หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องความมีน้ำใจ (Kindness)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องความมีน้ำใจ

ความมีน้ำใจ (Kindness) หมายถึง คุณลักษณะทางจิตใจและการกระทำที่แสดงออกถึงความรู้สึกที่ดีต่อผู้อื่นและสังคม ทำให้การอยู่ร่วมกันในสังคมมีความเป็นปกติสุข เพราะผู้ที่มีน้ำใจคือ ผู้ที่จิตใจที่ดีงาม มีความรัก ความปรารถนาดี และกระทำสิ่งที่ดีงาม การอบรมขัดเกลาเรื่องความมีน้ำใจให้แก่เยาวชนจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้เขาเติบโตเป็นคนดีได้ตามที่สังคมคาดหวัง ทั้งนี้ การพัฒนานิสัยที่ดีเป็นสิ่งที่พ่อแม่และครูจะต้องตระหนักถึงความสำคัญที่จะอบรมขัดเกลาให้ลูกปฏิบัติตามได้ดีเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตในสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีความสุขและสามารถเติบโตเป็นผู้ที่สามารถสร้างสรรค์สังคมได้ การอบรมบ่มนิสัยเรื่องความมีน้ำใจนั้นเป็นหน้าที่ของทุกสถาบันในสังคม โดยเฉพาะครอบครัวและโรงเรียนมีอิทธิพลต่อการหล่อหลอมทางสังคมให้แก่เด็ก เด็กสามารถเรียนรู้เรื่องความมีน้ำใจได้จากการเลียนแบบผู้ใหญ่กระทำ และหากการเสริมสร้างทัศนคติเชิงบวกให้เด็กเห็นคุณค่าของการมีน้ำใจ เด็กจะเกิดความพอใจและพร้อมที่จะกระทำที่แสดงความมีน้ำใจ ซึ่งการที่เด็กจะประพฤติและปฏิบัติตนเป็นผู้มีน้ำใจนั้นจะเกิดจากการที่เขาได้รับความรักและความอบอุ่น ได้รับความมีอิสระที่ผู้ใหญ่ปฏิบัติต่อเด็กเสียก่อน เมื่อเด็กเกิดความสุข เขาจะยินดีที่จะกระทำให้คนอื่นมีความสุขเช่นกัน

การสอนลูกเรื่องความมีน้ำใจมีความสำคัญอย่างไร?

เมื่อเด็กได้รับการบ่มเพาะนิสัยดีด้านความมีน้ำใจ เด็กจะเป็นผู้ที่ยินดีช่วยเหลือผู้อื่น ทั้งทางด้านกาย วาจาและใจ ทางกาย ได้แก่การช่วยเหลือกันและกัน เด็กๆ ฝึกหัดได้จากการกระทำง่ายๆ เช่น ช่วยจูงน้องอนุบาลที่เล็กกว่าไปเดินเล่น ไปส่งให้คุณครู การแบ่งปันขนมให้คนอื่น ทางวาจาจะกล่าวคำพูดอ่อนโยน สุภาพ พูดปลอบใจเพื่อน แนะนำเรื่องที่เพื่อนหรือคนอื่นไม่ทราบ เช่น พูดว่า เธอนำของเล่นไปเก็บแบบนี้นะครับ (ทำให้ดู) ส่วนทางจิตใจคือ คิดดี มีความปรารถนาจะให้คนอื่นมีความสุข คิดแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ เช่น กรณีที่ 1 การจะนำลูกสัตว์มาเล่นด้วยความสนุกจะเกิดอะไร ให้เด็กคิดและสรุปไปในทางที่เหมาะสมว่า ถ้าแม่สัตว์กกลูกๆ ลูกสัตว์จะสบายกว่าคนนำมาอุ้มเล่น กรณีที่ 2 เมื่อเพื่อนได้รับคำชมจากคุณครู เด็กที่มีน้ำใจจะชื่นชมในความดีงามของผู้อื่น และหากเขาได้รับเกียรติเช่นนั้นบ้างเขาจะชื่นชมตนเองเช่นกัน ความมีน้ำใจจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สังคมควรให้การอบรมแก่เด็กไทยเพื่อสร้างสรรค์สังคมไทยและผดุงคุณลักษณะความมีน้ำใจของคนไทยให้งดงามสืบต่อไป การสอนเรื่องความมีน้ำใจจึงมีความสำคัญดังนี้

  • ช่วยส่งเสริมบุคลิกที่ดีงามให้แก่เด็กตั้งแต่เยาว์วัย ผู้ที่มีน้ำใจ จะมีเสน่ห์เป็นที่รักของผู้อื่น
  • เป็นการอนุรักษ์ลักษณะเด่นของคนไทยที่ปรากฏต่อสายตาของชาวโลกด้วยความชื่นชมว่า คนไทยเป็นผู้มีน้ำใจ ช่วยเหลือเกื้อกูลคนอื่นอย่างจริงใจเสมอมา
  • เป็นการผดุงให้สังคมไทยน่าอยู่เพราะทุกคนมีน้ำใจต่อกัน จะมีแต่ความเป็นมิตร สังคมจึงสงบสุข
  • ลดปัญหาที่เกิดการขาดน้ำใจ เช่น ปัญหาการจราจร ปัญหาการแย่งชิงสิ่งของหรือทรัพยากรต่างๆ ทำให้ผู้ที่อ่อนแอกว่าไม่อาจจะดำรงชีวิตอย่างเป็นปกติได้ เช่น เราจะเห็นป้ายประชาสัมพันธ์ในรถโดยสารว่า กรุณาเสียสละที่นั่งให้แก่ เด็ก สตรีมีครรภ์ คนชรา และพระภิกษุ หากทุกคนมีน้ำใจเสียสละที่นั่งให้บุคคลดังกล่าว ซึ่งอยู่ในภาวะที่อ่อนแอ มีอันตรายจากการเกาะยืนในรถ และภิกษุสงฆ์คือ ผู้มีสมณเพศเป็นนักบวช ทรงศีล เรายกย่องนับถือคุณความดีของท่านสังคมก็น่าอยู่ เพราะเอื้ออาทรต่อกัน

การสอนลูกเรื่องความมีน้ำใจประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

เมื่อเด็กได้รับการอบรมสั่งสอนบ่มเพาะให้เป็นผู้มีน้ำใจ จะเกิดประโยชน์ดังต่อไปนี้

  • เด็กจะเป็นผู้ที่เห็นคุณค่าของตนเองและเกิดความภาคภูมิใจในตนเองได้
  • เด็กจะเป็นผู้ที่เห็นความดี ความงาม ของการการกระทำดี
  • เด็กจะพัฒนาจิตใจของตนเองอยู่ในระดับที่สูงขึ้น มีวุฒิภาวะได้ตามวัย การสอนสั่งคุณธรรมให้ก่อเกิดในจิตของเด็กย่อมเกิดประโยชน์ต่อเด็กผู้ที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ในกาลข้างหน้า เป็นความหวังของสังคมไทยและสังคมโลกที่ต้องการคนดี

ครูจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมพื้นฐานเรื่องมีน้ำใจให้ลูกอย่างไร?

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่จะสร้างเสริมคุณลักษณะของผู้มีน้ำใจ ตอบสนองมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของเด็กปฐมวัยคือ มาตรฐานด้านคุณธรรม ครูจัดกิจกรรมที่เอื้อให้เด็กเป็นผู้มีน้ำใจในกิจกรรมประจำวัน ดังนี้

  • กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ ฝึกให้เด็กนำอุปกรณ์ของใช้มาแจกเพื่อนๆ เช่น วันนี้ครูเล่นกิจกรรมเคลื่อนไหวประกอบอุปกรณ์ ริบบิ้น ทุกคนจะได้รับริบบิ้นคนละเส้น จะมีเด็กหลายคนมารับริบบิ้นไปช่วยกันแจกเพื่อน และชวนให้เด็กสังเกตการณ์กระทำและผลการกระทำว่า การที่เพื่อนมาช่วยครูทำให้เด็กทุกคนได้ริบบิ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เราได้ปฏิบัติกิจกรรมได้เรียนสนุก การกระทำแบบนี้ครูขอบใจเด็กทุกคนที่มีน้ำใจ ในวันต่อๆ ไปหรือกิจกรรมอื่น ครูจะหมุนเวียนให้เด็กทุกคนมีโอกาสที่จะแสดงน้ำใจช่วยเหลือครูหรือเพื่อนๆ
  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ กิจกรรมนี้ ครูจัดอย่างเป็นทางการ กำหนดจุดประสงค์ที่ต้องการให้เด็กแสดงความมีน้ำใจ โดยจัดบูรณาการไปในหน่วยต่างๆ เช่น
    • หน่วย สัตว์เลี้ยงของเรา : หากใครเลี้ยงสุนัข เป็ด ไก่ แมว สุนัข นก กระต่าย ปลา ฯลฯ ไว้ที่บ้าน ครูอาจมอบหมายให้ไปให้อาหารสัตว์ของตน หรือดูแลสัตว์ตามเหตุการณ์ เช่น นำสัตว์ไปหาหมอ อาบน้ำ หรือเล่นด้วย ฯลฯ ส่วนที่โรงเรียน ครูอาจจัดหาสัตว์เลี้ยงง่าย เช่น ปลา นก หนอน (ศึกษาวงจรชีวิตของผีเสื้อ) ไว้ที่โรงเรียนเด็กๆ จะให้อาหารและเฝ้าดูแล เน้นการให้ความรักแก่สัตว์
    • หน่วย เพื่อนของเรา จัดเรื่องราวให้เด็กได้คิดและตัดสินใจที่นำไปสู่เรื่อง การมีน้ำใจ เช่น จัดเก้าอี้นั่งแถวยาว นั่งได้ 5 คน แต่มีเด็ก 6 คนจะฟังครูเล่านิทานแสนสนุก ให้เด็กทั้งหมดนั่งลง จะมีเด็ก 1 คนนั่งไม่ได้ จะทำอย่างไร เด็กทั้ง 5 คนจะขยับที่นั่งให้เพื่อนอีกคนนั่ง ทุกคนจะได้ฟังนิทานแสนสนุกนั้นอย่างมีความสุข การกระทำเช่นนี้เพราะเด็กเป็นคนมีน้ำใจ เพื่อนอีกคนก็ได้นั่งเก้าอี้ด้วย
    • หน่วยเด็กน่ารัก จัดเรื่องราวให้เด็กได้คิดและตัดสินใจเช่นกัน คือ ครูสร้างสถานการณ์ว่า ครูให้เด็กนำเทียนมาทำกิจกรรมเข้าพรรษา มีเพื่อนเราบางคนหาซื้อเทียนไม่ได้เลย เด็กในชั้นจะทำอย่างไร เรื่องควรสรุปได้ว่า จะมีเด็กบางคนที่นำเทียนมาหลายเล่ม พอที่จะแบ่งให้เพื่อนคนนี้ได้ เช่นนี้เรียกว่า การมีน้ำใจ
    • หน่วยวันพ่อ วันแม่ ฝึกให้เด็กคิดถึงพ่อแม่โดยจัดหาของที่ระลึกที่เหมาะตามวัยเด็กให้พ่อแม่ เช่น ดอกไม้ที่ประดิษฐ์ (ดอกมะลิ ดอกพุทธรักษา)
    • หน่วยอาหารดีมีคุณค่า เด็กฝึกการปรุงอาหารง่ายๆ ตามเมนู หัดสังเกตการเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะอาหารแล้ว ผลผลิตคือ อาหารตักแบ่งให้ครูคนอื่นๆ แม่บ้าน พ่อแม่บ้างเป็นการแบ่งปันให้ด้วยความระลึกถึง

    ครูอาจเล่านิทานหรือร้องเพลงที่มีเนื้อหาส่งเสริมการมีน้ำใจ เช่น

    • เรื่อง แม่นก ออกไข่ ( ผู้แต่ง : บุบผา เรืองรอง )

      ความว่า “แม่นกตัวหนึ่งออกไข่และกกไข่ในรัง พ่อนกไปหาอาหารให้แม่นก ระหว่างนั้นลมพัดแรงจนกิ่งไม้ที่มีรังนกหักลงมา แม่นกส่งเสียงขอความช่วยเหลือ แม่เป็ดเดินผ่านมาจะไปว่ายน้ำที่ลำคลองใกล้ๆ ต้นไม้นั้น จึงได้ยินเสียงของแม่นกร้องจึงเข้าไปช่วยเหลือ โดยไปตามเพื่อนๆ มา คือ แม่ไก่ แม่แกะ แม่กระต่าย ซึ่งต่างก็สละขนของตนเองมาทำรังให้แม่นกไว้ ในคอกของแม่วัว เมื่อพ่อนกกลับมาไม่เห็นแม่นกก็ออกติดตาม แม่เป็ดนำพ่อนกมาพบแม่นก พ่อนกแม่นกขอบคุณเพื่อนๆ ที่มีน้ำใจช่วยเหลือ เมื่อลูกนกออกจากไข่ แม่นกเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ลูกๆ ฟัง ครอบครัวนกก็ร้องเพลงให้เพื่อนๆ ฟังด้วยสำนึกถึงบุญคุณของเพื่อนๆ ที่ช่วยให้ครอบครัวนกปลอดภัย

    • เพลง น้ำใจ (ผู้แต่ง : บุบผา เรืองรอง ทำนอง ต้อยตริ่ง)

      เพื่อนเอยเพื่อนแสนดี เธอช่างมีน้ำใจจริงเชียว มีขนมแบ่งปันกลมเกลียว มีชิ้นเดียวก็แบ่งได้เอย

  • กิจกรรมเสรี ครูให้เด็กเล่นมุมการเรียนรู้อย่างอิสระ แต่ละมุมอาจจะมีเด็กเข้าเล่นร่วมกัน เด็กๆ ที่ยอมให้เพื่อนเข้ามาเล่นด้วย แบ่งของเล่นให้เพื่อนบ้าง ผลัดกันเล่นบ้าง ครูคอยดูแลแนะนำให้ข้อคิดและคำชมเชยเด็กที่แสดงความมีน้ำใจ บางมุมครูก็ขอความร่วมมือจากเด็กให้นำวัสดุอุปกรณ์มาร่วมจัด ร่วมเล่น เช่น มุมหนังสือ เด็กๆ นำนิทานมาแบ่งปันให้เพื่อนได้อ่าน มุมบทบาทสมมติ เช่น รองเท้า หมวก เข็มขัด ฯลฯ เด็กนำมาแบ่งปันกันเล่น
  • กิจกรรมกลางแจ้ง การเล่นน้ำ เล่นทราย จะมีเครื่องเล่น อุปกรณ์ตักน้ำ ตักทราย เล่นแล้วต้องเก็บ ต้องล้าง เด็กๆช่วยกันเล่นก็ช่วยกันเก็บ ช่วยครูล้างและเช็ดเพื่อว่าวันต่อไปจะได้มีของเล่นที่สะอาดน่าเล่นอีก
  • กิจกรรมสร้างสรรค์ กิจกรรมสร้างสรรค์จะมีสื่ออุปกรณ์หลายชนิด ก่อนปฏิบัติและหลังปฏิบัติ ครูจัดเตรียมและเก็บอุปกรณ์ โดยชวนเด็กให้ช่วยครู และระหว่างการการปฏิบัติกิจกรรมเป็นอีกโอกาสหนึ่งที่ครูจะสอนเรื่องความมีน้ำใจ คือให้แบ่งปันกันใช้ของส่วนรวม ไม่ปิดกั้นสิทธิผู้อื่น เช่น แบ่งกาว พู่กัน สี กระดาษ เศษวัสดุ เป็นต้น ครูเด็กที่มีน้ำใจแบ่งปันวัสดุกันใช้
  • เกมการศึกษา กิจกรรมนี้จะมีอุปกรณ์เล่นเกมต่างๆ เช่น เกมโดมิโน เกมลอตโต เกมตัดต่อภาพ ฯลฯ หากเล่นกันหลายคนจะแบ่งปัน ผลัดกันเล่นและช่วยกันเก็บเกมลงกล่อง เกมที่ผลิตเป็นชิ้นๆ มีหลายเกม ต้องการความเป็นระเบียบในการเก็บ ครูจะฝึกให้ทุกคนแสดงความมีน้ำใจ ช่วยกันเล่น ต้องช่วยกันเก็บ บางครั้งเด็กต้องการเล่นเกมชนิดเดียวกันหลายคน ครูให้เด็กร่วมคิดจะแบ่งปันกันอย่างไร ครูอาจถามความคิดเห็นว่า หากใครเล่นเกมนี้มาหลายครั้งแล้ว ถ้าให้เพื่อนที่ไม่เคยเล่นมาก่อน ได้เล่นบ้างจะดีไหม หากเด็กยินยอมกัน ครูก็สรุปเป็นข้อคิดว่าเป็นการแสดงน้ำใจที่ดีต่อกัน ทำให้ทุกคนเล่นสนุก

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องความมีน้ำใจได้อย่างไร?

