หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องบรรจุภัณฑ์อาหาร (Teaching children about Food packaging)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องบรรจุภัณฑ์อาหาร

การสอนลูกเรื่องบรรจุภัณฑ์อาหาร (Teaching children about Food packaging) หมายถึง การจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยเกี่ยวกับสิ่งที่ทำขึ้นจากวัสดุต่างๆ เมื่อนำมาประกอบกันจะเป็นภาชนะห่อหุ้มอาหาร เพื่อรักษาคุณภาพอาหาร และป้องกันอาหารมิให้เสียหายจากการปนเปื้อนฝุ่นละออง แมลง คน ความชื้น ความร้อน แสงแดด และการปลอมปนอื่นๆ เป็นต้น นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์อาหารยังมีรูปแบบที่แตกต่างกันและออกแบบไว้อย่างสวยงาม และช่วยให้ขนย้ายอาหารจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งได้อย่างสะดวก บรรจุภัณฑ์เป็นสิ่งของที่อยู่ในชีวิตประจำวันของเด็ก ซึ่งมีมากมายหลายลักษณะแตกต่างกัน ทั้งวัสดุที่นำมาใช้บรรจุ รูปร่าง ลักษณะ ขนาด สี ลวดลาย และอาหารที่บรรจุ เมื่อนำมาจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยจึงเป็นประโยชน์ที่จะส่งเสริมให้เด็กได้รับประสบการณ์ชีวิต

การสอนเรื่องบรรจุภัณฑ์อาหารสำคัญอย่างไร?

การสอนเรื่องบรรจุภัณฑ์อาหารมีความสำคัญ เนื่องจากอาหารเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ดังนั้น เพื่อรักษาคุณภาพของอาหารให้ยาวนานไว้เพื่อการบริโภค เราจึงพยายามผลิต และพัฒนาบรรจุภัณฑ์ขึ้นจากวัสดุหลากหลาย และมีรูปแบบต่างๆ เช่น ใช้วัสดุธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่น มักจะเป็นส่วนใบ และลำต้นของพืช สำหรับห่อหุ้มอาหารในลักษณะต่างๆ ประเทศไทยเรามักจะเห็นการใช้ใบกล้วย หรือใบตอง เป็นส่วนมาก นอกจากใบตองแล้ว ยังมีใบไม้ชนิดอื่นที่นำมาใช้ได้อีก คือ ใบเตย ใบบัว ใบมะพร้าว เป็นต้น บางครั้งใช้ทั้งแผ่นใบตอง ตัดแต่งเป็นชิ้นๆ ให้สวยงามน่าใช้ แล้วนำมาห่อหุ้มอาหารที่มีเนื้ออาหารไม่แฉะน้ำ เช่น ขนมข้าวต้มมัด ขนมกล้วย ขนมใส่ไส้ ขนมตาล นอกจากนี้เรายังคิดประดิษฐ์ตัดแต่งเย็บใบตองเป็นกระทง เพื่อใช้บรรจุอาหารประเภทน้ำได้เป็นอย่างดี ส่วนใบไม้อื่นๆ นำมาใช้มาก คือ ใบเตย ใบบัว ใบมะพร้าว ใบจาก ใบพ้อ เป็นต้น ส่วนลำต้นไผ่นั้นมีลักษณะกลวง จึงนำมาตัดเป็นท่อนๆ ให้ส่วนท้ายอยู่ตรงกับลำปล้องไม้ไผ่ นำมาใช้บรรจุน้ำ หรือข้าวเหนียวนำไปหมกไฟ เมื่อทำสำเร็จแล้ว เรียกว่าข้าวหลาม นอกจากประโยชน์ดังกล่าวแล้ว การมีบรรจุภัณฑ์ยังช่วยให้ความสะดวกในการขนย้าย จากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภค อาหารที่บรรจุภัณฑ์เรียบร้อยแล้ว จะเรียกตามลักษณะที่ห่อ เช่น ขนมจาก 2 อัน ขนมเข่ง 5 เข่ง ข้าว 3 กระทง ข้าวหลาม 6 กระกระบอก ขนมเค้ก 1 กล่อง น้ำปลา 1 ขวด เป็นต้น

การสอนเรื่องบรรจุภัณฑ์อาหารมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

ครูอาจจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ดังนี้

  • เด็กได้รู้จักวัสดุหลากหลายที่ใช้บรรจุภัณฑ์อาหาร มีทั้งที่ได้จากธรรมชาติ และจากวัสดุสร้างสรรค์ใหม่ วัสดุธรรมชาติ จะได้จากส่วนประกอบของพืชคือ ใบไม้ เช่น ใบพ้อ ใบเตย ใบตอง ใบมะพร้าว ใบบัว เป็นต้น ส่วนวัสดุประดิษฐ์จากงานสร้างสรรค์ เช่น กระดาษ พลาสติก อลูมิเนียม สแตนเลส เป็นต้น
  • เด็กได้เห็นประโยชน์ของวัสดุประเภทต่างๆ ที่นำมาทำเป็นบรรจุภัณฑ์ เช่น วัสดุที่เป็นธรรมชาติ ใบไม้ ลำต้น ดอก (หม้อข้าวหม้อแกงลิง) ที่นำเสนอมา เด็กจะได้มีโอกาสเชื่อมโยงประสบการณ์ที่เรียนรู้เรื่องประโยชน์จากพืชมาด้วย ส่วนวัสดุอื่นๆ เป็นการประดิษฐ์คิดค้นของคนเราที่นำมาใช้ประโยชน์ห่อหุ้มอาหาร เช่น กระดาษ พลาสติก โลหะ แสตนเลส เป็นต้น
  • เด็กจะได้เรียนรู้วิธีการเลือกอาหารที่สะอาดปลอดภัยจากสิ่งปนเปื้อน เนื่องจากมีบรรจุภัณฑ์ไว้ เป็นการรักษาสุขอนามัยของตนเอง และส่วนรวม ดังเช่น หากเด็กจะต้องเลือกรับประทานขนมสักชิ้น หรือสองชิ้น ควรเลือกขนมที่บรรจุภัณฑ์ไว้ เช่น ขนมปังไส้สังขยาที่บรรจุในกล่องพลาสติก หรือถุงพลาสติก การบรรจุอาหารในภาชนะ ช่วยให้ปลอดจากเชื้อโรคที่มากับแมลง ฝุ่น หรือคนเราได้
  • เด็กจะได้รับการสร้างเสริมประสบการณ์ด้วยการลงมือกระทำด้วยตนเอง สืบเสาะหาความรู้ง่ายๆ ได้ด้วยตนเอง ได้ปฏิบัติอย่างเสรี และตามแบบที่ครู หรือผู้อื่นช่วยกำหนดแบบให้ ได้ฝึกการสังเกต การวางแผน การสำรวจตรวจสอบ และสื่อสารสิ่งที่ค้นพบ
  • เด็กได้ใช้ภาษาที่เป็นคำเรียกชื่อบรรจุภัณฑ์ เช่น กระป๋อง กล่อง ถุง เปลือก

ครูสอนเรื่องบรรจุภัณฑ์อาหารให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร

ครูสอนเรื่องสัตว์ป่าให้ลูกที่โรงเรียน ได้ดังนี้

  • ชมนิทรรศการที่จัดแสดงอาหารที่เปิดบรรจุภัณฑ์ และอาหารที่บรรจุภัณฑ์มาอย่างมิดชิดเรียบร้อย แล้วเด็กนำสิ่งที่สังเกตจากงานนิทรรศการมาร่วมสนทนากับครู เพื่อนำไปสู่การตอบคำถามว่า บรรจุภัณฑ์อาหารที่เราใช้ หมายถึง อะไร สิ่งเหล่านี้นักเรียนเห็นที่ไหนบ้าง ครูอาจให้นักเรียนเลือกหยิบวัสดุที่เป็นบรรจุภัณฑ์ต่างๆ มาแสดงให้เพื่อนดู เช่น ใบตองที่ห่อข้าวต้มมัด กระทงขนมเข่ง ถุงพลาสติก กล่องโฟม ถ้วยกระดาษ เป็นต้น นักเรียนดูภาพประกอบ และเลือกหยิบภาพอาหารที่บรรจุภัณฑ์แล้ว มาวางลงที่ภาพห้องครัว โต๊ะอาหาร ชั้นวางของในร้านค้า ตู้เย็น
  • เด็กทดลองเลือกบรรจุอาหารบางชนิดลงในวัสดุแต่ละชนิดที่กำหนดไว้ เช่น ข้าวสาร ถั่ว ขนมปังแห้ง น้ำดื่ม กล้วยตาก เป็นต้น
  • จำแนกประเภทบรรจุภัณฑ์อาหารตามลักษณะวัสดุที่ห่อหุ้ม ได้แก่ วัสดุธรรมชาติ วัสดุกระดาษ แก้ว โลหะ พลาสติก โฟม
  • ให้เด็กนับประเภทวัสดุที่ใช้บรรจุภัณฑ์ที่เราเห็นกันอยู่ในชีวิตประจำวัน
  • แสดงบทบาทในสถานการณ์จำลองว่าเป็นพ่อแม่ และนักเรียน 1 กลุ่มเป็นผู้ซื้อ อีกกลุ่มเป็นพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดจำหน่ายอาหารชนิดต่างๆ ทั้งที่บรรจุภัณฑ์เรียบร้อยแล้ว และอาหารที่ต้องเตรียมไว้
  • เชิญวิทยากรสาธิตการบรรจุอาหารลงในบรรจุภัณฑ์ต่างๆ แล้วให้นักเรียนมีส่วนร่วมบรรจุอาหารลงในบรรจุภัณฑ์นั้นๆ และให้ซักถามข้อสงสัยหรือข้อมูลที่ต้องการทราบเพิ่มเติม

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องบรรจุภัณฑ์อาหารอย่างไร?

พ่อแม่ผู้ปกครองสอนเรื่องบรรจุภัณฑ์อาหารลูกที่บ้าน ได้จากกิจกรรมตัวอย่างดังนี้

  • พ่อแม่นำผลไม้ ไข่ ถั่ว มาให้ลูกดู เพราะสิ่งเหล่านี้มีเปลือกปกป้องรักษาสิ่งที่ภายใน ให้ลูกทดลองแกะเปลือก ให้เห็นสิ่งที่อยู่ภายใน เช่น ปลอกเปลือกกล้วยสุก ตอกไข่ แกะเมล็ดถั่วสิสง พ่อแม่ต้องชี้แนะให้ลูกสังเกตว่า สิ่งเหล่านี้มีเปลือกห่อหุ้มสิ่งที่อยู่ภายใน และเราทำสิ่งห่อหุ้มอาหารเลียนแบบเปลือกผลไม้ ขึ้นมาหลายอย่าง
  • พ่อแม่นำอาหารที่บรรจุในวัสดุต่างๆ เรียบร้อยมาให้เด็กรู้จัก เช่น อาหารที่ห่อด้วยวัสดุกระดาษ แก้ว โลหะ พลาสติก โฟม หรืออาหารที่ห่อด้วยวัสดุธรรมชาติ เช่น ขนมที่ใช้ใบตอง (ขนมข้าวต้มมัด ขนมใส่ไส้ ขนมเข่ง ขนมเทียน) ขนมที่ใบเตยห่อ (ตะโก้ วุ้น) อาหารที่ใช้ใบไผ่ (บะจ่าง) ลำไม้ไผ่ (ข้าวหลาม) กระดาษ (กล่องขนมเบเกอรี่ อาหารเช้าซีเรียล ไอศกรีม) แก้ว (ขวดเครื่องปรุงอาหาร น้ำปลา น้ำซีอิ้ว ซอสมะเขือเทศ) โลหะ (เครื่องกระป๋องทุกชนิด) พลาสติก (แก้วน้ำ ขวดบรรจุน้ำ เครื่องดื่มต่างๆ ขนมเค้ก ไอศกรีม ขนมปังกรอบ ขนมกรุบกรอบ และนมสด) พ่อแม่ให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าสังเกต ดู จับต้อง ฟังเสียงกระทบ หรือขยำ วัตถุเหล่านั้น เปรียบเทียบผิวของวัตถุ สี เสียง กลิ่น (ที่ไม่เป็นอันตราย) เช่น กลิ่นใบเตย ใบบัว ใบมะพร้าว แตกต่างกันอย่างไร
  • นำลูกไปซุปเปอร์มาเกต เพื่อให้ลูกเห็นอาหารที่บรรจุในวัสดุต่างๆ ในทุกแผนก ทั้งอาหารสด อาหารแห้ง อาหารสำเร็จรูป ลูกจะเห็นตัวอย่างอาหารดังกล่าว เช่น นมสดอยู่ในถุงพลาสติกสุญญากาศ ผักสดอยู่ในถุงพลาสติก ขนมเค้กอยู่ในกล่องพลาสติก ผลิตภัณฑ์ปรุงรสที่อยู่ขวดแก้ว เป็นต้น พ่อแม่เลือกซื้ออาหารแล้วนำมาเปิดใช้ในชีวิตจริงที่บ้านให้ลูกเห็น หรือให้ลูกได้รับประทาน เช่น การดื่มนมสดที่บรรจุในกล่องกระดาษ ขนมปังกรอบในกล่องโลหะ เต้าหู้หลอดในถุงพลาสติกใสแข็ง
  • ให้เด็กช่วยจำแนกอาหารที่มีบรรจุภัณฑ์ตามวัสดุที่นำมาบรรจุภัณฑ์ แบ่งเป็นกลุ่ม ได้แก่ วัสดุธรรมชาติ วัสดุกระดาษ แก้ว โลหะ พลาสติก โฟม
  • ให้เด็กจับคู่อาหารกับบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมกับวัย เช่น นำน้ำกรอกใส่ขวดแก้ว หรือขวดพลาสติก ข้าวใส่ในกล่องโฟม น้ำตาลทรายใส่ในขวดโหล เป็นต้น
  • นำบรรจุภัณฑ์อาหารบางชนิดมาหมุนเวียนใช้อีกครั้ง หรือดัดแปลงใหม่ เลือกที่ไม่เปรอะเปื้อน เช่น กล่องกระดาษ กระป๋อง ถ้วยกระดาษ บรรจุภัณฑ์ที่มีรูปร่างสีสันสวยงาม สามารถนำมาใช้เป็นกล่องใส่ดินสอได้
  • จัดถังขยะให้ลูกทิ้งบรรจุภัณฑ์อย่างมีระเบียบ แยกแยะขยะประเภทต่างๆ ขวด กระป๋อง โฟม กระดาษ และวัสดุธรรมชาติไว้อย่างชัดเจน เพื่อการทำลายทิ้ง หรือการนำกลับมาใช้ใหม่

พ่อแม่ใช้เหตุการณ์ในชีวิตประจำวันชี้แนะให้ลูกสังเกตวัสดุที่นำมาใช้เป็นบรรจุภัณฑ์อาหาร การมองเห็น และการได้สัมผัส จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการของลูกได้เป็นอย่างดี สิ่งสำคัญคือ การการสนับสนุนการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม สะอาด ถูกอนามัย และฝึกการจัดเก็บบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วอย่างมีระเบียบวินัย

เกร็ดความรู้เพื่อครู

วิธีเพิ่มมูลค่าบรรจุภัณฑ์โดยการแยกขยะ

บรรจุภัณฑ์ที่เหลือหลังจากบริโภคสินค้าต่างๆ เช่น เศษกระดาษ กล่องกระดาษ ขวดแก้ว กระป๋องโลหะ ขวดพลาสติก จะกลายเป็นขยะ และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แม้ทำการเก็บรวบรวมหรือการกำจัด ล้วนต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง การทิ้งขยะไม่เลือกที่ทำให้ถนนหนทางสกปรก และท่อระบายน้ำอุดตัน การลดปัญหาดังกล่าวจึงต้องใช้แนวทางที่ถูกต้องได้แก่ การลดปริมาณของวัสดุบรรจุภัณฑ์ไม่ให้ใช้อย่างฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น การนำบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วมาใช้ซ้ำอีก หรือนำกลับมาเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่ การส่งเสริมให้ใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถสลายตัวได้ตามธรรมชาติ เป็นต้น

บรรณานุกรม

  1. กุลยา ตันติผลาชีวะ. (2551). รูปแบบการเรียนการสอนปฐมวัยศึกษา. กรุงเทพมหานคร: เบรน เบส บุ๊ค.
  2. กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพมหานคร: คุรุสภาลาดพร้าว.
  3. คณะเทคโนโลยีและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์การเกษตร. (2554). การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์อาหาร, เอกสารประชาสัมพันธ์, โครงการคลินิกเทคโนโลยีอาหารเพื่อการพัฒนาชุมชนและอุตสาหกรรม. กรุงเทพมหานคร: คณะเทคโนโลยีและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์การเกษตร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
  4. ทิศนา แขมมณี. (2535). หลักการและรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัย ตามวิถีชีวิตไทย. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
  5. ศาสตร์การสอน องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. (2550). กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
  6. บุษกร เข่งเจริญ. (2552). บรรจุภัณฑ์จากใบตองและใบเตย อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สืบทอดภูมิปัญญาไทย.กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์เพชรกะรัต.
  7. ปุ่น คงเจริญเกียรติ และสมพร คงเจริญเกียรติ. (2541). บรรจุภัณฑ์อาหาร. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ซีเอ็ดยูเคชั่น.
  8. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย. (2549). วิทยาศาสตร์สำหรับเยาวชน ชุดรอบรู้เรื่องบรรจุภัณฑ์ เล่ม 2. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.).
  9. สุดาเรศ แจ่มเดชะศักดิ์. (2543). การพัฒนาโปรแกรมสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเด็กวัยอนุบาลโดย การใช้แนวการสอนแบบผูกเป็นเรื่องราว. กรุงเทพมหานคร: วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
  10. อรทัย มูลคำ และคณะ. (2543). Child Centred: Storyline Method: การบูรณาการหลักสูตรและ การเรียนการสอน โดนเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง. กรุงเทพมหานคร: ห้างหุ้นส่วนจำกัดภาพพิมพ์.
  11. อรรถพล อนันตวรกุล. (2545). การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยวิธี Storyline. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
  12. www.sig.biz: (ม.ป.ป.). Perfectly packaged bit by bit .Food in combibloc and combisafe. SIG Combibloc. เข้าถึงจาก http://www.sig.biz/fileadmin/content/6_Media/Brochures/Food_brochure_en.pdf. [ค้นคว้าเมื่อ 20 สิงหาคม 2558].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน