หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องพืช (Plants)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

พืช อยู่ในสาระที่ควรรู้เกี่ยวกับธรรมชาติรอบตัว ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 การจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กเรียนรู้เรื่องพืช นอกจากเด็กจะมีความรู้เกี่ยวกับชนิดของพืชต่างๆแล้ว ยังสามารถจัดกิจกรรมโดยใช้พืชเป็นสื่อเพื่อส่ง เสริมพัฒนาการให้กับเด็กปฐมวัยได้พัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา รวมทั้งพัฒนาพฤติกรรมที่พึงประสงค์ทางด้านต่างๆ ผ่านการจัดกิจกรรมหลัก 6 กิจกรรมในระดับปฐมวัย

การสอนเรื่องพืชมีความสำคัญอย่างไร?

มนุษย์เรามีความสัมพันธ์กับพืชตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงตลอดชีวิต เนื่องจากต้องพึ่งพาและใช้ประโยชน์จากพืชในการดำรง ชีวิต มนุษย์ต้องกินข้าว กินผัก และผลไม้เป็นอาหาร มนุษย์สร้างบ้านหรือที่อยู่อาศัยจากต้นไม้ ใช้ไม้ทำเครื่องเรือนหรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ พืชบางชนิดมีคุณสมบัติในทางยาที่มนุษย์นำมาใช้รักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ ต้นไม้ให้ร่มเงาและให้ก๊าซออกซิเจนซึ่งเป็นก๊าซที่บริสุทธิ์ที่มีประโยชน์ต่อมนุษย์ ต้นไม้ใหญ่บนภูเขาสามารถกักเก็บน้ำตามธรรมชาติ ทำให้เกิดเป็นน้ำตกอันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทุกคนเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ ต้นไม้นำมาทำเป็นเรือแพซึ่งเป็นยานพาหนะในการเดินทางของมนุษย์ มนุษย์ใช้กระดาษที่ผลิตมาจากเยื่อไม้ต่างๆ และมนุษย์ใช้ถ่านไม้ซึ่งเป็นพลังงานที่ได้มาจากต้นไม้ พืชจึงเป็นสิ่ง แวด ล้อมที่อยู่ใกล้ตัวมนุษย์ และมีความสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์มากที่สุดอย่างหนึ่ง เพราะพืชเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของปัจจัยสี่ ได้แก่ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค แต่ในปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าทางด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยี การคมนาคมและการสื่อสาร ตลอดจนการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร ทำให้มีความจำเป็นในการใช้ทรัพยากรมากยิ่งขึ้น มีผลทำให้พืชซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญมีปริมาณลดลง ส่งผลกระทบโดยรวมต่อระบบนิเวศทางธรรมชาติ ดังนั้น การให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องพืชจึงมีความสำคัญทั้งในด้านที่พืชเป็นทั้งปัจจัยสี่ และพืชเป็นทรัพยากรที่ควรอนุรักษ์ไว้ให้ใช้ได้นานให้มากที่สุด ดังที่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2545) มาตรา 7 ระบุว่า ในการเรียนรู้ต้องมุ่งปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้องในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การปลูกฝังคุณลักษณะที่พึงประสงค์ดังกล่าวจึงควรเริ่มต้นตั้งแต่วัยเด็ก การจัดกิจกรรมให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตทั้งการปลูกพืชจะทำให้เด็กมีความเข้าใจเกี่ยวกับวงจรชีวิตของสิ่งมีชีวิต การเลี้ยงดู ประโยชน์ และคุณค่าของสิ่งแวดล้อม

การสอนเรื่องพืชมีประโยชน์ต่อเด็กปฐมวัยอย่างไร?

การเรียนรู้เรื่องพืชสามารถส่งเสริมพัฒนาการของเด็กทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ดังนี้

  • ส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกาย การจัดกิจกรรมให้เด็กเคลื่อนไหวร่างกายเป็นต้นไม้ที่ถูกลมพัดโอนเอน ทำให้เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกายทางด้านการใช้กล้ามเนื้อใหญ่ เช่น แขน ขา ลำตัว และการทรงตัว เป็นต้น กิจกรรมสร้างสรรค์ที่เด็กนำเมล็ดพืชมาปะติดลงในกระดาษ ทำให้เด็กได้ใช้กล้ามเนื้อเล็กในด้านการประสานสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อมือกับตา หรือการทำรถลากจากไม้ แล้วให้เล่นแข่งรถกัน การวิ่งผลัดส่งดอกไม้ ทำให้เด็กได้วิ่งออกกำลังกาย
  • ส่งเสริมพัฒนาการทางด้านอารมณ์ จิตใจ ทำให้เด็กรู้สึกผ่อนคลายทางด้านอารมณ์และความรู้สึกด้วยการร้อยดอกไม้ การให้เด็กเคลื่อนไหวร่างกายตามจินตนาการกับดอกไม้ ทำให้เด็กสนุกสนาน และส่งเสริมการจินตนาการด้านการเคลื่อน ไหว
  • ส่งเสริมพัฒนาการทางด้านสังคม การเรียนรู้เรื่องผักด้วยการได้ประกอบอาหารร่วมกันกับเพื่อน ทำให้เด็กเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับผู้อื่น เรียนรู้การมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม บทบาทหน้าที่ของตนเอง ความรับผิดชอบต่อกลุ่ม การอดทนรอคอย และความมีวินัย ส่งผลให้เด็กมีพฤติกรรมทางสังคมที่ดี และยังส่งเสริมคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในด้านต่างๆ เช่น ความมีวินัย ความเอื้อเฟื้อ ความมีน้ำใจ เป็นต้น
  • ส่งเสริมพัฒนาการทางด้านสติปัญญา การจัดกิจกรรมให้เด็กทดลองปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ เด็กจะได้พัฒนาทักษะพื้น ฐานทางด้านคณิตศาสตร์ จากการวัดส่วนสูงของพืชที่ปลูกเป็นรายสัปดาห์ การนับจำนวนดอกไม้ การคาดคะเน และเรื่องของเวลาที่ใช้การปลูก ส่วนทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์เด็กจะได้เรียนรู้จากการสังเกตการเจริญเติบโตและการเปลี่ยนแปลงของพืช การจำแนกสีของดอกไม้ นอกจากนี้กิจกรรมการเพาะปลูกพืชที่ให้เด็กปลูกร่วมกันเป็นกลุ่ม ยังส่งเสริมทักษะในการแก้ปัญหาเป็นกลุ่มให้กับเด็กได้ ส่วนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ การให้เด็กนำดอกไม้มาปะติดลงในกระดาษตามจินตนาการ จะช่วยส่งเสริมให้เด็กได้คิดวางแผน คิดจินตนาการและสามารถสร้างชิ้นงานให้มีความแปลกใหม่ซึ่งเป็นการพัฒนาด้านการคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็ก นอกจากนี้ การเล่นเกมอนุกรมภาพต้นไม้ ดอกไม้ ทำให้เด็กพัฒนาในด้านการคิดอย่างมีเหตุผลได้

ครูสอนเรื่องพืชให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

กิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับพืชที่ครูจัดให้กับเด็กที่โรงเรียน มีตัวอย่างบางส่วน ดังนี้

  • กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ ในหน่วยดอกไม้ ครูอาจแจกดอกไม้สีต่างๆให้กับเด็ก เปิดเพลงแล้วให้เด็กเคลื่อนไหวตามจินตนาการพร้อมกับดอกไม้ที่อยู่ในมือ เมื่อได้ยินเสียงเพลงหยุด เด็กวิ่งไปจับกลุ่มตามสีของดอกไม้
  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ในหน่วยผัก ครูอาจแบ่งเด็กเป็นกลุ่ม เพื่อร่วมกันเรียนรู้การปลูกผัก โดยมีจุดประสงค์เพื่อ ให้เด็กพัฒนาทักษะทางด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การแก้ปัญหา การทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม โดยช่วยกันเลือกผักที่สามารถเพาะได้ง่ายและใช้ระยะเวลาไม่นานในการเก็บผลผลิต วางแผนเตรียมแปลงเพาะปลูก การเพาะเมล็ดพืชลงในแปลง การบำรุงดูแลรดน้ำ ใส่ปุ๋ย พรวนดิน และการเก็บผลผลิต ซึ่งในขั้นนี้ครูจะกระตุ้นโดยใช้คำถามให้เด็กได้ปฏิบัติเพื่อให้เกิดทักษะทั้งทางด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ทักษะทางสังคม เช่น การสังเกตลักษณะของพืชที่เปลี่ยนแปลงหรือเจริญเติบโต ให้นับจำนวน วัดส่วนสูง เปรียบเทียบขนาด ตลอดจนการกระตุ้นให้เด็กทำงานเป็นกลุ่มและร่วมแก้ปัญหาในขณะทำกิจกรรม แล้วนำมาประกอบอาหาร เด็กจะได้ฝึกทักษะการใช้กล้ามเนื้อเล็กจากการหั่นผักเป็นชิ้นๆ พัฒนาการทางด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ จากการเปรียบเทียบผักในเรื่องของสี ขนาดของผัก ความยาว การเรียงลำดับผัก การนับจำนวน และการเปรียบเทียบลักษณะของผักระหว่างก่อนปรุงกับหลังจากปรุงเป็นอาหารแล้ว การพัฒนาทางด้านสังคมจากการทำงานเป็นกลุ่มย่อย การพัฒนาทางด้านอารมณ์ จิตใจ จากเข้าร่วมกิจกรรมตามความสนใจ
  • กิจกรรมสร้างสรรค์ ครูอาจให้เด็กพิมพ์ภาพจากใบไม้ชนิดต่างๆ ฉีกปะกระดาษเป็นรูปใบไม้-ดอกไม้ วาดภาพระบายสีต้นไม้/ดอกไม้ที่ชอบ ปั้นแป้งเป็นดอกไม้ ร้อยดอกไม้ งานประดิษฐ์จากเศษใบไม้ กิ่งไม้ ฯลฯ
  • กิจกรรมเสรี ครูอาจจะนำดอกไม้ ผัก ผลไม้ หรือต้นไม้ขนาดเล็กมาวางไว้ให้เด็กได้เล่นบทบาทสมมติเป็นพ่อค้าแม่ค้าในร้านค้า ให้เด็กได้เล่นการขายของ การปรุงอาหารจำลอง และการแสดงบทบาทสมมติ เป็นการพัฒนาทางด้านภาษาและด้านการคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็ก
  • กิจกรรมการเล่นกลางแจ้ง ครูจัดให้เด็กแข่งขันวิ่งเก็บผักลงในตะกร้า เช่น วิ่งเก็บแตงกวา โดยแบ่งเด็กออกเป็น 2 ทีมจำนวนเท่าๆกัน ผลัดกันวิ่งไปหยิบแตงกวาที่อยู่ห่างไปประมาณ 5 เมตร มาใส่ลงในตะกร้า ทีมที่วิ่งเก็บแตงกวาใส่ลงในตะกร้าได้หมดก่อนถือว่าชนะ กิจกรรมนี้ส่งเสริมพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อใหญ่ การทรงตัวและทำให้เด็กสนุกสนาน ผ่อนคลายอารมณ์
  • เกมการศึกษา ครูจะส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องพืชผ่านการเล่นเกมที่ครูจัดทำขึ้น เช่น เกมต่อภาพผักและผลไม้ เกมจับ คู่ภาพผักกับบัตรคำ เกมจับคู่ภาพผักกับเงา เกมเรียงลำดับจำนวนผลไม้ เกมจับคู่ภาพผักกับตัวเลข เกมอนุกรมผักและผลไม้ เป็นต้น เพื่อช่วยพัฒนาเด็กทางด้านการคิด ความมีเหตุผลและความสามารถทางด้านสติปัญญา รวมถึงพื้นฐานที่จำเป็น เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ มิติสัมพันธ์

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องพืชได้อย่างไร?

การส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับพืชนิดต่างๆนั้น พ่อแม่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้ซึ่งสามารถจัดกิจกรรมให้เด็กได้เรียนรู้ง่ายๆจากกิจวัตรประจำวัน ตัวอย่างเช่น

  • การให้เด็กเข้าร่วมกิจกรรมการประกอบอาหารประเภทผัก ผัดผักรวม แกงเลียง แกงส้ม หรือสลัดผัก พ่อแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการประกอบอาหาร การช่วยใส่ส่วนประกอบที่เป็นผักลงในกระทะ การเติมเครื่อง ปรุงต่างๆ ขณะที่เด็กช่วยเตรียมผัก พ่อแม่อาจจะถามเด็กว่าผักที่กำลังเตรียมปรุงอาหารมีชื่ออะไรบ้าง มีประโยชน์อย่างไร ซึ่งนอกจากกิจกรรมการประกอบอาหารจะช่วยให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับพืชผักชนิดต่างๆแล้ว ยังช่วยสร้างสัมพันธภาพที่ดีและสร้างความอบอุ่นระหว่างพ่อ แม่และลูกได้อีกด้วย นอกจากนี้กิจกรรมการประกอบอาหารที่เด็กได้มีส่วนร่วมยังสามารถปรับพฤติกรรมด้านการรับประทานอาหารประเภทผัก ให้เด็กหันมารับประทานผักได้มากขึ้น และส่งผลต่อการเสริมสร้างพัฒนาการทางด้านร่างกายโดยรวมของเด็ก
  • การหัดให้เด็กเพาะปลูกพืชง่ายๆที่บ้านก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน พ่อแม่อาจมอบหมายให้เด็กปลูกผักกาด ผักบุ้งในกระถางเล็กๆ ให้เด็กดูแลบำรุงรักษา ตลอดจนการเก็บผักมาประกอบอาหาร
  • ให้เด็กไปช่วยเลือกซื้อพันธุ์พืชที่เป็นไม้ดอก ไม้ประดับ จากแหล่งจำหน่ายพันธุ์ไม้ และนำมาจัดเป็นสวนหย่อมที่หน้าบ้าน เป็นการให้เด็กได้เรียนรู้ และรู้จักพืชได้มากขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย
  • พาลูกไปเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวที่มีพันธุ์พืชหรือต้นไม้ เช่น สวนดอกไม้ สวนพฤกษศาสตร์ ภูเขา น้ำตก ควรแนะนำให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับพืชชนิดต่างๆ รวมถึงการปลูกฝังลักษณะนิสัยในการร่วมกันอนุรักษ์พันธุ์พืชและป่าไม้ให้กับเด็ก เพื่อ ให้เกิดความตระหนักในเรื่องการร่วมกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

เกร็ดความรู้เพื่อครู

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้เด็กรู้จักพืช ครูควรจัดกิจกรรมที่เน้นการลงมือปฏิบัติ การมีส่วนร่วมของเด็ก โดยจัดกิจกรรมให้เด็กได้เรียนรู้อย่างหลากหลาย ผ่านกิจกรรมหลักประจำวัน โดยให้เด็กมีส่วนร่วมในการเตรียมวัสดุอุปกรณ์มาจากบ้าน เช่น การพิมพ์ภาพจากใบไม้ ให้เด็กได้เลือกชนิดของใบไม้ที่ตนเองอยากนำมาใช้พิมพ์ภาพ กิจกรรมการประกอบอาหารก็เช่นเดียวกัน เด็กควรมีส่วนร่วมในการเตรียมผักมาจากบ้าน เพื่อช่วยสร้างความภาคภูมิใจให้กับเด็ก

บรรณานุกรม

  1. พัชรี สวนแก้ว. (2536). จิตวิทยาพัฒนาการและการดูแลเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ: ดวงกมล.
  2. คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์, มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต. (2551). การพัฒนาภาษาของเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ : คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต.
  3. เยาวพา เดชะคุปต์. (2542). กิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ : บริษัทสำนักพิมพ์แม็ค จำกัด.
  4. สุภัค แฝงเพ็ชร. (2551). ผลการจัดกิจกรรมเพาะปลูกพืชประกอบการบันทึกที่มีต่อพฤติกรรมความร่วมมือของเด็กปฐมวัย. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การศึกษาปฐมวัย). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
  5. สมบุญ เดชะภิญญาวัฒน์. (2537). พฤกษศาสตร์. กรุงเทพฯ ; ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
  6. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2545). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2545). กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน
Ging