  • อบรมด้วยวิธีการบอกเล่า อธิบายให้ลูกรู้กฎเกณฑ์มาตรฐานของสังคมไทยและสากลในเรื่องความมีน้ำใจ การอธิบายของผู้ใหญ่ควรมีสื่อที่เป็นรูปธรรมให้เด็กเห็น เช่น ใช้นิทานคุณธรรม เล่าจากหนังสือนิทาน หรืออ่านให้ลูกฟัง พร้อมทั้งนำสิ่งที่ได้รู้ได้ฟังเป็นข้อคิดข้อนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น นิทานเรื่อง หนูแกงส้มมีน้ำใจ ความว่า หนูแกงส้มไปเที่ยวสวนสัตว์ ซื้อไอศกรีมแท่งคู่จะแบ่งให้เพื่อนทานกันคนละอัน แต่เมื่อหนูแกงส้มได้ยินเสียงเด็กร้องจึงไปถามจึงทราบว่าไอศกรีมของเด็กหล่น หนูแกงส้มจึงแบ่งไอศกรีมของตนเองให้เด็กน้อยทาน ตอนกลับบ้าน คุณแม่ของน้องมาเล่าเรื่องของหนูแกงส้มแบ่งไอศกรีมให้น้องทาน ทุกคนชื่นชมหนูแกงส้มที่มีน้ำใจ นิทานลักษณะนี้พ่อแม่หาอ่านได้จากเว็บไซต์ในอินเตอร์เน็ตได้ เพราะมีเนื้อหาและภาพประกอบ
  • พ่อแม่และลูกสนทนาเรื่องราวเกี่ยวกับความมีใจจากเหตุการณ์จริง เช่น ลูกให้อาหารสัตว์ลี้ยงของตนเอง พ่อแม่ลูกนำมาวาดภาพประกอบ ทำเป็นบันทึกประกอบภาพ สร้างความภาคภูมิใจในตนเองให้แก่ลูก ลูกได้เห็นแบบอย่างที่ดี
  • พ่อแม่แสดงความรัก ความภาคภูมิใจที่ลูกแสดงความมีน้ำใจต่อพ่อแม่และคนอื่น เช่น เมื่อลูกนำน้ำมาให้พ่อแม่ที่ทำงานเหนื่อย หรือเมื่อกลับถึงบ้าน ลูกไปช่วยรับของที่พ่อแม่หิ้วมา
  • พ่อแม่เป็นแบบอย่างที่ดีเรื่องการแสดงความมีน้ำใจ เอื้ออาทร ยามลูกมีทุกข์ เช่น ยามเจ็บป่วย ยามไม่ประสบสิ่งที่หวัง จะเล่นไม่ได้เล่น ด้วยเหตุผลต่างๆ พ่อแม่จะเป็นเพื่อนปลอบใจ แสดงความเห็นใจ ยามสุขพ่อแม่ก็แสดงความมีน้ำใจใน วันสำคัญในรอบปี เช่น วันเกิดของลุก วันปีใหม่ พ่อแม่แสดงความยินดี มีของขวัญที่เตรียมจัดหามาให้ เน้นให้ลูกเห็นคุณค่าที่พ่อแม่ให้มา เป็นการแสดงน้ำใจต่อลูก เมื่อถึงวันเกิดของพ่อแม่ วันพ่อ วันแม่ เด็กจะแสดงน้ำใจระลึกถึงพ่อแม่ได้เช่นกัน
  • วันหยุดหรือวันเทศกาลประจำปี พ่อแม่จัดเตรียมของกิน ของใช้ไปแบ่งปันให้เพื่อนบ้าน ญาติผู้ใหญ่ เช่น เทศกาลสงกรานต์จะกวนขนมกะละแม สารทไทยในทุกภาคจะใช้กระยาสารท เป็นขนมหลักจะแบ่งปันกันไป
  • พ่อแม่ร่วมวางแผนกับลูกจัดกิจกรรมแสดงน้ำใจที่มิใช่การให้เงินทอง เช่น การมีน้ำใจสอนหนังสือให้น้อง (แบ่งปันความคิด) การแสดงน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่นด้วยช่วยทำงานที่ทำได้ เช็ดจาน เก็บผ้า (ช่วยด้วยแรงกาย) ช่วยปลอบใจ ให้กำลังใจ คิดถึง ให้น้ำใจทางวาจา ลูกเสนอกิจกรรมพ่อแม่สนับสนุนให้กระทำในเวลาที่เหมาะสม สำหรับเด็กเล็ก พ่อแม่เป็นผู้ดูแลเลือกสถานการณ์ที่เหมาะสมให้ เช่น ช่วยแม่โอ๋น้องหน่อยซิจ๊ะ น้องหกล้ม ร้องไห้อยู่นั่นจ้ะ
  • กิจกรรมครอบครัวที่แสดงถึงน้ำใจ เป็นกิจกรรมจิตสาธารณะหมายถึงการกระทำที่เกื้อกูลต่อสังคมส่วนรวม จัดให้ลูกเห็นถึงการแสดงน้ำใจ เช่น การบริจาคทรัพย์สินในงานทำบุญเทศกาล ทอดกฐิน ทอดผ้าป่า การช่วยเหลือผู้ที่ประสบเหตุการณ์ร้ายแรงจากน้ำท่วม ไฟไหม้ ทรัพย์สินหาย เจ้าของประกาศหา ได้แก่ สุนัขหาย เด็กหาย ข่าวสารเหล่านี้ หากเราอยู่ในภาวะที่ทำได้ ก็แสดงน้ำใจช่วยเหลือ บอกเล่าและให้ลูกมีส่วนร่วม เด็กจะเรียนรู้วัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันในสังคมไทยที่มีการแสดงน้ำใจ จนเป็นลักษณะหนึ่งของคนไทย ทั้งนี้ ครอบครัวเป็นที่ที่เด็กจะเรียนรู้เรื่องความมีน้ำใจที่เกิดจากลักษณะการอบรมเลี้ยงดูที่พ่อแม่แสดงต่อลูก เมื่อเด็กได้รับการกระทำเช่นไร เขาจะประพฤติและปฏิบัติเช่นนั้นต่อผู้อื่นเช่นเดียวกับที่ตนได้รับ

เกร็ดความรู้เพื่อครู

ครูอาจจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนหรือกิจกรรมพิเศษเป็นกิจกรรมส่งเสริมให้เด็กตระหนักเห็นคุณค่าของการกระทำความดี โดยอบรมให้เด็กรู้จักการแสดงน้ำใจจากเหตุการณ์ประจำวัน เช่น เล่านิทานสนุกที่หนูอ่านมา หรือได้ยินมาให้เพื่อนฟัง มีหนังสือนิทานมาแบ่งปันเพื่อนอ่าน ปลอบโยนเพื่อนให้หายคิดถึงแม่ ฯลฯ แล้วให้เด็กบันทึกความดีของตนไว้ที่แบบบันทึกความภาคภูมิใจ หรือเด็กบอกเล่าแล้วให้ครูและผู้ปกครองช่วยบันทึกข้อมูลไว้หรือเขียนใส่แถบกระดาษนำไปใส่กล่องธนาคารความดี ในแต่ละวันก็หมุนเวียนนำมาอ่านเรื่องราวของเด็ก 3-5 คน ครูอาจจะใช้เวลาสนทนาข่าวเช้า หรือก่อนกลับบ้านจัดกิจกรรมนี้

บรรณานุกรม

  1. คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ, สำนักงาน. (2540) . คู่มือครูเพื่อพัฒนาจิตพิสัยในระบบการเรียนการสอนระดับก่อนประถมศึกษา . กรุงเทพมหานคร : กระทรวงศึกษาธิการ.
  2. คณะพยาบาลศาสตร์. (2556). นิทานเรื่อง หนูแกงส้มมีน้ำใจ. ขอนแก่น : มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
  3. บุบผา เรืองรอง . (2527). นิทานคุณธรรม: แม่นกออกไข่. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช.
  4. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพมหานค : คุรุสภาลาดพร้าว.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน