หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องผลิตภัณฑ์จากสัตว์ (Teaching Children about Animal Products)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องผลิตภัณฑ์จากสัตว์

การสอนลูกเรื่องผลิตภัณฑ์จากสัตว์ (Teaching Children about Animal Products) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งที่ทำมาจากสัตว์ โดยการแปรรูปด้วยวิธีการต่างๆ ตัวอย่างเช่น แฮม (ham) เบคอน (bacon) กุนเชียง ลูกชิ้นหมู ผ้าขนแกะ (woolens, wool) ผ้าไหม งาช้าง เขาสัตว์ เซรุ่ม ปุ๋ย ขนม น้ำผึ้ง เป็นต้น บทประพันธ์ “กฤษณาสอนน้อง” ของสมเด็จกรมพระยาปรมานุชิตชิโนรส กล่าวไว้อย่างไพเราะว่า

พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง

โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี

นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์

สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา

จากบทประพันธ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นความสำคัญของสัตว์และส่วนต่างๆของสัตว์ที่นำมาใช้ประโยชน์ แม้สัตว์จะตายไปแล้ว แต่กระดูกและงายังคงมีค่า ซึ่งในความเป็นจริงคนเรามีความผูกพันกับสัตว์หลายมิติ สัตว์เป็นเพื่อนเล่นของคนทำให้เราเพลิดเพลิน เป็นยามเฝ้าบ้านคอยป้องกันภัยที่จะเกิดขึ้น เป็นแรงงานช่วยผ่อนแรงของคน และส่วนต่างๆของสัตว์ก็ยังนำมาแปรรูปใช้เป็นปัจจัยสี่ในการดำรงชีวิต สัตว์จึงมีคุณค่าต่อคนเรายิ่งนัก หลักสูตรจึงกำหนดบทเรียนให้เด็กควรเรียนรู้เรื่องสิ่งต่างๆที่ได้จากสัตว์

การสอนเรื่องผลิตภัณฑ์จากสัตว์มีความสำคัญอย่างไร?

หากเราสังเกตเด็กกับสัตว์ เราจะเห็นว่าเด็กจะชอบสัตว์ต่างๆทั้งขนาดใหญ่และเล็ก เด็กๆชอบที่จะไปดูช้างที่สวนสนุก ชอบการแสดงของช้าง ฟังนิทานเรื่องช้างอย่างเพลิดเพลิน เด็กหลายคนนอนพังพาบดูมดตัวเล็กขนย้ายอาหาร และเดินตามดูผี เสื้อบินร่อนไปดอมดมชมดอกไม้ เด็กจะพอใจแสดงความรัก กอด ลูบสัมผัสแมว/สุนัขที่ตนเลี้ยง พูดคุยกับนกดังเป็นเพื่อนที่โต้ตอบการสนทนาของตนได้ เด็กจะเฝ้าดูลูกอ๊อด ปลา เต่า หอยว่ายน้ำวนเวียนไปมา แต่ยังมีเด็กจำนวนมากที่แสดงความหวาดกลัวสัตว์เลื้อยคลานทั้งงู จิ้งเหลน ตะขาบ หนอน ไส้เดือน หรือสัตว์ที่กัดแทะทำลายสิ่งของ เช่น หนู แมลงสาบ นอก เหนือจากการเรียนรู้ธรรมชาติเรื่องของสัตว์แล้ว การให้ความรู้แก่เด็กเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากสัตว์จะขยายประสบการณ์เรื่องคุณประโยชน์จากสัตว์ เนื่องจากคนเราได้นำส่วนต่างๆของสัตว์มาแปรรูปด้วยหลากหลายวิธีเรียกว่า “ผลิตภัณฑ์จากสัตว์” เช่น

  • นำมูลของวัว ควาย ไก่ นกมาหมักทำเป็นปุ๋ยให้แก่พืช
  • นำไข่และนมมาใช้เป็นอาหารแล้วแปรรูปใช้ประโยชน์จากเปลือกไข่ เนื้อไข่ได้อีกหลายประเภท เช่น นำไข่และนมไปทำครีมทาผิว เปลือกไข่นำไปออกแบบทำเครื่องประดับ
  • หนังงู หนังจระเข้นำไปทำเครื่องใช้ ได้แก่ กระเป๋า รองเท้า เบาะนั่ง ฯ
  • รังของนกนางแอ่นนำมาทำยาบำรุง
  • ขนไก่นำมาทำไม้ปัดฝุ่น
  • ขนห่านนำมาทำหมอนหนุน
  • รังของตัวไหมนำมาทำผ้าไหมที่ใช้สวมใส่อย่างสวยงาม ฯ

สิ่งต่างๆที่เป็นของกิน ของใช้ ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม ซึ่งเป็นปัจจัยสี่ที่คนเราจำเป็นต้องใช้ในการดำรงชีวิตก็ได้มาจากสัตว์เช่นกัน ดังนั้นเมื่อนำส่วนต่างๆของสัตว์มาแปรรูปเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นประโยชน์ ก็ควรสอนเด็กให้รู้จักชื่อ รูปร่าง ลักษณะ การสร้างผลิตภัณฑ์อย่างง่ายๆ และการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างคุ้มค่า ดังปรากฏในโครงสร้างของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546 เรื่องธรรมชาติ เรื่องสิ่งต่างๆรอบตัว และในกรอบมาตรฐานการเรียนรู้ของสถาบันส่ง เสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเด็กปฐมวัย อายุ 3-5 ปี ได้กำหนดสาระการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยไว้ในสาระที่ 1 : สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิตมาตรฐาน ว 1.1 : เข้าใจหน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ความสัม พันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่างๆของสิ่งมีชีวิตที่ทำงานสัมพันธ์กัน มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ในการดำรงชีวิตของตนเองและดูแลสิ่งมีชีวิตอื่น

การสอนเรื่องผลิตภัณฑ์จากสัตว์มีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การสอนเรื่องผลิตภัณฑ์จากสัตว์มีประโยชน์ต่อเด็กดังนี้

  • เด็กเกิดความตระหนักรู้ถึงคุณค่าของสัตว์ ที่คนเรานำส่วนต่างๆมาแปรรูป จนเป็นผลิตภัณฑ์ใช้เป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต ได้แก่ เนื้อ รัง (รังมดแดง รังผึ้ง) กระดูก (กระดูกปลานำมาป่นเป็นอาหารสัตว์) นม ไข่ ขน เขา เมื่อเด็กเกิดความรู้และความเข้าใจจะสามารถพัฒนาให้รู้จักดูแลสัตว์ได้
  • เด็กได้เรียนรู้ว่าการผลิตสิ่งที่ได้จากสัตว์ และเป็นประโยชน์ต่อคนเรานั้นจะต้องผ่านการลงมือทำจากการสำรวจ สังเกต สงสัยใคร่รู้ ไต่ถาม และแลกเปลี่ยนสิ่งที่ตนเองค้นพบให้ผู้อื่นได้รู้ ตลอดจนรู้จักเทคโนโลยีง่ายๆที่นำมาใช้ เช่น การทำน้ำสลัดจากไข่โดยใช้เครื่องตีไข่ไฟฟ้า การทำกุ้งแห้งด้วยการอบจากตู้อบความร้อน การทำโมบายเปลือกหอยจะต้องใช้เครื่องเจาะจึงจะทำได้อย่างสะดวก การทำยาจากน้ำผึ้ง เป็นต้น
  • เด็กจะเป็นผู้ดำเนินการสืบเสาะหาความรู้ง่ายๆได้ด้วยตนเอง ได้ปฏิบัติอย่างเสรีโดยมีครูหรือผู้อื่นช่วยกำหนดแบบให้ ได้ฝึกสังเกต วางแผน สำรวจตรวจสอบ และสื่อสารสิ่งที่ค้นพบ
  • เด็กจะได้รู้จักและเข้าใจคุณค่าสิ่งที่เป็นผลิตภัณฑ์จากสัตว์ และการเลือกใช้อย่างปลอดภัย เช่น มูลสัตว์ใช้ทำปุ๋ยคอกดีกว่าทิ้ง ขนไก่ใช้ทำไม้ปัดฝุ่นหลังจากผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อโรคอย่างปลอดภัย
  • เด็กได้ใช้ภาษาที่เป็นคำเรียกชื่อผลิตภัณฑ์จากสัตว์และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น เสื้อขนสัตว์ ผ้าไหมไทย กำไลงาช้าง หวีกระ (กระเป็นเต่าทะเลชนิดหนึ่ง แต่ตัวแบน เกล็ดใสมีลายใช้ทำสิ่งของ เช่น หวีกระ) เขากวางอ่อน (เป็นสมุน ไพรได้จากเขาของกวาง) น้ำผึ้ง เป็นต้น
  • เด็กได้ฝึกการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า เรียนรู้รูปร่างลักษณะสิ่งที่เป็นผลิตภัณฑ์จากสัตว์คือ สี กลิ่น รส ขนาด เสียง ผิว เช่น ผิวลื่นและมันวาวของผ้าไหม ความนุ่มของผ้าขนแกะ ความหนาและหยาบของกระเป๋าหนังวัว หนังควาย หนังจระเข้ ความหวานของนม น้ำผึ้งและรังนกนางแอ่น รสเปรี้ยวของไข่มดแดง ความแข็งของหวีกระ ความกรอบเปราะบางของเปลือกไข่ กลิ่นเหม็นของปุ๋ยที่มาจากมูลสัตว์ เป็นต้น
  • เด็กได้รู้จักความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งที่มีในธรรมชาติ คนเราและสัตว์ต่างพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันจึงจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ และการผลิตสิ่งที่ได้จากสัตว์ก็ต้องอาศัยธรรมชาติเช่น ความร้อนจากแสงอาทิตย์จะทำให้หนังสัตว์แห้งและไม่มีเชื้อโรค จึงจะเหมาะกับการนำไปผลิตสิ่งของเครื่องใช้ หรือบางอย่างจำเป็นต้องใช้เครื่องมือที่คนเราสร้างสรรค์ขึ้นเรียกว่า “เทคโนโลยี” ก็จะทำให้การทำงานสะดวก เช่น การใช้เครื่องจักรถักทอเส้นเพื่อทำเป็นเครื่องนุ่งห่ม การใช้เครื่องตีไข่ทำน้ำสลัดเพื่อประหยัดเวลา เป็นต้น

การนำเรื่องผลิตภัณฑ์จากสัตว์มาจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย ย่อมทำให้เกิดประโยชน์ต่อเด็กที่จะได้รับการเสริมสร้างประสบการณ์ชีวิต เป็นประโยชน์ต่อพัฒนาการทุกด้านของเด็กคือ

  • ด้านสติปัญญาเกิดความรู้ความเข้าใจที่นำไปสู่การคิด
  • พัฒนาการอารมณ์ที่จะเกิดคุณธรรมต่อสัตว์ รู้คุณค่าของสัตว์ และการใช้ผลิตภัณฑ์จากสัตว์อย่างมีสติ
  • พัฒนาการทางร่างกายที่ได้รับการส่งเสริมให้ใช้อวัยวะส่วนต่างๆของร่างกายสร้างสรรค์งานตามวัย
  • พัฒนาการทางสังคม ได้เรียนและเล่นร่วมกับผู้อื่น สิ่งสำคัญคือได้รู้เห็นการอยู่ร่วมกันระหว่างคน สัตว์ และธรรมชาติรอบตัว

สิ่งที่กล่าวมานี้เป็นเป้าหมายของหลักสูตรที่ต้องการให้เด็กได้รับประโยชน์ เมื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องดังกล่าว

ครูสอนเรื่องผลิตภัณฑ์จากสัตว์ให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

ครูสอนเรื่องผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่โรงเรียนในกิจกรรมหลักทั้ง 6 ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย แนะนำไว้ดังตัวอย่างที่จะเสนอดังนี้

  • กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เด็กๆร้องเพลงและแสดงท่าทางประกอบเกี่ยวกับสัตว์ เช่น “เพลงเสียงใครนะ” ในชุดธรรมชาติมหัศจรรย์ “เพลงไปเที่ยวป่ากัน” ในชุด Bunny Hop หรือเพลงสำหรับเด็กที่ได้ยินกันทั่วไป คือเพลงช้าง เนื้อหาบอกถึงอวัยวะสำคัญของช้างคือ งวง งา “เพลงแม่เป็ดออกไข่วันละฟอง”
  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ในกิจกรรมเสริมประสบการณ์นี้ ครูสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้หลากหลาย เช่น จัดกิจกรรมทัศนศึกษาร้านขายของชำที่อยู่ใกล้โรงเรียนให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเด็ก เนื่องจากสัตว์ให้ประโยชน์แก่เรา 2 ทางคือทางตรง- สัตว์จะเป็นอาหารสำหรับคนและสัตว์กันเอง ส่วนทางอ้อมคือได้ผลิตภัณฑ์จากนม ไข่ น้ำผึ้ง หากโรงเรียนมีโครงการนำเด็กไปเรียนรู้ในชุมชนของตนเอง จะเป็นการเสริมประสบการณ์ตรงให้แก่เด็ก เช่น
    • ชุมชนที่มีการทอผ้าไหม ครูควรติดต่อชุมชนให้จัดแสดงกระบวนการเลี้ยงไหมจนได้เส้นไหมและทอผ้าไหม
    • ชุมชนที่มีฟาร์มวัวนม/ฟาร์มไก่ให้เด็กได้เห็นขั้นตอนการนำน้ำนมวัวไปใช้และแปรรูป จัดกิจกรรมปรุงอาหารที่ใช้ผลิตภัณฑ์นม ไข่ น้ำผึ้ง โดยให้เด็กเสนอชื่ออาหารที่เคยรู้จักซึ่งทำจากไข่ นม น้ำผึ้ง ครูอาจขอความร่วมมือจากผู้ปกครองหรือวิทยากรจากร้านขนมให้มาร่วมกิจกรรมด้วย เด็กๆจะตื่นเต้นที่มีวิทยากรเข้ามาจัดกิจกรรม ควรเลือกขนมที่ทำง่ายๆและเห็นผลได้ทันที เช่น ขนมไข่ เด็กจะสนใจการตีไข่ด้วยเครื่องตีจนไข่เปลี่ยนสภาพเมื่อปนแป้งและน้ำตาล ให้เด็กนำไปหยอดลงพิมพ์อย่างน้อยคนละ 2-3 หลุม จะเป็นประสบการณ์ที่เด็กจด จำ รวมไปถึงการจัดประสบการณ์อื่นๆให้เด็กด้วย ได้แก่ คณิตศาสตร์ ภาษา สังคม เช่น การเรียกชื่อผลิตภัณฑ์ การใช้คำศัพท์ใหม่ๆ (ภาษา) การตักตวงปริมาณเครื่องปรุงอาหาร การนับจำนวนเปลือกหอย การเปรียบเทียบขนาดกระดองเต่า การเรียงลำดับรังไหมฯ (คณิตศาสตร์) การรับผิดชอบงานที่ทำ การทำงานร่วมกับผู้อื่น (สังคม) ฯลฯ
  • กิจกรรมสร้างสรรค์ จัดหาส่วนต่างๆของสัตว์นำมาผลิตผลงาน เช่น
    • เกล็ดปลา นำมาย้อมสีติดในโครงร่างดอกไม้
    • เปลือกหอย (หอยแครง หอยกาบ หอบทับทิม หอยแมลงภู่) ทำเชิงเทียนจากเปลือกหอย ประดิษฐ์ตุ๊กตาจากเปลือกหอยหลายชนิด แต่งเติมเป็นหน้า หูและตา ทำกรอบรูปจากเปลือกหอย ทำโมบายเปลือกหอย ใช้เปลือกหอยแครงเป็นแม่พิมพ์ นำไปพิมพ์สีลงกระดาษขาวสร้างลวดลายเองให้สวยงาม
    • รังไหมที่สาวไหมออกหมดแล้ว นำมาประดิษฐ์เป็นดอกไม้
    • เปลือกไข่นำมาวาดลวดลายลงสี ทำตุ๊กตาเปลือกไข่
    • ขนไก่ (ทำความสะอาดแล้ว) นำมาทำเป็นดอกไม้ ไม้ปัดฝุ่น
  • กิจกรรมเสรี จัดมุมเรียนรู้ที่น่าสนใจให้เด็กเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น
    • มุมบทบาทสมมติ/มุมบ้าน จัดเครื่องใช้ที่ได้จากสัตว์ให้เด็กได้ใช้เล่น เช่น หวีกระ รองเท้าหนัง กระเป๋าหนัง เข็มขัดหนัง ชุดผ้าไหม มุมดนตรี จัดแสดงเครื่องเป่าจากหอยสังข์ เขาสัตว์ เครื่องเคาะจากกระดองเต่าให้เด็กได้ทดลองใช้ เปิดเพลงให้เด็กฟัง เช่น เพลง “อีไออีไอโอ” ในชุด The Wonders ที่บรรเลงเสียงสัตว์ไว้อย่างไพเราะจากทำนองเพลง “Old McDonald Has a farm” เราคุ้นหูกันดี
    • มุมหนังสือ จัดหาหนังสือเรื่องเครื่องใช้ ของกิน ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่มที่ได้จากสัตว์ให้เด็กอ่านหรือดูภาพ เช่น นิทานอีสปเรื่อง “หมีกับผึ้ง” หนังสือนิตยสารแสดงภาพโฆษณาเสื้อผ้าไหม กระเป๋า รองเท้า เข็มขัดหนัง ของกินของใช้ เครื่องประดับที่เป็นผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น สร้อยคอ ต่างหู กำไลจากเปลือกหอย เครื่องดื่มน้ำผึ้งผสมมะนาว ขนมเค้กราดน้ำผึ้ง เป็นต้น
  • กิจกรรมกลางแจ้ง เล่นเกมสนุกๆที่ครูอาจจะกำหนดเกมให้สอดคล้องกับเรื่องผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น เกมผึ้งเข้ารัง มีกติกาคือ แบ่งกลุ่มเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 เป็นผึ้ง กลุ่มที่ 2 เป็นรังผึ้ง กลุ่มที่ 3 เป็นคนเก็บรังผึ้ง ทุกกลุ่มจะมีหัวหุ่นภาพสวมใส่ไว้เพี่อให้เด็กได้จำตัวเองว่าอยู่กลุ่มใด กติกาคือให้เด็กที่เป็นรังผึ้งยืนกระจายห่างๆกัน ส่วนผึ้งและคนเก็บรังผึ้งยืนที่เส้นเริ่มต้น เมื่อครูออกคำสั่งว่า “ไปเก็บน้ำหวาน” ทั้งผึ้งและคนเก็บน้ำผึ้งจะต้องวิ่งไปแตะรังผึ้งรังใดก็ได้ ส่วนรังผึ้งจะอ้าแขนรับเฉพาะตัวผึ้งเท่านั้น ถ้าใครไปถึงรังผึ้งก่อนผู้นั้นจะเป็นผู้ได้รังผึ้ง ให้เด็กสลับกลุ่มกันเล่นบ้าง
  • เกมการศึกษา เลือกเกมได้หลายชนิด ได้แก่
    • เกมภาพตัดต่อผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น ภาพชุดผ้าไหม กระเป๋าผ้าไหม กระเป๋าหนัง เข็มขัดหนัง ฯลฯ
    • เกมจับคู่ต่างๆที่เป็นผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น จับคู่ภาพกับเงา จับคู่สิ่งที่เหมือนกัน จับคู่ภาพกับสัญลักษณ์ การจับคู่สิ่งที่เหมือนกันหรือประเภทเดียวกัน การจับคู่สิ่งที่มีความสัมพันธ์กัน การจับคู่สิ่งที่สัมพันธ์แบบตรงกันข้าม การจับคู่ภาพส่วนเต็มกับส่วนย่อย
    • เกมโดมิโน
    • เกมเรียงลำดับขนาด เป็นต้น

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยเรื่องผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เป็นบทเรียนที่ครูสามารถเชื่อมโยงประสบการณ์เรื่องสัตว์ ประโยชน์จากสัตว์ (ครูอาจจัดกิจกรรมการเรียนรู้เป็นเรื่องๆไป เช่น เรื่องเครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค อาหารของเราฯ) และเรื่องผลิตภัณฑ์จากพืชให้เด็กด้วย สิ่งสำคัญที่เด็กควรได้รับการส่งเสริมจากกิจกรรมที่เด็กได้ปฏิบัติอย่างอิสระ

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนเรื่องผลิตภัณฑ์จากสัตว์ให้ลูกที่บ้านอย่างไร?

พ่อแม่สอนลูกเรื่องผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่บ้านได้ดังนี้

  • ชวนลูกดูสัตว์เลี้ยงใกล้ตัว และนำสิ่งต่างๆของสัตว์มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ หากไม่ได้เลี้ยงเองก็อาจจะให้ลูกดูจากหนังสือ เทปบันทึก หรือหากเพื่อนบ้านมีสัตว์เลี้ยงเหล่านั้น พ่อแม่อาจชวนลูกไปเยี่ยมเพื่อนบ้านและขอดู แล้วสนทนาซักถามรูปร่างลักษณะของสัตว์ชนิดนั้น เช่น ไก่ เป็ด วัว ควาย แพะ แกะ นก ฯ สนทนาทบทวนประสบ การณ์กับลูกก่อนที่ให้ความรู้ใหม่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากสัตว์
  • แนะนำสิ่งที่ทำมาจากส่วนต่างๆของสัตว์ ไม่ควรทำเป็นทางการ แต่ควรพูดคุยพร้อมมีของกิน ของใช้นำมาให้เด็กดูด้วย เพราะจะเร้าความสนใจให้เด็กตื่นเต้น อาจเล่นเพิ่มความสนุกกับลูก เช่น เล่นทายกับลูกว่า
    • “ขนมนี้มีน้ำหวานมาจากแมลงอะไรเอ่ย?” (ขนมแพนเค้กราดน้ำผึ้ง น้ำผึ้งผสมมะนาว โรตีราดน้ำผึ้ง ขนมปังปิ้งราดน้ำผึ้ง พ่อแม่อาจจะนำขวดน้ำผึ้งมาวางใกล้ๆให้ลูกคาดเดา หรือให้ดม กิน ชิม จับ สัมผัส ทำให้เกิดเสียง แล้วแต่ชนิดของนั้นๆ)
    • “ไม้ปัดนี้มีขนนิ่มๆมาจากสัตว์อะไรเอ่ย” (ขนไก่)
    • “สร้อยนี้ทำจากเปลือกของสัตว์อะไรเอ่ย?” (เปลือกหอย)
  • ทำอาหารง่ายๆที่ใช้ผลิตภัณฑ์จากนม เช่น ชงเครื่องดื่มใส่นมสด ทำซุปครีมใส่นมเป็นส่วนผสมให้ลูกทาน อย่างซุปข้าวโพด ซุปเห็ด เป็นต้น
  • จัดหาของใช้ที่ทำจากสัตว์มาให้ลูกสัมผัส และเล่นจำแนกประเภท อาจจะให้ลูกบันทึกจากล้องดิจิตอลหรือวาดภาพหากลูกขีดเขียนได้แล้ว
  • หากที่บ้านมีพื้นที่เพียงพอสำหรับปลูกต้นไม้และทำปุ๋ยคอก จะเป็นโอกาสที่ดีให้ลูกเห็นที่มาของปุ๋ยคอกซึ่งได้จากมูลสัตว์ ไม่จำเป็นต้องให้ลูกจับต้องก่อนเพราะเด็กยังเล็กควรระวังเรื่องการติดเชื้อโรค พ่อแม่เพียงทำให้ดูพร้อมบอกเล่า “ขี้วัวดีจริง ตากแดดสักหน่อยขี้วัวจะแห้ง แล้วแม่จะเอาไปผสมดินใส่รอบโคนต้นไม้เป็นปุ๋ยหรืออาหารของต้นไม้ที่วิเศษมาก” และเมื่อถึงเวลาใส่ปุ๋ยให้ลูกเห็นกระบวนการนี้จริงๆ เด็กก็จะเห็นความสัมพันธ์ของการเจริญเติบโตของต้นไม้ที่ได้รับปุ๋ยคอกไปด้วย
  • เมื่อไปเที่ยวชายหาด เด็กๆทุกคนชอบเก็บเปลือกหอยมาด้วย พ่อแม่ลูกลองนำเปลือกหอยเหล่านั้นมาตกแต่งเป็นโต๊ะอย่างมีศิลปะ จะทำให้เด็กซึมซับความคิดในการผลิตงานโดยการใช้สิ่งที่มาจากสัตว์ และจะเป็นงานสนุกของครอบครัวด้วย
  • นำลูกไปเที่ยวห้างสรรพสินค้าแผนกอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ให้เห็นสินค้าที่ได้จากส่วนต่างๆของสัตว์ บางอย่างไม่จำเป็นต้องซื้อ เช่น เสื้อขนสัตว์ หมวกขนนก
  • เล่าเรื่องจากหนังสือสารานุกรมเยาวชนเรื่อง “งูและพิษของงู” ใช้เป็นวัคซีนเรียกว่าเซรุ่ม และหาหนังสือสำหรับเด็กเกี่ยวกับสัตว์ให้ลูกอ่าน เน้นเล่มที่มีภาพสีสวยงาม ภาษาไพเราะและอ่านง่าย
  • นำลูกไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ในชุมชน แหล่งเรียนรู้เหล่านี้จะจัดเครื่องมือเครื่องใช้ที่คนเราพัฒนาจากส่วนต่างๆของสัตว์ เช่น แตรสังข์ ปิ่นปักผมทำจากงาช้าง เสื้อผ้าจากใยไหม หวีจากเขาสัตว์
  • พ่อแม่ควรพาลูกไปชมการผลิตสินค้าจากสัตว์ที่แหล่งเรียนรู้หรือแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกได้เห็นและเรียนรู้ที่มาของผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น ฟาร์มโชคชัยที่ดำเนินธุรกิจผลิตสินค้าจากโคเนื้อและโคนมอย่างครบวงจร ได้แก่ นมสด ไอศกรีมจากนม ไส้กรอก แฮมรมควัน เป็นต้น

การจัดกิจกรรมครอบครัวเป็นโอกาสสำคัญที่เด็กจะได้สังเกต สำรวจ และทดลองค้นคว้า เรื่อง “ผลิตภัณฑ์จากสัตว์” โดยพ่อแม่เป็นผู้สอน สิ่งสำคัญพ่อแม่จะต้องดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันอันตรายจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเด็ก

เกร็ดความรู้เพื่อครู

เรื่องผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่ครูควรทราบคือ กฎหมายเกี่ยวกับการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองป่า พ.ศ.2535 ที่ระบุว่าการค้าซากของสัตว์ป่าสงวน หรือสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่าดังกล่าว มีโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่ามิให้ถูกลักลอบฆ่าเพื่อนำซากสัตว์มาจำหน่ายเป็นอาหารและผลิตสิ่งของต่างๆ

บรรณานุกรม

  1. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. (สำหรับเด็กอายุ 3 -5 ปี). กรุงเทพมหานคร:โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  2. ชลาทิป สมาหิโต. (2557). เอกสารประกอบการอบรมเชิงปฏิบัติการ การจัดกิจกรรมบูรณาการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย ณ สมาคมอนุบาลแห่งประเทศไทย วันที่ 18 มกราคม 2557.
  3. ณัชทิภา คฤหเดชรัตนา (2555) เอกสารประกอบการเรียนการสอนวิชาผลิตภัณฑ์สัตว์ รหัสวิชา 2501-2302 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545 (ปรับปรุง พ.ศ. 2546). ชลบุรี : วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชลบุรี.
  4. ทาจิมะ ชินจิ. (2544) มหาสมุทรของโกดี. แปลโดย ถนอมวงศ์ ล้ำยอดมรรคผล. กรุงเทพมหานคร : นานมี บุ๊คส์.
  5. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2551). แนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2546. กรุงเทพมหานคร : สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  6. Reiser. Lynn. (1996) Beach feet. New York : Greenwillow.
  7. กระคืออะไร. (พจนานุกรมไทย-ไทย). www.dictionary.sanook.com/search/dict-th-th-royal-institute.ค้นคว้าเมื่อ 7 กรกฎาคม 2557.
  8. การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสัตว์ - กรมปศุสัตว์. www.extension.dld.go.th/th1/index.php?option. ค้นคว้าเมื่อ 7 กรกฏาคม 2557.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน
supawan