หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องตู้เย็น (Teaching children about Refrigerator)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องตู้เย็น

การสอนลูกเรื่องตู้เย็น (Teaching children about Refrigerator) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กเกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ทำความเย็น โดยกรรมวิธีการกำจัดความร้อนออกจากสิ่งของ หรือพื้นที่ที่ต้องการทำให้อุณหภูมิลดลง ซึ่งเป็นเรื่องหนึ่งในสาระที่ควรเรียนรู้เรื่องสิ่งต่างๆ รอบตัวเด็ก ตามที่หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546 กำหนดไว้ ทั้งนี้เพราะในชีวิตประจำวันของเรา จะมีเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นเครื่องใช้ที่อำนวยความสะดวกให้กับเรา ตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกชนิดหนึ่งที่ทำให้คนเราสะดวกสบาย เนื่องจากใช้ในการถนอมอาหารได้ดี นอกจากนี้ การนำเวชภัณฑ์ หรือยา ไปแช่ในตู้เย็นจะช่วยเก็บรักษาคุณภาพได้ เพราะการแช่เย็นเป็นการทำให้อุณหภูมิของสิ่งของนั้นลดลง แต่อยู่เหนือจุดเยือกแข็งของสิ่งนั้น โดยของสิ่งนั้นยังคงสภาพเดิมอยู่ ความเย็นจะไม่สามารถทำลายจุลินทรีย์ แต่จะช่วยชะลอการเจริญของจุลินทรีย์ที่จะทำให้อาหารเน่าเสีย และจะช่วยลดปฏิกิริยาของเอนไซม์ที่มีส่วนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของอาหาร ดังนั้นการแช่เย็นอาหารจึงเป็นการช่วยยืดอายุการเก็บรักษาอาหาร

การสอนเรื่องตู้เย็นสำคัญอย่างไร?

ตู้เย็นเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่คนเรานำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้เพราะตู้เย็นสามารถนำความร้อนออกจากวัตถุหรือพื้นที่ที่กำหนดทำให้อุณหภูมิของสิ่งนั้นลดลง เช่น น้ำอุณหภูมิปกติหรืออุณหภูมิห้องเมื่อนำไปไว้ในตู้เย็น ความร้อนจะโดนตู้เย็นดูดออกไปทำให้อุณหภูมิของน้ำลดลงต่ำ น้ำธรรมดาจึงกลายเป็นน้ำเย็น เช่น เดียวกับการที่เรานำผักไปเก็บรักษาไว้ในตู้เย็น ผักยังสดเพราะจุลินทรีย์ในผักจะเจริญช้าในอุณหภูมิต่ำ หรือในความเย็น เมื่อผักคงความสดไว้ได้นานก็จะเป็นประโยชน์สำหรับการจัดเก็บวัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหาร สามารถลดต้นทุนในการจัดซื้อ หรือเรียกได้ว่าประหยัดค่าใช้จ่าย และเมื่อสามารถเก็บวัตถุดิบให้คงสภาพเดิม ( สด) ได้มากขึ้นนั้น จึงมีการแปรสภาพวัตถุดิบหายหลาก เช่น แปรสภาพจากน้ำธรรมดา ให้เป็นน้ำแข็ง หมี่ นำมาแช่ตู้เย็นเป็นหมี่เย็น ผลไม้ทุกชนิดเมื่อแช่เย็น แล้วนำมารับประทานจะรู้สึกน่าทาน จากลักษณะและคุณสมบัติของตู้เย็น คนเราจึงนำตู้เย็นไปใช้เก็บรักษาสิ่งที่จะสูญเสียคุณภาพเมื่อสัมผัสกับความร้อนหรือแสง เช่น เวชภัณฑ์ ยา เครื่องสำอาง

การสอนเรื่องตู้เย็นมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

  • เด็กได้รู้จักว่าตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดหนึ่ง
  • เด็กได้รู้ว่าไฟฟ้าเป็นพลังงานชนิดหนึ่ง ซึ่งมนุษย์นำมาประยุกต์ใช้เป็นแหล่งพลังงาน
  • เด็กจะได้สังเกตและรู้จักเต้าเสียบ หรือปลั๊กตัวเมีย เป็นแหล่งจ่ายกระแสไฟฟ้าในบ้าน กล่าวคือ ตู้เย็นมีปลั๊กตัวผู้ นำไปเสียบเพื่อรับกระแสไฟฟ้าจากปลั๊กตัวเมีย
  • เด็กได้เรียนรู้เรื่องการถนอมคุณภาพอาหารด้วยความเย็นจากตู้เย็น เพราะความเย็นหรืออุณหภูมิที่ต่ำสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีที่เป็นสาเหตุของการเน่า เสียของอาหาร
  • เด็กได้เรียนรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิร้อน และเย็นเมื่อนำอาหารไปแช่ในตู้เย็น หรือนำอาหารออกมา
  • เด็กได้สังเกตการเปลี่ยนสถานะจากของเหลวไปเป็นของแข็ง และเปลี่ยนจากของแข็งไปเป็นของเหลว เมื่อนำน้ำออกจากตู้เย็น

ตู้เย็นเป็นสิ่งของที่อยู่ในชีวิตประจำวันของเด็ก เด็กได้มีโอกาสรู้จัก และใช้ประโยชน์ของตู้เย็น สิ่งสำคัญคือ การที่เด็กได้พัฒนาความคิดและการแก้ปัญหาที่เกิดจากการจัดประสบการณ์ของครู และผู้ปกครองให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องตู้เย็น

ครูสอนเรื่องตู้เย็นให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

การจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์เรื่องตู้เย็นที่โรงเรียน ครูอาจจัดในลักษณะการบูรณาการการสอนแบบ STEM ที่บูรณาการวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยี โดยการตั้งคำถามจากเรื่องที่เด็กสนใจเกี่ยวกับตู้เย็น นำไปสู่การจัดกิจกรรม และให้เด็กได้สาระวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ สิ่งสำคัญคือ การเรียนรู้ของเด็กจะได้รับการส่งเสริมด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ดังนี้

ขั้นที่ 1 กำหนดขอบเขตปัญหา เกิดจากคำถามที่เด็กหรือครูตั้งขึ้นมา (ตู้เย็นทำให้น้ำเย็นได้จริงหรือ) จะเป็นสิ่งที่ครูและเด็กเรียนรู้ร่วมกัน และหาคำตอบต่อไป

ขั้นที่ 2 ตั้งสมมติฐาน เป็นขั้นการวางแผนร่วมกันในการจะทดลองหาคำตอบ ครูจะเป็นผู้ชี้แนะให้เด็กตื่นตัว สนใจหาคำตอบ เด็กๆ อาจช่วยกันเสนอว่าควรหาข้อมูลจากไหน อาจถามครู หรือกลับไปถามพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ หรือหาจากหนังสือในห้องสมุด จากคอมพิวเตอร์ (Internet) ครูอาจจัดทำหนังสือแจ้งผู้ปกครองเพื่อให้ผู้ปกครองได้ทราบว่าขณะนี้และสัปดาห์ต่อไปเด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องอะไร ทำกิจกรรมอะไร และผู้ปกครองควรส่งเสริมความรู้กับลูกๆ ต่อไปอย่างไร ผู้ปกครองจะสนับสนุนสื่อ ที่ใช้ในการทดลองเรื่องตู้เย็น เพื่อใช้เป็นแหล่งความรู้ให้กับเด็กๆ

ขั้นที่ 3 ทดลองและเก็บข้อมูล เป็นขั้นที่ครูและเด็กร่วมกันดำเนินการตามแผนการทดลอง ตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ในขั้นที่ 2 เด็กจะทำงานภาคสนามด้วยการสืบถามความรู้จากวิทยากร หรือปฏิบัติการค้นหาคำตอบจากแหล่งเรียนรู้ เช่น การนำน้ำไปทดลองวางในตู้เย็น และนำผลการทดลอง มาตรวจสอบ ครูจะช่วยบันทึกความรู้ที่ได้จากการสรุปของสิ่งที่เด็กสังเกต ค้นพบจากการทดอง เด็กและครูจะร่วมกันสนทนาอภิปรายซักถาม จากข้อมูลจากการค้นพบ นำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงแก้ไข หรือมีการค้นคว้าหาคำตอบข้อสงสัยเพิ่มเติม

ขั้นที่ 4 วิเคราะห์ข้อมูล ครูและเด็กเก็บรวบรวมผลการทดลองมาจัดระเบียบข้อมูล สนทนาอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน เช่น ทำไมน้ำในแก้วที่อยู่ในตู้เย็นจึงเย็นกว่าน้ำที่เราตั้งไว้ในห้อง

ขั้นที่ 5 สรุปผลคำตอบสมมติฐาน เด็กๆ จะร่วมกันสรุปผลที่เกิดว่า อะไร ทำไม โดยทบทวนจากคำถามต หากเด็กยังสนใจที่จะศึกษาต่อไปอีก ให้เริ่มต้นขั้นตอนที่ 1 ใหม่ และ ต่อเนื่องไปถึงขั้นตอนที่ 5 เด็กจะได้รับการขยายประสบการณ์การเรียนรู้ต่อไป

กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ทั้ง 5 ขั้นนี้ จะเป็นวัฏจักรทักษะพื้นฐานที่ต้องใช้ในกระบวนการ คือ ทักษะการสังเกต การจำแนก การวัด การสื่อสาร การทดลองและการสรุป นำไปใช้

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณา STEM เรื่องตู้เย็น จึงสามารถเพิ่มพูนประสบการณ์ให้แก่เด็กได้เป็นอย่างดีทั้งในข้อความรู้ที่เด็กควรรู้ และ การฝึกทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ โดยผ่านกระบวนการวิทยาศาสตร์ เด็กจะได้เรียนรู้วิธีการค้นหาความรู้ด้วยตนเองต่อไป

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องตู้เย็นอย่างไร?

  • พ่อแม่แนะนำให้ลูกรู้จักตู้เย็นจากชีวิตประจำวันในบ้าน เช่น ชื่อ รูปร่าง ลักษณะของตู้เย็น ตำแหน่งที่ตั้งที่มักจะอยู่ในห้องครัว และห้องรับประทานอาหาร เพื่อให้เห็นการเชื่อมโยงการใช้ประโยชน์ของตู้เย็น กล่าวคือ เมื่อวัตถุดิบเก็บไว้ในตู้เย็น เราถนอมอาหารไว้จนถึงเวลาที่เราจะรับประทาน เราจึงนำออกมารับประทานในสถานที่ที่เหมาะสม และสะดวก คือ ห้องรับประทานอาหาร หรือเราต้องนำวัตถุดิบนั้นๆ ไปปรุงในห้องครัว เช่น เราจะทำแกงจืดหมูสับผักกาดขาว เราก็นำหมูและผักที่แช่เย็นมาประกอบอาหารได้สะดวก
  • เมื่อพ่อแม่นำลูกไปนอกบ้าน สถานที่หนึ่งที่ควรนำลูกไปชมและเห็นเครื่องใช้ไฟฟ้าวางจำหน่าย รวมทั้งตู้เย็น เช่น ห้างสรรพสินค้า แผนกเครื่องใช้ไฟฟ้า ร้านขายเครื่องไฟฟ้า และงานแสดงสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า เด็กจะได้เห็นตู้เย็นที่มีรูปร่างลักษณะหลากหลาย ทั้งขนาด สี รูปทรง และอุปกรณ์เสริมของการใช้งาน เช่น ที่กดน้ำดื่มจากตู้เย็น หรือที่กดน้ำแข็งจากตู้เย็น เป็นต้น ร้านค้าบางแห่งจะสาธิตการใช้ตู้เย็นให้ผู้บริโภคเห็น ก็เป็นโอกาสที่ดีที่เด็กจะได้รู้จักตู้เย็น
  • พ่อแม่จัดกิจกรรมทดลองเพื่อให้เห็นประโยชน์ในการถนอมอาหาร ทำน้ำเย็น และน้ำแข็ง ตัวอย่างการทดลองถนอมอาหาร เช่น นำใบโหระพาแบ่งเป็นสองกอง กองแรกนำไปวางในช่องเก็บผัก ของตู้เย็น กองที่สองวางไว้นอกตู้เย็นเป็นเวลา 1 วัน ให้เด็กเปรียบเทียบลักษณะภายนอกของผักที่ทำการทดลอง เด็กจะเห็นและสรุปได้ว่า ผักที่อยู่ในตู้เย็น ยังคงความสด แต่ผักที่อยู่นอกตู้เย็นจะเหี่ยว ผักทั้งสองกองมีความแตกต่างกัน
  • พ่อแม่สอนเรื่องความปลอดภัยและอุบัติเหตุจากตู้เย็น คือ ชี้แนะให้ลูกทราบว่า ความร้อนจากภายในตู้เย็นจะระบายออกทางหลังตู้เย็น ตำแหน่งสายไฟก็ถูกจัดวาง ไว้ในตำแหน่งหลังตู้เย็นเช่นกัน ดังนั้นบริเวณหลังตู้จึงเป็นพื้นที่อันตราย ไม่ปลอดภัยที่เด็กจะไปเล่นแอบซ่อน และเข้าใกล้ไม่ได้
  • เด็กๆ ชอบเล่นสนุกกับของเล่นที่ประดิษฐ์ ในบางโอกาสที่พ่อแม่มีวัสดุเหลือใช้ ประเภทกล่องใสของขนาดใหญ่ สามารถประดิษฐ์เป็นตู้เย็นจำลองใช้เล่นบทบาทสมมติได้
  • พ่อแม่จัดหาหนังสือสำหรับเด็กเรื่องตู้เย็น ให้ลูกได้อ่านเองจากภาพประกอบ คำศัพท์ภาษา แผ่นปลิวโฆษณาเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทตู้เย็นเป็นสื่อที่น่าสนใจ เพราะอาจจะได้มาจากร้านค้าที่แจกจ่ายทั่วไป พ่อแม่ให้ลูกอ่าน ดูรูปร่างลักษณะของตู้เย็นที่ผู้ผลิตออกแบบมาอย่างสร้างสรรค์สวยงามด้วย

เราอาจจะกล่าวได้ว่าตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ประจำบ้านของทุกบ้าน เด็กจึงมีโอกาสได้รู้จัก เป็นโอกาสที่ดีที่พ่อแม่จะใช้ตู้เย็นเป็นสื่อในการสอนลูกให้รู้จักสิ่งที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่คนเราจำเป็นต้องใช้ และสอนให้ระวังอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เราต้องรู้จักการใช้อย่างปลอดภัยเป็นการปลูกฝังนิสัยที่ดีแก่เด็กในการดูแลตนเอง

เกร็ดความรู้เพื่อครู

สำหรับเด็กปฐมวัย การจัดบูรณาการเรื่องวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ สามารถสนับสนุนให้เด็กได้เกิดการเรียนรู้ที่ดีได้ แต่ครูจะต้องเน้นการสอนที่ให้เด็กแสวงหาความรู้ด้วยทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ตามธรรมชาติของเด็กปฐมวัยจะแสดงความสนใจที่จะสืบค้นหาความรู้ เราจะได้ยินเด็กตั้งคำถามเกี่ยวกับสิ่งนั้นสิ่งนี้เสมอ การเร้าความสนใจหรือกระตุ้นจากสภาพแวดล้อมจะส่งเสริม ให้เด็กเกิดคำถามได้ หรือความสนใจนั้นเกิดจากคำถามของครูหรือเพื่อนได้ เช่น ทำอย่างไรอาหารจะไม่บูดเน่า หากเรามีอาหารกินน้อย เราแบ่งกินแล้วเราจะเก็บอาหารไว้ได้อย่างไร ตู้เย็นทำให้น้ำเย็นได้จริงหรือ ตู้เย็นจะช่วยให้น้ำแข็งไม่ละลายจริงหรือ เป็นต้น การสนับสนุนให้เด็กค้นหาคำตอบเป็นบทบาทของครู เมื่อมีคำถามจากเด็กเป็นโอกาสดีที่ครูจะวางแผนร่วมกับเด็กเพื่อหาคำตอบ ครูจะทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก โดยเตรียมวัสดุอุปกรณ์ คอยให้คำแนะนำ และตั้งคำถามที่ช่วยให้เด็กสนใจเพื่อประเมินความคิดของตนเองได้ ครูจะจัดเตรียมสื่ออุปกรณ์ เฝ้าสังเกตเด็ก และบันทึกผลการเรียนรู้ของเด็ก

บรรณานุกรม

  1. กุลยา ตันติผลาชีวะ. (2547). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย. กรุงเทพมหานคร : บริษัท เอดิสัน เพรส โปดักส์ จำกัด.
  2. กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพมหานคร : คุรุสภาลาดพร้าว.
  3. โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว. (2555). การถนอมอาหารโดยใช้ความเย็น. สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 19. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์โครงการสารานุกรมไทยฯ.
  4. ธนู วิบูลยานนท์และวิทยา ยงเจริญ. (2548). พื้นฐานการทำความเย็นและการปรับอากาศ ภาคทฤษฎี. กรุงเทพมหานคร: สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น).
  5. นิยม กิจโพธิ์. (2557). ระบบทำความเย็นและเครื่องเย็น. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์คอร์ฟังก์ชั่น..
  6. ศรัทธา อาภรณ์รัตน์. (2557). ทฤษฎีระบบทำความเย็น. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
  7. ศศิมน ปรีดา และคณะ. (2555). เทคโนโลยีการถนอมและแปรรูปอาหาร. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิ.
  8. Sally Moomaw, ศุภวัลย์ ตันวรรณรักษ์ แปล. (2558). การจัดกิจการเรียนรู้ STEM ระดับปฐมวัย. กรุงเทพมหานคร : นานมีบุ๊ค พับลิเคชั่นส์.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน