หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องผลไม้ (Teaching children about Fruit)

สารบัญ

จูงใจอย่างไรให้ลูกกินผักและผลไม้

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องผลไม้

การสอนลูกเรื่องผลไม้ (Teaching children about fruit) หมายถึง การจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กเกิดความรู้ความเข้าใจเรื่องผลของพืช ที่เกิดจากการขยายพันธุ์พืชโดยอาศัยเพศของพืชชนิดนั้นๆ และคนหรือสัตว์สามารถรับประทานได้ ส่วนใหญ่จะรับประทานได้เลยไม่ต้องใช้วิธีปรุงสุก ทั้งนี้ผลไม้จัดเป็นอาหารของคนเรา และสัตว์บางชนิด เช่น กระรอก นก หนู ลิง ชะนี หมี เป็นต้น ผลไม้จะช่วยบำรุงร่างกาย และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เมื่อเรากินผลไม้ ร่างกายจะได้กากใยจากผลไม้ ทำให้ลำไส้ทำงานขับถ่ายดี ผู้ที่กินผลไม้จึงมีอารมณ์ร่าเริงแจ่มใส มีผิวพรรณสวย สะอาด ผลไม้คือ ผลของพืชที่เกิดจากการขยายพันธุ์พืชโดยอาศัยเพศของพืชชนิดนั้นๆ คนหรือสัตว์สามารถรับประทานได้ ส่วนใหญ่จะรับประทานได้เลยไม่ต้องใช้วิธีปรุงสุก การรู้จักผลไม้จึงเป็นการสอนเด็กให้รู้จักธรรมชาติของพืช และนำพืชมาใช้ประโยชน์ในชีวิต เด็กปฐมวัยจึงควรเริ่มเรียนรู้เรื่องผลไม้ตั้งแต่เด็กเริ่มเข้าเรียน

การสอนเรื่องผลไม้สำคัญอย่างไร?

  • ผลไม้เป็นอาหารที่มีคุณค่าแก่ร่างกายที่คนเราจะต้องรับประทาน เป็นอาหารหลักประจำวัน เพื่อให้ร่างกายนำไปใช้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
  • ตามธรรมชาติผลไม้เป็นพืชที่มีรูปร่าง ลักษณะ สี และรสชาติ แตกต่างกันไป การจัดประสบการณ์ให้เด็กรู้จักจึงเป็นเรื่องจำเป็น
  • การปลูกผลไม้ และนำไปขาย เป็นอาชีพหนึ่งในสังคม นอกจากผลไม้สดที่นำมาจำหน่ายแล้ว มีผลิตภัณฑ์อีกหลายชนิดที่ทำจากผลไม้ และนำมาจำหน่ายเช่นกัน ได้แก่ ผลไม้แปรรูปต่างๆ เช่น น้ำผลไม้ ผลไม้แห้ง ส่วนเปลือกผลไม้ นำมาทำเป็นสีย้อมผ้า การจำหน่ายผลิตภัณฑ์จึงเป็นอาชีพที่มีอยู่ในสังคมไทย ซึ่งปัจจุบันยังเป็นสังคมเกษตรที่ทำการเพาะปลูกพืชเพื่อเลียงชีพในครัวเรือน และนำไปจำหน่าย การเพาะปลูกพืชประเภทผลไม้ จึงเป็นความรู้ที่ถ่ายทอด และสะสมประสบการณ์เพื่อเป็นภูมิปัญญาให้ลูกหลานสืบต่อไป แม้จะมีเครื่องเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการทำงานเกษตรเพื่อการเพาะปลูกมากแล้วก็ตาม
  • การเพาะปลูกพืช ผลไม้เป็นเรื่องหนึ่งที่สัมพันธ์กับการดำรงชีวิตของคนเรา เพราะเราใช้ผลไม้เป็นอาหาร คนเราจึงต้องจัดการเพาะปลูก และขยายพันธุ์ให้มีผลไม้ เพื่อนำมาใช้ให้เพียงพอกับความต้องการของตนเอง หรือคนและสัตว์ในสังคม เป็นการใช้ชีวิตได้สอดคล้องตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยที่ทุกสถาบันในสังคมจะต้องช่วยกันสอนสั่งคนตั้งแต่วัยเด็ก และส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้

การสอนเรื่องผลไม้มีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

  • เด็กได้รู้จักเรื่องผลไม้ที่เป็นอาหารที่มีคุณค่าแก่ร่างกาย ที่คนเราต้องรับประทานเป็นอาหารประจำวัน
  • เด็กได้ตระหนักรู้ว่า ธรรมชาติของสิ่งที่มีชีวิตมีการพึ่งพิงอาศัยกัน คนและสัตว์บางชนิดอาศัยผลไม้เป็นอาหารบำรุงร่างกาย ในขณะเดียวกัน คนและสัตว์ก็เป็นประโยชน์ต่อผลไม้ เช่น ช่วยขยายพันธุ์โดบนำเมล็ดของผลไม้ไปเพาะปลูก หรือสัตว์เมื่อกินเนื้อผลไม้แล้ว ทิ้งเมล็ดไว้ เมล็ดจะงอกเป็นต้นใหม่
  • เด็กได้ใช้ภาษาที่เป็นคำเรียกชื่อ ผลไม้ ที่เขาจำเป็นจะต้องสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจได้ถูกต้อง เช่น ทุเรียน คือผลไม้ที่มีเปลือกหนา สีเขียว ส่วนที่เรารับประทานได้เรียกว่า เนื้อ มีสีเหลือง เนื้อจะนิ่มกึ่งอ่อนกึ่งแข็ง และมีรสหวาน ส่วนเมล็ดจะมีเยื่อหุ้ม กลมรี เปลือกหุ้มสีน้ำตาลผิวเรียบ เนื้อในเมล็ดสีขาว รสชาติฝาด หรือ ขนุนที่เป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่ง แม้จะมีเปลือก สีเขียว ผิวไม่เรียบ แต่ไม่แหลมเหมือนทุเรียน ส่วนที่เรารับประทานได้ เรียกว่า เนื้อ จะมีสีเหลือง กลิ่นหอม ห่อหุ้มเมล็ดไว้ คล้ายทุเรียน แต่ก็ไม่ใช่ ทุเรียน เป็นต้น
  • เด็กได้เรียนรู้วิธีการแสวงหาความรู้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เมื่อได้เรียนจากกิจกรรมเรื่องผลไม้ และมีผลไม้เป็นสื่อในการเรียนรู้ ซึ่งส่งผลให้เด็กเป็นผู้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์หลายประการ เช่น ช่างสังเกต การวางแผน การสำรวจตรวจสอบ และสื่อสารสิ่งที่ค้นพบ
  • เด็กจะได้รับการสร้างเสริมประสบการณ์สำคัญ ตามความคาดหวังของหลักสูตร ได้แก่ ประสบการณ์ด้านร่างกาย ได้หยิบจับผลไม้ เคลื่อนไหวร่างกายเลียนแบบรูปร่างผลไม้ ปฏิบัติรักษาสุขภาพโดยการรับประทานผลไม้ เป็นต้น ประสบการณ์ด้านจิตใจ ได้แก่ แสดงความชื่นชอบผลไม้ ร้องเพลงผลไม้ เล่นเกม หรือเล่นสมมติเรื่องผลไม้ แสดงความสุขด้วยการแบ่งปันผลไม้ เป็นต้น ประสบการณ์ด้านสังคม ได้แก่ เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่น การทำงานร่วมกับเพื่อน เช่น ร่วมศึกษาค้นคว้าลักษณะของผลไม้ชนิดต่างๆ เป็นต้น และประสบการณ์ด้านสติปัญญา เด็กได้รู้จักผลไม้โดยการใช้ประสาทสัมผัส ได้ใช้ภาษา พูด เล่าเรื่อง ได้ฟังเรื่องผลไม้ ได้เขียนชื่อผลไม้ ได้จำแนกประเภทของผลไม้ หรือรู้จักมิติสัมพันธ์จากการอธิบายถึงทิศทางการวางผลไม้ไว้ เป็นต้น

ครูสอนเรื่องผลไม้ให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องผลไม้ให้แก่เด็กปฐมวัย เพื่อให้รู้จักธรรมชาติของผลไม้ และเรานำผลไม้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มากมาย โดยเฉพาะนำมาใช้รับประทาน ซึ่งผลไม้ป็นอาหารที่มีคุณค่ามาก ครูจัดให้เด็กได้รับประทานเป็นประจำวัน หรืออาจปลูกผลไม้บางชนิดที่ออกผลเร็ว ดูแลง่ายเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่เด็ก เช่น กล้วย ฝรั่ง ชมพู่ นอกจากนี้ ต้นไม้ยืนต้นหลายชนิดให้ร่มเงา และให้ผลแก่คนเราด้วย เช่น มะขาม ขนุน มะม่วง กระท้อน สาเก มังคุด

กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เด็กเคลื่อนไหว และจินตนาการแสดงท่าทาง รูปร่างของผลไม้ ตามเพลง ผลไม้
เพลงผลไม้ (บุบผา เรืองรอง ผู้แต่ง จังหวะแร๊พ)
มากินผลไม้ซิ มากินผลไม้ซิ ช่างน่ากิน ช่างน่ากิน มีทั้งมะม่วง ลิ้นจี่ สาลี่ ชมพู่ เคียงคู่ ฝรั่ง อีกทั้งกล้วยไข่ ลำไย แตงโม ส้มโอ พุทรา เชิญเพื่อนมา กินผลไม้เอย

กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เด็กๆ ได้เลือกผลไม้ตามฤดูกาล นำมาแลกเปลี่ยนให้รู้จักกัน ครูจัดให้เด็กได้ลองจับเปลือก ดูรูปทรงผลไม้ ส่วนใหญ่จะทรงกลม และทรงรี มีทั้งผลเดี่ยว และผลรวม (เป็นช่อ) ให้ดมกลิ่นทั้งเปลือก บางชนิดจะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ เช่น ฝรั่ง มะม่วง ขนุน บางชนิดมีเปลือกบาง เช่น สาลี่ พุทรา ชมพู่ มะม่วง แต่บางชนิดเปลือกหนา เช่น ขนุน มังคุด มะพร้าว ปอกเนื้อให้เด็กได้ดูสี ได้สัมผัสความนิ่ม แข็งของเนื้อผลไม้ และบางชนิดให้แกะ หรือผ่าให้ดูเมล็ดที่อยู่ภายในเนื้อ ดูสี รูปทรง จำนวน (เมล็ดเดี่ยว เช่น ลำไย ชมพู่ มะม่วง แต่บางชนิดมีเมล็ดจำนวนมาก เช่นฝรั่ง แตงโม มะละกอ) หรือครูอาจนำเด็กไปร้านขายผลไม้ ทั้งที่ขายเป็นผล และปอกผลไม้บรรจุกล่องขาย

กิจกรรมสร้างสรรค์ ทำกิจกรรมจากวัสดุสี กระดาษ เป็นผลไม้ที่รู้จัก เช่น ปั้นจากดิน ปั้นกระดาษ ปะติดกระดาษ และเลือกใช้สีธรรมชาติจากเปลือกผลไม้ เช่น เปลือกมังคุด มาระบายสีภาพ เป็นต้น

กิจกรรมเสรี ครูจัดมุมค้าขายผลไม้ จำลองให้เด็กได้เล่นสนุกในหน่วยผลไม้ จัดพื้นที่โรงเรียนเพาะเมล็ดผลไม้บางชนิดที่มีในท้องถิ่น เฝ้าดูการเจริญเติบโต เช่น ภาคใต้ เพาะเมล็ดมังคุด เงาะ ภาคเหนือ เพาะเมล็ดส้ม ลำไย ลิ้นจี่ ภาคกลาง เพาะเมล็ดมะม่วง เป็นต้น

กิจกรรมกลางแจ้ง เล่นเกมสอยผลไม้ แบ่งผู้เล่นเป็นสองกลุ่มเท่าๆ กัน กลุ่มหนึ่งเป็นผู้สอยผลไม้ ถือกระดาษม้วนยาวประมาณสองฟุต ยืนอยู่ที่เส้นรอบวง ส่วนอีกกลุ่มเป็นผลไม้ สมมติว่าอยู่ที่ต้น เมื่อครูให้สัญญาณเริ่มเล่น ผู้สอยจะต้องยื่นไม้สอยไปแตะตัวผู้เล่นที่เป็นผลไม้ให้ได้ ส่วนผลไม้จะต้องขยับเลื่อนหนีไปมา ไม่ยอมให้ไม้สอยแตะถูกร่างกาย แต่จะหนีออกจากเส้นรอบวงไม่ได้ ใครถูกแตะ จะต้องออกจากวง หากผลไม้ถูกแตะออกมามากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้แล่น ผู้สอยจะเป็นฝ่ายชนะ

เกมการศึกษา เด็กต่อภาพตัดต่อผลไม้กับสัญลักษณ์ตัวเลข

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องผลไม้อย่างไร?

  • จัดหาผลไม้ที่มีในท้องถิ่น และมีตามฤดูกาลให้ลูกได้รับประทานเป็นประจำวัน ก่อนจะรับประทานให้ลูกได้รู้จักชื่อ ได้ดู ดม สัมผัส เพื่อให้รู้จักรูปร่าง และลักษณะผลไม้แต่ละชนิด เป็นการสอนธรรมชาติของผลไม้ ซึ่งเป็นส่วนประกอบของต้นไม้ให้เด็กรู้จัก นอกจากจะรับประทานสดๆ แล้ว หากมีผลไม้ในฤดูกาลจำนวนมากๆ ราคาถูก พ่อแม่สามารถถนอมอาหารจากผลไม้ให้ลูกไว้รับประทานได้ เช่น ทุเรียนกวน มะม่วงแช่อิ่ม เป็นต้น
  • สอนสุขภาพอนามัยของตนเองให้ลูก เริ่มจากการทำความสะอาดมือของเราก่อนรับประทาน ล้างผลไม้ด้วยน้ำสะอาด รู้จักระมัดระวังไม่ทานผลไม้ช้ำ และป้องกันโรคต่างๆ ที่ติดมากับเปลือกผลไม้ หรือกำจัดสารพิษที่มาจากสารเคมีกำจัดแมลงที่เป็นศัตรูพืชด้วยการล้างผลไม้ เพื่อกำจัดสารตกค้างเหล่านั้นเสีย ผู้ใหญ่ทำให้เห็น เด็กอาจจะมีส่วนร่วมได้ในการช่วยเตรียมตะกร้าล้างผลไม้ ถาดใส่ผลไม้ ขั้นตอนการล้างผลไม้ที่ถูกต้องคือ ล้างผลไม้ด้วยน้ำสะอาดผสมเกลือ หรือด่างทับทิม แช่ผลไม้นาน 10 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด
  • หัดให้ลูก หยิบ จับ ปอก ผลไม้เอง แต่เลือกชนิดที่ไม่เป็นอันตราย เช่น ผลไม้บางชนิดจะต้องปอกเปลือก หรือแกะเปลือกก่อนรับประทาน แต่เด็กทำได้เอง เช่น กล้วยสุก ลำไย ลิ้นจี่ และอีกหลายชนิดที่รับประทานเปลือกได้ เช่น ฝรั่ง มะเฟืองหวาน ชมพู่ พุทรา แต่ผลไม้หลายชนิดมีเปลือกที่ต้องปอกก่อน ซึ่งผู้ใหญ่ต้องทำให้เด็กดูไปก่อน เช่น มะม่วง ส้ม แตงโม ส้มโอ ทุเรียน ขนุน มะพร้าว มะยงชิด มังคุด มะละกอ
  • สอนมารยาทการรับประทานผลไม้ให้ลูก ได้แก่ ให้นั่งรับประทานให้เรียบร้อย รับประทานทีละคำ ขนาดพอดีปาก (ไม่รับประทานขนาดคำโต คับปาก) หุบปากเวลาเคี้ยว ไม่คายเมล็ด หรือเนื้อให้เป็นที่รังเกียจ การคายเมล็ดเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องสอน เพื่อความเป็นมารยาทที่ดี และความปลอดภัยของเด็ก สอนให้คายเมล็ดลงช้อน หรือกระดาษทิชชูโดยรองไว้ที่ริมฝีปากล่าง ก้มหน้าเล็กน้อย คายออกมาทิ้ง ไม่เล่นอมเมล็ดไว้ในปาก เพราะเมล็ดจะลื่นไหลไปขัดทางเดินหายใจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เช่น เมล็ดลำไย เมล็ดลิ้นจี่ เมล็ดทุเรียนขนาดเล็ก เมล็ดน้อยหน่า เมล็ดส้มโอ
  • นำลูกไปรู้จักผลไม้นานาชนิด ไปที่สวนผลไม้ที่มีในบ้าน ในท้องถิ่น และในตลาดที่เป็นแหล่งขายผลไม้สด เช่น ที่ตลาดพืชผักผลไม้ ที่ห้างสรรพสินค้าแผนกอาหาร แนะนำให้ลูกรู้จัก ชื่อ รูปร่าง ลักษณะ กลิ่น สี และลองชิม เพื่อรู้จักรสชาติ (ผลไม้บางชนิด ทางร้านจะแกะ ปอก หั่น ใส่ภาชนะ และหุ้มห่อพลาสติกใส แนะนำให้ลูกรู้จักผลไม้ที่เป็นผล และที่ปอกหั่นเป็นชิ้นบรรจุภาชนะแล้ว ให้เห็นรายละเอียดว่าคือสิ่งเดียวกัน)
  • เล่นกับลูกที่เกี่ยวกับผลไม้ เช่น เล่นนิ้วมือประกอบ ท่องคำคล้องจองผลไม้ เล่นเกมทายปัญหาผลไม้ การเล่นกับลูกนอกจากจะช่วยให้ลูกเพลิดเพลิน มีความสุขทั้งกายใจ และสร้างความสัมพันธ์พ่อแม่ลูกแล้ว การเล่นจะช่วยให้เด็กเรียนรู้ไปด้วย เช่น การเล่นกับเมล็ดผลไม้ เลือกเมล็ดผลไม้ที่เก็บไว้ได้ ได้แก่ เมล็ดละมุด ลำไย น้อยหน่า นำมาล้างให้ละอา โปรยเมล็ดลงในพื้นที่ที่เขียนเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาด 6 X 6 นิ้ว (ให้กะปริมาณเมล็ดที่จะเล่นให้พอเหมาะกับจำนวนผู้เล่น และเวลาแต่ละรอบ) ตกลงว่าผู้โปรยจะต้องโปรยให้อยู่ในขอบเขต ถ้าทำไม่ได้ ต้องเปลี่ยนผู้โปรยจนกว่าจะเป็นไปตามข้อตกลง เมื่อเริ่มเล่น ผู้เล่นจะชี้เมล็ดสองเมล็ดที่ตนจะเขี่ยให้เมล็ดแตะกัน ถ้าแตะได้ ให้หยิบเมล็ดทั้งสองไปเป็นแต้ม แต่ถ้าไม่แตะ หรือแตะถูกเมล็ดอื่น ก็ไม่ได้แต้ม ผู้เล่นจะผลัดกันเล่น จนครบทุกคน แล้วนับแต้มว่าใครได้มากที่สุดเป็นคนเก่ง กิจกรรมนี้เด็กจะได้ฝึกการใช้กล้ามเนื้อมือเขี่ยเมล็ดพืช ใช้ประสาทสัมพันธ์ ตากับมือ ได้ฝึกคิดและตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา ฝึกการนับ การเปรียบเทียบมากน้อย
  • โดยทั่วไปเราจะทราบกันดีว่า เด็กๆ จะปฏิเสธการกินผัและผลไม้ ทั้งที่ยอมรับว่าทั้งสองอย่างเป็นของดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ผู้ปกครองก็มีวิธีช่วยจูงใจให้เด็กทานได้ เช่น การจัดผลไม้ใส่จานให้มีสัน และรูปร่างน่ารับประทาน ปอกเปลือก และใช้มีด ตัด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ พอคำที่มีจำนวนไม่มาก บางทีแต่งเป็นรูปตุ๊กตาน่ารัก ใช้ชิ้นแอปเปิ้ลแผ่นกลมเป็นใบหน้า วางผลองุ่นดำ เป็นดวงตา วางสตอร์เบอร์รี่เป็นปากสีชมพู น่ารัก
การจัดกิจกรรมเรื่องผลไม้จะไปสัมพันธ์กับเรื่องอื่นๆ ในชีวิตประจำวันได้อีกหลายเรื่อง เช่น เรื่องอาชีพในท้องถิ่น เรื่องต้นไม้ เรื่องดอกไม้ เรื่องแมลง เรื่องสารเคมีที่เป็นอันตราย เช่น พ่อแม่แนะนำให้ลูกรู้จักต้นมะม่วงเป็นพืช มีผลเรียกว่า ผลมะม่วง ก่อนเป็นผลมะม่วง จะเห็นดอกมะม่วงเป็นช่อๆ มีภู่ ผึ้งแมลงมาดอมดม เป็นต้น ดังนั้นการเรียนเรื่องใดเรื่องหนึ่งพ่อแม่จะค่อยๆ สอดแทรกเรื่องที่น่ารู้อีกเรื่องให้เด็กได้

เกร็ดความรู้เพื่อครู

นอกจากครูจะจัดกิจกรรมเรื่องผลไม้ ที่เน้นความเป็นธรรมชาติของพืชแล้ว การเชื่อมโยงเรื่องผลไม้ในสาระอื่นๆเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เช่น สาระสิ่งต่างๆรอบตัว เช่น เครื่องปั่นน้ำผลไม้ สาระตัวเรา เช่น อาหารของเรา เราชอบผลไม้ชนิดใด สาระบุคคลและสถานที่ ชาวสวนผลไม้( ในท้องถิ่นเของเรา ) ตลาดขายผลไม้ สวนผลไม้ เป็นต้น บางครั้ง เด็กมีความสนใจที่เรียนเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับผลไม้ เช่น เราจะเพาะปลุกต้น อะไรสักชนิดหนึ่งที่ออกเป็นผลไม้ การทำขนมแห้งจากผลไม้ มะพร้าวแก้ว สับปะรดกวน กล้วยฉาบ มะม่วงแช่อิ่ม มะขามแช่อิ่ม ทุเรียนกวน ฯ เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ที่จะปลูกฝังให้เด็กรู้จักใช้รู้จักกินผลไม้อย่างคุ้มค่า

บรรณานุกรม

  1. ราชบัณฑิตยสถาน. (2555). พจนานุกรมศัพท์ศึกษาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. กรุงเทพมหานคร: ราชบัณฑิตยสถาน.
  2. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2547). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภา.
  3. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2546). เรียนรู้แบบเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  4. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2551). แนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2546. กรุงเทพมหานคร: สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
  5. สมศิริ แสงโชติ. (2542). ไม้ผลน่ารู้. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
  6. Gibbons Gail (1992). From seed to plant. New York: Holiday House.
  7. Wilkes Angela. (1992). My Frist garden book. New York: Altred A Knopt.
  8. มูลนิธิชัยพัฒนา: (ม.ป.ป.). เศรษฐกิจพอเพียง. เข้าถึงจาก http://www.chaipat.or.th/site_content/34-13/3579-2010-10-08-05-24-39.html. [ค้นคว้าเมื่อ 5 พฤษภาคม 2558].
  9. ถามครู.com: พ.ต.หญิงกุลกานต์ ฤทธิ์ฤๅชัย รัตนวราหะ. (2558). จูงใจอย่างไรให้ลูกกินผักและผลไม้. เข้าถึงจาก http://taamkru.com/th/จูงใจอย่างไรให้ลูกกินผักและผลไม้-1/. [ค้นคว้าเมื่อ 22 มิถุนายน 2558].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน