวัญแทบทุกอย่างจะจัดอย่างสวยงามก่อนที่จะนำไปมอบให้ผู้อื่น หากเป็นดอกไม้จะบรรจงจัดลงแจกัน กระเช้า ห่อช่อผูกริบบิ้น หากเป็นสิ่งของเครื่องใช้ จะบรรจุงกล่อง ห่อกระดาษสี ผูกริบบิ้นสวยงาม พ่อแม่ชวนลูกมาร่วมจัดของขวัญ เน้นกระบวนการทำทีละขั้น เด็กสามารถทำสิ่งใดได้ ให้เขาทำสิ่งนั้น เช่น การเลือกกระดาษสี ลวดลาย ริบบิ้น ปิดฝากล่อง ติดเทปกาว (กรณีที่ซื้อช่อริบบิ้นที่ผูกสำเร็จมาแล้ว) เขียนคำอวยพร เป็นต้น
  • เมื่อพ่อแม่มีของขวัญมอบให้ลูก การแกะกล่องของขวัญ เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับเด็กมากทีเดียว ฝึกให้เขาแกะกล่องอย่างสวยงาม เริ่มจากควรปลดช่อริบบิ้นก่อน แล้วค่อยๆ แกะจากด้านที่ติดเทปกาวใสไว้ จะใช้มือหรือเครื่องใช้ (กรรไกรปลายมนสำหรับเด็ก) ให้เด็กหัดเก็บกระดาษห่อของขวัญ ริบบิ้น ไว้ใช้ในงานอื่นๆ ได้อีก เป็นการใช้วัสดุอย่างคุ้มค่า แต่สิ่งที่ควรขยายประสบการณ์แก่เด็กคือ เราไม่นิยมแกะของขวัญต่อหน้าผู้ให้ ยกเว้นผู้ใหญ่อนุญาตก่อน จัดเป็นมารยาททางสังคม
  • ฝึกมารยาทการให้ และการรับของขวัญ ไหว้ผู้ให้ที่เป็นผู้ใหญ่ และกล่าวคำว่าขอบคุณ เมื่อเพื่อนให้ของขวัญเรา ควรยิ้มรับ และกล่าวคำขอบใจ หากเราเป็นผู้ให้ ควรให้ด้วยกิริยาสุภาพ ใช้ถ้อยคำที่สมควร เช่น ขอให้ ... (ระบุชื่อผู้รับ) มีความสุขในวันคล้ายวันเกิด ในระยะแรกๆ พ่อแม่จะกล่าวนำให้ลูกพูดตาม
  • เล่านิทาน ร้องเพลง อ่านหนังสือที่มีสาระเกี่ยวกับของขวัญร่วมกับลูก เพื่อให้เด็กรู้จักความหมาย ประโยชน์ ประเภทของขวัญ เช่น นิทานเรื่องของขวัญของหอยทาก (ชัยฤทธิ์ ศริโรจน์ฤทธิ์ : ผู้แต่ง) หอยทากผู้คลานเชื่องช้า พยายามนำดอกไม้ที่สดสวยไปให้นางฟ้า แต่ไปสายมากจนดอกไม้เหี่ยว แต่นางฟ้าก็ชื่นชมดอกไม้ของหอยทากนั้น และนิทานเรื่องถุงของขวัญ (บุบผา เรืองรอง : ผู้แต่ง) กระต่ายน้อยหางพวงได้รับถุงของขวัญวันเกิดจากพ่อแม่ แล้วนำถุงนั้นจะไปใส่ดอกไม้ แต่เพื่อนๆ ก็มาขอแบ่งส่วนต่างๆ จากถุงของขวัญไปใช้ หมูน้อยขอโบว์ไปผูกหางเพื่อไปเต้นระบำ ม้าลายขอสีชมพูจากถุงไปแต่งลายใหม่เป็นม้าลายแฟนซี แม่แพะขอแบ่งถุงผ้าไปห่มให้ลูกแพะที่นอนหนาว หางพวงคิดเสียดายถุงผ้าเหมือนกัน แต่เห็นว่าเพื่อนจะไม่สบายใจมากกว่า หากไม่ได้สิ่งที่ขอ หางพวงจึงแบ่งปันส่วนต่างๆ ของถุงผ้าให้เพื่อนไป ในที่สุดเพื่อนๆ ก็นำรางวัลมาให้หางพวง เพราะทุกอย่างที่ได้จากถุงผ้าทำให้เขาทำงานสำเร็จอย่างมีความสุข

การสอนลูกเรื่องของขวัญเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นได้ในครอบครัว จัดอย่างง่ายๆ ผสมผสานการเล่นที่มีความรัก และเอาใจใส่ให้ลูก พ่อแม่เพียงนำสิ่งใดสิ่งหนึ่งจัดอย่างประณีตเป็นของขวัญให้แก่คนที่เราคิดถึง และรักในวันพิเศษ การให้ของขวัญเป็นการสอนนิสัยเรื่องการให้ ฝึกจิตใจให้ลูกคิดถึงผู้อื่น มองผู้อื่นเป็นคนที่มีความหมาย เพื่อการอยู่ในสังคมร่วมกันอย่างมีความสุข กิจกรรมที่จัดเกิดขึ้นในชีวิตจริงจึงสามารถทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ และรับรู้ได้ว่า เป็นเรื่องที่มีอยู่ในชีวิต

เกร็ดความรู้เพื่อครู

การจัดกิจกรรมที่มีของขวัญเป็นสื่อการเรียนรู้ ครูควรตระหนักในบางเรื่องดังนี้

  • เด็กปฐมวัยมีความเข้าใจไม่มากพอในเรื่องค่า หรือราคาสิ่งของที่เทียบกับค่าของเงิน และการนำเงินจริงมาเรียน เป็นเรื่องที่ครูดูแลยาก เป็นปัญหาที่ต้องช่วยจำ จัดเก็บคืนผู้ปกครอง ดังนั้นจึงควรจัดกิจกรรมที่ใช้การสร้างสถานการณ์จำลองซื้อขายสินค้าที่จะเป็นของขวัญ ใช้ภาพเสมือนเงิน เป็นสื่อแทนเงินจริงเพื่อเล่นสมมติใช้จ่าย
  • เชิญผู้ปกครองให้เข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนการจัดกิจกรรม และมีบทบาทให้เป็นที่ปรึกษาเรื่องของขวัญในการจัดหาของขวัญมาใช้ในสภาพจริง เช่น การให้ของขวัญวันปีใหม่ ของขวัญวันเกิด เป็นต้น

บรรณานุกรม

  1. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงาน. (2547). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546.กรุงเทพมหานคร:โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  2. ชัยฤทธิ์ ศริโรจน์ฤทธิ์. (2558). ของขวัญของหอยทาก. กรุงเทพมหานคร: แฮปปี้คิดส์.
  3. บุบผา เรืองรอง. (2556). ถุงของขวัญ. กรุงเทพมหานคร: เอเธนส์ พับลิชชิ่ง.
  4. ผกา สัตยธรรม. (2550). สุขภาพจิตเด็ก. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
  5. พุทธทาสภิกขุ. (ม.ป.ป.). เยาวชนที่พึงปรารถนา. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์นิพพาน.
  6. www.se-ed.com: ของขวัญของหอยทาก. เข้าถึงจาก https://www.se-ed.com/product/ของขวัญของหอยทาก.aspx?no=9786162275609. [ค้นคว้าเมื่อ 20 ธันวาคม 2559].
  7. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี. (2542). การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน