หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องภาวะโลกร้อน (Teaching Children about Global Warming)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องภาวะโลกร้อน

สอนลูกเรื่องภาวะโลกร้อน (Teaching Children about Global Warming) หมายถึงการจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับภาวะที่โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้นเนื่องจากก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้น เพราะมนุษย์ทำกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวกับการเผาผลาญเชื้อเพลิงและการใช้สารเคมี ทำให้รังสีของดวงอาทิตย์ถูกก๊าซเรือนกระจกกักเก็บไว้ ทำให้อุณหภูมิของโลกเพิ่มขึ้น ซึ่งมีผลกระทบให้สภาพอากาศในโลกเปลี่ยนแปลงผิดไปจากเดิม เช่น เกิดภัยธรรมชาติ หรือโรคระบาด จึงส่งผลให้คนเสียชีวิต การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับการลดสภาวะโลกร้อน ทำให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้ถึงสาเหตุที่โลกร้อน และวิธีการลดภาวะโลกร้อนด้วยการนำของใช้หรือของเล่นมาใช้ซ้ำหรือดัดแปลงใหม่เป็นสิ่งใหม่ วิธีดังกล่าวสามารถปลูกฝังนิสัยที่ดีๆให้เด็กได้รู้จักรักของ ประหยัด อดทน และช่วยลดขยะหรือสิ่งเหลือใช้ที่เกิดขึ้นในโลก ตลอดจนช่วยลดการใช้พลังงานหรือสารเคมีที่นำมาผลิตสิ่งของใหม่ ซึ่งมีผลกระทบที่ทำให้เกิดเรือนกระจกไปบังการสะท้อนกลับของรังสีจากดวงอาทิตย์ การแก้ปัญหาเรื่องโลกร้อนเป็นหน้าที่ของทุกคนในโลกนี้ การจัดกิจกรรมลดสภาวะโลกร้อนโดยเน้นเด็กเป็นสำคัญ เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจที่บ้านและครอบครัวจะส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่เด็กได้เป็นอย่างดี

การสอนเรื่องภาวะโลกร้อนสำคัญอย่างไร?

ภาวะโลกร้อนเกิดขึ้นทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่ในประเทศไทยและท้องถิ่นที่เด็กๆอาศัยอยู่ ทำให้เกิดผลกระทบที่เราทุกคนได้เห็นอยู่บ่อยๆ เราได้เห็นการเกิดภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้นคือ ในปีพ.ศ. 2554 ต่อเนื่องถึงปี พ.ศ. 2555 ประเทศไทยประสบเหตุการณ์น้ำท่วมทั่วทั้งภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และกรุงเทพมหานคร อาคารบ้านเรือนจมน้ำอยู่เป็นแรมเดือน ในปีนี้ พ.ศ. 2557 ทุกภาคของประเทศไทยเกิดภัยแล้ง อากาศร้อนผิดปกติ และเกิดแผ่นดินไหวที่จังหวัดเชียงรายในระดับ 6.3 ริกเตอร์ ส่วนประเทศเพื่อนบ้านเช่น ประเทศญี่ปุ่น อินโดนิเชีย และพม่าก็เกิดแผ่นดินไหว ถล่มทับฝังกลบทุกสิ่งทุกอย่าง สร้างความเสียหายที่อยู่อาศัยและชีวิตของคน สัตว์ พืชเป็นอย่างมาก และขณะนี้โรคระบาดชนิดใหม่ๆเกิดขึ้น หรือโรคระบาดที่เคยหายไปจากโลกแล้วกลับมาระบาดใหม่ให้เราเห็น รวมทั้งมีพาหนะนำโรคเพิ่มจำนวนมากขึ้น นักวิชาการได้ศึกษาสภาวะโลกร้อนต่างกล่าวว่าในอนาคตผลกระทบจากภาวะโลกร้อนจะรุนแรงขึ้นไปเรื่อยๆ จึงได้เสนอผลการศึกษาถึงวิธีลดภาวะโลกร้อนว่า คนต้องช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดย

  • การใช้ซ้ำ (Reuse) ซึ่งหมายถึง การนำวัสดุต่างๆมาใช้ซ้ำโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการแปรสภาพ
  • การรีไซเคิล (Recycle) หมายถึง เป็นการนำสิ่งที่เป็นวัสดุเหลือใช้ต่างๆไปผ่านกระบวนแปรสภาพของวัสดุเพื่อให้เป็นวัสดุใหม่ที่เป็นประโยชน์เหมาะสำหรับการนำมาใช้ใหม่ ทั้งในรูปแบบการเป็นผลิตภัณฑ์เดิมหรือผลิตภัณฑ์แบบใหม่ๆ

จะลดสภาวะโลกร้อนได้เพราะ

  • ลดการใช้พลังงานที่อยู่ใต้โลก เมื่อเราไม่นำเอาพลังงานเหล่านั้นมาใช้ ก็ไม่เกิดก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้โลกร้อนและพลังงานก็ยังคงอยู่ไว้ให้รุ่นลูกหลานใช้ต่อไป
  • ลดขยะเพราะเมื่อลดการทิ้งวัสดุก็จะลดกากหรือขยะ และไม่เปลืองพื้นที่ที่ต้องกลบขยะเหล่านั้น
  • ทำให้มีสิ่งของใช้อยู่ทั้งที่ผลิตในรูปแบบใหม่เพราะวิธีใช้ซ้ำ เช่น นำกระดาษถ่ายสำเนาหน้าเดียวมาใช้งานอีกครั้ง แผ่นซีดีทำเป็นนาฬิกาแขวน กำไลทำจากขวดน้ำพลาสติก เปลือกไข่ทำตุ๊กตาประดับฯ นำกล่องรองเท้ามาทำเป็นกล่องใส่ของ นำถุงพลาสติกที่ไม่เปื้อนสิ่งสกปรกมาใส่ของอีกครั้งและหลายครั้ง นำขวดแก้วใส่แยมมาใส่เมล็ดพริกไทย นำกล่องขนมปังมาใส่อุปกรณ์เย็บผ้า เป็นต้น

ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546 มุ่งส่งเสริมให้เด็กเกิดคุณลักษณะที่พึงประสงค์ไว้ประการหนึ่งคือ ให้เด็กรักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมและความเป็นไทย และสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ได้เสนอแนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 โดยกำหนดสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามมาตรฐานการเรียนรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน คือสาระที่ 3 : สารและสมบัติของสาร มาตรฐาน ว 3.1 : เข้าใจสมบัติของสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสารกับโครงสร้าง และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้นปฐมวัย 6. สำรวจสมบัติทางกายภาพและบอกประโยชน์และโทษของสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวัน ตัวชี้วัด

  1. บรรยายลักษณะและส่วนประกอบของสิ่งต่างๆรอบตัวจากการสังเกตโดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 และสามารถจัดหมวดหมู่โดยใช้เกณฑ์ของตนเองได้
  2. สืบค้นข้อมูลโดยใช้คำถามและอภิปรายเกี่ยวกับประโยชน์และโทษจากการใช้สิ่งต่างๆ

การสอนเรื่องภาวะโลกร้อนมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

  • เด็กจะเป็นผู้ที่มีคุณลักษณะที่ดีคือ จะเป็นผู้ที่รู้คุณค่าของวิธีการลดโลกร้อนด้วยวิธีใช้สิ่งของที่มีอยู่ให้คุ้มค่า ได้เหมาะสมตามวัยของเด็กและเป็นนิสัยประหยัด
  • เด็กจะเป็นผู้มีความชื่นชมและมีคิดสร้างสรรค์ต่อสิ่งสวยงาม ทั้งนี้เกิดจากการรู้จักคิดดัดแปลงสิ่งของที่มีอยู่ให้เป็นสิ่งใหม่
  • เด็กจะเป็นผู้รู้จักทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมทั้งในครอบครัวโรงเรียนและชุมชน เช่น การแยกขยะประเภทต่างๆก่อนทิ้ง การนำสิ่งของเดิมมาใช้ซ้ำๆให้คุ้มค่า ตลอดจนไม่มีขยะเพิ่มในชุมชน
  • เด็กจะเป็นผู้รู้คิด คือเป็นผู้มีเหตุผลที่จะใช้สิ่งของเครื่องใช้และของเล่นให้เกิดประโยชน์ รักของ ไม่ทิ้งและทำลายสิ่งของ

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริมให้เด็กได้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสภาวะโลกร้อนและวิธีการแก้ไขที่เด็กสามารถนำไปปฏิบัติได้ ย่อมเกิดประโยชน์ที่เด็กจะได้รับการพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามที่สังคมคาดหวัง

ครูสอนเรื่องภาวะโลกร้อนให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

ครูมักจัดกิจกรรมการเรียนรู้การลดภาวะโลกร้อนสำหรับเด็กปฐมวัยในหน่วยที่กำหนดเฉพาะ เช่น หน่วยขยะ หน่วยของเล่นของใช้ หรือบูรณาการในหน่วยอื่นๆ เช่น หน่วยชุมชนของเรา ทำกิจกรรมแยกขยะใส่ถังในชุมชน หน่วยบ้านน่าอยู่ ทำกิจกรรมใช้สิ่งของซ้ำเพื่อประหยัด หรือหน่วยโรงเรียน ใช้บัวรดน้ำต้นไม้ที่ทำจากขวดพลาสติกหรือกระป๋องเหลือใช้ เล่นเครื่องเล่นสนามที่ทำจากล้อรถยนต์เก่า เป็นต้น ในที่นี้นำเสนอตัวอย่างหน่วยโลกน่าอยู่เพราะตัวเรา มีจุดมุ่งหมาย เพื่อให้เด็กรู้คุณค่าของสิ่งแวดล้อมและผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม และเพื่อเด็กได้ดูแลรักษาสิ่งแวด ล้อมผ่านกิจกรรมหลักทั้งหกในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ดังนี้

  • กิจกรรมสร้างสรรค์ ประดิษฐ์หุ่นเล่านิทานหรือของเล่นอื่นๆจาก กล่องนม กล่องสบู่ กระดาษหนังสือพิมพ์และถุงก๊อบแก๊บ ประดิษฐ์โมบายจากขวดน้ำพลาสติก พิมพ์ภาพจากเศษวัสดุต่างๆ วาดภาพระบายสีธรรมชาติตามจินตนาการลงกระดาษถ่ายสำเนาหน้าเดียว
  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ครูและเด็กๆร่วมกันตั้งคำถามน่าคิดว่า ทำไมโลกร้อน เราจะช่วยลดโลกร้อนอย่างไร การรีไซเคิลคืออะไร รียูสคืออะไร เราทำได้อย่างไร ได้ประโยชน์อย่างไร หากทิ้งขยะไว้จำนวนมาก มีโทษอย่างไร ให้เด็กร่วมคาดคะเนคำตอบจากคำถามว่า เราจะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้อย่างไร ครูให้เด็กๆได้สำรวจบริเวณโรงเรียน สังเกตอากาศ รอบตัว ควันรถยนต์ ขยะที่อาจตกค้างหรือมีอยู่ในถังขยะ เก็บรวบรวมวัสดุรอบตัว นำมาจำแนกประเภทและให้เด็กกำหนดเกณฑ์การจำแนกประเภทเองหรือครูกำหนดเกณฑ์ให้ เด็กทดลองปฏิบัติด้วยการลองผลิตสิ่งของและใช้ของที่ทำจากวัสดุเหลือใช้ที่เรามีอยู่ เช่น เด็กๆทดลองนำขวดพลาสติกที่ตัดออกแบ่งครึ่ง (ครูช่วยตัดให้) นำมาเป็นกระถางปลูกต้นไม้ และเสนอผลงานว่า สิ่งเหล่านี้ช่วยลดโลกร้อนได้อย่างไร พร้อมทั้งจัดนิทรรศการสิ่งของในโรงเรียนที่เราผลิตจากวัสดุเหลือใช้ เช่น กระถางต้นไม้จากกระป๋องหรือถังน้ำใบเก่า ขวดพลาสติกดัดแปลงมาปลูกต้นพลูด่าง ม่านบังตาห้องน้ำทำจากขวดพลาสติกที่ตัดขวางเป็นห่วงร้อยเป็นผืน ถังขยะที่สานจากเส้นพลาสติก กล่องอลูมิเนียมใส่ขนมปังที่หมด ตกแต่งตามใจชอบ แล้วนำไปทำเป็นชั้นวางของติดที่ฝาผนัง หากต้องการหลายชั้นก็จัดวางซ้อนกันหลายใบ เป็นต้น
  • กิจกรรมกลางแจ้ง เล่นเกมที่ใช้วัสดุเหลือใช้ เช่น ใช้ขวดพลาสติกใส่น้ำเป็นหลัก แล้วให้เด็กวิ่งอ้อมเสาหลักนั้น เล่นปากระป๋อง ใช้กระป๋องที่ครูลบคมและล้างทำความสะอาดแล้วมาเป็นอุปกรณ์ ทอยลูกเทนนิส (ที่ไม่ใช้แล้ว) ลงตะกร้า เกมวิ่งเก็บของแยกใส่ตะกร้าให้ถูกตามกำหนด ได้แก่ กระป๋องแป้ง กล่องนมสด ฝาขวด กล่องพลาสติก ฯลฯ เป็นการฝึกประสาทสัมผัสไปด้วย
  • กิจกรรมเกมการศึกษา เล่นเกมภาพตัดต่อหรือเกมลอตโตภาพธรรมชาติ เกมเรียงลำดับขนาด/ปริมาณ สิ่งต่างๆที่เป็นขยะแล้วนำไปรีไซเคิลได้ เช่น แก้ว ขวด กล่อง เกมจัดหมวดหมู่ขยะประเภทต่างๆ เกมหาความสัมพันธ์ภาพกับสัญลักษณ์ เช่น ภาพกล่องนมกับบัตรคำกล่องนม ภาพขวดพลาสติกกับบัตรคำว่าขวดพลาสติก หรือเกมอื่นๆที่เหมาะสมตามวัยเด็ก
  • กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เด็กเคลื่อนไหวประกอบอุปกรณ์ ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ตัดเป็นริ้วให้เด็กถือโบกสะพัดตามจังหวะของเครื่องดนตรี หรือครูทำเครื่องเคาะจังหวะจากกระป๋องนม เป็นต้น
  • กิจกรรมเสรี จัดมุมการเรียนรู้งานช่าง ให้เด็กๆคิดประดิษฐ์สิ่งของเครื่องใช้ ของเล่นจากวัสดุเหลือใช้ มุมเล่านิทานประกอบการเชิดหุ่นที่ประดิษฐ์จากกล่องนม ขวดน้ำผลไม้ หรือถ้วยพลาสติก เป็นต้น

นอกจากนี้โรงเรียนจัดสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนให้เด็กมีส่วนร่วมใช้หรือประดิษฐ์ของเล่นของใช้ เช่น จัดถังขยะ 4 แบบไว้ในโรงเรียนคือ

1) ถังขยะเปียก ประเภทเศษอาหาร ใส่ถังสีเขียว

2) ขยะแห้ง เช่น แก้ว กระดาษ โลหะ พลาสติก เศษผ้า ใส่ถังสีเหลือง

3) ขยะอันตราย ได้แก่ หลอดไฟ ถ่านไฟฉาย ใส่ถังสีแดง

และ 4) ขยะทั่วไปที่ย่อยสลายยาก นำมาทำใหม่ไม่คุ้มค่า เช่น พลาสติกห่อลูกอม ซองบะหมี่แห้งอบ หรือถุงพลาสติกบรรจุอาหารร้อน ฯลฯ ใส่ถังสีน้ำเงิน

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องภาวะโลกร้อนได้อย่างไร?

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนเรื่องลดภาวะโลกร้อนให้ลูกที่บ้านด้วยกิจกรรมง่ายๆที่ลูกทำเองได้และทำร่วมกับผู้ใหญ่ เมื่อทำงานเสร็จ ผลงานที่ลูกทำควรเป็นสิ่งที่นำมาใช้ได้จริง เด็กจะเห็นถึงคุณค่าของการลดการใช้และใช้ซ้ำ กิจกรรมตัวอย่างสำหรับลูก เช่น

  • เริ่มจากการฝึกวินัยในการใช้และเก็บของใช้เข้าที่อย่างเป็นระเบียบ เพื่อให้เกิดการปฏิบัติดังคำที่ว่า “ หยิบก็ง่าย หายก็รู้ ดูก็งามตา นำมาใช้ใหม่ หยิบได้ทันใจ เก็บไว้ถูกที่ เด็กดีควรทำ ” สิ่งของที่เก็บมีระเบียบจะทำให้ได้ใช้สิ่งของนั้นๆจนคุ้มค่า หากใช้ของหมดไป เราก็ซื้อชิ้นใหม่ได้เพราะจำเป็น แต่หากของยังใช้ได้แต่หายไปและหาไม่พบ เป็นการสิ้นเปลืองที่ต้องไปหาซื้อชิ้นใหม่ นั่นคือการไม่ประหยัดวัสดุเครื่องใช้ที่ผลิต
  • ใช้ของซ้ำๆให้ลูกเห็นและให้ลูกปฏิบัติด้วย เช่น เครื่องใช้ของลูกเมื่อวัยทารกหรือเด็กๆ แม่ยังเก็บไว้บางชิ้นที่เหมาะสมนำมาให้น้องใช้ เช่น หมวก เปลนอน ผ้าห่ม ให้เด็กหยิบส่งให้แม่นำไปใช้กับน้อง เสื้อผ้าเก่าของพ่อแม่ นำมาตัดแขนเสื้อออกและคว้านให้กว้างตั้งแต่ปกลงมาถึงส่วนอกเพื่อให้สวมทับได้ง่าย ใช้เป็นเสื้อกันเปื้อนเมื่อเข้าทำอาหาร เป็นต้น
  • นำวัสดุเหลือใช้มาแปรสภาพใหม่และให้ลูกร่วมทำ เช่น ทุกบ้านมักจะมีหนังสือพิมพ์ วารสาร ไว้อ่านในครอบครัว แต่หนังสือพิมพ์และวารสารจะมีเนื้อหาเหมาะกับเหตุการณ์ในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น เมื่อเก็บไว้มักเป็นปัญหาที่จะเก็บและดูบ้านไม่เป็นระเบียบ พ่อแม่สามารถนำมาทำของเล่นของใช้ได้หลายชนิด เช่น ทำเป็นเก้าอี้นั่ง ทำตุ๊กตา ทำตะกร้า ทำที่ใส่ดินสอ ทำต้นคริสต์มาส ทำบัตรอวยพร ทำกระป๋องออมสิน เป็นต้น
  • สอนลูกให้แยกขยะก่อนทิ้ง (ตามแบบพ่อแม่ปฏิบัติ) และที่บ้านจัดถังขยะไว้หลายๆใบ สำหรับแยกใส่ขยะที่แตกต่างกัน การสอนเช่นนี้เพื่อให้สอดคล้องกับการสอนที่โรงเรียนและที่ชุมชน
  • ให้ลูกช่วยนำขยะบางประเภทมาจัดเก็บให้เป็นระเบียบเพื่อนำมาใช้ใหม่ในโอกาสที่เหมาะสม แต่วัสดุเหล่านั้นต้องปลอดภัยสำหรับเด็กด้วย เช่น ถุงก๊อปแก๊ปที่ใส่ของแห้งไม่เปื้อน นำมาพับเก็บ เมื่อจะใส่ของให้นำมาใช้อีกครั้ง นำขวดน้ำพลาสติกมาตัด ดัดแปลงรูปร่าง นำไปใช้เล่นตักน้ำหรือตักเล่นทรายที่ชายหาด (เก็บขวดพลาสติกกลับบ้านด้วย ไม่ทิ้งไว้ที่ชายหาด เพื่อความสะอาดและความสวยงามของชายหาด) กล่องนมที่ลูกดื่มหมดแล้ว นำมาล้างทำความสะอาด สามารถนำ ไปทำของเล่นของใช้ได้หลายแบบ เช่น ทำรถของเล่น ทำหุ่นเชิด นำไปใช้เป็นที่เพาะเมล็ดพันธุ์ (เจาะรูที่ก้นกล่อง) หรือใช้เป็นกระถางปลูกต้นไม้น้ำต้นเล็กๆ
  • เศษอาหาร ผัก ผลไม้มีทุกบ้านเรือน พ่อแม่ลูกช่วยกันทำปุ๋ยหมักไปรดต้นไม้ นำเศษอาหารไปเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น
  • ฝึกลูกทำงานศิลปะจากวัสดุเหลือใช้ เช่น ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์พับเป็นรูปต่างๆ ทำเปเปอร์มาเช่ตัวสัตว์ หรือหน้า กาก ทำ fingerprint ตกแต่งสีที่ขวดบรรจุแยม (ที่กินแยมหมดแล้ว) เป็นต้น แล้วนำผลงานไปใช้เล่านิทาน เล่นบทบาทสมมติ ประดับบ้าน
  • เล่นเกมคิดสร้างสรรค์กับลูกเพื่อส่งเสริมการคิดเรื่องการใช้สิ่งของให้คุ้มค่า เช่น ผ้าเช็ดหน้าหนึ่งผืน จะทำเป็นอะไรได้บ้าง ให้เด็กเสนอ เช่น พับเป็นกระเป๋าใส่เศษสตางค์ หมวก ผ้าปิดจมูก ผ้าผูกข้อมือ ซองใส่แว่นตา โบว์ผูกผม ดอกไม้ ฯลฯ
  • เมื่อโรงเรียน ห้างสรรพสินค้า และชุมชนจัดนิทรรศการของที่รีไซเคิล พ่อแม่นำลูกเข้าชม งานนิทรรศการเหล่านี้มัก จะมีการสาธิตการทำและให้ผู้ชมเข้าไปมีส่วนร่วมได้ เลือกชมการสาธิตของเล่นของใช้ที่ใกล้ตัวเด็ก เหมาะกับเด็กปฐมวัย

การนำวัสดุเหลือใช้มาดัดแปลงเป็นสิ่งใหม่หรือการใช้ของเดิมให้คุ้มค่า เป็นกิจกรรมที่พ่อแม่จัดเพื่อสนับสนุนให้เด็กมีส่วนร่วมช่วยลดภาวะโลกร้อน จะทำให้เด็กเรียนรู้การใช้สิ่งของอย่างประหยัดและมีความรับผิดชอบต่อสังคม

เกร็ดความรู้เพื่อครู

เด็กปฐมวัยจะเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วและสนุกสนาน หากมีสื่ออุปกรณ์ให้เด็กได้จับสัมผัส ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ครูปฐมวัยจะเป็นผู้จัดการหาสื่อและผลิตสื่อให้แก่เด็ก การเลือกหาวัสดุเหลือใช้มาดัดแปลงหรือใช้วิธีใช้ซ้ำ (Reuse) ที่เป็นประโยชน์ทั้งในด้านการมีสื่อการเรียนการสอนเพิ่มขึ้น ประหยัดทุนการผลิตและช่วยลดขยะ ตัวอย่างสื่อที่ครูสามารถจัดหาได้ด้วยวิธีใช้ซ้ำ (Reuse) เช่น ใช้แปรงสีฟันที่ใช้แล้วเป็นแปรงทากาวในกิจกรรมสร้างสรรค์ ใช้กล่องนมแทนกระดาษทำสื่อได้หลายชนิด เช่น ทำบัตรคำ บัตรภาพ ป้ายนิเทศ

บรรณานุกรม

  1. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม .( 2550). หยุดโลกร้อนด้วยชีวิตพอเพียง. กรุงเทพมหานคร : กองส่งเสริมและเผยแพร่ส่วนสิ่งแวดล้อมศึกษา.
  2. เจาะข่าวเด่น. แผ่นดินไหว ประวัติศาสตร์. 6 พฤษภาคม 2557. www. Youtube.com/wacth?v= QFLRQvbkvY. . [ค้นคว้าเมื่อ 7 พฤษภาคม 2557].
  3. พลอยแสง เอกญาติ. (2550). โลกร้อน. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์มติชน.
  4. เยาวพา เดชะคุปต์. (2542). กิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ : บริษัทสำนักพิมพ์แม็ค จำกัด.
  5. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. (สำหรับเด็กอายุ 3 -5 ปี). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว
  6. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (2551). แนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2546. กรุงเทพมหานคร : สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  7. อติศักดิ์ มหาวรรณ. 2550. วิกฤต..! โลกร้อน” ทำคนอดอยาก&ขาดแคลนน้ำ. http://web1.dara.ac.th/daraspace/forum_posts.asp?TID=123. [ค้นคว้าเมื่อ 4 พฤษภาคม 2557].
  8. Alfred E. Friedl, Trish Yourst Koontz (2001) .Teaching Science to Children: An Inquiry Approach. McGraw-Hill College

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน