หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องพืชน้ำ (Teaching children about Aquatic plant)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องพืชน้ำ

การสอนลูกเรื่องพืชน้ำ (Teaching children about Aquatic plant) หมายถึง การจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กเกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพืชที่เจริญเติบโต และอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำที่แตกต่างกัน 3 ที่คือ น้ำจืด น้ำเค็ม และ น้ำกร่อย โดยที่พืชน้ำบางชนิดอาจจะจมอยู่ใต้น้ำเลย หรือมีบางส่วนของพืชโผล่ขึ้นเหนือน้ำ พืชบางชนิดจะมีส่วนต่างๆ ลอยน้ำ และพืชบางชนิดจะเจริญเติบโตในบริเวณที่มีน้ำขัง หรือริมตลิ่งก็ได้ ซึ่งเรียกว่า พืชริมน้ำ ตัวอย่างพืชน้ำ เช่น ข้าว กระจับ จอก แหน บัว ผักบุ้ง โสน ผักกระเฉด สาหร่าย โกงกาง กก จาก ธูปฤษี การจัดกิจกรรมสอนเด็กเรื่องพืชน้ำทั้งที่โรงเรียนและบ้าน สอดคล้องกับสาระที่ควรเรียนรู้เรื่องธรรมชาติรอบตัว ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546 ทั้งนี้เพื่อให้เด็กเกิดประสบการณ์สำคัญที่ครอบคลุมพัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็ก คือ พัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา

การสอนเรื่องพืชน้ำสำคัญอย่างไร?

การเรียนรู้เรื่องพืชน้ำมีความสำคัญ เพราะพืชน้ำเป็นสิ่งที่มีชีวิต หรือเป็นธรรมชาติที่คนเรามีความสัมพันธ์ด้วยในการดำรงชีวิต ดังนั้น พืชน้ำมีความสำคัญที่เด็กควรเรียนรู้ ด้วยเหตุผลดังนี้คือ

  • พืชน้ำเป็นที่มาของปัจจัยที่มนุษย์จำเป็นต้องใช้ และนำไปสร้างสรรค์ จนได้ผลิตผลออกมามากมาย ดังเช่น พืชน้ำหลายชนิดเป็นอาหารของคนและสัตว์ เราจึงพบเห็นในชีวิตประจำวันของเรามีพืชน้ำที่เราเรียกว่า ผัก เป็นส่วนประกอบทั้งรับประทานสดและสุก เช่น ผักบุ้งรับประทานเป็นผักสด ในสลัด จิ้มน้ำพริก กินพร้อมขนมจีน หรือแกงเผ็ด กินกับส้มตำ หรือนำผักบุ้งมาทำให้สุกในอาหารทั้งทอด ลวก ต้ม ผัด นึ่ง เช่น ผัดผักบุ้งกับเต้าเจี้ยว แกงส้มผักบุ้งกับปลา แกงเทโพผักบุ้ง ก๋วยเตี๋ยวเย็นโตโฟใส่ผักบุ้ง ผัดหมี่กะทิใส่ผักบุ้ง เป็นต้น เรานำผักบุ้งเป็นอาหารของปลา เต่า กระต่าย ผักตบชวาใช้จักสานเครื่องใช้เครื่องประดับได้หลายชนิด เช่น เสื่อ กระเป๋า หมวก เป็นต้น
  • พืชน้ำเป็นที่รองรับของเสียที่ไหลมากับน้ำ ของเสียเหล่านี้อาจจะเกิดเองตามธรรมชาติ และเกิดจากการทำกิจกรรมของมนุษย์ ซึ่งในโลกปัจจุบันคนเราพัฒนาการใช้เครื่องเทคโนโลยีเพื่อความเป็นอยู่ในชีวิตของคนเรา แต่ในขณะเดียวกัน ก็เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ทำให้เกิดการระบายของเสียจากการใช้เทคโนโลยี หนทางแก้ปัญหาประการหนึ่ง คือ การใช้พืชน้ำบำบัดของเสีย
  • พืชน้ำจัดเป็นแหล่งห่วงโซ่อาหารที่ผลิตชั้นต้น เนื่องจากเป็นแหล่งกำเนิดอาหารสำหรับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ และแหล่งผลิตก๊าซออกซิเจน ที่สามารถหมุนเวียนธาตุอาหารต่างๆ ในแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นประโยชน์ทางด้านสิ่งแวดล้อม แต่ในขณะเดียวกัน พืชน้ำก็ให้โทษแก่เราได้ เมื่อขยายพันธุ์จำนวนมาก จะทำให้แหล่งน้ำเน่าเสีย ขัดขวางการจราจรทางน้ำ เราจะเห็นตัวอย่างที่แม่น้ำหลายสายในประเทศเรา มีผักตบชวาแพกอใหญ่จำนวนมากลอยไปมา
  • พืชน้ำมีความสวยงามทำให้จิตใจของคนเรามีความสุขรื่นรมย์ เช่น เราเห็นทิวทัศน์ริมน้ำสวยงาม เป็นความงามของธรรมชาติ และคนเรานำพืชน้ำหลากหลายพันธุ์มาจัดตกแต่งสภาพแวดล้อมให้สวยงาม เช่น จัดสวนน้ำ สวนบัว จัดตู้ปลาและพรรณไม้น้ำ

ด้วยความสำคัญที่คนเราเล็งเห็นคุณค่าของพืชน้ำดังกล่าว เราจึงควรปลูกฝังให้เยาวชนไทยเกิดความตระหนักรู้และมีจิตสำนึกที่ถูกต้องในการอนุรักษ์พืชน้ำ ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เด็กปฐมวัยมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ดังกล่าว

การสอนเรื่องพืชน้ำมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การสอนเรื่องพืชน้ำมีประโยชน์ต่อเด็ก ดังนี้

  • เด็กได้รับการส่งเสริมให้รู้จักธรรมชาติของพืชน้ำ จากประสาทสัมผัสในร่างกายของตนเองซึ่งเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัว ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ที่ครูและพ่อแม่จัดให้
  • เด็กได้รับการปลูกฝังให้สังเกตความสัมพันธ์ของมนุษย์กับธรรมชาติ และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร เช่น พืชน้ำเป็นอาหารของคนและสัตว์ เป็นธรรมชาติที่สามารถจรรโลงจิตใจของเราให้เกิดความสุข เป็นต้น เป็นผลให้เด็กรู้จักการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างพืชน้ำสืบต่อไป
  • เด็กได้รับการฝึกฝนกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ด้วยกิจกรรม และสาระการเรียนรู้เกี่ยวกับพืชน้ำ เพื่อให้เด็กเป็นผู้รู้จักคิด และแก้ปัญหาเป็น
  • เด็กได้รับการส่งเสริมประสบการณ์ที่เกี่ยวกับพืชน้ำจากกิจกรรมต่างๆ ทำให้เด็กเกิดการพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา เช่น การเกิดความรู้สึกที่พึงพอใจ สนใจ ชื่นชมที่จะแสวงหาความรู้เรื่องพืชน้ำด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ เกิดการเรียนรู้เนื้อหาเกี่ยวกับพืชน้ำจากข้อเท็จจริงที่เห็น เด็กจะได้โอกาสในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวกับพืชน้ำผ่านงาน หรือการเล่นของเขา เป็นต้น

ครูสอนเรื่องพืชน้ำให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

ครูสอนเรื่องพืชน้ำในสาระที่ควรเรียนรู้ธรรมชาติรอบตัว ดังตัวอย่างต่อไปนี้

กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เช่น การสังเกตดูพืชน้ำ ต้นผักบุ้ง ต้นบัว จอก แหน สวะ โดยเด็กจะได้คำตอบว่า พืชน้ำมีหลายชนิด แต่ละชนิดมีรูปร่างลักษณะที่แตกต่างกัน และมีรูปทรงเฉพาะตัว ให้เด็กทดลองขยายพันธุ์ต้นผักบุ้ง ด้วยการนำกิ่งก้านไปแช่น้ำจนรากงอก และแตกกิ่งใบเป็นต้นใหม่ และให้เด็กเปรียบเทียบกับการขยายพันธุ์ต้นบัวจากรากหรือเหง้า ฝังลงในดินเหนียวแช่น้ำ รอจนต้นอ่อนของบัวผุดโผล่พ้นน้ำให้เห็น เด็กจะได้ความรู้เรื่องการขยายพันธุ์พืชน้ำด้วยส่วนต่างๆ ของต้น นอกจากนี้ครูจัดกิจกรรมทำอาหารจากพืชน้ำบางชนิด เช่น ผัดผักบุ้ง ผัดสายบัวกับเนื้อสัตว์ ต้มสาบบัวกับปลาทู ใช้เมล็ดบัวกินกับไอศกรีม หรือน้ำแข็งใส หรือรากบัวต้มน้ำ เด็กๆจะลองปฏิบัติ และสนุกกับกิจกรรม

กิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น พับกลีบดอกบัวตูมให้เป็นดอกไม้บาน พับกระดาษเป็นดอกบัว ตัดกระดาษเป็นใบบัว หรือระบายสีพืชน้ำที่น่าสนใจ

กิจกรรมเสรี จัดตู้เลี้ยงปลาสวยงาม หรืออ่างปลูกบัว และเลี้ยงปลาหางนกยูง

กิจกรรมกลางแจ้ง ให้เด็กๆ ได้เล่นสนุกกลางแจ้ง เล่นเมล็ดบัววิ่งลงฝัก โดยครูวาดภาพ หรือใช้ไม้ขีดร่างเป็นภาพฝักบัวลงที่พื้นดินให้เด็กว

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องพืชน้ำอย่างไร?

  • พ่อแม่ลูกร่วมกันจัดตู้ปลาสวยงาม พืชน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญของตู้ปลา เพราะพืชเหล่านี้สามารถเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานเคมีในรูปแบบอาหารสะสม จึงเป็นแหล่งอาหารของปลา และสัตว์น้ำอื่นๆ นอกจากนี้พืชน้ำยังเป็นแหล่งหลบซ่อน พักผ่อน และวางไข่ของสัตว์น้ำ พืชน้ำที่นิยมนำมาใส่ในตู้ปลา เช่น สาหร่ายพุงชะโด สาหร่ายหางกระรอก สันตะวาหางไก่ ไส้ปลาไหล เทปเล็ก เป็นต้น
  • พืชน้ำหลายชนิดเป็นอาหารสำหรับคน เช่น ข้าว ผักบุ้ง ผักกระเฉด ก้านบัว ฝักบัว ดอกโสน กระจับ ช้องนาง ผักหนาม ผักตบ สาหร่าย ซึ่งสามารถนำผักเหล่านี้มาทำอาหาร โดยให้ลูกมีส่วนร่วมในการจัดทำ เช่น ล้างผัก เด็ดผัก มีผักหลายชนิดที่เด็กทำได้ และชอบทำ เช่น ซาวข้าว หุงข้าว เด็ดผักบุ้ง ทำอาหารจากพืชน้ำที่เด็กชอบรับประทาน เช่น ผัดดอกโสนกับไข่หรือเนื้อสัตว์ แกงจืดสาหร่าย ผัดผักบุ้ง แกงกะทิสายบัวปลาทู โดยพ่อแม่ทำอาหารเหล่านี้รับประทานในครอบครัว บางเวลาที่ครอบครัวไปจ่ายตลาด นำเด็กไปแผนกขายผักพืชน้ำ แนะนำให้ลูกรู้จัก
  • พ่อแม่จัดกิจกรรมร่วมกับลูกเพื่อปลูกพืชน้ำที่เจริญเติบโตได้รวดเร็วและเลี้ยงง่าย เช่น จอก แหน ผักตบชวา บัว เป็นต้น เลือกปลูกตามความสนใจอย่างน้อย 3 ชนิด เพื่อการเปรียบเทียบ นำพืชเหล่านั้นปลูกลงในอ่าง หรือถังน้ำเล็กๆ แนะนำให้ลูกรู้จักชื่อ รูปร่าง ลักษณะของพืช ให้สังเกตเปรียบเทียบรูปร่างลักษณะที่เหมือนและแตกต่างกัน แต่จะปลูกในน้ำเหมือนกัน ใส่ปุ๋ยสำหรับพืชน้ำ เมื่อลงมือเพาะปลูกควรชี้แนะให้ลูกสังเกตวิธีการขยายพันธุ์ ด้วยการแยกต้นอ่อน จนเมื่อต้นเจริญเต็มที่จะขยายพันธุ์เองด้วยเมล็ด หรือการแตกไหล หลังจากแยกต้นอ่อนแล้ว ให้นำอ่างน้ำที่เตรียมไว้ไปจัดวางในที่มีแสงแดดส่องถึง อย่างเช่น จอกชอบแสงแดดจัดๆ เพื่อการเจริญเติบโต
  • นำลูกไปเที่ยวสวนพรรณพืชน้ำ
  • นำส่วนต่างๆ ของดอกบัวมาทำประโยชน์ให้เด็กมีส่วนร่วม เช่น นำดอกไปจัดแจบูชาพระ สอนให้ลูกประดิษฐ์ดอกบัวด้วยวิธีการพับกลีบดอกบัวเป็นบัวบาน นำก้านบัว ฝักบัว เมล็ดบัว รากบัว ไปทำอาหาร (ดังเสนอไว้ในกิจกรรมทำอาหาร) ใบบัวใช้ห่อข้าวผัด หรือใช้ทำร่มกันฝน สายบัวทำสายสร้อยคล้องคอเล่นบทบาทสมมติ
  • นำเที่ยวในสถานที่จัดแสดงแสดงปัญญาท้องถิ่น ที่นำส่วนต่างๆ ของพืชน้ำมาใช้ผลิตเครื่องใช้ เช่น กก ผักตบชวา นำมาจักสานเป็น กระเป๋า เสื่อ หมวก และใบจากนำมามุงหลังคา
  • นำส่วนต่างๆ ของพืชน้ำมาทำปุ๋ยพืชสด เช่น แหนแดง ผักตบชวา นำมาซอยให้ละเอียดแล้วนำไปไถกลบทำปุ๋ย

เกร็ดความรู้เพื่อครู

การบำบัดน้ำเสียด้วยผักตบชวา บึงมักกระสัน เป็นสถานที่แห่งแรกในประเทศไทย ที่บำบัดน้ำเสียด้วยวิธีการใช้ผักตบชวาตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยใช้หลักการบำบัดน้ำเสียตามแนวทฤษฎีการพัฒนาโดยการกรองน้ำเสียด้วยผักตบชวา

การบำบัดน้ำเสีย เป็นการดำเนินการเปลี่ยนสภาพของเสียในน้ำเสียให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมที่จะไม่ทำให้เกิดปัญหากับแหล่งรับน้ำ การบำบัดน้ำเสียมีหลายวิธี วิธีหนึ่งที่ใช้แบบธรรมชาติ คือการใช้ผักตบชวาทำหน้าที่กรองน้ำ โดยให้น้ำไหลผ่านกอผักตบชวาช้าๆ ทำให้โลหะที่เป็นของแข็งแขวนลอยต่างๆ ที่ปนอยู่ในน้ำถูกกรองออก โดยผักตบชวามีรากจำนวนมาก ซึ่งจะช่วยกรองสารอินทรีย์ที่ละเอียด และจุลินทรีย์ที่อาศัยเกาะอยู่ที่รากจะช่วยดูดสารอินทรีย์ไว้ด้วยอีกทางหนึ่ง รากผักตบชวาจะดูดสารอาหารที่อยู่ในน้ำ ทำให้ไนโตรเจน และฟอสฟอรัสในน้ำเสียถูกกำจัด

บรรณานุกรม

  1. กาญจนา พงษ์ฉวี และคณะ. (2551). การเพาะขยายพันธุ์พรรณไม้น้ำ. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์สถาบันวิจัยสัตว์น้ำสวยงามและพรรณไม้น้ำ.
  2. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 (สำหรับเด็กอายุ 3 -5 ปี). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  3. สุภาพร สุทิน. (2555). พรรณไม้น้ำประดับตู้ปลา. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.
  4. เศรษฐมันตร์ กาญจนกุล. (2551). ร้อยพรรณพฤกษา พรรณไม้. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์เศรษฐศิลป์.
  5. อรุณี รอดลอย. (2552). การศึกษาชนิดและการกระจายพันธุ์ของพรรณไม้น้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์สถาบันวิจัยสัตว์น้ำสวยงามและพรรณไม้น้ำ.
  6. สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน: เล่มที่ 21 เรื่องที่ 8. (ม.ป.ป.). การอนุรักษ์ และการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ. เข้าถึงจาก http://kanchanapisek.or.th/kp6/sub/book/book.php?book=21&chap=8&page=t21-8-s.htm. [ค้นคว้าเมื่อ 30 กรกฎาคม 2558].
  7. pixabay.com: (ม.ป.ป.). บัวพืชน้ำ. สืบค้นภาพจาก https://pixabay.com/p-825968/?no_redirect. [ค้นคว้าเมื่อ 8 มีนาคม 2559].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน