หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องดอกมะลิ (Teaching children about Jasmine)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องดอกมะลิ

การสอนลูกเรื่องดอกมะลิ (Teaching children about Jasmine) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยมีความรู้เกี่ยวกับดอกไม้สีขาวชนิดหนึ่ง มีกลิ่นหอม เรียกว่า ดอกมะลิ คนไทยนิยมนำมาลอยน้ำดื่มให้ชื่นใจ ใช้เป็นสมุนไพร และใช้ร้อยมาลัยเพื่อบูชาพระ มาลัยคล้องคอ มาลัยล้อมมวยผม มาลัยคล้องมือที่มอบให้กับผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ เพราะเชื่อว่าเป็นดอกไม้มงคล การจัดกิจกรรมเรื่องดอกมะลิให้แก่เด็กสอดคล้องกับสาระการเรียนรู้เรื่องธรรมชาติรอบตัว ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546

การสอนเรื่องดอกมะลิสำคัญอย่างไร?

  • มะลิเป็นไม้ดอกสวยงามชนิดหนึ่งที่ปลูกได้ง่ายทั่วทุกถิ่นทุกภาคของประเทศไทย จึงเป็นดอกไม้ที่เด็กเห็นได้ในชีวิตประจำวัน และนำมาใช้ประโยชน์หลากหลาย ทั้งดมกลิ่นให้ความสดชื่น เราจะมีความรู้สึกสบายตัวสบายใจ เช่น นำดอกมะลิมาปรุงน้ำให้มีกลิ่นน้ำหอม ทำชาสมุนไพรดอกมะลิ ร้อยมาลัยดอกมะลิเพื่อนำไปในงานตามประเพณีต่างๆ เช่น บูชาพระพุทธรูปที่ชาวพุทธนับถือ บูชาพ่อแม่ผู้มีพระคุณ ประดับบ้านเรือน และกระเช้าของขวัญเป็นต้น
  • ดอกมะลิ คือ ส่วนประกอบของพืช เป็นสิ่งที่มีชีวิต จัดได้ว่าเป็นธรรมชาติที่เด็กควรเรียนรู้ ต้นไม้ประเภทที่มีดอกประดับเพื่อความสวยงาม มีกลิ่นหอม ส่วนประกอบของดอกจะมีน้ำหวานจากเกสร ที่แมลงภู่ ผึ้งจะมาดูดน้ำหวานไปสร้างรัง จึงเป็นเรื่องการดำรงชีวิตอยู่ของสรรพสิ่งที่มีชีวิตที่ต่างพึ่งพาอาศัยกัน
  • มะลิจัดเป็นพืชเศรษฐกิจ ที่ปลูกเพื่อเป็นรายได้เลี้ยงชีพ เนื่องจากดอกมะลิใช้ประโยชน์ทั้งเป็นดอกไม้ประดับ และใช้เป็นสมุนไพร หรือยารักษาโรค ได้แก่ แก้โรคบิด อาการปวดท้อง แก้พิษแมลงสัตว์ต่อยกัด แก้แผลพุพอง บำรุงหัวใจ ทำให้ชื่นใจ แก้การอ่อนเพลีย แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ด้วยการนำดอกมะลิสดลอยน้ำ และนำดอกมะลิไปผสมในตำรับยาหอม เช่น ยาหอมทิพย์โอสถ และแก้ปวดหัวและหูชั้นกลาง โดยการเอาดอกมะลิตำให้ละเอียดพอกที่ขมับจะแก้อาการได้ น้ำมันระเหยจากดอกมะลิสูดดมสำหรับผู้ที่อยู่ในสภาวะอ่อนหล้า บรรเทาการปวดเมื่อยร่างกาย จัดเป็นกลุ่มสุคนธบำบัด
  • เนื่องจากมีการปลูกมะลิเพื่อการค้า จึงมีการปลูกจำนวนมากออกขาย ชาวเกษตรกรผู้ปลูกมักจะใช้สารเคมีฉีดเป็นยาฆ่าแมลงที่มารบกวนดอกมะลิ ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ดอกมะลิ จึงต้องสอนให้เด็กระวังตัว โดยไม่ดมดอกมะลิที่ยังไม่ทำความสะอาด เพราะอาจจะเกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุจมูก และแพ้สารเคมีได้
  • ดอกมะลิใช้เป็นดอกไม้สัญลักษณ์วันแม่ ด้วยคนไทยเชื่อถือว่า ดอกมะลิเป็นดอกไม้มงคล เพราะมีดอกสีขาวบริสุทธิ์ มีกลิ่นหอม ออกดอกทั้งปี ปลูกได้ทั่วทุกท้องถิ่นไทย เปรียบดั่งเช่นความรักของแม่ทุกคนที่มีให้แก่ลูกต่อเนื่องไม่มีเสื่อมคลาย รักด้วยควาบริสุทธิใจไม่หวังสิ่งตอบแทนอะไรจากลูก นอกจากเลี้ยงลูกให้เป็นคนดี

การสอนเรื่องดอกมะลิมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

  • เด็กได้รู้จักธรรมชาติของพืชชนิดหนึ่ง คือต้นมะลิที่ให้ดอกเรียกว่าดอกมะลิ ที่เกิดขึ้นในทุกถิ่นไทยที่เด็กมองเห็นในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติรอบตัวจะสอนให้เด็กรู้จักสิ่งมีชีวิตที่เป็นพืช ซึ่งจะเป็นประโยชน์เบื้องต้นที่จะนำไปต่อยอดในการเรียนในระดับสูงต่อไป
  • เด็กจะได้รู้จักประโยชน์ของดอกมะลิ ในด้านต่างๆ ที่เด็กสามารถสังเกต และนำมาใช้ได้ เช่น ใช้ดมกลิ่นหอม ใช้ร้อยมาลัยบูชาพระ หรือมอบให้ผู้มีพระคุณ
  • เด็กจะได้รับการฝึกนิสัยดีโดยใช้มะลิเป็นสื่อ เช่น จิตใจเด็กอ่อนโยน รักสิ่งที่มีชีวิต เช่น ต้นดอกของมะลิ เห็นความสัมพันธ์ระหว่างคนกับพืช ในฐานะผู้ให้กันและกัน เมื่อเราปลูกต้นมะลิ เราต้องให้ปุ๋ย ให้น้ำ หมั่นพรวนดิน จัดสถานที่ให้พืชได้รับแสงแดด พืชก็จะออกดอกให้เรานำไปใช้ประโยชน์
  • เด็กได้รู้ความหมายของดอกมะลิในเชิงสัญลักษณ์ที่ใช้ดอกบูชาแม่ ในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม ของทุกปี เป็นการเรียนรู้ภาษาที่ใช้สิ่งต่างๆ แทนความหมาย และนำมาปฏิบัติสืบต่อกันเป็นประเพณีงดงามในสังคมไทย
  • เด็กจะได้รู้จักป้องกันตนเองจากภัยของสารเคมีที่เกษตรกรใช้ฉีดพ่นป้องกันแมลงที่มากัดกินดอกมะลิ กล่าวคือ เด็กควรดมกลิ่นดอกมะลิหรือใช้ดอกมะลิลอยน้ำเฉพาะดอกที่ผู้ใหญ่แนะนำ และทำความสะอาดด้วยการล้างน้ำดอกมะลิเสียก่อน แต่ควรใช้เฉพาะดอกมะลิที่เราปลูกเองไม่พ่นสารเคมีกำจัดแมลง

ครูสอนเรื่องดอกมะลิให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

ครูสอนเรื่องดอกมะลิให้ลูกที่โรงเรียนด้วยการจัดสภาพแวดล้อมโรงเรียนให้มีมุมสวนสวยตกแต่งบริเวณโรงเรียน ในสวนมีต้นมะลิเมื่อออดดอก จะเป็นแหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียน ให้เด็กได้เข้าไปสังเกตธรรมชาติของต้นและดอกมะลิ

ที่โรงเรียนส่วนมากจะจัดโครงการอาหารกลางวันให้เด็กทั้งอาหารกลางวันที่เป็นอาหารหลัก และอาหารว่างให้แก่เด็ก จัดเมนูอาหารที่ใช้ดอกมะลิลอยน้ำเชื่อม น้ำกะทิ เช่น ขนม ลอดช่อง ขนมซ่าหริ่ม เป็นต้น ดอกมะลิที่ใช้อาจได้มาจากสวนดอกไม้ในโรงเรียน ซึ่งใช้ดอกมะลิที่ปราศจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช และเป็นการสอนโดยตรงที่จะใช้ประโยชน์ของดอกไม้ที่เราปลูกเอง

กิจกรรมวันสำคัญประจำปีที่โรงเรียนจะต้องจัดให้สัมพันธ์กับวัฒนธรรมประเพณีของชุมชน วันแม่แห่งชาติเป็นวันหนึ่งที่โรงเรียนจะจัดกิจกรรมนี้ และใช้ดอกมะลิเป็นสัญลักษณ์ เด็กๆ จะได้เห็นการใช้ดอกมะลิตามจุดประสงค์ของงาน คือ นำดอกมะลิมากราบแม่แสดงความกตัญญู ด้วยการอ่อนน้อมที่กาย กราบไหว้แม่พร้อมมอบดอกมะลิให้แม่

ในกิจกรรมการเรียนรู้ในชั้นเรียน ครูอาจกำหนดเรื่องดอกมะลิให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมดังนี้

กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะของเครื่องดนตรี และแสดงท่าทางตามจินตนาการเป็นดอกมะลิหุบ และค่อยๆ บาน

กิจกรรมสร้างสรรค์ นำดอกมะลิมาร้อยเรียงในก้านมะพร้าว ประดิษฐ์ดอกมะลิจากกระดาษจากกระดาษทิชชู ปะติดเมล็ดข้าวสารลงในโครงร่างดอกมะลิ จัดแจกันด้วยดอกมะลิ ทำการ์ด ดอกมะลิให้แม่ในวันแม่แห่งชาติ

กิจกรรมเสรี มุมหรือศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ทดลองนำดอกมะลิลอยน้ำ สังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงของน้ำ คือ กลิ่น และสีของดอกมะลิ ภายในสัปดาห์ มุมหนังสือ ครูอาจจัดหาหนังสือสารคดี เรื่องดอกมะลิพันธ์ต่างๆ ทำเป็นหนังสือเล่มเล็กให้เด็กได้ดูภาพ

กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ให้เด็กๆ ร่วมสนทนา ทบทวนประสบการณ์เกี่ยวกับดอกไม้ที่เรารู้จัก ดอกมะลิที่เราเคยเห็น และตั้งประเด็นที่เป็นปัญหาน่าสงสัยเกี่ยวกับดอกมะลิ เช่น ดอกมะลิมีลักษณะอย่างไร มีกี่พันธุ์ ปลูกต้นมะลิอย่างไร ใช้ทำประโยชน์อะไรได้บ้าง กิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก ได้แก่ การสืบค้น สำรวจในสวนดอกไม้ที่โรงเรียน (ครูจัดเตรียมการปลูกต้นมะลิไว้ล่วงหน้า) เชิญวิทยากรมาแนะนำเด็กเรื่องมะลิ อาจจะเป็นผู้ปกครองของนักเรียน แม่ค้าขายดอกไม้ เจ้าหน้าที่ของโรงเรียนที่ทำสวน ทดลอง ดมกลิ่นดอกมะลิ (เป็นดอกมะลิที่ปลูกเอง ปลอดภัยจากสารเคมีกำจัดแมลง) ร้อยดอกมะลิ ปลูกต้นมะลิ ดูแลบำรุงรักษา รอคอยชมดอกที่จะออกมา (ใช้ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน) แล้วนำผลการทดลองมาอภิปราย เสนอผลงาน เช่น สนับสนุนให้เด็กจัดรูปแบบการเสนอผลงาน ได้แก่ การจัดตลาดนัดจำลองขายดอกมะลิ ให้เด็กได้นำเสนอบทบาทสมมุติอาชีพค้าขายดอกมะลิ เช่น ขายต้นมะลิ ขายมาลัยดอกมะลิ ขายขนมหวานที่ใช้ดอกมะลิตกแต่ง เสนอรูปแบบการแสดง ที่ใช้พวงมาลัยดอกมะลิแต่งตัว หรือประกอบเรื่องราว ร้องเพลง หรือเล่านิทานเรื่องดอกมะลิ ที่เด็กๆ ช่วยกันแต่งร่วมกัน

การจัดกิจกรรมบูรณาการ คณิตศาสตร์ สอดแทรกลงในกิจกรรมได้ เช่น ขณะร้อยมาลัย กำหนดจำนวนดอกมะลิ 1 ก้านร้อยดอก 10 ดอก เรียงลำดับ จัดมะลิมาให้คนละกอง หรือคนละกระทง แสดงลักษณะนามให้เด็กได้ใช้ภาษาคณิตศาสตร์ นำเสนอจำนวนดอกมะลิในรูปแบบแผนภูมิ สอดแทรกภาษาต่างประเทศ ดอกมะลิ หรือ Jasmine ดอกมะลิสีขาว และกลิ่นหอม White jasmine and fragrant ส่วนกิจกรรมเชิงสังคม แสดงถึงวัฒนธรรมประเพณีไทยที่นิยมใช้ดอกมะลิ ครูสามารถจัดในกิจกรรมวันสำคัญ

การจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้เด็กเรื่องดอกมะลิ ครูสามารถจัดได้ทั้งในห้องเรียน และนอกห้องเรียน การจัดสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียน ให้มีพื้นที่ปลูกต้นมะลิเพื่อให้เด็กได้สังเกตธรรมชาติ การออกดอกมะลิ ตลอดจนมานำดอกมะลิใช้ในกิจกรรมต่างๆ ตามประเพณี และวัฒนธรรม ล้วนเป็นการกิจกรรมการเรียนรู้ที่ดีสำหรับเด็ก

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องดอกมะลิอย่างไร?

  • ชวนลูกปลูกต้นมะลิที่บ้าน ตามสภาพของแต่ละบ้าน มะลิปลูกเป็นไม้พุ่มลงดินจะเป็นต้นไม้ใหญ่ มะลิปลูกเป็นรั้วบ้าน ปลูกเป็นแนวยาวขนาดกับตัวบ้าน ปลูกลงกระถางดินเผา ตั้งประดับไว้ที่ใดที่หนึ่งของบ้านให้ต้นได้รับแสงแดด เพื่อให้ลูกได้เห็นดอกมะลิ เมื่อผลิดอก จะมีสีขาว กลิ่นหอมตามธรรมชาติ
  • เก็บดอกมะลิมาทำประโยชน์นานาประการ เช่น เก็บดอกบานมาแช่น้ำเป็นน้ำสะอาดที่มีกลิ่นหอมน่ารับประทาน นำมาร้อยพวงมาลัยบูชาพระ มาตากแห้งเพื่อใช้เป็นชาชงดื่ม ซึ่งเป็นยาสมุนไพรรักษาโรคหัวใจ เก็บมะลิส่งขาย ให้เด็กได้เห็น อาชีพหนึ่งในสังคม คืออาชีพเกษตรทำรายได้จากการเพาะปลูก ต้นมะลิ และเก็บดอกมะลิขาย เป็นอาชีพค้าขาย นำดอกมะลิมาลอยในน้ำกะทิขนมลอดช่อง ขนมจะหอม และสวยน่ารับประทาน
  • ให้ลูกได้สัมผัสจับต้องดอกมะลิ เช่น ชมจากต้น นำดอกมะลิมาร้อยโดยใช้ก้านมะพร้าว ก้านละไม่เกินสิบดอก เพราะจะเพียงพอกับการตั้งใจ หรือสมาธิในการทำงานของลูกวัยนี้ กิจกรรมนี้เด็กจะได้ใช้ตากับมือทำงานประสานกัน ได้ฝึกสมาธิ และความอดทน
  • เมื่อผ่านร้านขายดอกไม้ แทบจะทุกร้าน จะมีพวงมาลัยที่ร้อยด้วยดอกมะลิ ตั้งแต่ร้อยแบบเรียงดอกหนึ่งเป็นแถวเดียว ไปจนร้อยด้วยดอกมะลิเป็นพวงขนาดใหญ่ มีอุบะที่ร้อยด้วยดอกมะลิด้วย ให้เด็กได้เห็นความสวยงาม และกลิ่นหอมของดอกมะลิที่มีการร้อยหลากหลายรูปแบบ เช่น ร้อยเป็นพวงมาลัยคล้องมือ ร้อยแบบเรียงดอกเดียวใส่ก้านมะพร้าว แต่นำมาจัดแจกันพุ่มใหญ่
  • นำภาพที่ใช้ดอกมะลิในงานพิธีกรรมต่างๆ มาให้ลูกดู เช่น ดอกมะลิร้อยเป็นมาลัยคล้องมือ ที่ประชาชนนำมาถวายแด่พระมหากษัตริย์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมเยียนราษฎร ใช้เป็นมาลัยคล้องคอคู่บ่าวสาวในงานมงคลสมรส ใช้สวมผมจุกของเด็กไทยสมัยก่อน ภาพสวยงามชวนให้เด็กประทับใจดอกมะลิได้
  • อ่านหนังสือคำคล้องจอง ดอกมะลิให้ลูกฟังและท่องตาม ร้องเพลงเกี่ยวกับดอกมะลิ เล่นเกมจับบัตรภาพดอกมะลิพันธุ์ต่างๆ ซึ่งอาจจะเหล่าภาพเหล่านี้ได้จากหนังสือ เรื่อง ดอกมะลิ แล้วถ่ายภาพจากสมาร์ทโฟน ทำเป็นบัตรภาพสวยงาม ให้ลูกจัดเก็บเป็นสมุดภาพดอกมะลิ

    คำคล้องจอง ดอกมะลิ (ผู้แต่ง : บุบผา เรืองรอง)

    ดอกมะลิขาว บานพราวเต็มต้น
    กลิ่นหอมชวนชม นิยมดมกลิ่น
    ใช้ดอกมะลิ ลอยกะทิกิน
    แสนอร่อยลิ้น ทุกถิ่นชอบเอย
  • เมื่อถึงวันแม่จัดพวงมาลัยดอกมะลิอย่างสวยงามไปไหว้พ่อแม่ ซึ่งเป็นยาย ย่า ให้ลูกเห็นแบบอย่างประเพณีที่ดีของไทย ลูกเองก็มากราบแม่พร้อมพวงมาลัยดอกมะลิ บอกเล่าความสำคัญของดอกมะลิที่เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ให้ลูกฟัง พร้อมภาพประกอบเรื่องราวให้ลูกดูด้วย

การจัดกิจกรรมเรื่องดอกมะลิที่บ้าน พ่อแม่จะเป็นผู้สนับสนุนการเรียนรู้ที่ดีให้แก่เด็ก ด้วยการจัดหามะลิเป็นสื่อ และจัดสิ่งแวดล้อมที่มีดอกมะลิให้เด็กได้รู้จักสัมผัส โดยระมัดระวังความสะอาด และความปลอดภัยจากสารเคมีที่มาจากการกำจัดแมลง

เกร็ดความรู้เพื่อครู

การปลูกต้นมะลิ ควรปลูกในดินร่วนซุย แสงแดดตลอดวัน ให้น้ำชุ่มชื้นพอประมาณ ไม่ชอบน้ำขัง ให้ปุ๋ยธรรมชาติ เช่นปุ๋ยหมัก มะลิจะให้ดอกมากในเดือนมีนาคม เมษายน ขยายพันธุ์โดยการปักชำ และแยกกอ ดอกมะลิมีหลายพันธุ์ ได้แก่ มะลิลา มะลิลาซ้อน มะลิซ้อน มะลิถอด มะลิพิกุล มะลิทะเล มะลิพวง มะลิเลื้อย มะลิวัลย์ หรือมะลิป่า ทุกสายพันธุ์ จะมีลักษณะเด่นร่วมกัน คือ ดอกสีขาว มีกลิ่นหอม

บรรณานุกรม

  1. กุลยา ตันติผลาชีวะ. (2547). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย. กรุงเทพมหานคร: เอดิสันเพรสโปรดัก.
  2. พิทยาภรณ์ มานะจุติ. (2552). วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่.
  3. ปิยะ เฉลิมกลิ่น. (2556). มะลิในเมืองไทย. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ บ้านและสวน.
  4. ปรียา นพคุณ และยุพา วีระไวทยะ. (2544). การสอนวิทยาศาสตร์แบบมืออาชีพ. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิสดศรี–สฤษดิ์วงศ์.
  5. เพ็ญแข วุฒิพงศ์กุล. (2554). มะลิ. การปลุกและการขยายพันธ์. เข้าถึงจาก www.thaikasetsart.com/. [ค้นคว้าเมื่อ 29 กุมภาพันธ์ 2560].
  6. คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบราชธานี. (2556). มะลิฐานข้อมูลเครื่องยา. เข้าถึงจาก http://www.thaicrudedrug.com/main.php?action=viewpage&pid=106. [ค้นคว้าเมื่อ 29 กุมภาพันธ์ 2560].
  7. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2547). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภา.
  8. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2546). เรียนรู้แบบเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน