หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องพ่อค้าแม่ค้า (Teaching Children about Merchants)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องพ่อค้าแม่ค้า

การสอนลูกเรื่องพ่อค้าแม่ค้า (Teaching Children about Merchants)หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับผู้ที่มีอาชีพรวบรวมซื้อสินค้าที่เป็นที่ต้องการของตลาด และขายออกไปให้ผู้ที่ต้องการเพื่อทำกำไร การประกอบอาชีพเป็นหน้าที่ของทุกคนที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ บุคคลเหล่านั้นทำงานตามบทบาทของตนเป็นการช่วยสังคมให้มีความปกติสุข พ่อค้าแม่ค้าเป็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งในสังคมที่ประกอบสัมมาอาชีพ ด้วยการนำสินค้ามาจำหน่ายให้คนนำเงินมาแลกกับสินค้า เรื่องของพ่อค้าแม่ค้าจึงเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ควรจัดประสบการณ์ให้แก่เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้

การสอนเรื่องพ่อค้าแม่ค้ามีความสำคัญอย่างไร?

การสอนเรื่องพ่อค้าแม่ค้ามีความสำคัญต่อเด็กเพราะพ่อค้าแม่ค้าเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในสังคม ที่มีบทบาทเป็นผู้นำสินค้ามาบริการทำให้คนสะดวกสบาย ลดความยุ่งยากที่ต้องจัดทำเองเพราะคนเราไม่สามารถจะผลิตสิ่งของเครื่องใช้และของกินได้ด้วยตนเองทุกอย่าง จึงต้องมีการนำสิ่งของมาแลกเปลี่ยนกัน พ่อค้าแม่ค้าจะทำหน้าที่บริการนี้ อีกประการหนึ่งในชีวิตประจำวันของเด็กย่อมมีการซื้อขายสินค้าด้วยจุดมุ่งหมายต่างๆ เช่น ซื้อของกินเพื่อกินให้ร่างกายแข็งแรง เจริญเติบโต ซื้อเครื่องนุ่งห่มเพื่อป้องกันความร้อน หนาวหรือป้องกันเชื้อโรค ซื้อวัสดุก่อสร้างเพื่อสร้างที่อยู่อาศัย ซื้อยาเพื่อรักษาโรคภัยไข้เจ็บ สำหรับเด็กปฐมวัยยังไม่อยู่ในวัยที่ต้องซื้อของทุกอย่างเองจนกว่าจะโตเป็นผู้ใหญ่ แต่ในปัจจุบันเด็กไทยจำนวนมากออกเดินทางไปโรงเรียนเองด้วยวิธีการต่างๆ วิธีหนึ่งคือผู้ปกครองฝากไปกับรถโรงเรียน และมอบเงินค่าอาหารว่างระหว่างมื้อให้เด็กขณะเดินทางกลับ ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างประสบการณ์ให้แก่เด็กจึงต้องสอนให้เด็กรู้จักการใช้เงินให้เป็น การรู้จักพ่อค้าแม่ค้าเป็นเรื่องสัมพันธ์กัน ในบางครอบครัวพ่อแม่ของเด็กประกอบอาชีพเป็นพ่อค้าแม่ค้า เด็กมีโอกาสเห็นการทำงานของพ่อแม่ ทำแล้วเกิดรายได้มาเลี้ยงดูครอบครัวเป็นเรื่องที่เด็กค่อยๆเข้าใจ ถึงแม้บางครอบครัวจะมีพ่อแม่ประกอบอาชีพอื่นก็ต้องใช้เงินซื้อสินค้า เมื่อพ่อค้าแม่ค้ารับเงินไปย่อมมีเหตุผลที่เด็กควรทราบว่านั่นคือราคาของสินค้า และพ่อค้าแม่ค้าจะมีรายได้เป็นส่วนเกินของสินค้าเพื่อเป็นใช้เลี้ยงชีวิตของตนเองและครอบครัว เรื่องนี้จึงเป็นพื้นฐานการเรียนรู้อาชีพของคนในสังคมที่ควรเตรียมเด็กปฐมวัย

การสอนเรื่องพ่อค้าแม่ค้ามีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

  • เด็กจะเรียนรู้อาชีพของผู้ใหญ่ที่เรียกว่าพ่อค้าแม่ค้า หมายถึง ผู้มีอาชีพรวบรวมซื้อสินค้าที่เป็นที่ต้องการของตลาดและขายออกไปให้ผู้ที่ต้องการเพื่อทำกำไร สินค้าเหล่านั้นนำมาจากทั้งที่เกิดจากธรรมชาติ เช่น ผลผลิตจากพืช สัตว์และผลผลิตที่คนเราสร้างขึ้นจากงานเครื่องจักรซึ่งมีจำนวนมากเพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้คน จึงเกิดการจัดการจำหน่ายจ่ายแจกไปยังคนที่ต้องการ ผู้ที่ทำหน้าที่นี้คือพ่อค้าแม่ค้านั่นเอง
  • เด็กจะเข้าใจได้ว่าการทำงานของพ่อค้าแม่ค้าเป็นการทำงานที่ช่วยเหลือเกื้อกูลของคนในสังคม เพราะแต่ละคนมีความรัก ความชอบ ความถนัดในการทำงานต่างกัน เมื่อมีกลุ่มคนที่ทำงานเป็นพ่อค้าแม่ค้าก็จะช่วยให้คนกลุ่มอื่นมีของใช้ตามความต้องการของตนหรือส่วนรวม อีกประการหนึ่งคือการทำงานเป็นพ่อค้าแม่ค้าจะต้องมีบุคลิกที่ดีคือ มีความรู้เกี่ยวกับสินค้า รู้ค่าของเงินที่ใช้จ่าย มีมารยาทการพูดจาสื่อสารกับผู้อื่น เป็นต้น
  • เด็กจะรู้จักการใช้เงินเพื่อแลกสินค้า เงินเป็นสิ่งที่กำหนดขึ้นมาใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าและการให้บริการต่างๆ แม้เด็กจะยังเล็กแต่จำเป็นต้องสอนให้เข้าใจค่าของเงินตามความเหมาะสมกับวัยคือ การใช้เงินธนบัตรใบละ 20 บาทของประเทศไทยเป็นธนบัตรที่มีค่าน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับเหรียญ 10 บาทจะได้รับเหรียญ 10 บาท 2 เหรียญ เด็กจะต้องได้รับการอบรมสั่งสอนให้รู้ค่าของเงินตั้งแต่วัยอนุบาล
  • เด็กได้รู้ถึงความสัมพันธ์กันระหว่างพ่อค้าแม่ค้ากับสถานที่จัดจำหน่ายสินค้าคือตลาด ร้านค้า หากมีสถานที่ดังกล่าวย่อมมีพ่อค้าแม่ค้าและสินค้า

การจัดกิจกรรมเรื่องพ่อค้าแม่ค้าจึงเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์ชีวิตของเด็กปฐมวัย ให้เกิดความรู้เกี่ยวกับลักษณะการทำงาน วิธีการซื้อขายสินค้าที่คนเราใช้ในชีวิตประจำวัน การเป็นพ่อค้าแม่ค้าจะต้องเป็นผู้มีบุคลิกภาพสุภาพ เรียบร้อยมีความรู้ในการจัดการสินค้า ทั้งในเรื่องการใช้เงินแลกเปลี่ยนสินค้าเพื่อให้เกิดรายได้ต่อไป ดังนั้นการเป็นพ่อค้าแม่ค้าจึงเป็นอาชีพสุจริตที่สังคมยกย่องเช่นกัน

ครูสอนเรื่องพ่อค้าแม่ค้าให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

ครูจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ให้แก่เด็กตามกิจกรรมหลักในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยดังตัวอย่างต่อไปนี้

ครูอาจจัดสถานการณ์จำลองให้มีการซื้อขายในห้องเรียนหรือในโรงเรียน สมมติว่าเป็นตลาดสดขายอาหารสดมีร้านค้าและสินค้าที่หลายหลาย เช่น ร้านขายผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ (ปลา หมู ) ไข่ ขนม เป็นต้น มีพ่อค้าแม่ค้าเป็นผู้จำหน่ายสินค้าโดยครูอาจจะให้นักเรียนเป็นผู้ขายและเชิญเพื่อนนักเรียนห้องอื่นๆให้เป็นผู้ซื้อ อาจเชิญผู้ปกครองเข้าร่วมกิจกรรมในฐานะผู้ซื้อด้วยก็ได้ มีการใช้เงินซื้อสินค้าจริงในราคาที่ไม่สูงนักซึ่งอาจจะกำหนดราคาสินค้าแต่ละชนิดไม่เกิน 5-10 บาท เนื่องจากอยู่ในขอบเขตความสามารถของเด็กที่จะเข้าใจค่าของจำนวน และเพิ่มลดไม่เกิน 20 บาท

ส่วนสินค้าที่นำมาขายนั้นครูอาจจัดการ 2 แบบคือ

แบบที่ 1 ทางโรงเรียนลงทุนจัดให้มีสินค้าหลากหลายชนิด เพื่อให้เห็นความสอดคล้องกับความเป็นจริงในชีวิตที่ต้องการของกินไม่เหมือนกัน

แบบที่ 2 เด็กนำสินค้ามาเองโดยขอความร่วมมือจากผู้ปกครองเป็นผู้จัดหาให้

ทั้ง 2 แบบนี้ในเบื้องต้นเด็กจะได้ทำความเข้าใจเงินที่ลงทุนซื้อสินค้ามาขายเรียกว่า “ต้นทุน” ว่ามีเท่าไหร่ เช่น ไข่ไก่ ต้นทุนราคาฟองละ 3 บาท เมื่อนำมาจำหน่ายควรได้ “กำไร” หมายถึง ได้เงินส่วนเกินจากต้นทุนบ้างเพื่อเป็นรายได้ไปใช้จ่ายต่อไป อีกอันได้แก่สิ่งที่จำเป็นในชีวิต การทำงานค้าขายเป็นอาชีพสุจริต เงินที่ได้เกินมาจากต้นทุนเป็นการยอมรับของคนซื้อ ขายที่ตกลงกันไม่ได้เบียดเบียนกันและกัน เมื่อขายสินค้าได้เงินมาตามราคาที่กำหนด เด็กจะต้องทำความเข้าใจค่าของเงินที่เพิ่มขึ้น สถานการณ์จำลองนี้เสมือนจริงให้เด็กเห็นถึงการนำสินค้ามาจำหน่ายจะต้องใช้เงินที่มีค่าจำนวนหนึ่ง เมื่อผู้ซื้อใช้เงินแลกสินค้าไป เงินที่ใช้จะเหลือน้อยลงในขณะที่ผู้ขายได้เงินเพิ่มขึ้น สินค้าเปลี่ยนจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อ และผู้ซื้อนำไปใช้ประโยชน์ตามต้องการ

สำหรับเด็กปฐมวัยครูจะจัดให้ซื้อขายสินค้าในราคาที่ไม่สูงนัก เพื่อให้การคิดคำนวณค่าของจำนวนไม่ยากเกินความรู้เบื้องต้นของเด็ก เด็กจะได้เรียนรู้ว่าพ่อค้าแม่ค้าคือใคร มีบทบาทหน้าที่อะไรในสังคม สินค้าที่นำมาจำหน่ายเป็นสิ่งที่จำเป็นของคนอย่างไร จะต้องใช้อะไรแลกเปลี่ยนกับสินค้า

นอกจากนี้การศึกษานอกสถานที่ เป็นกิจกรรมที่เด็กเรียนรู้ได้อย่างสนุกสนานและเห็นความจริงที่เป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน ครูอาจจะนำเด็กไปดูร้านค้าในชุมชนใกล้ๆโรงเรียน ครูนำเด็กไปสังเกตการทำงานของพ่อค้าแม่ค้า หรืออาจให้เด็กไปซื้อสิ่งของที่ซื้อได้ในราคาไม่เกิน 10 บาท (เพื่อคิดคำนวณค่าใช้จ่ายที่ไม่เกินความรู้ของเด็กเรื่องจำนวนเพิ่ม ลด)

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องพ่อค้าแม่ค้าจะไปสัมพันธ์กับเรื่องตลาดซึ่งเป็นสถานที่ในชุมชน เป็นเรื่องที่เด็กเรียนรู้ด้วยความสนใจ สนุกสนานและเป็นประโยชน์ในการดำเนินชีวิตประจำวัน สำหรับจุดมุ่งหมายที่จัดการเรียนรู้ให้แก่เด็กเรื่องพ่อค้าแม่ค้าคือ เพื่อรู้ว่าพ่อค้าแม่ค้าคือใคร? เราจะเห็นที่ไหน? เขาทำอะไร? มีประโยชน์อย่างไร? การปฏิบัติที่ดีมีมารยาทของผู้ซื้อ ผู้ขายเป็นอย่างไร?

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนเรื่องพ่อค้าแม่ค้าให้ลูกที่บ้านอย่างไร?

พ่อแม่สอนลูกเรื่องอาชีพที่บ้านได้ดังนี้

  • พ่อแม่เล่านิทานเกี่ยวกับที่มาของอาชีพพ่อค้าโดยทำภาพประกอบเอง กำหนดตัวละครเป็นเด็กหรือลูกสัตว์ เช่น นิทานเรื่อง “ช้างน้อยขายขนม” (ผู้แต่ง:บุบผา เรืองรอง)

    “ช้างน้อยเป็นพ่อค้าขายขนม ขนมของช้างน้อยอร่อยมาก เช่น ขนมทองหยิบ ทองหยอด ขนมฝอยทอง ตะโก้ ขนมชั้น ขนมจ่ามงกุฎ ขนมข้าวตู ทุกวันช้างน้อยจะนำขนมไปขายที่ตลาดและเพื่อนๆจะมาซื้อขนม ลิงน้อยซื้อขนมทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ตะโก้อย่างละ 10 บาท แล้วนำขนมอร่อยไปให้กวาง ปลาทอง จากนั้นกระต่ายมาซื้อ ขนมข้าวตูชิ้นละ 5 บาท และจ่ายเงินค่าขนมด้วยเหรียญ 10 บาท ช้างน้อยจึงทอนเงินให้ 5 บาท ในที่สุดช้างน้อยก็ขายขนมหมดแล้ว ดีใจจริงๆ”

  • พ่อแม่ควรจัดหานิตยสารหรือหนังสืออื่นๆที่มีเนื้อหาหรือรูปภาพเกี่ยวกับอาชีพพ่อค้าในลักษณะที่เกี่ยวข้องกับสินค้าต่างๆเพื่อเสริมความรู้ให้ลูก จากหนังสือ นิตยสาร หนังสือพิมพ์หรือแผ่นใบปลิวแนะนำสินค้า พ่อแม่สามารถนำมาเป็นใช้เป็นอุปกรณ์การเรียนรู้ได้หลายประการ เช่น นำมาตัดปะแล้วตัดเป็นชิ้นๆ หรือนำมาสนทนาว่าพ่อค้าแม่ค้าขายสินค้าอะไร ราคาเท่าไหร่ ขายที่ร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้าอะไร
  • ยามว่างพ่อแม่ชวนลูกเล่นขายของหรือเล่นสมมติเป็นพ่อค้าแม่ค้า เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้เกี่ยวกับอาชีพพ่อค้าแม่ค้า โดยนำสิ่งต่างๆมาแทนสินค้า เช่น เศษวัสดุเหลือใช้หรือใบไม้ กิ่งไม้ ดิน ทราย แป้งโดว์และพิมพ์สีต่างๆให้ลูกปั้นและพิมพ์เป็นรูปทรงต่างๆสมมุติให้เป็นผักผลไม้และนำไปเล่นขายของ บางครั้งพ่อแม่เป็นเพื่อนเล่นของลูกโดยเป็นผู้ซื้อ เด็กๆจะชอบเป็นคนขายคือพ่อค้าหรือแม่ค้า แต่หากมีญาติพี่น้องที่อายุใกล้เคียงกันก็ให้เด็กได้เล่นด้วยกัน กิจกรรมนี้เด็กจะได้สื่อสารภาษา หากเป็นพ่อค้าแม่ค้าต้องรู้จักพูดจาเพื่อจูงใจให้ผู้ซื้อสนใจและผู้ซื้อก็รู้จักที่จะถามหาสินค้าที่ตนต้องการ ประการสำคัญขณะที่ซื้อขายเด็กจะเกิดการเรียนรู้ในการใช้เงินตราแลกเปลี่ยน ซึ่งผู้ใหญ่จะต้องให้เด็กมีประสบการณ์จริงด้วย เด็กจึงจะเข้าใจเรื่องพ่อค้าแม่ค้าและนำมาเล่นเป็นการถ่ายทอดสิ่งที่เราเรียนรู้ และเกิดความสนุกสนานที่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นด้วย
  • พ่อแม่แนะนำลูกให้รู้จักเงินเหรียญและธนบัตรที่ใช้จ่ายในปัจจุบันของไทย เพราะสิ่งเหล่านั้นจะต้องใช้ในการซื้อขายสินค้า เหรียญและค่าเงินที่เด็กควรรู้จักคือ เหรียญ 1, 2, 5, 10 บาท และธนบัตร 20 บาทเท่านี้พอสำหรับเด็กปฐมวัย ส่วนกิจกรรมที่จะให้เด็กเล่น เช่น
    • สอนลูกให้เรียงลำดับค่าของเหรียญและธนบัตรจากมากไปหาน้อยและจากน้อยไปหามาก
    • พ่อแม่ชวนลูกเล่นเกมทายค่าของเงิน โดยพ่อแม่ยกเหรียญหรือธนบัตรใดขึ้นมาแล้วให้ลูกตอบมูลค่าให้ถูกต้องเพื่อเป็นการทดสอบความเข้าใจของลูก หรือเกมผลรวมของเงินโดยพ่อแม่ยกเหรียญหรือธนบัตรพร้อมกันแล้วให้ลูกหาผลรวมให้ถูกต้อง
  • พ่อแม่ชวนลูกพูดคุยเรื่องเมนูอาหารที่ลูกชอบพร้อมให้ลูกช่วยพ่อแม่สำรวจวัตถุดิบที่มีในบ้าน ทำให้ทราบว่ายังขาดสิ่งใดที่ต้องใช้ปรุงอาหาร จากนั้นหาโอกาสพาลูกไปแหล่งเรียนรู้ใกล้บ้านนั่นคือตลาด จะทำให้ลูกได้พบเห็นและสัมผัสกับพ่อค้าแม่ค้าจากการไปเลือกซื้อวัตถุดิบ เช่น รู้จักพ่อค้าขายผักเมื่อไปซื้อแครอท รู้จักพ่อค้าขายของชำเมื่อไปซื้อน้ำตาล น้ำปลา รู้จักพ่อค้าขายหมูเมื่อไปซื้อเนื้อสันใน เป็นต้น จากการที่พ่อแม่พาลูกสำรวจตลาดนอกจากจะทำให้ลูกเห็นลักษณะการประกอบอาชีพของพ่อค้าแม่ค้าแล้ว ยังทำให้ลูกทราบราคาการซื้อขายวัตถุดิบพื้นฐานที่จำเป็นในการดำเนินชีวิตประจำวันอีกด้วย ได้แก่ เนื้อหมู ไข่ นม ผักต่างๆ ข้าวสาร อาหารแห้ง เช่น พริก กะปิ น้ำปลา น้ำตาล เป็นต้น
  • พ่อแม่ให้ลูกจินตนาการว่าตัวเองเป็นตัวละครพ่อค้าหรือแม่ค้าที่อาศัยอยู่ในตลาดแสนสวย แล้วให้ลูกช่วยกันตกแต่งบ้านให้สวยงามจากวัสดุต่างๆ ได้แก่ ก้านกล้วย เศษกิ่งไม้ ใบไม้ เมล็ดถั่ว สีน้ำ สีเทียน เศษกระดาษเหลือใช้ เมื่อตกแต่งเสร็จแล้วให้ลูกเล่าเรื่องตามจินตนาการ
  • พ่อแม่จัดประสบการณ์ชีวิตให้ลูกรู้จักพ่อค้าแม่ค้าที่ขายสินค้าในลักษณะต่างๆ ได้แก่ รถเข็น วางของขายในที่เปิดโล่งริมถนน ขายในตลาดสด ขายในห้างสรรพสินค้า ขายในร้านเฉพาะ แต่ลักษณะเด่นที่เหมือนกันคือเป็นผู้นำสินค้ามาบริการให้ผู้ซื้อโดยมีการตกลงราคาของสินค้าและแลกเปลี่ยนสินค้าตามราคาที่กำหนด เด็กๆมีประสบการณ์ตรงที่รู้จักพ่อค้าแม่ค้าในลักษณะที่กล่าวมา เช่น เด็กอาจจะได้ซื้อไอศกรีมจากพ่อค้าลักษณะต่างๆที่กล่าวมา ทั้งไอศกรีมจากรถเข็นที่ผ่านบ้านไป ไอศกรีมจากร้านริมถนน ไอศกรีมจากร้านเฉพาะ ไอศกรีมในห้างสรรพสินค้า บางทีไอศกรีมก็นำไปขายในตลาดสด
  • บางครอบครัวมีอาชีพค้าขาย เด็กจะรู้จักบทบาทของพ่อแม่ในฐานะของพ่อค้าแม่ค้า เด็กอาจจะเป็นผู้ช่วยเหลือพ่อแม่หยิบของ จัดสินค้าให้ผู้ซื้อและช่วยรับเงิน ส่งเงินทอนให้แก่ผู้ซื้อก็ได้ เด็กที่อยู่ในครอบครัวค้าขายก็จะได้รับประสบการณ์ตรง
  • เล่นเกมการละเล่นไทยที่ยังคงความสนุกสนานอยู่คือ เกม “ตะล๊อกต๊อกแต๊กมาซื้ออะไร” การเล่นแต่เดิมจะเป็นการเล่นกลางแจ้งมีผู้เล่นเป็นสินค้า หากผู้ซื้อทายถูกว่าผู้ขายมีสินค้าอะไรสินค้าต้องมาอยู่ฝ่ายผู้ซื้อ แล้วเริ่มต้นเล่นใหม่ ก่อนซื้อสินค้าผู้เล่นจะร้องว่า “ตะล๊อกต๊อกแต๊กมาทำไม” คนซื้อก็จะตอบว่า “มาซื้อดอกไม้” คนขายก็จะถามว่า “ดอกอะไร” ผู้ซื้อก็จะระบุชื่อดอกไม้วนเวียนไปมาเช่นนี้จนหมดผู้เล่น ในที่นี้นำวิธีเล่นมาประยุกต์ให้เล่นทายกันในที่ร่มเพราะในบ้านมีเฉพาะพ่อแม่ลูกเล่นด้วยกัน ให้ลูกเป็นผู้ซื้อ พ่อแม่เป็นคนขาย กำหนดสินค้าไว้ (เพิ่มเติมให้ว่าหาภาพสินค้าที่ได้จากแผ่นปลิวโฆษณานำมาตัดปะติดกระดาษแข็งเหลือใช้เอามาวางแอบไว้) เมื่อลูกเอ่ยว่าจะซื้อ.เช่น ซื้อแยมโรล (หรืออื่นๆ) หากมีในบัตรภาพก็หยิบบัตรให้ลูก แต่ถ้าไม่ใช่ให้เล่นใหม่ ทำเช่นนี้จนครบ 10 รอบแล้วนับบัตรทายสินค้า หากได้เกิน 7 บัตรให้ลูกเป็นฝ่ายชนะแล้วสลับพ่อแม่เป็นผู้ซื้อบ้าง

เกร็ดความรู้เพื่อครู

  • เงินบาท เป็นสกุลเงินประจำชาติของประเทศไทย
  • เหรียญบาททำด้วยทองแดงนิเกิล
  • เหรียญไทยผลิตโดยสำนักกษาปณ์ กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ส่วนธนบัตรผลิตและควบคุมการหมุนเวียนโดยธนาคารแห่งประเทศไทย

ในการเตรียมการจัดกิจกรรมครูควรฝึกเด็ก ดังนี้

  • ฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่องจำนวนสินค้า ค่าเงิน (เงินเหรียญ,ธนบัตร)
  • ฝึกมารยาทการพูดให้เด็กในบทบาทของผู้ซื้อ ผู้ขาย ได้แก่ คำว่าเชิญ ขอบคุณ ขอโทษค่ะ/ครับ ยินดีต้อนรับ เป็นต้น
  • เตรียมสินค้าที่จะใช้จำหน่าย ควรเป็นของที่เด็กรู้จัก อยู่ใกล้ตัว ไม่เป็นอันตราย ไม่ต้องปรุงสด ไม่เปรอะเปื้อน
  • ค่าเงินสำหรับการซื้อขายไม่ควรสูงนัก
  • จำลองตลาดในห้องเรียนหรือในโรงเรียน
  • ให้เด็กมีโอกาสร่วมกิจกรรมทุกคนทั้งบทบาทผู้ซื้อและผู้ขาย
  • ขอความร่วมมือกับผู้ปกครองในการจัดเตรียมเงินหรือสินค้าที่นำมาจำหน่าย

บรรณานุกรม

  1. กุลยา ตันติผลาชีวะ. (2547). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย. กรุงเทพมหานคร:บริษัท เอดิสัน เพรส โปรดักส์ จำกัด.
  2. คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2542). การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย. กรุงเทพมหานคร:เซเว่น พรินติ้ง กรุ๊ป.
  3. ผะอบ โปษะกฤษณะ ฐะปะนีย์ นาครทรรพ และศิวะพร สุคนธพงเผ่า. (2522). การละเล่นของเด็กภาคกลาง. กรุงเทพฯ:โครงการเผยแพร่เอกลักษณ์ไทย กระทรวงศึกษาธิการ.
  4. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพมหานคร:กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ.
  5. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2548). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร:สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ.
  6. อาชีพ.www.rtafa.ac.th/admin/thai/dictionaryrayalinstitute_%202542.htm พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒. [ค้นคว้าเมื่อ 20 กันยายน 2557].
  7. ความหมายของการขาย. www.gotoknow.org/posts/118228.ความหมายของการขาย. [ค้นคว้าเมื่อ 19 กันยายน 2557]
  8. สกุลเงิน. th.wikipedia.org/wiki/บาท. [ค้นคว้าเมื่อ 21 กันยายน 2557].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน
sirikul