หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องชุมชน (Community)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

ชุมชน หมายถึง กลุ่มบุคคลหลายๆกลุ่มมารวมกันอยู่ในขอบเขตภูมิศาสตร์เดียวกัน มีวัฒนธรรมร่วมกัน เป็นเขตพื้นที่มีความ คุ้นเคย และการติดต่อระหว่างบุคคล ตลอดจนมีความยึดเหนี่ยวผูกพันบางอย่างที่ทำให้ชุมชนต่างไปจากชุมชนอื่น เช่น เชื้อชาติ ต้นกำเนิดเดิมของชาติหรือศาสนา กลุ่มเพื่อนบ้าน ในชุมชนหนึ่งๆจึงมีกลุ่มบุคคลหลายๆกลุ่มมาอยู่ร่วมกันในขอบเขตทางภูมิศาสตร์เดียวกัน กลุ่มคนเหล่านั้นจะประพฤติปฏิบัติเป็นอย่างเดียวกันหรือมีวัฒนธรรมร่วมกัน เด็กคือสมาชิกคนหนึ่งของชุมชน ผู้ใหญ่จึงต้องอบรมสั่งสอนให้เด็กได้ รู้จักและรักชุมชนของตน

การสอนเรื่องชุมชนมีความสำคัญอย่างไร?

  • ชุมชนคือที่ตั้งบ้านเรือนหรือที่อยู่อาศัยของครอบครัวเด็ก และเพื่อนบ้านอีกจำนวนมาก ที่มีความสนใจ ขนบธรรมเนียม ประเพณี ภาษาและอื่นๆคล้ายกัน ในชุมชนมีสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับเด็กและคนอื่นๆด้วย เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล ร้านค้า ตลาด สวนสาธารณะ สถานีรถขนส่ง วัดหรือโบสถ์ เป็นต้น แต่ละสถานที่มีความสำคัญแตกต่างกันไป แต่มีจุดประสงค์ร่วมกัน คือ ให้ความรู้ เสริมคุณธรรม สร้างเสริมความสุข หรือสุขภาพให้แก่สมาชิกของชุมชน เช่น โรงเรียนทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ วัฒนธรรม และทักษะอันจำเป็นในการดำรงชีพของสมาชิกในสังคม สร้างบุคลิกภาพทางสังคมให้แก่สมาชิก สามารถปรับตนในการติดต่อสัมพันธ์กับบุคคลอื่นและปฏิบัติตนให้มีคุณค่าแก่สังคม หน้าที่ในการสร้างกลุ่มเพื่อนซึ่งก่อให้เกิดการรวมกลุ่มเพื่อนเพื่อสนองความต้องการทางจิตใจของสมาชิกในสังคม และการกำหนดสถานภาพทางสังคมได้แก่ มีตำแหน่งของครู ลูกศิษย์ เป็นต้นโรงเรียนจึงเป็นสถานที่มีอิทธิพลและมีผลต่อการพัฒนาบุคลิกภาพของเด็ก ส่วนวัดคือสถานที่ทางพระพุทธศาสนา จะมีสถานที่สำคัญ เช่น อุโบสถ พระวิหาร พระเจดีย์ และพระภิกษุสงฆ์อาศัยจำศีล ภาวนาอยู่ สถานที่สำคัญในชุมชนที่สัมพันธ์กับเด็กคือ คลินิก หรือโรงพยาบาลซึ่งเป็นสถานที่สำหรับการบริการทางด้านสุขภาพ ทั้งส่งเสริม ป้องกัน รักษา และฟื้นฟูภาวะความเจ็บป่วย หรือโรคต่างๆแก่เด็ก จากตัวอย่างสถานที่ที่กล่าวมานี้แสดงให้เห็นว่า ในชุมชนหนึ่งๆจะมีสถานที่และบุคคลที่ทำหน้าที่ในการบริการและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน
  • ชุมชนมีบุคคลที่สำคัญ และมีความสัมพันธ์สำหรับเด็กมาอยู่ร่วมกัน เช่น ญาติผู้ใหญ่ คุณครู แพทย์ พยาบาล พระ เป็นต้น บุคคลเหล่านี้ทำหน้าที่ขัดเกลาทางสังคมและดูแลให้แก่เด็กในฐานะเป็นผู้ใหญ่ และเป็นผู้มีประสบการณ์มาก่อน จุดประสงค์ที่ต้องการให้เด็กมีชีวิตอยู่รอด ปลอดภัย สามารถสืบเผ่าพันธุ์ วัฒนธรรม ประเพณี เช่น ครูมีหน้าที่สอน อบรมนักเรียน ปลูกฝังวัฒนธรรม ค่านิยม เอกลักษณ์ไนชุมชน ตำรวจทำหน้าที่ปกป้อง ช่วยเหลือและดูแลทรัพย์สินประชาชน ทหารทำหน้าที่ปกป้องประเทศ
  • ชุมชนมีความเอื้ออาทร การพึ่งพาอาศัยกัน ความซื่อสัตย์ต่อกัน สิ่งเหล่านี้คือพื้นฐานของการดำรงชีวิตที่ดีงาม เมื่อเด็กได้รับการขัดเกลาทางสังคม เขาจะเป็นผู้สืบทอดวัฒนธรรมให้แก่ชุมชนต่อไป ดังเช่นการที่เด็กไปโรงเรียนมีครูทำหน้าที่ให้ความรู้ อบรมสั่งสอนความประพฤตินักเรียนให้เป็นคนดี เด็กคือผู้อ่อนเยาว์จะเชื่อฟัง ครูเป็นผู้ใหญ่ มีประสบการณ์ความรู้ มีความดีงามที่เด็กศรัทธาตามคำบอกเล่าและซึมซับข้อปฏิบัติที่ผู้ใหญ่ปฏิบัติให้เห็นแล้วนำมาปฏิบัติต่อ
  • ชุมชนเป็นที่ที่อยู่ร่วมกันจึงทำให้เกิดความสัมพันธ์กัน (Relationship) เพราะชุมชนมีพื้นที่ อาณาเขต มีผู้คนอาศัย มีกิจกรรมลักษณะเดียวกันที่เกิดจากความสนใจตรงกัน ผู้คนจึงมีลักษณะที่ร่วมกันและมีความผูกพันกัน
  • จากความสำคัญของชุมชนดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมให้เด็กได้พัฒนาเป็นผู้ที่มีคุณภาพตามที่สังคมคาดหวังและเป็นกำลังสำคัญของสังคมต่อไป

การสอนเรื่องชุมชนมีประโยชน์ต่อเด็กปฐมวัยอย่างไร?

การที่เด็กได้รับการสอนเรื่องชุมชน จะทำให้เด็กได้รับประโยชน์ดังนี้

  • เด็กจะมีความรู้สึกมั่นคงเพราะได้เป็นส่วนหนึ่งในสังคม เมื่อเด็กอยู่ในกลุ่ม เด็กจะได้รับโอกาสติดต่อเพื่อนและคนอื่น ๆ เป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์กันได้และเป็นสังคมเดียวกัน
  • เด็กจะเกิดการเรียนรู้ทางสังคมซึ่งมาจากสภาพแวดล้อม ทั้งวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี (Cultural Tradition) ตลอดจนแบบแผนของการดำเนินชีวิตในชุมชน (pattern of Community) จึงทำให้เด็กเกิดทักษะการอยู่ร่วมกับผู้อื่นรวมทั้งทักษะอื่นที่จำเป็นต้องติดตัวไปในภายภาคหน้า
  • เด็กจะเป็นผู้มีความรอบรู้และทัศนคติที่ดีต่อตนเองและสังคม สามารถพัฒนาคุณค่าตนเองจากการเป็นผู้มีส่วนร่วมรับ ผิดชอบต่อสังคม
  • การที่เด็กมีประสบการณ์เรียนรู้จากสภาพชีวิตในท้องถิ่น ชุมชน ธรรมชาติ ความสัมพันธ์กับบุคคล สถานที่ และบริบทสังคม เด็กจะเป็นผู้มีโลกทัศน์กว้าง เข้าใจความหมายของชีวิตและสรรพสิ่งต่างๆ

ครูสอนเรื่องชุมชนให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

ครูจะปลูกฝังให้เด็กรักชุมชน ภูมิใจชุมชนของตนเองด้วยการปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมและประเพณีที่ดีงามของชุมชน ตลอดจนช่วยกันรักษาสถานที่และสิ่งแวดล้อมของชุมชนให้มีสภาพที่ดีสืบต่อไป ผ่านการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ ดังตัวอย่างต่อไปนี้

  • เล่าเรื่องชุมชนที่ที่เด็กอยู่ ตามสภาพจริงให้ฟัง เรื่องตำแหน่งที่ตั้งของบ้านเด็กๆและเพื่อนบ้าน มีชื่อเรียกให้รู้จักกัน เช่น หมู่บ้านสันยูง หมู่บ้านท่างิ้ว หมู่บ้านคลองแคว เป็นต้น ให้เด็กได้เห็นสิ่งแวดล้อมรอบชุมชน บอกวิธีการรักษาสภาพ แวดล้อม เช่น ไม่ทิ้งเศษขยะลงในแม่น้ำ ถนน สวนสาธารณะ ฯลฯ
  • พาเด็กไปทัศนศึกษาสถานที่ต่างๆในชุมชน (ตามแต่โอกาส และความเหมาะสมของวัยเด็ก) เช่น วัด โรงพยาบาล ร้านค้า ตลาดสด ไปรษณีย์ ฯลฯ ให้ได้ร่วมกิจกรรมจากสถานที่นั้นๆ เช่น ถวายอาหารเพลให้พระสงฆ์ ร้องเพลงสวดในโบสถ์ ร่วมปลูกต้นไม้ในที่สาธารณะในโอกาสวันสำคัญต่างๆ เป็นต้น
  • เล่านิทานท้องถิ่นหรือนิทานประจำถิ่น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจเล่าสืบทอดกันมา อาจจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง หรืออธิบายความเป็นมาของสิ่งที่อยู่ในท้องถิ่นนั้น เช่น เรื่องภูเขา เกาะ หิน ถ้ำ บุคคลในท้องถิ่น สถานที่ที่คนสร้างขึ้น นำมาเล่าให้ลูกฟัง เช่น ที่จังหวัดสงขลา จะมีนิทานเรื่อง เกาะหนู เกาะแมว เรื่องพระร่วงที่เกิดขึ้นที่จังหวัดสุโขทัย เรื่องพระปฐมเจดีย์ที่จังหวัดนครปฐม เป็นต้น สำหรับการเล่าให้เด็กปฐมวัยฟังนิทานท้องถิ่นนั้น ครูจะเล่าสั้นๆ แต่ให้ได้ใจความเพื่อให้เด็กเข้าใจได้ โดยมีภาพประกอบของสถานที่นั้นๆ
  • นำเด็กร่วมกิจกรรมต่างๆของชุมชนตามความเหมาะสม พร้อมบอกถึงเหตุผลที่เราปฏิบัติกิจกรรมเหล่านั้น เช่น การร่วมประเพณีลอยกระทง การแห่เทียนพรรษา การตักบาตรเทโว วันสงกรานต์ไปรดน้ำผู้เฒ่าผู้แก่ เป็นต้น ซึ่งแก่นแท้ของประเพณีดังกล่าวคือการแสดงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ
  • จัดหาหนังสือภาพเกี่ยวกับชุมชนของเด็กมาอ่านให้ฟังหรือให้เด็กอ่าน และจัดไว้ที่มุมหนังสือ กระตุ้นให้เด็กสนใจด้วยบอกคุณค่า ปลูกฝังความรักหวงแหน และวิธีการอนุรักษ์สิ่งเหล่านั้นให้คงอยู่ในชุมชนสืบต่อไป
  • ร้องเพลงประจำชุมชนหรือท้องถิ่นให้เด็กฟัง อาจจะเป็นเพลงพื้นบ้าน เพลงกล่อมเด็ก เพลงร้องประกอบการเล่น ฟังข่าวจากโทรทัศน์ อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น หรือชวนดูภาพที่เกี่ยวกับชุมชนตามความเหมาะสม เช่น ข่าววันเด็กที่ชุมชนจัดขึ้น ข่าวการแข่งขันกีฬา ข่าวการทำบุญตามประเพณี เป็นต้น
  • นำเด็กไปเยี่ยมชมงานประดิษฐ์หรืองานผลิตจากภูมิปัญญาท้องถิ่น แสดงความชื่นชมและนำของชุมชนมาใช้ ให้เห็นคุณค่าของคนในชุมชน ซึ่งปัจจุบันเรารู้จักในชื่อสินค้า OTOP ได้แก่ อาหารพื้นบ้าน เช่น ขนมหม้อแกง ขนมทุเรียนกวน กล้วยตาก ฯลฯ สมุนไพรไทย เครื่องใช้จักสาน ผ้าทอมือ เป็นต้น
  • นำเด็กไปพิพิธภัณฑสถานในชุมชน หรือชมศิลปะของชุมชนตามโอกาส เช่น การแสดงมโหรสพ ภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วัดต่างๆ

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องชุมชนได้อย่างไร?

การปฏิบัติตนในชีวิตประจำวันของพ่อแม่และบุคคลที่ใกล้ชิดเด็ก มีความสำคัญที่จะทำให้การเรียนรู้ของเด็กเรื่องชุมชนเกิด ขึ้นอย่างมีความหมาย การให้ความรู้ควรคู่กับการปลูกฝังคุณธรรม เพื่อการรักษาชุมชนไว้ได้อย่างยั่งยืน แนวทางการจัดกิจ กรรมของพ่อแม่ที่ช่วยส่งเสริมหรือเพิ่มเติมให้ลูกมีดังนี้

  • พ่อแม่จะต้องตระหนักถึงความสำคัญของชุมชนและหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ สภาพแวดล้อมทั้งธรรมชาติและสถาน ที่ บุคคลในชุมชน เป็นประโยชน์ที่จะนำมาสร้างกิจกรรมและเพิ่มพูนประสบการณ์เกี่ยวกับชุมชนของเรา
  • พ่อแม่ต้องจัดเวลาเพื่อนำลุกไปเยี่ยมชมสถานที่ คน สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติในชุมชน ซึ่งบางสถานที่จะเป็นการปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง เช่น พิพิธภัณฑสถาน พ่อแม่จะต้องอยู่ดูแลลูกด้วยขณะร่วมกิจกรรม
  • การให้เด็กปฐมวัยเรียนรู้เกี่ยวกับชุมชนในเชิงบวกจะเหมาะสมกว่า โดยเฉพาะการฟังข่าวในชุมชนสำหรับเด็กปฐมวัยควรเป็นเรื่องฟังเข้าใจง่ายๆ เรื่องใกล้ตัวมากกว่าข่าวการเมือง และให้เป็นเรื่องที่สร้างทัศนคติทางบวกแก่เด็ก
  • คำนึงถึงด้านคุณธรรม เช่น ความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณต่อชุมชน โดยการปฏิบัติดีต่อชุมชนสืบต่อจากท่าน เช่น การรักต้นไม้เพื่อรักษาที่อยู่ของนก ดูแลต้นน้ำ ลำธารของชุมชน การไม่ทิ้งขยะลงแม่น้ำ ถนน เพราะทำให้ชุมชนสกปรก เป็นต้น
  • ทุกคนในครอบครัวต้องมีแนวคิดและปฏิบัติต่อชุมชนในวิถีชีวิตตรงกันกับคำอบรมสั่งสอน ให้เด็กเรียนรู้และปฏิบัติตามอย่างไม่สงสัย
  • พ่อแม่ ครูและบุคคลทุกคนในชุมชนต้องร่วมมือกัน เพื่อให้แนวคิดเรื่องการเรียนรู้ชุมชนของเยาวชนเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
  • พ่อแม่เป็นบุคคลหนึ่งในชุมชน จึงมีบทบาทในการร่วมกันพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในชุมชนสำหรับลูกที่จะใช้ประโยชน์ในการสืบค้นความรู้ เพราะสถานที่ในชุมชนหลายแห่งเป็นแหล่งเรียนรู้ตามมาตราที่ 25 พระราชบัญญัติการศึกษา พุทธศักราช 2542 ได้แก่ สวนสาธารณะ ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สวนสัตว์ สวนพฤกษศาสตร์ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์กีฬาและนันทนาการ

เกร็ดความรู้เพื่อครู

เรื่องของชุมชนจะต้องเป็นบทเรียนหนึ่งที่โรงเรียนจัดไว้ในหลักสูตรสถานศึกษา ที่ครูต้องให้ความสำคัญและสร้างความร่วมมือกับครอบครัวและชุมชน ในฐานะผู้ มีหน้าที่ถ่ายทอดวัฒนธรรม ประเพณี การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐม วัย ควรเน้นประสบการณ์ตรง และให้มีความร่วมมือกับครอบครัวและชุมชน ได้แก่ การนำนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมตามประเพณีและวัฒนธรรมของชุมชน เช่น กิจรรมวันสำคัญของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ การเชิญวิทยากรจากชุมชนมาจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เช่น การทำของเล่นจากวัสดุท้องถิ่น การทำขนมพื้นบ้าน การนำนักเรียนไปเรียนที่แหล่งเรียนรู้ในชุมชนเป็นต้น และหากโรงเรียนเน้นนวัตกรรมการเรียนแบบโครงการ (Project Approach) กระบวนการสืบค้นของหลายโครงการจำเป็นต้องมีส่วนร่วมของคนในชุมชน จึงจะทำให้การเรียนรู้ของนักเรียนบรรลุจุดมุ่งหมาย

บรรณานุกรม

  1. กุลยา ตันติผลาชีวะ (2547). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย . กรุงเทพมหานคร : เอดิสัน เพรส โปดักชั่น จำกัด
  2. ธงทอง จันทรางศุ (2555). ภาพถ่าย “นำชมภาพฝาผนัง ของนาย วรดิเรก มรรคทรัพย์ .ในพระผู้ทรงเป็นครูของแผ่นดิน .กรุงเทพมหานคร :เอส.ซี. พริ้นแอนด์เพค จำกัด
  3. พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒.www rirs3.royin.go.th/word1/word-1-a0.asp – ค้นคว้าเมื่อ 3 มกราคม 2556
  4. พระราชบัญญัติการศึกษา พุทธศักราช 2542. แหล่งเรียนรู้ .www.moe.go.th/main2/plan/p-r-b42-01.ค้นคว้าเมื่อ 1มกราคม 2556.
  5. ปาริชาติ สุขุม ( 2536 ) . รูปแบบการเปลี่ยนแปลงของครอบครัวไทยในเมือง . ในเอกสารการสอนชุดวิชาครอบครัวและสิ่งแวดล้อม. นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช .
  6. ราชบัณฑิตยสถาน .พจนานุกรมศัพท์สังคมวิทยา อังกฤษ –ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน .กรุงเทพมหานคร : ราชบัณฑิตยสถาน, 2524
  7. สุพัตร สุภาพ . ( 2537 ) . การขัดเกลาทางสังคม ใน สังคมและวัฒนธรรม . กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
  8. พุทธะ. ความหมายของวัด http://www.phuttha.com/
  9. วิกีพีเดีย สารานุกรมเสรี. โรงพยาบาล. th.wikipedia.org/wiki/.ค้นคว้าเมื่อ 3มกราคม 2556.
  10. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. จิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ th.wikipedia.org/wiki/จิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ .ค้นคว้าเมื่อ 1 มกราคม 2556.
  11. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี.พิพิธภัณฑสถาน. th.wikipedia.org/wiki/พิพิธภัณฑสถาน ค้นคว้าเมื่อ 1 มกราคม 2556 .

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน