หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องปฏิทิน (Teaching children about calendar)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องปฏิทิน

การสอนลูกเรื่องปฏิทิน (Teaching children about calendar) หมายถึง การจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กเกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งของชนิดหนึ่งที่เขียน หรือพิมพ์ วัน เดือน ปี ไว้ ด้วยการจัดระบบแบ่งช่วงเวลาให้เป็นวัน เดือน ปี โดยอาศัยหลักการทางดาราศาสตร์ ปฏิทินโดยทั่วไปมักจะพิมพ์เป็นช่วงของเวลาในหนึ่งปีให้คนเราใช้ดู และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันด้วยเพื่อความเข้าใจตรงกันในเรื่องวัน เดือน ปี ทั้งนี้ในสถานที่ต่างๆ หากเราสังเกตให้ดี เราจะเห็นสิ่งหนึ่งในสถานที่นั้นๆ คือ ปฏิทิน ปฏิทินอาจจะแขวนที่ฝาผนัง ภายในห้องใดห้องหนึ่งในบ้าน ในห้องเรียน บนโต๊ะทำงานของคุณครู ที่ร้านขายของ แม้แต่ในรถประจำทาง ปฏิทินจึงเป็นสิ่งของที่น่าสนใจว่า ทำไมคนเราจึงต้องมีปฏิทินไว้ที่ต่างๆ นั้นด้วย ดังนั้น การจัดกิจกรรมสอนลูกเรื่องปฏิทินจึงเป็นการจัดกิจกรรมเสริมสร้างข้อความรู้ ความเข้าใจพื้นฐานเรื่องปฏิทินให้แก่เด็กได้ว่า ปฏิทินเป็นสิ่งของที่จำเป็นเพื่อใช้ดูช่วงเวลาของวัน เดือน ปี ซึ่งเราใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวัน ดังที่ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)ได้กำหนดกรอบมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ปฐมวัย ไว้ในมาตรฐาน ค.ป. 2.1 : เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัดความยาว น้ำหนัก ปริมาตร เงิน และเวลา

การสอนเรื่องปฏิทินสำคัญอย่างไร?

การสอนเรื่องปฏิทินมีความสำคัญ เพราะปฏิทินมีการกำหนดเรื่องเวลาในช่วงปี เรียกว่า วัน เดือน และ ปี ให้เข้าใจตรงกันในกลุ่มหรือสังคมของคนที่ต้องมีการทำงานติดต่อสื่อสาร โดยเฉพาะโลกปัจจุบัน คนเรามีการทำงานร่วมกันตลอดเวลา ลักษณะงานซับซ้อนมากขึ้น การวางแผนงานและนัดหมาย เรื่องเวลาเป็นความจำเป็น ปฏิทินจึงเป็นเครื่องมือของการกำหนดเวลาได้เป็นอย่างดี

สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ เวลาที่เกิดตามธรรมชาติ คือ เวลากลางวัน และเวลากลางคืน ในช่วงหนึ่งวันที่กำหนดไว้ในปฏิทิน เช่น กลางวัน กลางคืน ใน 1 วันนี้ ตรงกับวันจันทร์ที่ 1 เดือนมีนาคม เมื่อเริ่มกลางวันใหม่ เป็นวันรุ่งขึ้น ปฏิทินจะช่วยให้เราทราบว่า เป็นวันอังคารที่ 2 เดือนมีนาคม เป็นต้น ปฏิทินจึงเป็นเครื่องบันทึกระยะเวลาที่เกิดขึ้นของธรรมชาติ นับจากวัน เป็น เดือน และ เป็นปี และกี่ปีก็นับต่อๆไป

การสอนเรื่องปฏิทินมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การสอนเรื่องปฏิทินมีประโยชน์ต่อเด็ก ดังนี้

  • เด็กได้เรียนรู้เรื่องเวลาด้วยการใช้ปฏิทินเป็นเครื่องมือ แม้จะเป็นเรื่องนามธรรมที่เด็กเข้าใจได้ไม่ง่ายนัก แต่การเลือกใช้กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่เหมาะกับวัยของเด็ก เด็กจะได้ฝึกสติปัญญา ด้วยการให้เด็กสังเกตการเปลี่ยนแปลงของเวลากลางวัน กลางคืนจากธรรมชาติ นำมาสัมพันธ์กับการใช้ปฏิทิน หนึ่งวันเปลี่ยนไป แล้วหมุนเวียนเป็นกลางวัน กลางคืนอีกครั้ง ตรงกับวันที่ในปฏิทินคือ วันถัดไป และถัดไป
  • เด็กได้ฝึกการปฏิบัติตนเมื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่นที่มีเวลาเป็นเครื่องกำหนดเช่นกัน ปฏิทินจะช่วยให้เด็กได้ติดต่อกับผู้อื่นด้วยเวลาที่ตรงกัน เช่น การไปโรงเรียน กฎระเบียบทุกโรงเรียนคือไปเรียนในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ หยุดวันเสาร์ และวันอาทิตย์ ระยะเวลาการไปเรียนหนึ่งปีจะยาวนาน แต่ปฏิทินจะช่วยให้เด็กรู้เวลาที่ผ่านไปๆ แต่ละวัน ทีละน้อยๆ แต่เมื่อใช้ปฏิทินทุกวันๆ ความเข้าใจของเด็กจะค่อยๆเกิดขึ้น
  • เด็กได้รับการฝึกใช้ภาษาคณิตศาสตร์ เรื่องวัน เดือน ปี ตามปฏิทิน ได้แก่ วันที่ 1 - 30 หรือ 31 วันทั้งเจ็ดในหนึ่งสัปดาห์ คือ วันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ วันเสาร์ และวันอาทิตย์ ในปฏิทินปัจจุบันส่วนมากจะมีภาษาอื่นๆ พิมพ์ประกอบมาด้วย โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ เป็นภาษาที่เด็กควรได้รับการฝึกอ่าน เขียนด้วย นอกจากนี้เด็กสามารถอ่านปี พ.ศ. และปี ค.ศ. ที่พิมพ์อยู่ในปฏิทินได้อีกด้วย
  • เด็กจะได้สังเกตการบันทึกเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของดวงจันทร์จากปฏิทิน ที่เราเรียกว่า วันทางจันทรคติ ปฏิทินส่วนมาก จะบันทึกภาพดวงจันทร์ใน วันแรม 8 ค่ำ และ 15 ค่ำ วันข้างขึ้น 8 ค่ำ และ 15 ค่ำไว้ โดยสัมพันธ์กับสภาพของดวงจันทร์ที่ปรากฏบนท้องฟ้าในวันนั้นๆด้วย
  • เด็กจะได้รับรู้ถึงการกำหนดวันสำคัญๆ ในรอบปี ของสังคมไทยที่เกี่ยวกับชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และวันสำคัญทางสากลโลก ซึ่งจะมีประเพณี และวัฒนธรรมไทยเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น วันที่ 13 เมษายน เป็นวันสงกรานต์ หรือ ปีใหม่ไทย วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ วันที่ 31 ธันวาคม เป็นวันส่งท้ายปีเก่า และวันที่ 1 มกราคม เป็นวันปีใหม่สากล หรือวันที่ 20 กรกฏาคม 2559 เป็นวันเข้าพรรษา เป็นต้น
  • ดังนั้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องปฏิทิน จะเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์เรื่องของวัน เดือน ปี ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และมีการบันทึกไว้ในปฏิทิน

ครูสอนเรื่องปฏิทินให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

ครูสอนเรื่องปฏิทินให้ลูกที่โรงเรียนแบบไม่เป็นทางการ จะเป็นการจัดสภาพสิ่งแวดล้อมให้เด็กเข้าใจปฏิทินจริงในชีวิตประจำวัน และการสอนแบบเป็นทางการในกิจกรรมหลักทั้งหก ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย โดยเน้นกระบวนการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองผ่านกิจกรรมการเล่น

การจัดแบบไม่เป็นทางการ เช่น

  • ครูจัดปฏิทินแขวนให้เด็กได้เห็น และใช้ในชีวิตประจำวัน ให้เด็กได้ทำกิจกรรมใช้ปฏิทินแขวน เช่น แต่ละวันให้เด็กรับผิดชอบ ทำเครื่องหมาย “ / ” ตรงวันที่นั้นๆ
  • ก่อนทำกิจกรรมประจำวันในทุกๆวัน เมื่อครูทักทายเด็กๆ แล้ว จะชวนเด็กๆ ดูปฏิทินประจำห้องเรียน ให้เด็กผู้รับผิดชอบทำเครื่องหมาย “ / ” ลงปฏิทินนั้น มาชี้วันที่ประจำวันนั้นๆ และชวนเด็กๆ นึกคิดว่าวันนี้วันอะไร ใช้สีอะไรประจำวัน เป็นวันที่เท่าไหร่ เดือนอะไร พ.ศ. เท่าไหร่ (กิจกรรมนี้ ครูจะถามทุกวัน เด็กจะเชื่อมโยงเรื่องเวลากับเมื่อวานที่ผ่านมา) เมือเด็กตอบ หรือครูแนะนำ ครูจะใช้บัตรคำ บัตรเลข บัตรสี ดังเช่น วันนี้วันอังคาร (บัตรคำ วันอังคาร) สีชมพู (บัตรสีชมพู) ที่ 6 (บัตรเลข 6) เดือนธันวาคม (บัตรคำ ธันวาคม) พ.ศ. (บัตรคำ พ.ศ.) 2559 (บัตรเลข 2559) โดยให้ตัวแทนของเด็กนำไปสอดใส่ในกระเป๋าผนัง แล้วอ่านพร้อมกันทั้งชั้น
  • ใช้ปฏิทินเป็นที่บันทึกเรื่องวันเกิดของเด็กแต่ละคนในชั้นเรียน ครูอาจให้เด็กมาสอบถามผู้ปกครองว่า วันเกิดของเขาตรงกับวัน เดือนอะไร ให้บันทึกใส่กระดาษ แล้วนำไปบันทึกชื่อของตนเองให้ตรงกับวันที่ และเดือนในปฏิทิน เช่น น้องจอย เกิดวันที่ 12 มกราคม ให้น้องจอย เขียนชื่อ จอย ตรงกับช่องวันที่ 12 ของเดือนมกราคม กิจกรรมนี้เชื่อมโยงกับหน่วยการเรียนรู้ตัวเรา เรื่องวันเกิด และแต่ละปี จะมีวันที่ตรงกับเด็กเกิด เรียกว่า วันคล้ายวันเกิด
  • ใช้ปฏิทินบันทึกเรื่องราวที่เราควรจำ ซึ่งสัมพันธ์กับเรื่องที่เรียนรู้ไปแล้ว เช่น เรื่องอากาศ วันนี้ฝนตกอาจจะเขียนคำว่า ฝนตก หรือวาดภาพฝนลงเม็ด หรือใช้เขียนลงกระดาษ นำไปติดตรงกับวันที่ และเดือนในปฏิทินนั้น เป็นต้น

การจัดกิจกรรมที่เป็นทางการ ครูมักจัดกิจกรรมบูรณาการในกิจกรรมหลักทั้ง 6 ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ดังนี้

  • กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เด็กๆ ได้เคลื่อนไหวร่างกายตามตามจังหวะของเครื่องดนตรี จินตนาการถึงสิ่งที่ตนรู้จัก และเป็นสีที่เลือกในสัปดาห์ เช่น เลือกถ้วยน้ำสีเหลืองตามสีของวันจันทร์ เคลื่อนไหวร่างกายตามจินตนาการ เป็นถ้วยสีเหลืองใบนั้น เป็นต้น
  • กิจกรรมสร้างเสริมประสบการณ์ ครูถามเพื่อกระตุ้นให้เด็กสนใจ เช่น เรารู้ได้อย่างไรว่า วันนี้เป็นวันอะไร วันที่เท่าไหร่ เดือนอะไร (เด็กอาจจะตอบว่า ถามผู้ใหญ่ หรือ จำได้ว่าเมื่อวานวันที่เท่าไหร่ ฯลฯ) เด็กมีคำตอบแตกต่างกันไป แต่ปฏิทินจะช่วยให้เรารู้เรื่องวัน เดือน ปี ได้อย่างถูกต้อง บางครั้ง การมอบหมายให้เด็กไปสืบค้น วันสำคัญประจำปีของไทย หรือวันที่เกี่ยวข้องกับเด็ก และที่เด็กสนใจ ด้วยการไปหาคำตอบได้จากปฏิทิน เช่น วันที่ 15 ของเดือนนี้ เราจะหยุดภาคเรียนแล้ว เราจะทราบได้อย่างไรว่า วันที่ 15 นี้ ตรงกับวันอะไรในสัปดาห์ หรือวันเด็กของไทย บันทึกไว้ในปฏิทินเดือนอะไร เป็นต้น

    การแนะนำให้เด็กรู้จักปฏิทินเป็นเรื่องแรกๆ ที่จำเป็น ปฏิทินจะมีตัวเลขเรียงตามลำดับ 1-30 หรือ 1-31 วัน แต่ละเดือนจะมีชื่อเดือน และเลขแสดง พ.ศ. ของปีนั่นๆ แม้รูปร่าง ภาพประกอบ และขนาดของปฏิทินจะแตกต่างกัน แต่สามารถสอนให้เด็กๆ ได้เห็นจุดเด่นของ วัน เดือน ปีของปฏิทินได้

    การได้เล่นเป็นการเติมข้อความรู้ให้เด็กได้ง่ายๆ เช่น ครูเตรียมสื่อที่ออกแบบคล้ายปฏิทิน มีช่องตารางสี่เหลี่ยม เขียนเลข 1-31 ตามลำดับ ให้เด็กๆ รับบัตรเลข 1-31 คนละใบ ส่วนครูถือแถบข้อความชื่อเดือน และ ปี พ.ศ. แล้วให้เด็กแต่ละคนไปยืนตรงช่องสี่เหลี่ยมที่มีหมายเลขตรงกับบัตรของตนเอง ครูอ่านนำตั้งแต่เลข 1 ให้เด็กพูดตาม และดูหมายเลขของตน เช่น วันที่ 1 วันที่ 2... โดยกิจกรรมนี้สามารถขยายข้อความรู้ให้เด็กในลำดับต่อไปได้ คือ เมื่อวันที่ 1 เป็นวันอาทิตย์ วันที่ 2 จะเป็นวันจันทร์ และเรียงต่อไปจนครบหนึ่งสัปดาห์ และเริ่มต้นใหม่ ให้เด็กนำสติ๊กเกอร์สีตามวันไปแปะติดในช่องสี่เหลี่ยมของตน เมื่อเสร็จแล้ว เด็กจะได้ปฏิทิน 1 เดือน ขยายประสบการณ์เรื่องประโยชน์ของปฏิทิน สมมติว่า ครู และเด็กนัดหมายกันว่า วันจันทร์ที่ 15 เดือนนี้ เราจะไปทัศนศึกษาสวนสัตว์กัน เราบันทึกความจำลงในปฏิทิน อาจจะเขียนคำว่า ไปสวนสัตว์ ไว้ที่วันที่นั้น เป็นต้น หรือในเดือนนี้ มีวันสำคัญๆ อะไรบ้าง เช่น ทำปฏิทินเดือนธันวาคม วันที่ 31 เป็นวันสิ้นปี ให้เด็กๆ เติมคำว่า วันสิ้นปี

    การเพิ่มข้อความรู้เรื่องปีนักษัตร ให้เด็กอนุบาลปีที่ 3 ย่อมทำได้ด้วยกิจกรรมง่ายๆ เพราะปีนักษัตรมีสัญลักษณ์ คือ สัตว์ต่างๆ และเด็กไทยทุกคนมีปีนักษัตรประจำตัว ปี เป็นเรื่องเวลาที่ยาวนาน เด็กจะเรียนรู้แบบจำปฏิทินแต่ละปี จะเป็นปีใดปีหนึ่งของนักษัตร มีภาพสัตว์ ชวด (หนู) ฉลู (วัว) ฯลฯ ครบ 12 ปี เด็กเกือบทั้งห้องเรียนจะเกิดปีเดียวกัน ให้เด็กดูภาพสัตว์ของปีนักษัตรนั้น อ่านชื่อ เช่น ปีเถาะ กระต่าย เปรียบเทียบกับปฏิทินปีนี้ เป็นปีอะไร หรือให้เด็กตอบว่า ปีมะแม สัตว์ประจำปีคือ แพะ เป็นต้น

  • กิจกรรมสร้างสรรค์ เด็กๆ ประดิษฐ์ปฏิทิน ครูอาจใช้ปฏิทินแขวนที่หน่วยงานต่างแจก โดยใช้เฉพาะแผ่นตัวเลข แล้ว ให้เด็กออกแบบภาพประกอบ
  • กิจกรรมกลางแจ้ง เล่นกระโดดในช่องตารางปฏิทิน โดยกำหนดจุดเริ่มตรงช่องวันที่ เป็นตัวเลขของวันนี้ (สมมติเป็นวันที่ 1) กระโดดต่อไปคนละ 5 ช่อง เมื่อถึงช่องสุดท้ายให้ บอกว่าตรงวันที่เท่าไหร่ (เด็กๆ ตอบวันที่ 6)
  • กิจกรรมเสรี ครูอาจจัดปฏิทินแบบต่างๆไว้ ที่มุมห้อง ได้แก่ ปฏิทินแขวน ปฏิทินตั้งโต๊ะที่มุมหนังสือ เพิ่มสมุดปฏิทินแบบบันทึกพร้อมเครื่องเขียน ให้เด็กได้นั่งเขียนบันทึกลงในสมุดปฏิทินนั้น
  • เกมการศึกษา เล่นเกมจับคู่ เกมลอตโตตัวเลข หรือ สีประจำวันในหนึ่งสัปดาห์ โดยใช้ปฏิทินแขวนเป็นแม่แบบ นำตัวเลข หรือสีไปวางตรงวันแต่ละวันในปฏิทิน เช่น วันจันทร์ วางแผ่นสีเหลือง เป็นต้น

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องปฏิทินอย่างไร?

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนเรื่องปฏิทินให้กับลูกที่บ้านได้ดังนี้

  • จัดปฏิทินที่บ้านหลายๆ แบบให้ลูกเห็น ได้แก่ ปฏิทินตั่งโต๊ะ ปฏิทินแขวน ปฏิทินบันทึกประจำวัน แล้วเรียก หรือเอ่ยชื่อปฏิทินให้ลูกได้ยิน ให้รู้จัก และคุ้นเคย
  • ใช้ปฏิทินให้ลูกเห็น และให้มีส่วนร่วม พ่อแม่ต้องสร้างเหตุการณ์ให้น่าสนใจ เลือกเหตุการณ์ที่เด็กรับรู้ และเข้าใจได้ เช่น วันเสาร์นี้ เราจะไปเยี่ยมคุณยายกันนะลูก ดูปฏิทินซิคะ วันเสาร์นี้วันที่เท่าไหร่ แล้วให้ลูกหยิบปฏิทินมาดู แม่ชี้วันที่ตรงกับวันเสาร์ที่กล่าวถึง เป็นต้น
  • วันสิ้นปี ร้านค้า หน่วยงาน องค์กรต่างๆ มักแจกและจำหน่ายปฏิทิน บางครั้งสิ่งแปลกใหม่ก็ชวนให้เด็กสนใจ พ่อแม่ให้เด็กรับรู้บ้าง ชวนลูกนำปฏิทินที่ได้มาจัดหามุม หรือที่จัดวางปฏิทิน แสดงให้เห็นว่าสิ่งนี้เป็นของจำเป็นต้องมีไว้ที่บ้านเรา
  • ปฏิทินทำเองก็เป็นสิ่งที่ทำได้ และน่าทำ เพราะเป็นงานที่ใช้ความคิด ความจำ และจินตนาการด้วยความสุข ภาพประกอบปฏิทินอาจจะเป็นภาพต่างๆที่เด็กชอบ ให้เขาเลือกมาจากนิตยสารเล่มเก่า ภาพถ่ายฝีมือของเขา หรือของพ่อแม่มาใช้ก็น่าสนใจทีเดียว การเขียนตัวเลข ระบุวันที่ สามารถให้เด็กเขียนเอง แต่วันเริ่มต้น 1 มกราคม พ่อแม่ต้องช่วยทบทวนวันสุดท้ายของปีเก่าว่าคือวันอะไร (จันทร์ อังคาร พุธ ...) วันที่เท่าไหร่ เดือนแรกคือ เดือนมกราคม และเขียนพุทธศักราชใหม่ และนำปฏิทินที่ทำเองนี้มาใช้ในชีวิตประจำวัน
  • นำปฏิทินมาใช้เป็นสื่อส่งเสริมทักษะทางภาษา ทักษะคณิตศาสตร์ ทักษะทางวิทยาศาสตร์ให้แก่ลูกได้ เช่น อ่านชื่อวันทั้งเจ็ดในหนึ่งสัปดาห์ตามที่เห็นในปฏิทิน หรือให้เขียนชื่อเดือนทั้งสิบสองเดือน อาจจะมีภาษาอื่นที่พ่อแม่ค้นหาคำศัพท์การอ่านออกเสียงจากเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ เช่น เดือนมีนาคม : March เดือนธันวาคม : December หรือให้เด็กอ่านตัวเลขในแต่ละวัน เพิ่มกิจกรรมการนับเรียง 1 2 3 ให้ได้จำนวนตามตัวเลข หรืออาจจะใช้วัสดุเป็นสื่อเพิ่ม เช่น ชิ้นกระดาษ ก้อนหินให้วางตรงช่องตัวเลข หรือให้ลูกดูภาพวาดดวงจันทร์เต็มดวง ครึ่งดวง แสดงข้างขึ้น ข้างแรม และให้ลูกดูดวงจันทร์บนท้องฟ้า จะเห็นว่าสัมพันธ์กัน
  • เลือกวันสำคัญที่เกี่ยวข้องกับลูก ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัว เช่น วันเกิดของลูก พี่ น้อง พ่อ แม่ ให้ลูกบันทึกไว้ในปฏิทิน อาจจะทำเป็นสัญลักษณ์ วงกลมล้อมวันที่นั้นๆไว้ วันสำคัญของ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เป็นเรื่องที่เด็กควรเรียนรู้ได้จากครอบครัว สามารถเปิดปฏิทินให้ลูกดู และเลือกในวันที่ใกล้จะถึงเหตุการณ์นั้นๆ เพื่อให้ลูกสนใจรอคอย เช่น วันพระขึ้น 8 ค่ำ ครอบครัวเราจะตักบาตร หรือไปสวดมนต์พร้อมกัน (ครอบครัวที่นับถือศาสนาอื่นๆ สามารถกำหนดวันในปฏิทิน และปฏิบัติตามธรรมเนียมของศาสนานั้น)
  • หาภาพสัตว์ตามสิบสองนักษัตรที่ตรงกับปีเกิดของคนในครอบครัวมาสนทนา และเปรียบเทียบกับปฏิทินปีปัจจุบัน หรือให้ลูกวาดสัตว์ประจำปีเกิดของลูก

กิจกรรมสอนลูกเรื่องปฏิทินที่แนะนำมาเป็นแนวทางสำหรับพ่อแม่ การจัดกิจกรรมแบบอื่นๆ ที่น่าสนใจมีอีกมากมาย พ่อแม่สามารถจัดกิจกรรมได้ตลอดปีด้วยการพิจารณาความเหมาะสมตามวัยของลูก

เกร็ดความรู้เพื่อครู

ปีนักษัตร เป็นปีตามปฏิทินสุริยคติไทย และชาติในเอเชียหลายชาติ นับ 12 ปีเป็น 1 รอบ มีสัตว์ประจำปี เรียงตามลำดับดังนี้

ปี สัตว์
ชวด หนู
ฉลู วัว
ขาล เสือ
เถาะ กระต่าย
มะโรง งูใหญ่
มะเส็ง งูเล็ก
มะเมีย ม้า
มะแม แพะ
วอก ลิง
ระกา ไก่
จอ สุนัข
กุน หมู

บรรณานุกรม

  1. กุลยา ตันติผลาชีวะ. (2551). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ : เบรนเบสบุ๊ค.
  2. คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2542). การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย. กรุงเทพมหานคร: เซเว่น พรินติ้ง กรุ๊ป.
  3. น้อมศรี เคท และ ปัทมาศิริ ธีรานุรักษ์ จารุชัยนิวัฒน์ ( 2552). การจัดประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย ในเอกสารประกกอบการอบรมโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาครูปฐมวัย ครั้งที่ 1 คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ( อัดสำเนา ) .
  4. ฝ่ายวารสารและเอกสาร. (2549). ปฏิทิน . สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง. www.lib.ru.ac.th/journal/calendar.html. [ค้นคว้าเมื่อ 8 ธันวาคม 2559].
  5. พัชรี ผลโยธิน. (2540). เด็กอนุบาลกับพฤติกรรมร่วมมือ. วารสารการศึกษาปฐมวัย 1(1), 59-62
  6. ศึกษาวิชาการ, กระทรวง. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 กรุงเทพมหานคร: กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ.
  7. Morrison, G.S. (1995). Early Childhood Education Today. 6th ed. Englewood Cliffs. New Jersey : Prentice-Hall.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน