หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องพายุ (Teaching Children about Storms)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

การสอนลูกเรื่องพายุ

การสอนลูกเรื่องพายุ (Teaching children about Storm) หมายถึงการจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยมีความรู้เกี่ยวกับลมที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของอากาศอย่างรวดเร็ว และรุนแรง อันเนื่องจากอากาศ 2 บริเวณมีความแตกต่างของอุณหภูมิอย่างมาก ทำให้อากาศร้อน ลอยตัวสูงขึ้น อากาศในแนวราบที่อุณหภูมิต่ำกว่าจึงเข้ามาแทนที่ ทำให้เกิดการหมุนของอากาศ ส่งผลให้เกิดพายุ หมายถึงภาวะผิดปกติของบรรยากาศ เป็นปรากฏการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งแสดง ถึงสภาวะของอากาศไม่ดี และมีลมแรงจัด ประเทศไทยมีภัยพิบัติที่เกิดจากลมพายุมาหลายครั้ง สร้างความเสียหายถึงชีวิตผู้คน สัตว์ พืช และทรัพย์สิน สิ่งก่อสร้างมากมาย การเกิดพายุครั้งใหญ่ๆ เช่น พายุเขตร้อน “แฮร์เรียต” (Harriet) ที่พัดผ่านอ่าวไทยเข้าฝั่งแหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ 25 - 26 ตุลาคม พ.ศ. 2505 และพายุไต้ฝุ่น “เกย์” (Gay) ที่พัดผ่านอ่าวไทยเข้าสู่อำเภอปะทิว และอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ในระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม - 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532 เป็นต้น ภัยธรรมชาติจากลมพายุสอดคล้องกับสาระการเรียนรู้เรื่องธรรมชาติรอบตัวที่พ่อแม่และครูจะ นำไปจัดกิจกรรมที่เหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัยต่อไป

การสอนเรื่องพายุมีความสำคัญอย่างไร

  • ลมพายุ เป็นเรื่องธรรมชาติที่ควรจัดประสบการณ์ให้แก่เด็ก จัดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัยที่เน้นกระบวนการในการแสวงหาความรู้เพื่อเป็นการพัฒนาความรู้และทักษะพื้นฐานในการใช้วิธีการและเครื่องมือที่หลากหลาย เพราะความเป็นธรรมชาติที่อยู่รอบตัวเด็กจะสัมพันธ์กับการดำรงชีวิต
  • เด็กปฐมวัยจะช่างคิด สมองของเด็กจะทำงานและพัฒนาได้อย่างมหัศจรรย์ เมื่อเด็กได้รับประสบ การณ์กับโลกภายนอกหรือสิ่งแวดล้อมที่มากระตุ้นเซลล์สมองจำนวนนับพันล้านเซลล์ จะสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงถึงกัน เมื่อเด็กได้รับการส่งเสริมความอยากรู้และสำรวจ ตลอดจนการที่เด็กได้เรียนรู้ เรื่องลมพายุ เป็นเรื่องที่มีให้เห็นหรือเป็นจริง เป็นการเรียนในสิ่งที่มีความหมายต่อชีวิต จึงทำให้ความอยากรู้ที่ก่อเกิดมาแล้วพร้อมกับชีวิต ได้รับการกระตุ้นให้เด็กอยากสืบค้นเรื่องที่ซับซ้อนอื่น ๆต่อไป
  • การส่งเสริม ให้เด็กสงสัยใคร่รู้ และเรื่องราวที่น่ารู้มีจริงในชีวิตของเด็ก จะช่วยสร้างความมั่นใจในตัวตนของเด็ก นักการศึกษาเด็กเชื่อว่าหากให้เด็กเผชิญกับปัญหา และ แก้ปัญหาด้วยตนเอง เด็กจะเกิดความสามารถช่วยตนเองได้และหาความสำเร็จได้ เรื่องลมพายุ เป็นเรื่องหนึ่งที่ท้าทายให้เด็กสงสัยและทดลองเป็นการวัดความสามารถของตนเองต่อไป

การสอนเรื่องพายุมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร

  • เด็กจะได้เกิดความรู้ความเข้าใจธรรมชาติของพายุที่มีความแตกต่างไปจากอากาศปกติกล่าวคือ ลมปกติ เด็กอาจจะสัมผัสรู้จากสายลมที่มากระทบผิวสัมผัสของตน แต่ลมพายุกลับมีแรงมหาศาล สามารถทำลายอาคาร สถานที่ ทรัพย์สิน แม้แต่ตัวเราเองก็ได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิต ดังนั้นลมพายุจึงเป็นโทษต่อคนและสิ่งแวดล้อม
  • เมื่อเด็กเรียนรู้ถึงโทษของลมพายุ จึงต้องเรียนรู้ไปถึงการป้องกันตัวให้ปลอดภัยจากพายุ เพื่อใช้เป็นความรู้ที่จะนำไปใช้ได้ทั้งชีวิต เป็นการพัฒนาทักษะในการดำรงชีวิตให้อยู่รอด ได้จากการหัดคิดแก้ ปัญหา
  • เด็กจะได้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญและความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติกับสิ่งที่มีชีวิตในโลกนี้ เมื่อเกิดลมพายุแล้วมักจะเกิดฝนตกหนัก จนเป็นเหตุให้เกิดน้ำป่า น้ำเขา น้ำตก ไหลหลากลงสู่พื้นดิน ท่วมท้นเกินความต้องการของคนเรา ทำให้ต้นไม้หักโค่นล้มตาย
  • เด็กจะได้รับการฝึกให้คิดอย่างมีเหตุผล เหตุจากลมพายุ ส่งผลทำให้เกิดฝน ฝนตกหนักเป็นเหตุให้น้ำท่วม ไหลหลากพัดพาก้อนหินดินทราย ต้นไม้หักล้ม สัตว์ป่า นก ลิง มด ฯ ที่อาศัยต้นไม้ก็ไร้ที่อยู่อาศัยเป็นเหตุผลกัน
  • เด็กจะได้รับพัฒนาทักษะการใช้ร่างกาย เพื่อการเรียนรู้ เด็กจะจับสัมผัสสิ่งต่างๆ ประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ ตา หู จมูก ลิ้น ผิวกาย ได้ทำงานขณะที่ทำกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องพายุ
  • เด็กจะได้รับการพัฒนาความรู้สึกนึกคิด เพิ่มพูนความอยากรู้อยากเห็น อยากเรียน ตื่นเต้นและต้อง การต่อยอดจากสิ่งที่ตนเรียนรู้ ไปไกลกว่าสิ่งที่เรียนรู้อยู่ในปัจจุบันเพราะ การเรียน ณ ปัจจุบันจะเป็นพื้นฐานสิ่งที่ควรรู้ได้อีกมากมาย

ครูสอนเรื่องพายุให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร

  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์
    • การจัดกิจกรรมเรียนรู้เรื่องพายุ จะสัมพันธ์กับการสอนเรื่องอากาศ ทดลองหาคำตอบ จากคำถามที่น่าสนใจเริ่มจากอากาศอยู่ที่ไหน ครูนำถุงซิปมา 1 ใบ เปิดซิปออกโบกถุง ผ่านอากาศ จากนั้น ก็ปิดปากถุง รูปร่างของถุงเปลี่ยนไป การทดลองนี้นำไปสู่การสรุปได้ว่า เรามองไม่เห็นลม แต่เรารู้ได้ว่ามีลม เพราะลมทำอะไรกับสิ่งที่เราเห็นได้
    • ทดลองหาคำตอบว่า พายุมีลักษณะอย่างไร โดยใช้พื้นที่ในห้องเรียน เมื่อเปิดประตู ห้องที่เปิดเครื่อง ปรับอากาศกำหนดอุณหภูมิต่ำกว่าภายนอก เมื่อเปิดประตูจะมีลมเย็นพัดออกมา นั่นคือความแตก ต่างของความกดอากาศที่พัดจากบริเวณที่มีความกดอากาศสูงเข้าสู่บริเวณที่มีความกดอากาศต่ำ ถ้าความกดอากาศในที่สองแห่งแตกต่างกันมากจะทำให้มีลมพัดด้วยความเร็วสูง เช่น พายุหมุน พายุฝนฟ้าคะนอง เป็นต้น
    • ครูอาจนำข่าวสารการพยากรณ์อากาศจากโทรทัศน์ วิทยุ คอมพิวเตอร์ มาอ่านให้เด็กรู้ว่าเรารู้ความ เร็วของลมพายุมานานแล้ว โดยดูผลของลมที่กระทำกับสิ่งรอบตัว คนศึกษาลักษณะของลม และทำ นายหรือพยากรณ์อากาศจาก เครื่องมือที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูลอย่างดี เตือนเราล่วงหน้าเวลาที่มีพายุ พัดรุนแรง เราสามารถหาที่ปลอดภัยหลบพายุได้เมื่อเกิดเหตุการณ์จำเป็นเช่นนั้น
  • กิจกรรมเคลื่อนไหว
    • ครูอ่านบทกลอนให้เด็กเคลื่อนไหวแสดงท่าทางอิสระตามจังหวะ เกี่ยวกับพายุ
  • กิจกรรมสร้างสรรค์ วาดภาพระบายสีลมพายุ ตามความคิดของเขาอย่างอิสระ ทำโมบายไปแขวน บริเวณที่มีลมพัด
  • กิจกรรมกลางแจ้ง ให้เด็กสมมติตนเองเป็นลมพายุ กางแขน วิ่งวนไปในรอบๆสนาม
  • กิจกรรมเสรี ที่มุมหนังสือ หาหนังสือภาพเรื่อง ลมพายุมาให้เด็กอ่าน ดูภาพ
  • กิจกรรมเกมการศึกษา เล่นเกมภาพตัดต่อลมพายุ เกมจับคู่ภาพท้องฟ้ามืด สว่าง ฝนตก น้ำท่วม

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนเรื่องพายุให้ลูกที่บ้านอย่างไร

  • ทดลองการเคลื่อนที่ของอากาศเย็น ร้อน โดยเปิดประตูช่องแช่แข็งของตู้เย็นในครัว ในขณะที่ห้อง ครัวร้อน จะเห็นไอเย็นเคลื่อนออกมา
  • แนะนำให้ลูกสังเกตสภาพอากาศประจำวันและให้เห็นสิ่งที่ผิดปกติ ที่เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ สามารถทำความเสียหายได้รุนแรงนั้น ก่อนการเกิดพายุ อากาศจะร้อนติดต่อกันหลายวัน ลมสงบ ใบไม้ไม่สั่นไหว ร่างกายเราจะรู้สึกเหนียว ท้องฟ้ามัว มองอะไรไกลๆไม่เห็น หรือเห็นไม่ชัดเจน ท้องฟ้ามีเมฆมาก
  • เมื่อเกิดพายุ สภาพแวดล้อมแสดงสิ่งที่สังเกตได้คือ มีเมฆทวีขึ้นอย่างรวดเร็ว ลมกระโชกแรง เป็นครั้งคราว มีฝนตกหนัก บางครั้งมีลูกเห็บ ฟ้าคะนอง ฟ้าแลบ ถ้านับในใจ 1-2-3 แล้วได้ยินเสียงฟ้าร้อง พายุจะห่างไปประมาณ 1 กม. ถ้าเห็นฟ้าแลบและฟ้าร้องพร้อมกัน พายุจะอยู่ใกล้มาก พ่อแม่ควรใช้ข้อสังเกตก่อนการเกิดพายุมาเป็นเหตุของการป้องกันและหลบภัย โดยครอบครัวควรเตรียมการเป็นบทเรียนให้ลูกเห็นจากชีวิตจริง ด้วยการบอกเล่า ชี้แนะ เมื่อฝนตกฟ้าคะนองเกิดฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า เด็กควรอยู่ในบ้าน ปลอดภัยมากที่สุด ขณะนั้นเป็นโอกาสที่พ่อแม่ จะบอกลูกว่าเกิดอะไรขึ้น คือเกิดฟ้าร้อง ฟ้าแลบและ ฟ้าผ่า เด็กจะได้รู้จักปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ
  • หาภาพจากหนังสือ วารสาร นิตยสารที่มีภาพการเกิดลมพายุและผลกระทบที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งอธิบายว่าความเสียหายที่เกิดจากลมพายุเราเรียกว่า วาตภัย
  • สอนลูกให้รู้จักพายุได้จาก การจำลองการเกิดพายุหมุนให้ลูกดูได้ในบ้าน โดยการใช้อ่างล้างหน้า ในห้องน้ำหรืออ่างล้างจานในห้องครัว ใช้จุกยางอุดรูระบายน้ำที่ก้นอ่างแล้วเปิดน้ำให้เต็มอ่าง จากนั้นดึงจุกยางออกทำให้น้ำไหลลงท่อระบาย ที่รูระบายน้ำจะเป็นบริเวณที่มีแรงความ หนาแน่นของน้ำต่ำที่สุด ทำให้น้ำบริเวณอื่นทั่วทั้งอ่างไหลมาแทนที่ในเวลาเดียวกันเกิดเป็นแอ่งน้ำวน เปรียบเทียบได้กับการเกิดพายุหมุน
  • จากกิจกรรมที่เด็กอยู่ในสภาพจริงหรือเรียนรู้ผ่านสื่อมาแล้ว ชวนลูกถ่ายทอดประสบการณ์ ผ่านงานศิลปะ เช่น ภาพวาด ตัดปะกระดาษสี เป่าลมลงในแป้ง

เกร็ดความรู้เพื่อครู

พายุหมุนเขตร้อนมีชื่อเรียกต่างกันไปตามแหล่งกำเนิด เช่น

  • พายุที่เกิดในอ่าวเบงกอลและมหาสมุทรอินเดียเรียกว่า ไซโคลน (Cyclone)
  • เกิดในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ทะเลแคริบเบียน อ่าวเม็กซิโก และทางด้านตะวันตกของเม็กซิโกเรียก ว่า เฮอร์ริเคน (Hurricane)
  • เกิดในมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือด้านตะวันตก มหาสมุทรแปซิฟิกใต้ และทะเลจีนใต้เรียกว่า ไต้ฝุ่น (Typhoon)

พายุหมุนเขตร้อนที่มีอิทธิพลต่อลมฟ้าอากาศของประเทศไทย ส่วนใหญ่มีแหล่งกำเนิดในมหาสมุทรแปซิฟิก เหนือด้านตะวันตกและทะเลจีนใต้ ซึ่งมีการแบ่งเกณฑ์ ความรุนแรงของพายุตามข้อตกลงระหว่างประเทศ โดยใช้ความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางพายุดังนี้

  • พายุดีเปรสชั่น ความเร็วลมไม่เกิน 33 นอต (61 กม./ชม.)
  • พายุโซนร้อน ความเร็วลม 34 - 63 นอต (62 - 117 กม./ชม.)
  • ไต้ฝุ่น ความเร็วลม 64 นอตขึ้นไป (118 กม./ชม.ขึ้นไป)

ครูควรทำความเข้าใจก่อนว่า พายุจะเกิดได้นั้นต้องอาศัยปัจจัยหลายประการ โดยเฉพาะเรื่องของอุณหภูมิของกระแสน้ำ ยิ่งอุณหภูมิมากแนวโน้มที่จะกลายเป็นพายุ ที่มีความรุนแรงก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตาม มักเกิดในทะเลที่มีอุณหภูมิสูงตั้งแต่ 26-27 c ขึ้นไป มีปริมาณไอน้ำสูง เมื่อเกิดขึ้นแล้วมักเคลื่อนตัวตามกระแสลมส่วนใหญ่จากทิศตะวันออกมาทางทิศตะวันตก และ ค่อยๆโค้งขึ้นไปทางละติจูดสูง แล้วเวียนโค้งกลับไปทางทิศตะวัน ออกอีก และมีชื่อเรียกต่างกันไปตามแหล่งกำเนิด เมื่อครูมีความเข้าใจเรื่องการเกิดพายุ ครูนำมาออกแบบทด ลองให้เหมาะกับเด็กปฐมวัย

บรรณานุกรม

  1. เกษมศรี วงศ์เลิศวิทย์. ( 2546). กิจกรรมวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กเล็ก การสอนแบบบูรณาการ. แปลจาก Jean D. Hartan และMary S. Rivkin กรุงเทพมหานคร : เพียร์สัน เอ็ดคูเอชั่น อินโดไซน่า.
  2. พิทยาภรณ์ มานะจุติ ( 2552), วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย. เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
  3. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. ( 2546) . คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. (สำหรับเด็กอายุ 3 -5 ปี) . กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  4. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ( 2551). แนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2546. กรุงเทพมหานคร: สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
  5. http://dictionary.sanook.com. (ม.ป.ป.). เข้าถึงได้จาก:dictionary.sanook.com/search/dict-th-th-royal-institute/พายุ.[ค้นคว้าเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2557].
  6. การก่อตัวและแหล่งกำเนิดของพายุหมุนเขตร้อน - สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 34. (ม.ป.ป.). เข้าถึงได้จาก:http://kanchanapisek.or.th/kp6/sub/book/book.php?book=34&chap=7&page=t34-7-infodetail07.html.[ค้นคว้าเมื่อ 8 พฤศจิกายน 2557].
  7. ความรู้เรื่องพายุ. (ม.ป.ป.). เข้าถึงได้จาก: http://globethailand.ipst.ac.th/index.php?option=com_content&view=article&id=5:joomla-license-guidelines&catid=35:2011-06-10-06-46-55&Itemid=64.[ค้นคว้าเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2557].
  8. ครูไพรวัลย์ วงศ์ดี. (2554). ลมและพายุ. เข้าถึงได้จาก:https://www.gotoknow.org/posts/438668. [ค้นคว้าเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2557].
  9. พายุหมุนเขตร้อน กับวิธีการป้องกันตัว. (2551). เข้าถึงได้จาก:http://hilight.kapook.com/ view/23948. "rel="external nofollow[ค้นคว้าเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2557].
  10. ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออก. (ม.ป.ป.). เข้าถึงได้จาก: http:// www. fisheries.go.th/ mf-emdec/mainweb/km_wind.html. [ค้นคว้าเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2557].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน