หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องภาชนะ (Teaching children about Food containers)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องภาชนะ

การสอนลูกเรื่องภาชนะ (Teaching children about Food containers) หมายถึง การจัดกิจกรรมสำหรับเด็กเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งที่นำมาใส่อาหารเพื่ออำนวยความสะดวกในขณะการรับประทานอาหาร ภาชนะที่ควรให้เด็กรู้จักจะเป็นภาชนะที่เห็น และใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน เช่น จาน ชาม ถ้วย แก้วดื่มน้ำ เป็นต้น เรื่องภาชนะ จัดเป็นสาระหนึ่งที่ควรเรียนรู้ที่หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 จัดไว้โครงสร้าง เรื่อง สิ่งต่างๆรอบตัว ภาชนะมีประโยชน์สำหรับใช้ใส่อาหาร ช่วยให้เกิดความสะดวกสบายที่จะเคลื่อนย้ายอาหารมารับประทาน หรือการกำหนดปริมาณที่จะบรรจุอาหารใส่ลงในภาชนะ การสร้างสรรค์ของคนเราที่นำวัสดุธรรมชาติ และวัสดุที่ค้นคว้าแล้วนำมาออกแบบเป็นภาชนะที่มีรูปร่าง ขนาด สีหลากหลาย ตอบสนองความต้องการใช้ของคนเรา ตลอดจนการเลือกใช้ภาชนะอย่างเหมาะสมกับสภาพอาหารเพื่อสุขอนามัยของคน และนำไปสู่การใช้อย่างเหมาะกับเหตุการณ์ที่สังคมมีกติกามารยาท เรื่องภาชนะจึงเป็นเรื่องราวที่จำเป็นสำหรับเด็กที่ควรเรียนรู้ผ่านกระบวนการจัดการเรียนการสอนจากครอบครัวและโรงเรียน

การสอนเรื่องภาชนะสำคัญอย่างไร?

ปกติในชีวิตประจำวันของเราจะมีภาชนะที่เรารู้จัก และใช้กันอย่างแพร่หลาย ได้แก่ จาน ชาม ถ้วย แก้วน้ำ เป็นต้น ภาชนะเหล่านี้เกิดจากความรู้ ความคิดของเราประดิษฐ์คิดค้นเพื่อให้มีสิ่งใช้บรรจุอาหาร จนมีลักษณะต่างๆ หลากหลายที่น่าสนใจ นอกจากจะใช้ประโยชน์เพื่อบรรจุอาหารแล้ว ยังแสดงความคิดของผู้ทำที่เติมแต่งสีสัน ลวดลาย รูปทรงให้สวยงาม แสดงถึงความเป็นศาสตร์และศิลปะในที่เดียวกันอย่างกลมกลืน เมื่อเราศึกษาการพัฒนาภาชนะตั้งแต่อดีตนั้น จะพบว่า คนเราเริ่มที่จะนำเอาวัสดุใกล้ตัวมาใช้ทำภาชนะ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้วัสดุจากธรรมชาติ เช่น ใบไม้ เปลือกไม้ เปลือกหอย วัสดุเหล่านี้ไม่มีพิษภัย ต่อมาเมื่อเทคโนโลยีเจริญขึ้นคนสามารถผลิตวัสดุได้หลากหลาย การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงวัสดุธรรมชาติเพื่อใช้เป็นภาชนะก็เปลี่ยนไป จะมีวัสดุอื่นๆ ที่นำมาใช้ทดแทนธรรมชาติที่หายาก หรือการเลือกใช้วัสดุที่ค้นคิดขึ้นมาใหม่ เพราะต้องการตอบสนองต้องการความแปลกใหม่ที่ผู้คนรู้สึกเช่นนั้น ภาชนะที่ทำจากวัสดุแต่ละชนิดจะมีสมบัติและส่วนประกอบของสารต่างๆ แตกต่างกัน จึงเกิดความหลากหลายของภาชนะบรรจุอาหาร ภาชนะบรรจุอาหารจะจัดทำขึ้นสำหรับคนที่จำแนกได้ตามวัย หรือทำตามลักษณะของอาหาร หรือตามรูปแบบการจัดแต่งโต๊ะอาหารที่มักจะสอดคล้องกับรสนิยมของผู้รับประทานอีกด้วย เมื่อใช้ภาชนะบรรจุอาหารแล้ว ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งคือ เราจะต้องรู้จักการทำความสะอาด และดูแลรักษา เพื่อจะใช้ในครั้งต่อไปอีก แม้ว่าภาชนะบางชนิดไม่จำเป็นต้องล้างทำความสะอาด เนื่องจากออกแบบ และเลือกใช้วัสดุผลิตที่ใช้แล้วทิ้งก็ตาม เช่น ถ้วยกระดาษ กระทงใบไม้ กะลามะพร้าว ดังนั้นการเลือกใช้ภาชนะใส่บรรจุอาหารจึงควรเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน และประเภทของอาหาร ตลอดจนต้องเรียนรู้การดูแลรักษาที่ถูกวิธี เพราะการใช้ภาชนะผิดประเภทอาจนำภัยอันตรายอันเนื่องมาจากสารพิษเจือปนจากภาชนะได้ ซึ่งหากมีการสะสมเป็นเวลานานอาจก่อให้เกิดมะเร็ง ภาชนะจึงเป็นเรื่องสิ่งต่างๆ รอบตัวเด็กที่เด็กควรเรียนรู้ เพื่อนำความรู้มาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ทั้งในเรื่องสุขอนามัยในการรับประทานอาหาร และมารยาทการเข้าสังคม

การสอนเรื่องภาชนะมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

  • เด็กได้รู้จักวัสดุประเภทภาชนะที่ใช้รับประทานอาหารในชีวิตประจำวัน ในปัจจุบันภาชนะบรรจุอาหารทำจากวัสดุที่หลากหลาย เด็กจะได้เห็นความแตกต่างทั้งรูปร่าง ลักษณะ ขนาด สี และผิวสัมผัส
  • เด็กได้เห็นประโยชน์ของวัสดุต่างๆ ที่ทำมาทำภาชนะ อย่างวัสดุที่เป็นธรรมชาติ เช่น กะลา ใบไม้ ลำต้น ดิน กระดาษ เป็นต้น
  • เด็กจะได้รับการฝึกฝนด้านสุขอนามัยที่ต้องดูแลรักษา และเลือกใช้ภาชนะอาหารที่สะอาดเหมาะกับลักษณะอาหาร
  • เด็กจะได้รับการสร้างเสริมประสบการณ์ด้วยการลงมือทำด้วยตนเอง สืบค้นหาความรู้ง่ายๆ ได้ด้วยตนเอง ได้ปฏิบัติอย่างเสรี และตามแบบที่ครูหรือผู้อื่นช่วยกำหนดแบบให้ ได้ฝึกการสังเกต การวางแผน การสำรวจตรวจสอบ และสื่อสารสิ่งที่ค้นพบ
  • เด็กได้ใช้ภาษาที่เป็นคำเรียกชื่อภาชนะบรรจุอาหาร เช่น จาน ชาม ถ้วย แก้ว เป็นต้น

ครูสอนเรื่องภาชนะภาชนะให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ครูอาจจัดกิจกรรมให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่า ภาชนะใช้บรรจุอาหารทำมาจากวัสดุต่างๆ ทั้งวัสดุธรรมชาติกับวัสดุสังเคราะห์ สำหรับวัสดุธรรมชาติ ดินเหนียวเป็นวัสดุที่นำมาใช้ปั้นเป็นภาชนะต่างๆ เช่น ถ้วย ชาม จาน หม้อ ทั้งนี้เพราะดินเหนียวมีคุณสมบัติที่เหมาะสม คือ เป็นดินเนื้อละเอียด ทึบน้ำ สามารถนำมาปั้นเป็นรูปทรงต่างๆ ได้ เมื่อนำไปเผา หรือรับความร้อนจะแปรสภาพเป็นของแข็ง แร่บางชนิดในดินจะแปรสภาพ และยึดดินไว้ด้วยกัน สีของดินเผาก็จะเปลี่ยนแปลงไปด้วย ดินเหนียวที่ใช้ทำเครื่องปั้นดินเผาจะมาจากแหล่งต่างๆ อาจมีสีไม่เหมือนกัน เช่น ดินที่มาจากราชบุรีจะให้สีแดง ดินเหนียวจากด่านเกวียนจะให้สีเหลือง น้ำตาลอมม่วง หรือสีน้ำเงิน ดินเหนียวสามารถนำมาปั้นเป็นภาชนะใช้บรรจุอาหารในรูปแบบต่างๆ
  • กิจกรรมสร้างสรรค์ ทดลองปั้นดินเหนียวเป็นแก้วน้ำ จาน ถ้วย เริ่มต้นจากนำดินมานวดบนกระดาษหนังสือพิมพ์แล้วนำมาขึ้นรูปด้วยการปั้นมือ ใช้เครื่องมือขูดดินตกแต่งดินที่ขึ้นรูป ขั้นตอนนี้เด็กอาจขอร้องให้ครูช่วยได้ เมื่อพอใจผลงานปั้นที่ตกแต่งแล้ว ให้นำผลงานไปผึ่งลม แล้วนำไปตากแดด รอจนผลงานปั้นแห้ง เป็นถ้วย ชาม จาน ตามที่ขึ้นรูปไว้ หรือนำไปเผาในเตาเผา ที่ครูประดิษฐ์ขึ้นเองง่ายๆ
  • เกมการศึกษา ครูจัดให้เด็กเรียนรู้ตั้งแต่ปริมาณของดินผสมกับน้ำ โดยใช้เครื่องมือตวง การขึ้นรูปภาชนะ มีขนาด เล็ก ใหญ่ กลาง รูปร่างของภาชนะ เช่น รูปกลม รูปเหลี่ยม โดยการเปรียบเทียบ จับคู่ หรือจัดประเภท

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องภาชนะภาชนะอย่างไร?

พ่อแม่สอนลูกที่บ้านเรื่องภาชนะใส่อาหารได้จากกิจกรรมดังนี้

  • เมื่อครอบครัวทำความสะอาดภาชนะ ให้ลูกมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน เริ่มจากการเก็บกวาดเศษอาหารจากภาชนะหลังจากรับประทานอาหารแล้ว และให้ช่วยจัดเรียงภาชนะตามลักษณะต่างๆ เช่น ตามขนาดเล็กใหญ่ ตามรูปทรง ให้ลูกช่วยเตรียมอุปกรณ์ล้างจาน ผ้าเช็ดจาน ชั้นคว่ำจาน หรือตะแกรง การปฏิบัติเช่นนี้เป็นการฝึกการสังเกตที่ผ่านประสาทสัมผัส ได้เห็นรูปร่างลักษณะ ขนาด สีของภาชนะ เมื่อเด็กได้สัมผัสภาชนะ เด็กจะได้เรียนรู้ถึงความแตกต่างของผิวสัมผัสของวัสดุที่ใช้ผลิตภาชนะ เช่น พลาสติก เซรามิก อลูมิเนียม (ในระยะแรกที่ฝึกฝนลูก ควรเลือกภาชนะที่เด็กสัมผัสจับต้องได้ ปลอดภัยจากการแตกหัก เช่น แก้ว หรือกระเบื้องเคลือบ) จากกิจกรรมนี้ พ่อแม่ได้โอกาสที่จะฝึกสุขอนามัยจากการเก็บอาหารทิ้งในที่ถังขยะ การล้างทำความสะอาดภาชนะ การจัดเก็บในที่เหมาะสมปลอดภัยจากแมลง และสิ่งปนเปื้อนอื่นๆ
  • เมื่อครอบครัวจัดเตรียมอาหารสำหรับรับประทานใส่ภาชนะชนิดต่างๆ โดยให้ลูกเห็นพร้อมกับชี้แนะสนทนา และให้ลูกเลือกภาชนะนำมาใส่ตามคำแนะนำ เช่น อาหารร้อน โจ๊ก แกงจืด ก๋วยเตี๋ยว ข้าวต้ม ควรเลือกใส่ภาชนะที่มีก้นลึก ผิวภาชนะเรียบหนาทนความปลอดภัย ซึ่งเป็นภาชนะในกลุ่มกระเบื้องเคลือบ อลูมิเนียม เป็นต้น อาหารที่มีอุณหภูมิต่ำ เช่น เครื่องดื่มเย็น น้ำแข็ง ไอศกรีม ให้ใส่แก้วดื่มน้ำ นอกจากนี้ เมื่อพ่อแม่อาศัยบริบทแวดล้อมนอกบ้าน
  • ชี้แนะให้ลูกเห็นการเลือกใช้ภาชนะที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัยในการบริโภค เช่น ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้าในแผนกเครื่องครัว กิจกรรมรับประทานอาหารร่วมกัน เด็กๆ ควรได้ช่วยพ่อแม่จัดโต๊ะอาหาร เด็กจะได้เห็นลักษณะ รูปร่าง ขนาด สี ของภาชนะ และการจัดวางตามตำแหน่ง เช่น จานข้าวจะอยู่หน้าผู้รับประทาน ส่วนถ้วยชามใส่แกงจืดมักจะอยู่กลางโต๊ะ เพื่อรับประทานร่วมกัน ส่วนถ้วยน้ำจิ้มต่างๆ จะวางไว้ด้านขวาของจานข้าว เด็กจะสังเกต และทราบธรรมเนียมการเลือกภาชนะที่เหมาะกับอาหาร เช่น แกงจืดเป็นของเหลวร้อน จึงควรเลือกถ้วย หรือชามเพราะเป็นภาชนะเคลือบและก้นลึก เป็นต้น
  • พ่อแม่เล่นทำภาชนะจากวัสดุใกล้ตัวที่มาจากธรรมชาติ เช่น ใช้กะละมะพร้าวมาขัดมัน แต่งผิวให้สวยงาม เป็นถ้วย กระบอกไม้ไผ่ ขัดแต่งผิว นำมามาใส่น้ำดื่ม เปลือกแตงโมประดิษฐ์ใช้แทนชาม เปลือกสับปะรดใช้บรรจุข้าวผัดสับปะรด ลักษณะเช่นนี้เป็นการใช้วัสดุเฉพาะกิจ ไม่คงทน
  • หากมีเวลาและโอกาส ควรพาลูกไปแหล่งผลิตภาชนะประเภทดินเผา เน้นสถานที่ที่เปิดให้เข้าชม เพราะปลอดภัยสำหรับเด็ก เนื่องจากเขาจะแสดงเพียงขั้นตอนการขึ้นรูปทรงภาชนะจากดิน เช่นแหล่งเรียนรู้ภาชนะดินเผาที่อำเภอบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี เป็นต้น
  • จัดหาวัสดุอุปกรณ์ของเล่นจำลองประเภทภาชนะให้ลูกเล่นบทบาทสมมติ และวัสดุงานปั้น ให้ลูกได้จินตนาการรูปร่างลักษณะภาชนะผ่านการเล่น เช่น แป้งโด ดินเหนียว ดินน้ำมัน

ภาชนะเป็นสิ่งของเครื่องใช้ที่ครอบครัวใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน แม้พ่อแม่และเด็กไปนอกบ้านก็มีโอกาสที่จะเห็นภาชนะ ทั้งที่ร้านอาหาร หรือร้านจำหน่ายภาชนะ การจัดกิจกรรมเพื่อให้ลูกรู้จักภาชนะใส่อาหารผ่านการรู้เห็น การแนะนำสนทนา ให้เด็กค่อยๆ รับรู้เป็นเรื่องที่พ่อแม่ทำได้อย่างสะดวก

เกร็ดความรู้เพื่อครู

การล้างภาชนะด้วยมือ การล้างภาชนะที่ถูกหลักสุขาภิบาล คือการล้าง 3 ขั้นตอน โดยก่อนอื่นต้องแยกภาชนะออกเป็น 2 พวก คือ ภาชนะที่ใส่อาหารคาว และภาชนะที่ใส่อาหารหวาน หรือประเภทแก้วน้ำ กวาดเศษอาหารที่ตกค้างทิ้งในถังขยะให้หมด แล้วเริ่มล้าง 3 ขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 ล้างด้วยน้ำผสมน้ำยาล้างจาน เพื่อล้างไขมันเศษอาหาร และสิ่งสกปรกที่ติดค้างอยู่โดยใช้ฟองน้ำ ผ้าสะอาด หรือรังบวบช่วยในการทำความสะอาด

ขั้นตอนที่ 2 ล้างด้วยน้ำสะอาดอีก 2 ครั้ง เพื่อล้างสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่ออกให้หมด

ขั้นตอนที่ 3 เป็นกรรมวิธีในการฆ่าเชื้อโรค นิยมใช้ในกรณีเกิดโรคระบบทางเดินอาหาร โดยใช้น้ำร้อนที่มีอุณหภูมิ 82 - 87 องศาเซลเซียส หรือใช้น้ำผสมผงปูนคลอรีน (ผงปูนคลอรีน 60% 1 ช้อนชาต่อน้ำสะอาด 1 ปีบ) แช่ภาชนะอุปกรณ์ไว้อย่างน้อย 2 นาที หรือนำภาชนะอุปกรณ์ไปผึ่งแดด ก็เป็นการฆ่าเชื้อโรค

การจัดหาดินเหนียว โรงเรียนที่อยู่ชนบทใกล้บริเวณท้องนา จะหาดินเหนียวได้จากที่นี่ แต่โรงเรียนที่อยู่ในเมืองครูจำเป็นจะต้องหาซื้อดินเหนียวได้จากร้านขายต้นบัวที่ใช้ประดับสวน เมื่อได้ดินมาแล้ว ครูชวนเด็กให้เกรอะดิน หรือทำความสะอาดดินเหนียวเสียก่อน คือ นำดินมาแช่น้ำอย่างน้อย 2 คืน แต่ถ้านำดินมาจากท้องร่องในท้องนา หรือเรือกสวน ก็ไม่ต้องแช่น้ำ เมื่อดินอิ่มน้ำแล้วอาจจะมีน้ำเหลืออยู่ให้รินน้ำทิ้ง แล้วนำดินไปเทลงที่พื้นปูน หรือกระจก เกลี่ยดินให้เรียบ ความหนาประมาณครึ่งนิ้ว ตากพอให้ดินแห้ง ตักใส่กะละมัง

บรรณานุกรม

  1. กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพมหานคร: คุรุสภาลาดพร้าว.
  2. จารุนี ฉัตรกิติพรชัย. (2550). ภาชนะบรรจุอาหารในกฎหมายไทย. สำนักหอสมุดและศูนย์สารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. กรมวิทยาศาสตร์บริการ.
  3. กองสุขาภิบาลอาหาร. (2555). คู่มือหลักสูตรการสุขาภิบาลอาหาร. กรุงเทพมหานคร: สำนักอนามัย.
  4. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2558). คุณภาพและความปลอดภัยของวัสดุสัมผัสอาหาร. สำนักงานเลขานุการกรม กรมวิทยาศาสตร์บริการ. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
  5. สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนโดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว: เล่มที่ 22. เรื่องที่ 2. (ม.ป.ป.). เครื่องถ้วยไทย. เข้าถึงจากhttp://kanchanapisek.or.th/kp6/sub/book/book.php?book=22&chap=2&page=t22-2-infodetail01.html. [ค้นคว้าเมื่อ 2 กันยายน 2558].
  6. Sally Moomaw, ศุภวัลย์ ตันวรรณรักษ์ แปล. (2558). การจัดกิจการเรียนรู้ STEM ระดับปฐมวัย.กรุงเทพมหานคร: นานมีบุ๊ค พับลิเคชั่นส์.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน