หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องดอกไม้ (Teaching children about flowers)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องดอกไม้

การสอนลูกเรื่องดอกไม้ (Teaching children about flowers) หมายถึง การจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กเกิดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับส่วนประกอบหนึ่งของต้นไม้ ที่มีกลีบดอก เกสร รังไข่ กลีบเลี้ยง และก้านดอกเป็นส่วนประกอบ ดอกไม้จะมีลักษณะแตกต่างกันตามแต่ละชนิด ดอกไม้มีทั้งดอกเดี่ยว ดอกช่อ ดอกใหญ่ ดอกเล็ก กลิ่นหอม และไม่มีกลิ่น เมื่อดอกไม้ได้รับการผสมพันธุ์แล้ว จะกลายเป็นผลไม้ ทั้งนี้รอบๆ บริเวณบ้านของคนเรา หรือสถานที่ที่เราไป ตลอดจนสองข้างทางที่เราผ่านไปมา เราจะเห็นดอกไม้ที่ปลูกต้นประดับไว้ บางแห่งเป็นสวนเล็กๆ บางแห่งปลูกใส่กระถางวางประดับไว้หรือแขวน ดอกไม้ให้สีสันสวยงาม บางชนิดมีกลิ่นหอมรวยริน ชื่นใจ การปลูกดอกไม้จึงทำให้อารมณ์ของเราสดชื่น และสถานที่สวยงาม บางครั้งเรายังนำดอกไม้มาทำอาหาร ทำยา รักษาโรค การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องดอกไม้ เป็นการจัดกิจกรรมส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยรู้จักธรรมชาติรอบตัวของเรา ซึ่งกำหนดไว้ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546 ไว้ ด้วยคาดหวังที่จะให้เด็กได้ตระหนักรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของดอกไม้ ผ่านการปฏิบัติ การสำรวจ การสังเกต การตั้งคำถาม และการแลกเปลี่ยนสิ่งเด็กได้ค้นพบ ได้ส่งเสริมให้เด็กได้เข้าใจ และดูแลรักษาความเป็นธรรมชาติ มีจริยธรรม และค่านิยมที่เหมาะสมในการอยู่และใช้ธรรมชาติในการดำรงชีวิต

การสอนเรื่องดอกไม้สำคัญอย่างไร?

  • เนื่องจากดอกไม้เป็นส่วนประกอบหนึ่งของพืช เป็นสิ่งที่มีชีวิตตามธรรมชาติ มีการเจริญเติบโต ขยายพันธุ์ได้ หายใจได้ มีอยู่ในสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็ก ที่เด็กเห็นอยู่เสมอ การเจริญเติบโตของพืชจะมีส่วนสัมพันธ์กับการมีดอกไม้ ที่เด็กควรรู้จักธรรมชาติของพืช
  • ดอกไม้มีคุณค่าต่อการดำรงชีวิตของคน พืช และสัตว์ เมื่อดอกไม้ได้รับการผสมพันธุ์แล้วจะกลายเป็นผลไม้ และส่วนหนึ่งในผลไม้คือเมล็ด จะสืบพันธุ์ได้อีกต่อไป ดอกไม้ ผลไม้ เมล็ด ต่างเป็นประโยชน์ต่อสิ่งที่มีชีวิต คน พืช และสัตว์ได้อีก ทั้งเป็นอาหาร ที่อยู่อาศัย ยารักษาโลก และเครื่องนุ่งห่ม เช่น เราใช้ดอกฝ้ายมาทำเส้นใยถักทอเป็นผืนผ้า มดเล็กๆ หรือแมงภู่บางชนิด อาศัยอยู่ในดอกไม้ ดอกขจร ดอกอัญชัน ดอกดาหลา ดอกขี้เหล็ก ดอกแค คนเราใช้รับประทานได้ ผีเสื้อ และผึ้ง ดูดกินน้ำหวานจากเกสรของดอกไม้ ดอกไม้หอมนานาพันธุ์ เช่น จำปี จำปา กุหลาบ มะลิ ใช้เป็นเครื่องหอมกลิ่นเหล่านี้ทำให้ประสาทของคนเราตื่นตัว หลั่งสารความสุขให้คลายเครียด
  • ดอกไม้มี สี กลิ่น และรูปร่างลักษณะหลากหลาย คนเรานำดอกไม้มาใช้เป็นสัญลักษณ์แทนความหมายต่างๆ เราจะเห็นได้ว่า สังคมของมนุษย์จะมีเรื่องพิธีกรรมทั้งงานมงคล และงานอวมงคล งานเหล่านี้จะใช้ดอกไม้ประดับในงาน งานมงคล เช่น งานแต่งงาน งานขึ้นบ้านใหม่ งานวันเกิด งานฉลองยศ งานไหว้ครู วันสำคัญทางศาสนา เช่น วันเข้าพรรษา หรือแม้แต่การสวดมนต์ไหว้พระในศาสนาสถานของทุกศาสนา จะมีดอกไม้ประดับแทนความดีงาม ชาวพุทธมักจะใช้ดอกบัวบูชาพระ เพราะแทนความหมายของผู้มีปัญญา และไม่มีปัญญาที่จะรับรู้รสพระธรรม ดั่งที่พระพุทธองค์ทรงอธิบายธรรม เรื่องมนุษย์เปรียบได้เช่น บัว 4 เหล่า บัวเหล่าแรก คือบัวที่ยังอยู่ในโคลนตมลึก เปรียบดังคนที่โง่เขลา ไม่รับรู้ธรรมใดๆ สั่งสอนไม่ได้ บัวเหล่าที่ 2 คือบัวใต้น้ำ รอเวลาที่จะโผล่พ้นน้ำ เปรียบดังคนที่มีปัญญาน้อยนิด รอเวลาที่รับคำสั่งสอนไปปฏิบัติได้ แต่ใช้เวลานาน บัวเหล่าที่ 3 คือบัวโผล่พ้นน้ำ รับแสงอาทิตย์ก็คลี่กลีบบาน เปรียบดังคนที่มีปัญญา พร้อมที่จะรับคำสอนทางธรรม สอนง่าย และบัวเหล่าที่ 4 คือบัวที่โผล่พ้นผิวน้ำ บานไสว รับแสงอรุณที่ส่องมาอย่างเต็มที่ เปรียบดังผู้มีปัญญาเลิศแล้ว สามารถรู้แจ้งในรสพระธรรม เป็นบุรุษที่สอนได้ดียิ่งนัก หรือดอกมะลิสีขาวบริสุทธิ์ มีความหอมเย็น เหมือนความรักความหวังดีที่มีมีต่อลูก ดอกมะลิจึงเป็นสัญลักษณ์ในวันแม่ งานอวมงคลที่เราเห็นอยู่เสมอ คืองานศพ จะประดับสถานที่ โลงบรรจุศพ และภาพถ่ายของผู้วายชนม์ไปแล้วด้วยดอกไม้ แม้จะเผาศพ ก่อนเผาจริงเราเรียกว่า เผาหลอกนั้น ผู้ไปเผาจะใช้ดอกไม้ประดิษฐ์จากเปลือกต้นจัน เรียกว่า ดอกไม้จัน นำไปใส่ใต้โลงศพผู้เสียชีวิต เป็นต้น
  • ดอกไม้ในปัจจุบัน มีสิ่งที่เจือปนด้วยสารพิษของยาฆ่าแมลง การดมความหอมของดอกไม้อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ จึงควรสอนเด็กให้รู้
  • ความงดงามของดอกไม้นำมาสอนจิตใจเด็กให้ละเอียดอ่อน ให้เป็นคนอ่อนโยน จิตใจเยือกเย็น จากการสัมผัส จับต้อง ดอกไม้อย่างละมุนละไม กลีบดอกไม้ที่นำมาร้อยมาลัยเป็นลายสวยงามน่าดูยิ่ง การจัดแจกันดอกไม้ การจัดกระเช้าดอกไม้ ล้วนแต่สร้างความสุขทางจิตใจให้คนอย่างดียิ่งนัก
  • ดอกไม้ใช้เป็นอุปกรณ์เพื่อพัฒนาส่วนต่างๆ ของเด็กได้เป็นอย่างดี เช่น การฝึกกล้ามเนื้อมือเด็ก การฝึกประสาทสัมพันธ์ระหว่างสายตาและมือ

การสอนเรื่องดอกไม้ประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

  • เด็กได้รู้จักธรรมชาติของดอกไม้ เป็นความรู้ขั้นพื้นฐานที่จะเรียนในระดับสูงต่อไป
  • เด็กจะเป็นผู้ที่มีคุณลักษณะที่ดีตามที่สังคมต้องการ เช่น เป็นผู้มีจิตใจอ่อนโยน
  • เด็กจะรู้ความหมายดอกไม้ที่มนุษย์กำหนดขึ้น เช่น ดอกมะลิ ที่ใช้ในวันแม่ แทนความรักบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูก ดอกเข็ม ใช้ในวันไหว้ครู แทนความหมายว่า ครูคือผู้สอนให้เด็กเป็นผู้มีความรู้ มีปัญญาแหลมคมเช่นเข็ม หรือดอกเข็ม เป็นต้น
  • เด็กได้รู้จักประโยชน์ของดอกไม้ และนำดอกไม้มาใช้ประโยชน์ได้ตามวัย เช่น ใช้ประกอบการเล่นสร้างความสนุกสนานเพลิดเพลิน ใช้ชมความสวยงาม ใช้ประดับตกแต่งสถานที่อยู่อาศัย

ครูสอนเรื่องดอกไม้ให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เด็กๆ จะได้เคลื่อนไหวประกอบอุปกรณ์ เช่น สวมที่คาดศีรษะภาพดอกไม้ ใช้ดอกไม้จริงประกอบเพลงชมดอกไม้ (บุบผา เรืองรอง ผู้แต่ง)
ดอกจำปาจำปี ดอกราตรีกุหลาบ กลิ่นหอมชื่นใจ บานบุรี ผีเสื้อ ช่างงามน่าดู แสดงท่าทางประกอบดอกไม้ตูม (ใช้มือทั้งสองประกบกันไว้ที่หน้าอก โยกตัวไปทางซ้าย และขวาตามจังหวะ) ดอกไม้บาน ผายมือทั้งสองข้างไปข้างตัว โยกตัวไปทางซ้าย และขวาตามจังหวะ)

กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เด็กได้ชมดอกไม้จริงที่อยู่ในสวนของโรงเรียน ร่วมกิจกรรมสังเกตจากการดู และสนทนา เรื่องส่วนประกอบของดอกไม้ ได้แก่ กลีบดอก เกสร กลีบเลี้ยง ก้านดอก เรื่องรูปร่างลักษณะ สี และกลิ่น ดอกไม้แต่ละชนิด (ดมห่างๆ) บอกกลิ่นหอม หรือไม่หอม การนำดอกไม้มาใช้ประโยชน์ จากแผ่นภาพประกอบการสอน ภาพถ่าย และทดลองทำ เช่น จัดแจกันประดับที่โต๊ะรับแขกของโรงเรียน โต๊ะอาหาร โต๊ะคุณครู หรือโต๊ะหมู่บูชา จัดช่อดอกไม้ไปอวยพรวันเกิดพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ หรือเพื่อน จัดช่อดอกไม้เพื่อประกอบการตักบาตร หรือถวายสังฆทานพระสงฆ์ จัดสถานการณ์จำลอง และแสดงบทบาทสมมติ จัดพานดอกไม้ในวันไหว้ครู จัดประดับในกระทงในวันเพ็ญเดือนสิบสอง และในวันสำคัญอื่นๆ โดยสอดแทรกในหน่วยการสอนนั้นๆ เน้นให้เห็นถึงประโยชน์ของดอกไม้ นำสีของดอกไม้มาผสมอาหารในขนมอาหารว่าง หรืออาหารกลางวัน จัดดอกไม้ใส่แจกัน ปลูกไม้ดอกประดับเป็นแหล่งเรียนรู้ให้เด็กเรียนรู้ด้วยตนเอง

กิจกรรมสร้างสรรค์ พับดอกบัวจากกระดาษสี่เหลี่ยม ตัดภาพดอกไม้มาจัดแต่งเป็นสวนดอกไม้ จัดเป็นกระเช้าดอกไม้ หรือเติมแต่งเป็นดอกไม้ในกระถาง ใช้สีดอกดาวเรือง ชบา อัญชัน คุณนายตื่น สายระบายสี

กิจกรรมกลางแจ้ง เล่นเกมปลูกดอกไม้ กติกาการเล่น ให้เด็กแต่ละคนเป็นดอกไม้ ครูสมมติชื่อดอกไม้ 3 ชนิด เช่น ดอกมะลิ ดอกกล้วยไม้ ดอกกุหลาบ ให้เด็กๆ เดินรอบวงกลม พร้อมทั้งท่องชื่อดอกไม้ของตนเองไปด้วย คือ ฉันเป็นดอกมะลิ (ดอกกุหลาบ ดอกกล้วยไม้) เมื่อครูเป่านกหวีด ทุกคนต้องหยุดเดิน และฟังว่าครูพูดว่า ครูปลูกดอก ไม้ชนิดอะไร ให้เด็กวิ่งมาหาครูทันที (ครูยืนห่างจากวงประมาณ 2/3 เมตร) เช่น ครูปลูก ดอกมะลิ เด็กที่มีชื่อว่าดอกมะลิจะต้องวิ่งมาหาครู หากใครมีชื่อที่ครูเอ่ยถึงแล้วไม่วิ่งมาหา จะต้องออกมายืนปรบมือเป็นจังหวะในขณะที่เพื่อนเดินรอบวงกลม

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องดอกไม้อย่างไร?

  • จัดสภาพแวดล้อมบ้านให้มีต้นไม้ที่มีดอกเป็นไม้ประดับให้เด็กเห็น และเกิดความคุ้นเคย จัดเวลามาชมดอกไม้ที่ปลูกเอง สนทนากับลูก บอกชื่อ และชี้ชวนให้ลูกสังเกตดอกไม้เหล่านี้ เช่น นี่ชื่อดอกแก้ว บานสีขาว มีกลิ่นหอม นั่นดอกบานชื่น มีสีสวยหลายสี ดอกนี้สีแดง ดอกนั้นสีเหลือง และดอกบานชื่นไม่หอม
  • นำดอกไม้มาใช้ประโยชน์ เช่น จัดแจกันในห้องรับแขก ที่โต๊ะหมู่บูชา ทำอาหาร จัดช่อดอกไม้ไปเยี่ยมญาติ หรือเพื่อนบ้านในโอกาสต่างๆ เช่น วันเกิด ไปเยี่ยมผู้ป่วย เป็นต้น
  • วันหยุด สุดสัปดาห์ พ่อแม่มีเวลานำลูกไปสถานที่ มีดอกไม้ เช่น เที่ยวสวนสาธารณะ ที่จัดสวนดอกไม้ในท้องถิ่นของตนเอง ให้เด็กได้เห็น และรู้จักชื่อดอกไม้ชนิดต่างๆ ไปร้านจำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับ เพื่อชมและซื้อมาปลูก ให้ลูกเลือกต้นไม้ที่มีดอกออกมา ให้ลูกได้ตัดสินใจปลูก และบอกเหตุผลที่เลือกดอกไม้ชนิดนั้นๆ แต่มีข้อแนะนำว่า ควรเลือกต้นไม้ประเภทไม้ล้มลุก ออกดอกเร็ว เพื่อให้ลูกเห็นลักษณะของดอก
  • เด็กๆสนใจทำงานวาดภาพ ระบายสี ปั้นดิน เล่นละเลงแป้ง ให้นำงานศิลปะมาส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องดอกไม้ให้แก่เด็ก เล่นวาดภาพ ระบายสี ดอกไม้ หรือปั้นดินน้ำมันหรือแป้งเป็นดอกไม้ที่รู้จัก กิจกรรมนี้จึงควรจัดหลังจากที่เด็กได้เห็นลักษณะดอกไม้มาแล้ว
  • เล่นเกมทายชื่อดอกไม้ อาจจะเล่นกับพ่อแม่ หรือชวนเพื่อนๆ ของลูกมาเล่นด้วยกัน เช่น เล่นจ้ำจี้ดอกไม้ มีบทร้องประกอบการเล่น ที่ชี้และจิ้มลงที่นิ้วผู้เล่น ตามจังหวะของคำร้อง ความว่า
    จ้ำจี้ดอกไม้ ปลูกไว้อย่างดี จำปีจำปา ชบาทานตะวัน บัวผันกล้วยไม้ หงอนไก่ ราตรี สารภี กระดังงา เฟื่องฟ้า พวงชมพู บานคู่ดอกตะแบก แรกแย้มกุหลาบ จำจี้นิ้วนี้ นิ้วชื่อดอกไม้ จดจำชื่อไว้ ไชโย ไชโย
  • ชวนลูกเลือกเสื้อผ้าที่มีลายดอกไม้ เพื่อให้เขาคุ้นเคยกับรูปร่างลักษณะของดอกไม้ แม้จะเป็นลายที่ออกแบบมาเป็นดอกไม้ประดิษฐ์ก็ตาม
  • ชวนลูกอ่านหนังสือเรื่องดอกไม้เพิ่มเติม พ่อแม่ยังคงเป็นผู้ช่วยเลือกหนังสือสำหรับเด็กให้ลูกด้วย เลือกให้เหมาะตามวัย เด็กเล็กๆ ควรมีภาพประกอบ หนังสือบางเล่มจะให้เนื้อหาจากคำประพันธ์ที่ไพเราะด้วย น่าอ่านให้ลูกฟัง และให้เด็กท่องตาม ฝึกการอ่านตามการออกเสียง และบ่มเพาะจิตใจให้เด็กรักความงาม

การสอนเรื่องดอกไม้ จะสัมพันธ์กับเรื่องต้นไม้ ผลไม้ และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการปลูก เป็นเรื่องที่สอนให้ลูกด้วยวิธีการทำให้ดู พูด แนะนำ เด็กจะซึมซับรับรู้ได้อย่างไม่เป็นทางการ

เกร็ดความรู้เพื่อครู

ดอกไม้แต่ละชนิดออกดอกในเวลา หรือฤดูกาลแตกต่างกัน หากครูปลูกดอกไม้สลับเวลากันจะได้ดอกไม้บานสะพรั่งทั้งปี เช่น ดอกเฟื่องฟ้า จะออกดอกในฤดูแล้ง (กันยายน - พฤษภาคมของปีถัดไป) ดอกกระเทียมเถา จะออกดอกในฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์) ส่วนแพรเซี่ยงไฮ้ ปลูกได้ทุกฤดู

บรรณานุกรม

  1. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. (สำหรับเด็กอายุ 3 -5 ปี). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  2. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพมหานคร : คุรุสภาลาดพร้าว.
  3. สิริมา ภิญโญอนันตพงษ์. (2550). การศึกษาปฐมวัย. กรุงเทพมหานคร: คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต.
  4. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (2551). แนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2546. กรุงเทพมหานคร: สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
  5. สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน: เล่มที่ 30 เรื่องที่ 5. (ม.ป.ป.). ไม้ดอกไม้ประดับ สำหรับเด็กระดับเล็ก. เข้าถึงจาก http://www.kanchanapisek.or.th/kp6/sub/book/book.php?book=30&chap=5&page=t30-5-suggestion.html. [ค้นคว้าเมื่อ 19 พฤษภาคม 2558].
  6. กระปุกดอทคอม: สงฟาง. (2555). ปลูกไม้ดอกสะพรั่งบาน นานตลอดปี. https://home.kapook.com/view52465.html. [ค้นคว้าเมื่อ 19 พฤษภาคม 2558].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน