หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องภัยจากเครื่องดื่ม (Danger of beverages)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

ภัยจากเครื่องดื่ม (Danger of beverages) หมายถึง อันตราย สารพิษ สิ่งสกปรก หรือสิ่งปลอมปนที่เจือปนอยู่ในสิ่งที่ใช้สำหรับดื่มซึ่งมีน้ำเป็นส่วนผสมหลัก เพราะ ปัจจุบันในสังคมไทยนิยมดื่มเครื่องดื่มกันแพร่หลายทั้งในกลุ่มผู้ใหญ่และเด็ก เครื่องดื่มที่จัดทำขึ้นจะมีความแตกต่างกันทั้งส่วนผสมกับน้ำ และสิ่งบรรจุภัณฑ์ เครื่องดื่มเหล่านั้นจัดจำหน่ายในร้านค้าสะดวกซื้อที่จัดแช่ในตู้แช่เย็นและไม่แช่ จำหน่ายโดยนำใส่ยานพาหนะและแช่น้ำแข็งขายเร่ไปตามสถานที่ต่างๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็กที่เป็นผู้บริโภคคือ การติดเชื้อโรคจากเครื่องดื่มที่ไม่สะอาด การรับน้ำหวานและส่วนผสมในเครื่องดื่มที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย จึงเป็นเรื่องที่พ่อแม่และครูควรให้ความสนใจที่จะอบรมเลี้ยงดูให้แก่เด็กก่อนวัยเรียนเพื่อป้องกันภัยที่เกิดจากเครื่องดื่ม

สอนลูกเรื่องภัยจากเครื่องดื่ม

การสอนลูกเรื่องภัยจากเครื่องดื่มมีความสำคัญอย่างไร?

ปัจจุบันเด็กไทยจำนวนมากเป็นโรคอ้วน ดังข้อมูลเผยแพร่จากกรมอนามัยกล่าวว่าในปี 2558 คืออีก 2 ปี ข้างหน้านี้เด็กไทยจะมีสัดส่วนเป็นโรคอ้วน 1 คนใน 10 คน และในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (นับจาก พ.ศ. 2546) อุบัติการณ์เด็กก่อนวัยเรียนหรือเด็กปฐมวัยเป็นโรคอ้วนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คือ เพิ่มขึ้นร้อยละ 36 เด็กวัยเรียนอายุ 6-13 ปี อ้วนเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.5 สอดคล้องกับการเปิดเผยของรองศาสตราจารย์แพทย์หญิง ชุติมา ศิริกุลชยานนท์ อาจารย์ประจำภาควิชาโภชนาวิทยา คณะสาธารณสุข มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จากการสำรวจโรงเรียนทั้งภาครัฐและเอกชนพบว่า มีเด็กอ้วน ร้อยละ 20 -30 ในขณะที่เด็กผอมมีเพียงร้อยละ 2- 4 เท่านั้น สถานการณ์เด็กอ้วนจึงเป็นปัญหาที่น่าสนใจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงศึกษาพบว่า สาเหตุประการหนึ่งที่ทำให้เด็กเป็นโรคอ้วนเพราะเด็กบริโภคอาหารที่มีส่วนของน้ำตาลมากและของหวานจากสิ่งที่ให้ความหวานแทนน้ำตาลคือ สารซัคคารินหรือสารขัณฑสกร ซึ่งเป็นสารที่ไม่อนุญาตให้ใช้ในอาหาร ปัญหาที่น่าห่วงเด็กประการต่อมาคือปัญหาเด็กฟันผุ เพราะดื่มเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาล เช่นน้ำอัดลม น้ำนมที่ปรุงแต่งและมีส่วนผสมน้ำตาลอยู่ด้วย น้ำผลไม้ผสมน้ำตาล เมื่อเด็กโรคฟันผุ ส่วนที่เป็นเคลือบฟัน เนื้อฟัน รากฟันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงคือเปลี่ยนตั้งแต่สีขาวของชั้นเคลือบฟันเป็นสีขาวขุ่น มีจุดสีน้ำตาล มีรอยสีดำ ต่อมาเมื่อการผุของฟันลุกลาม จะทำให้เนื้อฟันเปื่อยยุ่ย ฟันเป็นรูหรือโพรงชัดเจน จะเกิดอาการเสียวฟัน ปวดฟัน เพราะการผุฟันทะลุถึงโพรงประสาทฟัน จะเกิดอาการติดเชื้อทำให้เหงือกบวม เด็กจะรับประทานอาหารไม่ได้ การเจริญเติบช้าลง อารมณ์หงุดหงิด ไม่ร่าเริง สำหรับเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม ที่มีส่วนผสมของกาเฟอีน จะกระตุ้นให้ร่างกายไม่รู้สึกเหนื่อยตามธรรมชาติ เด็กที่ดื่มน้ำอัดลมจึงไม่รู้สึกอยากพักผ่อนตามปกติ มีผลให้เด็กสมาธิสั้น การเจริญเติบโตผิดปกติเพราะในน้ำอัดลมมีส่วนผสมสารฟอสเฟตในรูปของกรดฟอสฟอริก มีผลให้กระดูกของเด็กเปราะบาง ผุกร่อนได้ง่าย อีกปัญหาหนึ่งที่น่าสนใจคือความไม่สะอาดของเครื่องดื่มเหล่านั้น เพราะการปนเปื้อนเชื้อโรคจากบรรจุภัณฑ์ เครื่องดื่มหมดอายุ และเครื่องดื่มที่มี ส่วนผสมที่ต้องห้ามและไม่ได้มาตรฐาน ความสกปรกจากสิ่งปนเปื้อนที่บรรจุภัณฑ์เกิดจากการนำจัดบริการขาย เครื่องดื่มในสถานที่ไม่สะอาด เช่นริมทางเดิน มีฝุ่นละอองและควันจากรถยนต์ที่แล่นผ่านไปมา ผู้ขายไม่ทำความสะอาดมือของตนเอง หยิบส่งเครื่องดื่มให้ผู้ซื้อและผู้ซื้อจะดื่ม บางประเภทเป็นการจำหน่ายแบบตักเครื่องดื่มใส่ภาชนะเป็นแก้ว การทำความสะอาดภาชนะของเครื่องดื่มไม่ดีพอ ใช้น้ำล้างแก้วซ้ำไปมา เครื่องดื่มที่แช่ในถังแช่ใส่น้ำแข็ง ผู้ซื้อหรือผู้ขายล้วงหยิบเครื่องดื่ม ความสกปรกที่ติดมือผ่านน้ำแข็งมาสู่กล่องหรือขวดที่บรรจุเครื่องดื่มเหล่านนั้น เมื่อดื่มเครื่องดื่มจึงรับเชื้อโรคทางเดินอาหารเข้าไปได้ ปัญหาเหล่านี้คืออันตรายต่อสุขภาพของเด็กไทย การสอนลูกเรื่องภัยจากเครื่องดื่มจึงมีความสำคัญดังนี้

  • การสั่งสอนหรือการอบรมบ่มเพาะตั้งแต่วัยเด็กมีความสำคัญที่จะเสริมสร้างพุทธปัญญาหรือการพัฒนาความรู้พื้นฐานที่จำเป็นสำหรับเด็กปฐมวัย ให้เด็กรู้จักดูแลสุขภาพกายและจิตใจของตน เพื่อนำไปสู่การมีสุขปฏิบัติที่ดีที่สุด
  • เป็นการป้องกันมิให้เด็กเกิดโรคภัยที่มาจากเครื่องดื่ม และพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายทั้งนี้เพราะเครื่องดื่มมีจำหน่ายโดยทั่วไป เด็กหาซื้อได้สะดวก และอิสระ เนื่องจากปัจจุบันเด็กจะอยู่นอกบ้านมากกว่าอยู่กับครอบครัว ทั้งระหว่างวันที่รอคอยผู้ใหญ่มารับกลับบ้าน ในวันหยุด ทั้งวันเสาร์และวันอาทิตย์ เด็กจะไปอยู่สถานที่ที่จัดบริการเลี้ยงเด็กบ้าง หรือ ไปเล่นที่ต่างๆ เช่น ที่สาธารณะ ที่ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น ในสถานที่ดังกล่าวจะมีตู้แช่เครื่องดื่มที่บริการให้ผู้ซื้อหยิบสินค้าโดยอิสระแล้วนำไปจ่ายเงินที่แผนกชำระเงิน จึงมีผู้ซื้อผลัดเปลี่ยนมาเลือกหยิบจับสินค้าดูบ้าง บางคนก็ซื้อ แต่บางคนที่ไม่ซื้อเมื่อพิจารณาสินค้าแล้วจะวางไว้ที่เดิม สินค้าคือเครื่องดื่มที่ผู้ขายจัดวางแสดงไว้จึงปนเปื้อนสิ่งสกปรกที่เกิดจากมือผู้ซื้อ
  • ประเทศไทย เป็นประเทศที่อยู่ในเขตร้อน คนจะเลือกรับประทานอาหารและเครื่องดื่มเพื่อดับกระหายและเมื่อนำเครื่องดื่มไปผสมน้ำแข็งหรือแช่เย็นไว้ เด็กๆ มักชอบรับประทานน้ำแข็ง ซึ่งมักไม่สะอาด ปนเปื้อนสิ่งสกปรกมากับน้ำที่นำมาทำน้ำแข็ง และเครื่องดื่มเกือบทุกประเภทผสมน้ำตาลเทียมให้มีรสหวานมากเป็นอันตรายต่อสุขภาพ จึงควรปรับทัศนคติเด็กให้รู้จักเลือกดื่มเครื่องดื่มที่มีรสหวานน้อยๆ และเป็นรสหวานจากธรรมชาติ เช่น นมสดรสจืด น้ำมะพร้าว เป็นต้น
  • เป็นการป้องกันเหตุเด็กเป็นโรคอ้วน โรคฟันผุ และโรคอื่นๆที่ เกิดจากการดื่มน้ำอัดลม น้ำหวาน หรือเครื่องดื่มที่ผสมน้ำหวาน โดยการสอนทุกรูปแบบได้แก่การอบรมด้วยวาจา การสอนจากกระทำเป็นแบบอย่างที่ดีให้เด็กเห็น การสอนจากการปฏิบัติตนต่อเด็กอย่างถูกต้อง

การสอนลูกเรื่องภัยจากเครื่องดื่มมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

  • เด็กจะมีสุขภาพดีจากการบริโภคเครื่องดื่มที่มีคุณค่าต่อร่างกาย เช่น ดื่มน้ำเปล่าสะอาด ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล น้ำจะช่วยละลายสารอาหารเพื่อร่างกายจะดูดซึมไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายต่อไป
  • เด็กได้รู้จักหัดสังเกตและคิดที่จะเลือกเครื่องดื่มที่เป็นประโยชน์ วัยเด็กจะจำสิ่งที่สอนได้รวดเร็วเพราะเป็นวัยแห่งการเรียนรู้ การหัดดู หรือสังเกตเป็นขั้นแรกของการได้คิด เช่น แนะให้เด็กสังเกตฝุ่นละอองที่ปลิวไปทั่วบริเวณริมถนน ละอองฝุ่นเหล่านั้นจะมาเกาะที่ภาชนะบรรจุเครื่องดื่ม หากเราดื่มเครื่องดื่มเข้าไปคือการรับเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกเข้าไปด้วย เมื่อให้สังเกต ควรมีคำถามให้เด็กคิดด้วย เช่น เมื่อเห็นเช่นนี้ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราดื่มเครื่องดื่มนั้นเข้าไป ผู้ใหญ่ใช้สถานการณ์ที่เกี่ยวกับเครื่องดื่มให้เด็กสังเกตและคิดบ่อยๆ เพื่อสร้างความเข้าใจให้แก่เด็ก
  • เด็กมีสุขภาพกายและจิตที่เป็นปกติเพราะไม่มีโรคที่เกิดจากการดื่มเครื่องดื่ม คือโรคฟันผุ โรคอ้วน โรคสมาธิสั้น เป็นต้น

ครูจัดกิจกรรมเรื่องภัยจากเครื่องดื่มให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

เนื่องจากในชีวิตจริงของเด็ก เด็กอาจจะซื้อเครื่องดื่มมาดื่มเองได้อย่างอิสระ เพราะได้รับเงินจากผู้ปกครองมาใช้จ่ายที่โรงเรียน เป็นค่าอาหารว่างตอนบ่ายขณะรอผู้ปกครองมารับกลับบ้านเย็นมาก เพราะผู้ปกครองเองมีปัญหาเลิกงานไม่ตรงกับโรงเรียนเลิกเรียน ครูจึงจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องภัยจากน้ำดื่มโดยอาจการสอดแทรกในชีวิตประจำวัน ได้ดังนี้

  • กำหนดการสอนในหน่วยเครื่องดื่ม หน่วยน้ำสะอาด หน่วยผลไม้ : น้ำผลไม้ นม อาหารดีมีคุณค่า โรคและเชื้อโรค เป็นต้น โดยกำหนดจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ให้เด็กแสดงพฤติกรรมสุขนิสัยที่ดีหรือเป็นสุขปฏิบัติในการรักษาสุขภาพตนเองตั้งแต่เด็กได้ เช่น เลือกเครื่องดื่มสะอาดมาดื่มได้ ดื่มน้ำสะอาดบ่อยๆ ล้างมือและบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มก่อนดื่มอย่างถูกต้อง ใช้หลอดดูดเครื่องดื่มที่บรรจุภัณฑ์ได้ ทำน้ำผัก ผลไม้รับประทานเองได้ เลือกดื่มเครื่องดื่มที่ไม่หมดอายุ จำแนกเครื่องดื่มสีธรรมชาติและเครื่องดื่มสีเคมีได้ เลือกซื้อเครื่องดื่มสะอาดจากร้านและผู้ขายที่สะอาดได้ หลีกเลี่ยงน้ำอัดลม ชา กาแฟ
  • จัดกิจกรรมที่มีวิธีการเรียนรู้ที่หลากหลาย ให้โอกาสเด็กได้ทำร่วมกับเพื่อน ได้เห็นสื่อของจริง สร้างสถานการณ์จำลอง หรือให้เด็กได้เล่นบทบาทสมมติ เช่น แสดงบทบาทสมมติการดื่มเครื่องดื่มจากหลอดดูด เพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคจากบรรจุภัณฑ์ของเครื่องดื่ม ทดลองทำน้ำผลไม้ปั่น คั้นน้ำผลไม้สะอาดเพื่อดื่มกันเองทดลองใส่สีธรรมชาติเช่น สีจากใบเตย สีดอกอัญชัน จะมีลักษณะสี กลิ่น แตกต่างจากสีเคมี ทดลองดมกลิ่นเครื่องดื่มที่บูด หมดอายุ จำแนกจากเครื่องดื่มที่สด รับประทานได้ โดยเฉพาะ นม เพราะเด็กๆ จะรับประทานนมเกือบทุกวันจากโรงเรียน นมเหล่านั้นโรงเรียนจะได้รับการจัดสรรให้นำมาแจกเด็กและสนับสนุนให้เด็กดื่ม หากโรงเรียนมีจำนวนนมปริมาณมาก ซื้อเก็บไว้จำนวนมากหรือได้รับการจัดสรรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาเก็บไว้ อาจมีนมที่เสีย บูดเน่า และมีกลิ่น ต้องระวังมิให้เด็กดื่มและอาหารเป็นพิษ ทดลองทำการกรองน้ำให้สะอาดและเปรียบเทียบน้ำกรองกับน้ำไม่กรอง น้ำที่กรองอาจจะนำมาจากน้ำแข็งจากเครื่องดื่มที่วางจำหน่าย ทดลองให้เด็กได้เห็นสิ่งสกปรกที่อาจจะมีในน้ำชนิดนั้น นำน้ำตาลเทียมมาให้เด็กเห็น เน้นว่าสิ่งนี้ผสมปนในเครื่องดื่มหลายชนิดที่ผสมขาย เราไม่ควรรับประทานสิ่งนี้เพราะให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพของรา เล่านิทาน เกี่ยวกับการดื่มน้ำหวานทำให้ฟันผุ เช่น เรื่องลูกหมีปวดฟัน เล่นจำแนกเครื่องดื่มน้ำอัดลม กับน้ำที่เราดื่มได้ (ใช้กระป๋องบรรจุเครื่องดื่มหลากหลายชนิดและขวดน้ำดื่มสะอาดเป็นสื่อการเรียนรู้) ครูและเด็กร่วมจัดป้ายนิเทศรณรงค์เราไม่ดื่มน้ำอัดลม น้ำหวาน ครูและเด็กร่วมทำหนังสือเล่มใหญ่เป็นเรื่องราวภัยจากเครื่องดื่ม
  • จัดโครงการในโรงเรียน เช่น จัดสถานการณ์ซื้อเครื่องดื่มที่ปลอดภัย โดยใช้ร้านค้าที่โรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ของเด็ก ฝึกให้เด็กสังเกตสินค้าที่เป็นเครื่องดื่มที่เด็กซื้อได้เพราะไม่หมดอายุที่จะบริโภค การเลือกเครื่องดื่มที่รับประทานได้เพราะมีข้อความว่าผสมน้ำตาลเปอร์เซ็นต์น้อย ประมาณ 1-2 เปอร์เซ็นต์หรือไม่ผสมเลย สำหรับนมสดควรเลือกบริโภคนมจืด ไม่ดื่มนมผสมช็อกโกแลตและน้ำตาล จัดสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการดื่มเครื่องดื่มที่สะอาด เช่น มีบริเวณสิ่งแวดล้อม ผู้จำหน่าย หรือผู้บริการมีสุขภาพอนามัยที่ดี การมีระเบียบ กติกาของโรงเรียนที่ไม่สนับสนุนเด็กดื่มน้ำอัดลม การแปรงฟันหลังดื่มเครื่องดื่มทุกชนิดจนเป็นนิสัย เป็นต้น

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะจัดกิจกรรมสอนลูกเรื่องภัยจากเครื่องดื่ม อย่างไร?

พ่อแม่จัดกิจกรรมเรื่องภัยจากเครื่องดื่มให้ลูกได้จากชีวิตประจำวัน ดังนี้

  • นำลูกไปตรวจสุขภาพและพบแพทย์หรือ ทันตแพทย์เพื่อตรวจฟันให้ลูก แพทย์จะมีข้อแนะนำให้ลูกรักษาฟันและไม่ดื่มน้ำหวาน หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของนำตาลบ่อย ตลอดแนะนำวิธีการทำความสะอาดช่องปาก การที่แพทย์แนะนำเด็กมักจะได้ผลดีเพราะเด็กเชื่อและศรัทธาแพทย์
  • ครอบครัวทำเครื่องดื่มง่ายๆ รับประทานเอง ในวันหยุด เพื่อมีเวลาที่จะให้ทุกคนในครอบครัวได้ช่วยกันทำโดยเฉพาะเด็กๆ เพื่อให้เด็กได้เห็นการทำความสะอาดวัตถุดิบ อุปกรณ์เครื่องใช้ รวมทั้งการทำความสะอาดมือของเราเอง เครื่องดื่มที่ทำได้ง่ายๆ เช่น น้ำผลไม้ปั่น ช็อกโกเลตอุ่น การทำน้ำใบเตยหอม ฯลฯ เครื่องดื่มจะผสมน้ำตาลธรรมชาติ รสหวานน้อย แต่อร่อย ให้เด็กๆ ได้ดมและดื่ม รู้รสชาติที่เป็นธรรมชาติ เด็กจะจำแนกลักษณะและ รสชาติของเครื่องดื่มได้
  • หลีกเลี่ยงซื้อเครื่องดื่มนอกบ้านให้ลูกรับประทาน เพื่อไม่ให้เด็กติดนิสัยซื้อเครื่องดื่มรับประทานเองนอกบ้านเช่นกัน
  • ร่วมกำหนดค่าใช้จ่ายประจำวันของลูก ในรายการไม่ควรมีรายการเครื่องดื่มทุกประเภทนอกจากน้ำสะอาดบรรจุขวดตามตัวอย่างที่ครอบครัวนำมาให้ดู
  • จัดน้ำดื่มใส่ภาชนะที่ปลอดภัย พ่อแม่สังเกตจากเครื่องหมายควบคุมคุณภาพ อายุของเครื่องดื่ม ลักษณะของบรรจุภัณฑ์
  • นำลูกไปตลาด ร้านค้าริมทาง ชี้ให้เด็กสังเกตหีบห่อของเครื่องดื่มนานาชนิด เน้นเรื่องความไม่สะอาดที่มีฝุ่นปนเปื้อน และอาจจะมีสัตว์สกปรกเช่น หนู สุนัข แมว มาถ่ายไว้ หากผู้จำหน่ายไม่ล้างบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มก่อนวางจำหน่ายเด็กจะได้รับเชื้อโรคได้
  • ครอบครัวไม่ซื้อน้ำอัดลม กาแฟ ชาเขียวมารับประทาน ไม่ป้อนให้เด็กรู้รสตั้งแต่เด็ก เด็กก็จะไม่รู้จัก กรณีเช่นนี้ ผู้ปกครองต้องเป็นตัวแบบที่ดี ช่วยรณรงค์กันในชุมชน และวางแผนร่วมกับโรงเรียนไม่อนุญาตให้เด็กซื้อมารับประทานทั้งที่โรงเรียนและทุกที่
  • เมื่อจำเป็นต้องซื้อเครื่องดื่ม แนะนำให้ลูกใช้หลอดดูดเครื่องดื่ม และ เน้นใช้ดื่มน้ำเปล่า ไม่ดื่มเครื่องดื่มประเภทอื่น ฝึกให้ลูกเคยชินกับการดื่มเปล่าที่สะอาดตั้งแต่เล็กๆ
  • ร้องเพลงสร้างความเพลิดเพลินและให้สาระเรื่อง ไม่ดื่มน้ำอัดลม น้ำหวาน

เพลง ไม่ดื่มน้ำอัดลม (ผู้แต่ง บุบผา เรืองรอง)

ดื่มน้ำอัดลม ตัวหนูกลม อ้วนเอา อ้วนเอา
ดื่มน้ำหวานมากไป มากไป หนูคิดอะไรไม่ออก คิดไม่ออก คิดไม่ออก คิดไม่ออก
ดื่มน้ำหวานมากไป หนูง่วงเหงาหาวนอน โอ๊ย ง่วงนอน ง่วงนอน ง่วงนอน
ไม่เอา ไม่เอา หนูไม่ดื่มน้ำอัดลม
ไม่เอา ไม่เอา หนูไม่ดื่มน้ำหวานบ่อยๆ

กิจกรรมของครอบครัวควรได้ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอเพื่อปลูกฝังนิสัยการเลือกเครื่องดื่มที่มีคุณค่าทางโภชนาการ พ่อแม่จำเป็นต้องทำงานร่วมกับโรงเรียนและชุมชนเพื่อดูแลสุขภาพของลูกให้ปลอดภัยจากภัยที่เกิดจากเครื่องดื่ม

เกร็ดความรู้เพื่อครู

ข้อสังเกตที่น่าสนใจของน้ำอัดลมที่ครูควรทราบประการหนึ่งคือ เครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม ชื่อว่าน้ำ อัด ลม เป็นการสื่อให้เรารู้ได้ว่า มีน้ำ และลม น้ำเป็นสิ่งที่ร่างกายต้องการเพื่อนำไปช่วยละลายสารอาหาร ทำให้เซลล์สามารถดูดซึมสารอาหารและนำไปใช้ประโยชน์ แต่เมื่อน้ำชนิดที่อัดลม คือ กรดคาร์บอนิกซึ่งสลายตัวได้เป็นก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ทำให้เกิดเป็นฟอง กรดคาร์บอนิกสามารถละลายหินปูนได้ และสามารถกัดกร่อนฟันและกระดูกของคนเราได้เช่นกัน

บรรณานุกรม

  1. กรมอนามัย. (2553). เครื่องดื่ม. ความรู้เพื่อประชาชน. http://www.anamai.moph.go.th/ [ค้นคว้าเมื่อ 23 มิถุนายน 2556].
  2. เด็กอ้วน. (2555) http://www.manager.co.th/Family [ค้นคว้าเมื่อ 22 มิถุนายน 2556].
  3. เด็กอ้วน อีกเรื่องของไทยที่กำลังติดอันดับโลก http://www.bloggang.com [ค้นคว้าเมื่อ 22 มิถุนายน 2556].
  4. ภัยจากน้ำอัดลม http://www.legendnews.net/ [ค้นคว้าเมื่อ 22 มิถุนายน 2556].
  5. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพมหานคร : คุรุสภาลาดพร้าว.
  6. สุชาติ โสมประยูร และ สุพัฒน์ ธีเวชเจริญชัย. (2548). สุขภาพเพื่อชีวิต. (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน