หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องพืชผักสวนครัว (Teaching children about home grown vegetables)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องพืชผักสวนครัว

การสอนลูกเรื่องพืชผักสวนครัว (Teaching children about home grown vegetables) หมายถึง การจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กเกิดความรู้ความเข้าใจเรื่องของพืชที่ปลูกเองในบริเวณบ้าน แล้วนำมาใช้ประโยชน์ในการทำอาหาร จัดได้ว่าเป็นอาหารที่ดีมีประโยชน์ในอาหาร 5 หมู่ พืชผักสวนครัวมักจะเป็นพืชที่ปลูกได้ผลในระยะสั้นๆ ปลูกง่าย คนไทยจะใช้บริเวณรอบๆ บ้านเพาะปลูก บางชนิดยังใช้เป็นรั้วบ้าน เช่น ต้นผักหวาน ตำลึง ถั่วพู บางชนิดนำมาใช้เป็นไม้ประดับเป็นสวนสวยงามได้อีก เช่น ต้นตะไคร้ โหระพา มะเขือเทศ พริก ใบชะพู เป็นต้น บางชนิดเป็นพืชสมุนไพรที่ใช้ดูแลรักษาสุขภาพได้เป็นอย่างดี เช่น ตะไคร้ ขิง ข่า มะกูด มะนาว เมื่อจะประกอบอาหารจะเด็ดผักสดๆ จากต้นมาใช้ ทำให้ได้รสชาติอร่อย สะอาด เก็บใช้แต่พอรับประทาน เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อ เราจะเห็นได้ว่าคนไทยมีวิถีชีวิตปลูกพืชผักสวนครัวใช้กันเกือบทุกครัวเรือน แต่ในปัจจุบันสังคมไทยเปลี่ยนแปลงจากสังคมชนบท ที่บ้านทุกครัวเรือนจะมีพื้นที่ดินเพาะปลูกพืชผักสวนครัวใช้บริโภคเองมาเป็นเป็นสังคมอุตสาหกรรม ไม่มีที่ดินของตนเอง หรือเหลือพื้นที่ดินเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยน้อยมาก จึงทำให้การปลูกพืชผักสวนครัวแทบไม่มีเลย จึงต้องซื้อผักมารับประทาน หรือมักจะไม่มีผักเป็นส่วนประกอบอาหาร เมื่อต้องซื้อทำให้เกิดค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มขึ้น ดังนั้นการเสริมสร้างประสบการณ์ให้แก่เด็กได้รู้จักคุณค่าของผักสวนครัว รู้จักดัดแปลงลักษณะการปลูกผักในที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่น้อย และฝึกการเพาะปลูกเพื่อให้รู้จักธรรมชาติของพืชด้วย จึงเป็นสาระการเรียนรู้ที่ครูและผู้ปกครองนำไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยซึ่งสอดคล้องกับสาระการเรียนรู้ที่เด็กควรเรียนเรื่องธรรมชาติรอบตัวเรา ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546

การสอนเรื่องพืชผักสวนครัวสำคัญอย่างไร?

การสอนเรื่องพืชผักสวนครัวมีความสำคัญ ด้วยเหตุผลต่อไปนี้

  • พืชผักสวนครัวเป็นอาหารที่เราใช้รับประทานได้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย ผักเป็นอาหารกลุ่ม 1 ใน 5 หมู่ ที่ร่างกายต้องการบำรุงเพื่อการเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์
  • การปลูกพืชผักสวนครัวควรเป็นกิจกรรมที่เราทำใช้เองในครัวเรือน การฝึกเพาะปลูกจะเสริมประสบการณ์ให้เด็กได้รู้จักวิธีการเพาะปลูก และนำผลไปใช้ในชีวิตจริง
  • สภาพสังคมไทยที่มีพื้นที่ดินเหมาะแก่การเพาะปลูก จึงควรถ่ายทอดภูมิปัญญาทางงานเกษตรให้แก่เด็กรุ่นหลังสืบทอดต่อไป
  • สาระเรื่องพืชผักสวนครัวสามารถเสริมสร้างประสบการณ์สำคัญให้แก่เด็กได้ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ที่ควรเรียนในสาระเรื่อง ธรรมชาติรอบตัว เด็กควรรู้จักสิ่งที่มีชีวิตที่เป็นต้นไม้ด้วย
  • การปลูกผักพืชสวนครัวเป็นเรื่องหนึ่งที่ใช้ชีวิตสอดคล้องตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่จะใช้ชีวิตด้วยทางสายกลาง มีความพอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี เพื่อจะนำไปสู่ชีวิต เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่สมดุล มั่นคง และยั่งยืน การสอนให้ใช้ชีวิตเช่นนี้ เกิดจากทุกสถาบันในสังคมสอนให้เด็กรู้เห็น ด้วยการเป็นแบบอย่างที่ดี เริ่มจากครอบครัว และโรงเรียนเป็นเรื่องสำคัญ

การสอนเรื่องพืชผักสวนครัวมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การสอนเรื่องพืชผักสวนครัวมีประโยชน์ต่อเด็ก ดังนี้

เด็กได้รู้จักธรรมชาติของพืช ซึ่งเป็นสิ่งที่มีชีวิตที่คนเรานำมาบริโภคเป็นอาหาร และเด็กได้ฝึกการเพาะปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อนำมาบริโภคเอง เรื่องนี้เป็นการลดรายจ่ายซื้อผักที่ปลูกง่ายๆได้ ที่ควรติดเป็นนิสัยของคนไทยในการดำเนินชีวิตต่อไปในภายหน้า ขณะฝึกเด็กจะได้รับการพัฒนาทักษะร่างกายที่ได้ใช้กล้ามเนื้อมือทำกิจกรรม คือได้หยิบจับ เคลื่อนไหวมือ ได้คิด และปฏิบัติกิจกรรมด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ที่ให้เด็กได้สำรวจ และค้นหาคำตอบ เช่น ผักงอกขึ้นมาได้อย่างไร พืชผักต้องการอะไรจึงเจริญเติบโต เรากินส่วนไหนของผักได้บ้าง การสังเกต การสอบถาม การสืบค้น เป็นการพัฒนาทางด้านสติปัญญาของเด็ก เด็กจะมีความสุขที่ได้รู้เห็นสิ่งต่างๆ ซึ่งเป็นลักษณะตามธรรมชาติของเด็กวัยนี้ที่อยากรู้อยากเห็น และได้เล่น เด็กจึงพัฒนาการทางอารมณ์ เพราะได้รับการตอบสนองความต้องการ

ครูสอนเรื่องพืชผักสวนครัวให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ครูอาจนำเด็กออกมาทัศนศึกษาที่สวนดูพืชผักสวนครัว ให้เด็กได้หัดเพาะปลูกพืชผักสวนครัว ที่อาจจะทำร่วมกับผู้ปกครอง หรือปลูกที่โรงเรียน โดยจัดเป็นกิจกรรมที่เริ่มต้นตามหน่วยการสอน แต่เนื่องจากการปลูกผักจะต้องปฏิบัติเป็นเวลานานตามอายุการเจริญเติบโตของพืชผัก ไม่อาจจะเห็นผลได้ในหนึ่งวันที่สอน จึงควรให้เด็กบันทึกผลการสังเกตการเจริญเติบโตของพืชไว้ เด็กจะได้ทำงานร่วมกัน รับผิดชอบช่วยกันบำรุงรักษา รดน้ำ พรวนดิน ถอนหญ้า เป็นการฝึกทักษะสังคม และเมื่อทำงานเสร็จ ฝึกสุขนิสัยให้แก่เด็กรู้จักทำความสะอาดเครื่องมือ เมื่อปลูกพืชสวนครัวแล้ว พืชโตพอเก็บรับประทานได้ ครูจัดนำผักมาประกอบเป็นอาหารให้เด็กรับประทาน ให้เห็นประโยชน์จากการเพาะปลูกเอง โดยที่เราไม่ต้องซื้อ และเห็นคุณค่าของผักที่เป็นอาหารของเรา

กิจกรรมสร้างสรรค์ เด็กๆ สนุกกับการวาดภาพระบายสีผักสวนครัวที่สังเกตมา ผักบางชนิด เช่น ใบตำลึง ขมิ้น นำมาทำสีระบายได้ หรือเป็นส่วนผสมกับแป้งเหลว เด็กได้เล่นละเลงแป้งออกแบบเป็นภาพพืชผักสวนครัวที่ชอบ ภาพเหล่านี้เด็กจะได้บอกเล่า บอกชื่อผัก

กิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะ เด็กๆ เคลื่อนไหวประกอบจังหวะเพลงพืชผักสวนครัว เช่น เพลงจ้ำจี้สวนครัว (บุบผา เรืองรอง ผู้แต่ง)
จ้ำจี้สวนครัว มีถั่วฝักยาว อีกผักกาดขาว ใบกะเพรา โหระพา แมงลัก ผักตำลึง ผักชี ผักบุ้ง เรามุ่งปลูกผัก ขยันดีนัก ปลูกผักกินเอง

กิจกรรมกลางแจ้ง เด็กเล่นกลางแจ้ง เล่นเกมเก็บผักสวนครัว กติกาการเล่น แบ่งเด็กเป็นสองกลุ่มเท่าๆ กัน แต่ละกลุ่ม ให้มีคนหนึ่งเป็นคนเก็บผัก นอกนั้นเป็นผัก สมมติเป็นผักคนละชนิด ยืนในตำแหน่งที่ครูกำหนดให้ภายในวงกลม เมื่อเริ่มเล่นให้ทุกคนร้องเพลงจำจี้สวนครัว ไปพร้อมกัน คนเก็บผัก ต้องรีบเข้าไปจูงเพื่อนที่เป็นผัก ออกมายืนนอกวง ทีละคน แล้วกลับไปจูงใหม่ จนกว่าจะได้ยินเสียงครูตีฉิ่งบอกสัญญาณ จึงหยุด แล้วนับจำนวนผัก ว่ากลุ่มไหนเก็บผักได้มากกว่ากัน กลุ่มนั้นชนะ เมื่อเริ่มเล่นรอบใหม่ เปลี่ยนคนเก็บผัก เล่นจนกว่าเด็กพอใจ

เกมการศึกษา เรียงลำดับการเจริญเติบโตของพืชสวนครัว ตั้งแต่เพาะเมล็ด งอกเป็นต้นอ่อน และแตกใบ ไม่ควรเกิด 5 ลำดับ หรือภาพตัดต่อพืชผักสวนครัว

กิจกรรมเสรี ที่มุมหนังสือ ครูจัดหนังสือภาพพืชผักสวนครัวให้เด็กอ่านนิทานเรื่องราวของพืชผัก

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องพืชผักสวนครัวอย่างไร?

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนเรื่องพืชผักสวนครัวให้กับลูกที่บ้านได้ ดังนี้

  • จัดพื้นที่บ้าน ปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อใช้รับประทานเอง แม้บ้านไม่เนื้อที่ว่าง อาจปลูกแบบไม้กระถางแบบแขวน เมื่อพ่อแม่ปลูก ให้ลูกมีส่วนร่วมโรยเมล็ดพันธุ์ ปักกิ่งชำ โอกาสนี้แนะนำให้ลูกสังเกตการเจริญเติบโตของพืชแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่เพาะเมล็ดไปจนงอก เมื่อเห็นต้น ลักษณะ กิ่ง ก้าน ใบ ดอก ผล บอกให้ลูกรู้จักชื่อ
  • นำพืชผักสวนครัวมาปรุงอาหารรับประทานในครัวเรือน ให้ลูกมีส่วนร่วมที่จะนำมาจากต้น ให้เขาเห็นว่า พ่อแม่ใช้ประโยชน์จากพืชผักสวนครัว พ่อแม่แสดงความชื่นชม ที่ได้นำมาประกอบอาหารรับประทาน ทั้งในแง่ ประหยัดก็เป็นนิสัยที่ดี ที่ทำเองไม่ต้องไปซื้อ ไม่เสียเวลาที่ต้องไปร้านค้า ได้รับประทานผักสด ปลอดจากยาฆ่าแมลง
  • ในวันหยุดพักผ่อน ครอบครัวจัดเวลาเพื่อทำเครื่องมือใช้ในงานเพาะปลูก เช่น กระป๋องรดน้ำ กระถางต้นไม้ เสียมพรวนดิน เพื่อให้ลูกเห็นถึงความสำคัญของการเพาะปลูกผักสวนครัว เครื่องมือเหล่านี้ ทำจากวัสดุที่หาง่าย เหลือใช้ ทำง่ายๆ เช่น ยางรถยนต์เก่า ทำเป็นกระถางดิน หรือใช้ผ้าพลาสติก รองพื้นหุ้มขึ้นมา ทำเป็นอ่างน้ำปลูกผักบุ้ง ทำกระถางเพาะปลูกจากขวดน้ำพลาสติก ที่ตัดปาก หรือตัดเจาะกลางขวด เจาะรูส่วนล่างด้านที่ให้รากพืชงอก กระถางแบบนี้อาจจะวางกับพื้น หรือแขวนได้ เพียงให้กระถางได้แสงแดด แต่อย่างไรก็ตาม หากต้องการให้เด็กได้ใช้เครื่องมือเลียนแบบของผู้ใหญ่ ก็อาจจะจัดซื้อเครื่องใช้จำลองสำหรับเด็กให้ลูกได้บ้าง
  • เพื่อนบ้านจะเป็นกำลังใจสนับสนุนแนวคิดของการปลูกพืชผักสวนครัวได้ดี ให้นำลูกไปเยี่ยมเยียนเพื่อนบ้านที่เพาะปลูกพืชผักสวนครัวบ้าง แบ่งปันพืชผักสวนครัวต่างชนิดกันรับประทาน
  • เล่นกับลูกที่มีสาระเกี่ยวกับพืชผักสวนครัว เช่น เล่นจำจี้ผักสวนครัว (ผู้ปกครองอาจได้กิจกรรมการเล่นจากครู หรือทั้งบ้าน และโรงเรียนต่างแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน) กิจกรรมง่ายๆ สนุกๆ เช่น เล่นนิ้วมือประกอบคำร้อง พ่อแม่แต่งคำเองได้ หรือให้ลูกช่วยเติมความ เช่น นี่คือสวนครัว (บุบผา เรืองรอง แต่ง)
  • นี่คือสวนครัว (หงายฝ่ามือทั้งสองข้าง ผายไปข้างตัว) พรวนดินให้ทั่ว (กำมือทั้งสองดันไปข้างหน้า แล้วโยกกลับไปมา) เมล็ดถั่วก็มี (จีบหัวแม่มือกับนิ้วชี้) ฝังให้ดีดี (กลับนิ้วที่จีบ จิ้มลงดินสองครั้งตามจังหวะคำ) ปลูกที่นี่ ที่นี่ (ขยับนิ้วจีบไปข้างหน้า) น้ำมี รดไป (ห่อฝ่ามือทั้งสอง ทำท่าเทน้ำ) นั่นไงแสงส่อง (ยกมือไปข้างหน้า) เมล็ดงอกทันใด (ชูนิ้วชี้ทั้งสอง) เติบโตต้นใหญ่ (ประสานผ่ามือ ยกชูเลยศีรษะ) เราใช้ทำกิน (จีบนิ้วชี้และหัวแม่มือ มือขวา ยกมาที่ริมฝีปาก)
  • พ่อแม่ลูกช่วยจัดแต่งฝาผนังห้องของลูก หรือเครื่องใช้ เช่น ถุงใส่เสื้อผ้าที่ใส่แล้ว เสื้อผ้า ด้วยภาพพืชผักสวนครัว ภาพเหล่านี้อาจจะเป็นผ้าปักลาย ภาพกระดาษสติ๊กเกอร์ ภาพวาด ภาพถ่าย เพื่อใช้เป็นสื่อเรื่องราวที่เด็กได้เห็นและจดจำ
  • เมื่อพ่อแม่ไปซื้ออาหารสด นำลูกไปด้วย ที่ร้านขายผักจะมีพืชผักสวนครัวจำหน่ายเช่นกัน เด็กจะเรียนรู้ได้ว่า พืชเหล่านี้เป็นสินค้าที่นำมาจำหน่ายได้

กิจกรรมเรื่องพืชผักสวนครัว แม้จะเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ทำเพื่อเป็นอาชีพ หรือเพื่อบริโภคในครอบครัวก็ตาม แต่เป็นประโยชน์ที่ให้เด็กได้รู้จักธรรมชาติของพืช และการนำมาใช้ประโยชน์เป็นอาหาร

เกร็ดความรู้เพื่อครู

การเก็บผักสวนครัวให้เก็บในตอนเช้า เพราะจะมีรสชาติอร่อย หากเป็นผักผล เช่น มะเขือ มะเขือเทศ ให้เก็บผลที่ยังไม่แก่จัดจะได้รสอร่อย และจะได้ผลดกต่อไป หากเก็บผลแก่คาต้น ต่อไปจะให้ผลน้อย ส่วนผักกินใบให้เก็บใบสด อ่อน พอดี เหลือลำต้นและรากไว้ ใบจะแตกมาใช้ได้อีก

บรรณานุกรม

  1. กุลยา ตันติผลาชีวะ. (2547). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ : เอดิสันเพรสโปรดัก.
  2. จำนงค์ อดิวัฒนสิทธิ์และคณะ. (2552). สังคมวิทยา. กรุงเทพมหานคร : ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
  3. พิทยาภรณ์ มานะจุติ. (2552). วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย. เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่.
  4. ปรียา นพคุณ และยุพา วีระไวทยะ. (2544). การสอนวิทยาศาสตร์แบบมืออาชีพ. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิสดศรี–สฤษดิ์วงศ์.
  5. ราชบัณฑิตยสถาน (2555). พจนานุกรมศัพท์ศึกษาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. กรุงเทพฯ : ราชบัณฑิตยสถาน.
  6. ศึกษาธิการ. กระทรวง (2547). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุสภา.
  7. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2546). เรียนรู้แบบเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  8. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (2551). แนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2546. กรุงเทพมหานคร: สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
  9. มูลนิธิชัยพัฒนา: (ม.ป.ป.). เศรษฐกิจพอเพียง - มูลนิธิชัยพัฒนา. เข้าถึงจาก http://www.chaipat.or.th/site_content/34-13/3579-2010-10-08-05-24-39.html. [ค้นคว้าเมื่อ 5 พ.ค. 2558].
  10. เกษตรอินทรีย์: (ม.ป.ป.). การปลูกผักสวนครัวแบบเศรษฐกิจพอเพียง. เข้าถึงจาก http://www.kasetorganic.com/ปลูกผักสวนครัว-พอเพียง.html. [ค้นคว้าเมื่อ 6 พ.ค. 2558].
  11. ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนา อาชีพการเกษตรจังหวัดนครราชสีมา: (ม.ป.ป.). พืชสวนครัว. เข้าถึงจาก www.aopdh06.doae.go.th/sattakitporpeng.htm. [ค้นคว้าเมื่อ 6 พ.ค. 2558].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน