หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องพระสงฆ์ (Teaching Children about Monks)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องพระสงฆ์

การสอนลูกเรื่องพระสงฆ์ (Teaching Children about Monks) หมายถึง การจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กเกิดความรู้ความเข้าใจเรื่องสาวกของพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นผู้ที่เชื่อฟังคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้วเกิดความเลื่อมใส สละเรือนออกบวช ถือวัตรปฏิบัติตามพระธรรมวินัย เพราะต้องการบรรลุธรรมตามที่พระพุทธเจ้าสั่งสอนไว้ พระภิกษุปฏิบัติตามสิกขาบทที่กำ หนดไว้จำนวน 227 ข้อ ซึ่งพระรูปเดียวเราเรียก ภิกษุ ถ้ามีตั้งแต่ 4 รูปขึ้นไปเราเรียก สงฆ์ (พระสงฆ์) สำหรับสังคมไทยเรา พระสงฆ์จะปฏิบัติกิจของสงฆ์ร่วมอยู่ในชุมชนตลอดเวลาเช่น การเดินบิณฑบาตตอนเช้า ชาวบ้านจะมาตักบาตรเป็นการทำ บุญให้จิตใจผ่องแพ้ว หรือพระสงฆ์จะเป็นผู้ทำศาสนกิจในวันสำคัญทางศาสนาพุทธเสมอได้แก่ การเทศนาอบรมประชาชน การทำศาสนพิธีเช่น การนำชาวบ้านเวียนเทียนหรือเวียนประทักษิณรอบปูชนียวัตถุหรือปูชนียสถาน เป็นต้น เด็กๆจึงเห็นพระสงฆ์ และได้รู้จักจากผู้ใหญ่ที่กล่าวถึงพระสงฆ์อย่างยกย่องบูชา ดังนั้น พระสงฆ์จัดได้ว่าเป็นผู้ที่มีความสำคัญสมควรให้เด็กปฐมวัยได้เรียนผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย

การสอนเรื่องพระสงฆ์สำคัญอย่างไร?

ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติไทย ซึ่งมีพระสงฆ์เป็นหนึ่งในรัตนตรัยที่ชาวพุทธให้ความเคารพนับถืออย่างยิ่งเพราะพระสงฆ์คือผู้ที่บวชตามพระพุทธองค์ด้วยความเลื่อมใสในพระธรรมหรือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า พระสงฆ์จะถือวัตรปฏิบัติตามพระธรรมวินัยเพื่อจะได้บรรลุธรรมตามพระพุทธเจ้าสั่งสอนไว้ ดังนั้นการที่เด็กได้รู้จักพระสงฆ์ผู้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าจึงเป็นการรู้จักคนดี คนที่ปฏิบัติธรรม การรู้จักของเด็กเป็นการเห็นรูปธรรมภายนอกก่อนคือ เห็นรูปร่างลักษณะของพระสงฆ์ เห็นการแต่งกายของพระสงฆ์ที่นุ่งห่มจีวรซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะที่มีความแตกต่างจากผู้ไม่ได้บวช ความแตกต่างนี้จึงเป็นการสังเกตถึงความไม่เหมือนระหว่างพระสงฆ์กับฆราวาส ดังนั้นเมื่อเด็กได้เห็นพระสงฆ์และได้รับการแนะนำให้รู้จักว่าพระสงฆ์คือใคร ทำหน้าที่อย่างไรในสังคม ย่อมทำให้เด็กได้รู้จักพระสงฆ์อย่างถูกต้อง

เมื่อเด็กรู้จักพระสงฆ์จากรูปร่างลักษณะแล้ว การปฏิบัติชอบของพระสงฆ์เป็นสิ่งสำคัญที่จะให้เด็กได้ซึมซับความดีงามที่ท่านปฏิบัติกล่าวคือ พระสงฆ์จะเป็นผู้ปฏิบัติกิจศาสนาที่จะเผยแพร่พระธรรมหรือคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ให้ประชาชนได้ยินและนำธรรมสู่การปฏิบัติ พระสงฆ์เป็นผู้มีบทบาทเหนี่ยวจิตใจของสังคมให้สามารถเผชิญและต่อสู้กับความเลวร้ายหรือความไม่ดีงามได้ ในขณะเดียวกันพระสงฆ์เองจะเป็นผู้ฝึกตนเองเช่นกัน ด้วยเหตุที่ต้องการฝึกตน พระ สงฆ์จึงบวชเป็นสาวกของพระพุทธเจ้า เนื่องจากในพระพุทธศาสนาจะเน้นการฝึกคนโดยใช้กระบวนการปฏิบัติที่ต้องบำเพ็ญ 2 ทางคือจิตภาวนาและปัญญาภาวนา จิตภาวนาเป็นการฝึกอบรมจิตใจให้เจริญงอกงามด้วยคุณธรรม มีความเข้มแข็ง มั่นคง เบิกบาน สงบสุข ผ่องใส พร้อมด้วยความเพียร สติ และสมาธิ ส่วนปัญญาภาวนาเป็นการฝึกอบรมเจริญปัญญาให้รู้ เท่าทัน เข้าใจสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริงจนมีจิตใจเป็นอิสระ ไม่ถูกครอบงำด้วยกิเลสและความทุกข์ ดังนั้น พระสงฆ์ผู้ถึงพร้อมด้วยความดีงามแล้ว จะเป็นผู้นำสังคมให้เป็นสุขได้ จึงมีความสำคัญที่เด็กควรรู้จัก ผู้ที่เป็นคนดีในสังคม

การสอนเรื่องพระสงฆ์มีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การสอนเรื่องพระสงฆ์มีประโยชน์ต่อเด็กดังนี้

  1. เด็กได้รู้จักพระสงฆ์ผู้ดำรงตนอยู่ในศีล มีข้อปฏิบัติตามพระธรรมวินัย มีวิถีชีวิตที่แตกต่างจากปุถุชน สำหรับเด็กปฐมวัยจะรู้จักรูปร่างลักษณะของพระก่อนเพราะเป็นสิ่งเห็นง่าย พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาจะนุ่งห่มจีวรด้วยสีต่างๆเรียกรวมกันว่า ไตรจีวร ไตรจีวรเป็นปัจจัยหรือบริขารของพระสงฆ์อย่างหนึ่งในจำนวน ๘ อย่างคือ สบง (ผ้านุ่ง) จีวร (ผ้าห่ม) สังฆาฏิ (ผ้าซ้อน) บาตร มีดโกน เข็ม ประคดเอว ธมกรก (ที่กรองน้ำ)
  2. เด็กได้รู้จักพระสงฆ์ ผู้เป็นแก้วดวงหนึ่งในสามดวงแห่งพระรัตนตรัยได้แก่ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์
  3. เด็กได้รู้จักผู้ทำความดีตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า จัดได้ว่าเด็กมีแบบอย่างที่ดีให้ปฏิบัติตามได้
  4. เด็กได้แนวทางปฏิบัติตามมารยาทของชาวพุทธพึงปฏิบัติต่อพระสงฆ์ จัดได้ว่าเป็นบุญกิริยาที่สมควรได้ฝึกไว้ตั้ง แต่วัยเด็กเช่น ฝึกกราบพระ ฝึกนั่งสมาธิฟังพระเทศน์แม้ในเวลาสั้นๆ ฝึกตักบาตรด้วยกิริยาสงบ
  5. เด็กได้มีโอกาสรู้จักวัดเนื่องจากเป็นสถานที่อยู่ของพระสงฆ์ และวัดเป็นสถานที่สำคัญของชุมชนหลายประการเช่น เป็นสถานที่ชาวบ้านมาสดับพระธรรมเทศนา เป็นสถานพยาบาลที่รักษาผู้เจ็บป่วยตามภูมิปัญญารู้ของคนที่สืบต่อๆกันมา วัดเป็นแหล่งตำราแพทย์เช่น วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และบางวัดจะมีพระสงฆ์ทำหน้าที่เป็นหมอรักษาพยาบาลคนเจ็บป่วยทั่วไป เป็นต้น

การรู้จักพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติตนในทางที่ชอบ ย่อมเป็นเรื่องที่เหมาะสมที่จะสอนเด็กตั้งแต่เด็กยังเล็กๆ เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ ครู และคนอื่นๆในสังคมที่จะร่วมมือกันส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กได้มีโอกาสรู้จักพระสงฆ์

ครูสอนเรื่องพระสงฆ์ให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

ครูสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องพระสงฆ์ที่โรงเรียนได้ตามตัวอย่างดังนี้

กิจกรรมการเคลื่อนไหว

ครูอาจให้เด็กเคลื่อนไหวตามจินตนาการ ทำท่าทางตักบาตรพระ ขณะที่ปฏิบัติกิจกรรมครูอาจจะเสริมกิจกรรมเปิดเพลงบรรเลงดนตรีไทยที่มีทำนองและจังหวะช้าๆ เปิดเสียงเบาๆ เป็นการสร้างบรรยากาศน้อมจิตเด็กให้นิ่งสงบ เนื่อง จากดนตรีไทยที่เลือกมาดังกล่าวมีความไพเราะ เยือกเย็น สามารถนำมาใช้พัฒนาจิตเด็กไปด้วย

กิจกรรมเสริมประสบการณ์

จัดกิจกรรมนำเด็กไปวัดที่อยู่ใกล้โรงเรียน เป็นการจัดกิจกรรมการศึกษานอกสถานที่ มีจุดประสงค์ให้เด็กได้รู้จักพระสงฆ์และบทบาทหน้าที่ของพระสงฆ์ โดยครูประสานงานกับพระสงฆ์และผู้ปกครองล่วงหน้าเพื่อทางผู้ปกครองจะได้ทราบว่าทางโรงเรียนจะนำบุตรหลานไปเรียนนอกสถานที่ หากผู้ปกครองท่านใดสะดวกมาร่วมกิจกรรมด้วยจะเป็นการดีที่ได้ผู้ใหญ่มาช่วยดูแลความปลอดภัยให้เด็กขณะเดินทางและช่วยอำนวยความสะดวกเช่น การเข้าห้องน้ำ การไปนอกสถานที่ และนำเด็กจำนวนมากไป ครูจำเป็นต้องไปหลายคนจะได้ช่วยกันดูแลเด็ก เด็กจะได้รับประสบการณ์ที่วัดคือรู้จักลักษณะ เฉพาะของพระสงฆ์ได้แก่ โกนผม คิ้ว หนวด ห่มผ้าที่เรียกว่าจีวรสีเหลืองเป็นเครื่องนุ่งห่ม และเป็นเพศชาย (พระภิกษุณีในพระเทศไทยไม่ค่อยมี) เด็กๆฝึกมารยาทชาวพุทธที่พึงปฏิบัติได้แก่ กราบไหว้พระ นั่งสุภาพ เงียบสงบ ฝึกสวดมนต์ที่พระ สงฆ์ช่วยสอนคือนำสวดมนต์ให้เด็กสวดตาม อธิบายความหมายของบทสวดมนต์ให้เด็กฟัง เน้นการระลึกถึงพระคุณของพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ การปฏิบัติของพระสงฆ์ดังกล่าวเป็นบทบาทหน้าที่ของพระสงฆ์คือ เผยแพร่พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า

บางชุมชนยังคงมีประเพณีบวชเณรและบวชนาคให้แก่บุตรชายซึ่งจะจัดพิธีแห่นาค กิจกรรมนี้ครูนำเด็กไปดูขบวนแห่ได้ และนำมาเชื่อมโยงกับเรื่องพระสงฆ์ได้ เพียงแต่ครูนำสื่อมาประกอบให้เด็กเห็นว่า เมื่อผู้ที่บวชได้ผ่านพิธีกรรมบวชแล้ว ผู้ที่ได้ชื่อว่า นาค ก็จะเป็นพระภิกษุหรือพระสงฆ์นั่นเอง

กิจกรรมสร้างสรรค์

วาดภาพระบายสีภาพโครงร่างพระสงฆ์หรือพระภิกษุ อาจจะให้เด็กวาดเองตามจินตนาการเช่น ภาพชาวพุทธทำ บุญตักบาตร ภาพพระเทศน์ ภาพพระกราบพระพุทธรูป ภาพพระสวดมนต์ เด็กๆมักจะวาดเป็นเส้นขยุกขยิก วาดไม่ตรงความจริง แต่การจะรู้เรื่องที่เด็กวาด ครูจะให้เด็กเล่าประกอบหลังจากเด็กนำผลงานมาส่งและครูบันทึกคำเล่าของเด็กไว้

กิจกรรมเสรี

เด็กได้เล่นที่มุมสมมติ เด็กบางคนเล่นเป็นพระภิกษุ บางคนเล่นเป็นผู้ใหญ่เช่น พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย มาตักบาตร ครูจะอำนวยความสะดวกจัดหาเครื่องเล่นประกอบกิจกรรมให้เด็กๆเช่น ผ้าจีวรขนาดเหมาะกับร่างของเด็กปฐมวัย ถาดอาหาร อาหารจำลองฯ มุมหนังสือ ครูอาจจะจัดทำหนังสือเล่มเล็กที่ทำมือเองเรื่องพระสงฆ์

กิจกรรมกลางแจ้ง

ให้เด็กๆฝึกโยคะสำหรับเด็ก เป็นการฝึกให้เด็กสงบเช่น ท่านอนนิ่งๆ ท่านั่งดอกบัว ท่าผีเสื้อ ท่าท่อนไม้ ท่านั่งกางแขน ท่าปลา ท่าสะพานโค้ง ท่างู ท่าแมว ท่าสุนัข ท่าไหว้พระอาทิตย์ ท่าต้นไม้

กิจกรรมเกมการศึกษา

เล่นเกมเรียงลำดับขนาดพระสงฆ์ ใหญ่ กลาง เล็ก จับคู่ภาพพระสงฆ์กับจำนวนไม่เกิน 10 ภาพ ตัดต่อเรื่องราวพระที่วัดเช่น พระเทศนาในโบสถ์ พระสวดมนต์ พระกราบพระพุทธรูป หรือเกมจับคู่ภาพ เครื่องอัฐบริขารกับตัวเลข เป็นต้นฯ

กิจกรรมที่กล่าวมาแล้วนั้นเป็นกิจกรรมหลักตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยที่ครูสามารถจะจัดกิจกรรมสำหรับเด็กให้เกิดความราบรื่นได้ โดยที่ครูควรเข้าใจลักษณะการเรียนรู้ของเด็กได้ว่าเด็กควรเรียนจากสภาพจริง ได้เห็นพระสงฆ์และการปฏิบัติตามบทบาทของท่าน หรือการที่มีสื่อของจริงให้เด็กใช้ เด็กจะเข้าใจสิ่งที่เรียนได้

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องพระสงฆ์อย่างไร?

พ่อแม่ผู้ปกครองแนะนำให้เด็กรู้จักว่าพระสงฆ์คือใคร มีลักษณะรูปร่างและการแต่งกาย ภาษาที่เราใช้เรียก สนทนาหรือกล่าวถึงอย่างไร ควรให้เด็กรู้จักพระสงฆ์จริงๆมากกว่าภาพ จากกิจกรรมดังนี้คือ

  1. จัดให้มีการตักบาตรยามเช้าที่บ้านโดยเฉพาะวันธรรมสวนะ หรือวันพระ ขึ้น 8 ค่ำ 15 ค่ำ แรม 8 ค่ำ หรือแรม 15 ค่ำ เมื่อพระสงฆ์เดินรับบาตร กล่าวถึงพระสงฆ์อย่างนอบน้อมให้ลูกเห็น ให้ลูกตักบาตร หยิบสิ่งของที่หยิบง่ายๆ เป็นชิ้น ห่อ ถุง ทำพร้อมพ่อแม่ บางบ้านอาจจะต้องเดินทางไปยังสถานที่ที่พระสงฆ์เดินบาตรผ่าน ก็ควรได้ปฏิบัติให้ลูกได้รู้จัก
  2. นอกจากการตักบาตรที่บ้านหรือที่อื่นๆดังที่กล่าวมาแล้ว เมื่อถึงเทศกาลวันสำคัญต่างๆ ชุมชนมักจะจัดกิจกรรมตักบาตร พ่อแม่ควรนำเด็กไปร่วมกิจกรรมดังกล่าว
  3. นำลูกไปวัดใกล้บ้าน ให้ลูกเห็นพระสงฆ์อยู่ที่นั้น ให้เห็นพระสงฆ์ปฏิบัติกิจของสงฆ์ได้แก่ การทำความสะอาดวัด เรียนพระธรรม อบรมสั่งสอนประชาชน เป็นต้น ในเวลาเดียวกันพ่อแม่ใช้คำพูดที่ใช้กับพระสงฆ์ให้ลูกได้ยินเช่น พระฉันข้าว (รับประทานอาหาร) กุฏิพระ (ที่อยู่) เป็นต้น
  4. บางเวลาพระสงฆ์ทำหน้าที่เทศน์อบรมสั่งสอนผู้คนในวัดเช่น เทศน์ในวันสำคัญๆทางศาสนา ในงานทำบุญที่บ้าน พ่อแม่ควรได้แนะนำให้ลูกรู้จักพระสงฆ์ ขณะเดียวกันเด็กจะได้สังเกตการทำหน้าที่ของพระสงฆ์ไปด้วยว่าทำหน้า ที่อบรมสั่งสอนผู้คนให้ทำความดี แม้ขณะที่ฟังท่านเทศน์ เด็กจะไม่เข้าใจในเนื้อหาสาระที่ท่านเทศน์ก็ตาม แต่กิริยามารยาทของชาวพุทธที่แสดงความนอบน้อมฟังคำเทศน์ เด็กจะสังเกตรู้และพร้อมจะปฏิบัติตาม และเมื่อผู้ ใหญ่อธิบายแนะนำเพิ่มว่า พระกำลังสอน พระเป็นคนดี เราต้องตั้งใจฟังอย่างดี นั่นหมายถึงเด็กจะได้รับการแนะ นำให้รู้จักพระสงฆ์ในบทบาทหน้าที่ของการสอนธรรมนั่นเอง
  5. ลักษณะท่าทางและการนุ่งห่มของพระสงฆ์เป็นที่สังเกตได้ว่าแตกต่างจากฆราวาส เมื่อเด็กได้เห็นพร้อมการอธิบายตามคำบอกเล่าจากพ่อแม่ว่านี่คือพระสงฆ์ เด็กจะค่อยๆจำและเมื่อได้เห็นหลายๆครั้ง เด็กจะเริ่มแยกแยะได้ว่า พระสงฆ์มีรูปร่างลักษณะเช่นไร เป็นการรู้จักชื่อที่เรียกกันในสังคมเป็นเบื้องต้นก่อน
  6. ตามคติความเชื่อของชาวพุทธ จะกราบไหว้บูชาพระอริยสงฆ์ทั้งรูปจริงและรูปเสมือนเช่น ภาพถ่าย เหรียญบูชา รูปปั้น พ่อแม่ก็ควรให้ลูกได้รู้จักด้วยว่า ท่านคือพระสงฆ์ แต่ท่านไม่ได้มีชีวิตอยู่แล้ว เรากราบไหว้บูชารูปของท่านแทน
  7. พ่อแม่สามารถสอนลูกให้รู้จักมารยาทชาวพุทธ ศาสนพิธี และวันสำคัญทางศาสนา ซึ่งจะมีพระสงฆ์เป็นผู้ปฏิบัติกิจกรรมเหล่านั้นเป็นหลักอยู่แล้วเช่น สวดมนต์ในพิธีกรรม เทศน์หรือบรรยายธรรมเรื่องราวของพระพุทธเจ้า เพื่อสืบทอดพุทธศาสนาไว้ในสังคมต่อไป
  8. บางสถานที่เด็กจะได้รู้จักพระสงฆ์ในฐานะของครูดังเช่นที่ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด เมื่อเด็กไปสถานที่นี้ พ่อแม่ควรได้เตรียมตัวให้เด็กรู้จักพระสงฆ์ในบทบาทของครูที่มักจะเรียกท่านว่า พระครู ส่วนมากพระครูจะอบรมสั่งสอนเด็กๆด้วยการเล่าเรื่องนิทานชาดก นอกจากพระสงฆ์จะมีบทบาทหน้าที่เป็นพระครูแล้ว พระสงฆ์บางรูปจะปฏิบัติชอบเป็นพระนักพัฒนา ทำงานส่งเสริมหรือสงเคราะห์ความเป็นอยู่ของชุมชนให้เจริญก้าวหน้า เช่น พระพยอม วัดสวนแก้ว จังหวัดนนทบุรี ท่านให้ความช่วยเหลือแนะนำการทำมาหากินให้ชาวบ้าน ทำโครง การนำของเก่าเหลือใช้ที่ได้รับบริจาคมา นำมาดัดแปลงเป็นของใช้ใหม่ รวมทั้งการส่งเสริมชาวบ้านในเรื่องเกษตร ปลูกกล้วยน้ำว้า ผลิตกล้วยออกจำหน่าย ช่วยให้ชาวบ้านมีอาชีพและรายได้ ตัวอย่างดังกล่าว เด็กๆได้รู้จักพระสงฆ์ผ่านการบอกเล่าของพ่อแม่ได้
  9. เล่าเรื่องพระสงฆ์ผ่านนิทานสั้นๆให้เด็กรู้จัก รู้สึกใกล้ชิดกับพระสงฆ์ โดยนำเรื่องจริงในพุทธประวัติมาดัดแปลง แต่งภาษาให้ฟังเข้าใจได้ง่ายๆเช่น เรื่องของพระสารีบุตร พระอานนท์ ซึ่งเป็นพุทธสาวกของพระพุทธเจ้า เน้นคุณความดีของท่าน
  10. สอนลูกสวดมนต์เวลากลางคืนก่อนนอน หรือสวดมนต์ไหว้พระในวัด ไหว้ที่ห้องพระ กราบที่โต๊ะหมู่บูชา แล้ว แต่สภาพของครอบครัว เมื่อสวดมนต์จะต้องมีความหมาย แปลให้รู้เรื่องว่าเรากราบไหว้พระพุทธคือพระพุทธเจ้าผู้รู้แจ้งทางธรรม เป็นผู้มีพระคุณต่อเรา สอนสั่งให้เราทำความดี พระธรรมเป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หากเราปฏิบัติตามพระธรรม เราจะมีความสุข และพระสงฆ์คือผู้ที่บวชตามพระพุทธเจ้า ทำหน้าที่สอนสั่งผู้คนให้ทำความดีเช่นเดียวกับพระพุทธเจ้า การท่องบทสวดมนต์ดังกล่าว เด็กจะคุ้นเคยกับคำว่าพระสงฆ์

ในชีวิตประจำวันของสังคมไทยจะมีพระสงฆ์ปฏิบัติหน้าที่ของท่านอยู่เสมอ จึงเป็นเรื่องที่ง่ายสำหรับพ่อแม่ที่จะแนะนำให้เด็กได้รู้จักพระสงฆ์ และนำเด็กไปร่วมกิจกรรมทางศาสนาซึ่งจะมีพระสงฆ์ปฏิบัติหน้าที่ของท่านอยู่ด้วยเสมอ ย่อมทำให้เด็กได้รู้จักพระสงฆ์ได้

เกร็ดความรู้เพื่อครู

หน้าที่ของพระสงฆ์

  1. หน้าที่ของพระสงฆ์คือ 1) ศึกษาหลักคำสอน 2) ปฏิบัติตามคำสอน 3) เผยแผ่คำสอน 4) ปกป้องคำสอน
  2. การบวชของพระสงฆ์คือ การศึกษาและปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าเพื่อไปสู่นิพพานหรือทางแห่งการพ้นทุกข์อย่างถาวร อีกประการหนึ่งคือ เมื่อบวชจะต้องทำหน้าที่สอนผู้อื่นด้วย

บรรณานุกรม

  1. เกศสุดา ชาตยานนท์ ( 2553) .มาฝึกหนูออกกำลังกายด้วยโยคะกันเถอะ. กรุงเทพมหานคร : พิมพ์ดี
  2. ( ม.ป.ป. ). บริขาร. wikipedia. th.wikipedia.org/wiki/บริขาร. [1 กุมภาพันธ์ 2558 ] พระเลิศพิพัฒน์ จนฺทปญฺโญ (แก้ววันทอง). “บทบาทของพระสงฆ์ในสังคมโลกาภิวัฒน์” วารสารการศึกษาและพัฒนาสังคม ปีที่ 7 ฉบับที่ 2 ปีการศึกษา 2554 หน้า 6-8 .
  3. พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต). (2539). การศึกษาเพื่ออารยธรรมที่ยั่งยืน. กรุงเทพฯ : บริษัทสหธรรมิก จำกัด
  4. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. ( 2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. (สำหรับเด็กอายุ 3-5 ปี). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  5. สุมน อมรวิวัฒน์. (2542). การพัฒนาการเรียนรู้ตามแนวพุทธศาสตร์ ทักษะกระบวนการเผชิญ สถานการณ์. นนทบุรี : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน