หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องยานพาหนะ (Teaching Children about Vehicle)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องยานพาหนะ

สอนลูกเรื่องยานพาหนะ (Teaching Children about Vehicle) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับ วัตถุหรือสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถเคลื่อนย้ายขนส่งไปได้ ยานพาหนะส่วนใหญ่สร้างขึ้นโดยมนุษย์ อาทิ จักรยาน รถยนต์ จักรยาน ยนต์ รถไฟ เรือ และเครื่องบิน เป็นต้น ยานพาหนะมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของคนมาตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน เพราะคนเราใช้ยานพาหนะขับเคลื่อนพาคนและสิ่งของต่างๆจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ช่วยให้เกิดความสะดวกสบาย ทำงานได้รวด เร็ว ปัจจุบันยานพาหนะได้พัฒนาขึ้นตามความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการ ทำให้คนเราสามารถเดินทางไปได้ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ยานพาหนะจึงเป็นสิ่งหนึ่งที่นำมาใส่ไว้ในบทเรียนให้เด็กได้เรียนรู้ทั้งใน

  • เรื่องสิ่งประดิษฐ์ที่มนุษย์สร้างขึ้นใช้ประโยชน์
  • หรือหน่วย เรื่องคมนาคม ซึ่งเป็นการเดินทางของคนเราได้ใช้ยานพาหนะที่พัฒนาขึ้นมาใช้แทนแรงของคนและสัตว์
  • และหน่วย เรื่องพลังงานเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นของจำเป็นสำหรับใช้ในยานพาหนะ

การกำหนดเรื่องราวเกี่ยวกับยานพาหนะให้แก่เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้จึงเป็นเรื่องพื้นฐานที่ควรให้เด็กได้มีความรู้เกี่ยวกับสิ่งต่างๆรอบตัว ตามโครงสร้างของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546

การสอนเรื่องยานพาหนะความสำคัญอย่างไร?

การจัดประสบการณ์เรื่องยานพาหนะให้แก่เด็กปฐมวัย ครูสามารถวิเคราะห์จัดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัยได้ทั้งในด้านวิทยาศาสตร์ ภาษา สังคมศึกษา คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี ในรูปแบบการบูรณาการให้แก่เด็ก โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมพัฒนาการทุกด้านให้แก่เด็ก ผ่านการกระทำด้วยตนเองจากกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ เพื่อให้เด็กได้คำตอบที่น่ารู้เกี่ยว กับความเป็นธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์คิดค้นขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งต่างๆรอบตัว เรื่องของยานพาหนะ เด็กๆควรได้รู้จักเพราะมีใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งที่เด็กใช้เองโดยตรงในการเดินทางไปหรือมาโรงเรียน เด็กบางคนอาจจะเดินทางทางบก แต่ บางคนอาจจะมาทางน้ำ และอีกหลายคนต้องเดินทางทั้งทางบกและทางน้ำเพื่อมาถึงปลายทางที่โรงเรียน แม้การเดินทางทางอากาศยังไม่จำเป็นที่ต้องใช้เดินทางมาโรงเรียน แต่การเดินทางไปมาในระยะที่ไกลๆในประเทศและไปต่างประเทศ การเดิน ทางด้วยเครื่องบินเป็นยานพาหนะที่ใช้แพร่หลายแล้ว ดังนั้นการจัดประสบการณ์เรื่องยานพาหนะจึงมีความสำคัญที่จะส่ง เสริมให้เด็กเกิดแนวคิดได้ว่า คนเราเดินทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งได้ด้วยการเดิน แต่เราสามารถใช้ยานพาหนะได้ในการเดินทางระยะไกลๆ เพราะสะดวกรวดเร็ว ยานพาหนะที่มีอยู่นั้นคนเราใช้ความรู้ทางเทคโนโลยีมาพัฒนาให้เกิดความหลาย หลากตามความจำเป็นของการใช้ทางคมนาคม คือ

  • ทางบก เรามีรถยนต์ รถเมล์ รถไฟ รถไฟฟ้า
  • ทางน้ำ เราใช้เรือ แพ
  • และทางอากาศเราใช้เครื่องบิน

ยานพาหนะเหล่านี้จะเคลื่อนที่ได้เพราะการใช้เครื่องยนต์ที่ต้องมีเชื้อเพลิง ไฟฟ้า หรือแรงคน เป็นพลังงานให้เครื่องยนต์ขับ เคลื่อนไปได้ เชื้อเพลิง ไฟฟ้า เป็นทรัพยากรที่ต้องใช้อย่างประหยัดเพราะสิ่งเหล่านั้นมีวันหมดสิ้นไปจากโลก อย่างไรก็ตามคนเราช่างคิดจึงได้ค้นคว้าพลังงานทดแทนมาใช้อีก เราจึงต้องฝึกการคิด รู้จักสิ่งต่างๆรอบตัวด้วยการเรียน เมื่อการใช้ยาน พาหนะในสังคมอาจจะเกิดอันตรายต่อผู้คนและทรัพย์สินด้วยหากเราใช้ไม่ถูกต้อง ดังนั้นในสังคมเราจึงต้องกำหนดกฎ เกณฑ์การใช้ยานพาหนะไว้ด้วย เช่น การทำตามกฎจราจรเพื่อความปลอดภัยของทุกคน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง ยานพาหนะ จึงเป็นเรื่องที่ควรให้เด็กได้รับประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย เช่น การดูแลความปลอดภัย และสุขอนามัย ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์ คือ ส่งเสริมให้เด็กได้แสดงออกทางอารมณ์และความ รู้สึกที่เหมาะสมตามวัย เช่น การพัฒนาคุณธรรมของการใช้ยานพาหนะ ความเชื่อมั่นในตนเองเมื่อเดินทางโดยสารยาน พาหนะ การมีอารมณ์สุข ร่าเริงแจ่มใส มีความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคม คือส่งเสริมให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นและสิ่งแวดล้อม เช่น การเดินทางโดยสารยานพาหนะร่วมกับผู้อื่น การมีมารยาทต่อกัน การรู้จักแก้ปัญหาการขัดแย้งต่อกัน ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา คือสนับสนุนให้เด็กเรียนรู้โดยใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า ผ่านการคิด การใช้ภาษา การสังเกต การจำแนก และเปรียบเทียบ จำนวน มิติสัมพันธ์ และเวลา เช่น การสัมผัสพื้นผิวยานพาหนะที่ทำด้วยโลหะ เหล็ก พลาสติก (ยานพาหนะของเล่น) การพูดแสดงความคิดเห็น ความเข้าใจในสิ่งที่สังเกต เช่น การเคลื่อนที่ของเรือใบเกิดขึ้นได้อย่างไร การจำแนกประเภทของยานพาหนะ การเปรียบเทียบขนาดของเครื่องบินกับรถจักรยาน ฯลฯ นอกจากนี้ความสำคัญของเรื่องยานพาหนะและการใช้พลังงานกับสิ่งต่างๆ ยังเป็นที่สนใจของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) จึงได้เสนอแนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐม วัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 คือเรียนรู้เรื่องสิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก และตามมาตรฐานการเรียนรู้การ ศึกษาขั้นพื้นฐาน คือสาระที่ 5 : พลังงาน มาตรฐาน ว 5.1 : เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานกับการดำรงชีวิตการเปลี่ยนรูปพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสารและพลังงาน ผลของการใช้พลังงานต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้นปฐมวัย 10. สำรวจการใช้พลังงานใกล้ตัวและบอกการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม ตัวชี้วัดสำรวจการใช้พลังงานในชีวิตประจำวันและสื่อสารผลการสำรวจด้วยวิธีการที่เหมาะสมกับวัย

การสอนเรื่องยานพาหนะมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การสอนเรื่องยานพาหนะจะเกิดประโยชน์ต่อเด็กได้ดังนี้คือ เด็กจะได้พัฒนาการด้านต่างๆให้เจริญเติบโตเหมาะสมตามวัย เนื่องจากเด็กได้รับการส่งเสริมประสบการณ์สำคัญทุกด้าน เด็กย่อมเป็นผู้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง รู้จักวิธีการรักษาตนให้มีสุขอนามัยเมื่อต้องใช้ยานพาหนะทั้งในด้านการรักษาความสะอาดร่างกาย และการรักษาตนให้ปลอดภัยจากการเดินทาง ตามกฎจราจร คือ รัดสายเข็มขัดนิรภัยในรถยนต์และเครื่องบินจนเป็นนิสัย การข้ามทางม้าลายและใช้สะพานลอยเมื่อจะข้ามถนน รู้จักการปฏิบัติตนที่ดีในสังคม มีคุณธรรม จริยธรรม การมีวัฒนธรรมที่ดีงาม หรือการเคารพความคิดเห็นของผู้อื่น ขณะที่ใช้ยานพาหนะ ได้แก่มารยาทในการเข้าคิว เมื่อซื้อตั๋วเดินทาง การขึ้นยานพาหนะต่างๆ การรู้จักแบ่งปันหรือเอื้อเฟื้อที่นั่ง ที่ยืน ให้แก่ผู้อื่นบ้าง แม้ตนจะเป็นเด็ก เพราะในสถานการณ์หลายครั้งที่เด็กกลับเป็นผู้ที่แข็งแรงกว่าคนชราหรือผู้พิการเมื่อต้องเดินทางร่วมกันในยานพาหนะ และการรู้จักคิด เนื่องจากได้รับการฝึกคิดอย่างเป็นกระบวนการขณะแสวงหาความรู้เรื่องยานพาหนะ ด้วยการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า เชื่อมโยงสิ่งที่เห็นกับสิ่งของและสถานที่จริงได้ การรับรู้เรื่องยานพาหนะจากการเล่น ของเล่น และผลงานที่ตนเองและผู้อื่นถ่ายทอดมา ทั้งการใช้ภาษาลักษณะต่างๆ เช่น การใช้คำพูด เอ่ยชื่อยาน พาหนะ เล่าเรื่องราวประสบการณ์ที่ใช้ยานพาหนะ อธิบายเกี่ยวกับยานพาหนะ เหตุการณ์และความสัมพันธ์ต่างๆ เช่น การเคลื่อนที่ของเรือใบจะสัมพันธ์กับใบเรือและลม การหยุดและวิ่งไปของรถยนต์ เรือยนต์จะสัมพันธ์กับการมีและไม่มีเชื้อ เพลิงหรือไฟฟ้า เป็นต้น

ดังนั้น การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องยานพาหนะย่อมเกิดประโยชน์ให้แก่เด็กที่ได้ส่งเสริมประสบการณ์สำคัญให้แก่เด็กทุกด้าน คือ ด้านร่างกาย ด้านสังคม ด้านอารมณ์ และด้านสติปัญญา จนเกิดเป็นคุณลักษณะที่ดีของเด็กตามหลักสูตรต้องการ

ครูสอนเรื่องยานพาหนะให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

ครูสอนเรื่อง ยานพาหนะให้ลูกที่โรงเรียน โดยกำหนดเป็นหน่วย ยานพาหนะ หรือ สอดแทรกในหน่วย คมนาคม และเชื้อเพลิง ได้ ครูสามารถจัดสาระดังกล่าวในกิจกรรมหลักทั้งหก ดังตัวอย่างดังนี้

  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ จำแนกประเภทยานพาหนะตามเกณฑ์ที่กำหนดเองหรือครูกำหนดให้ เช่น จำแนก
    • ประเภทที่ใช้คมนาคมเป็นเกณฑ์ คือ ทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ
    • เกณฑ์ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงกับไม่ใช้ เช่น ใช้เชื้อเพลิงได้แก่ รถจักรยานยนต์ รถยนต์ 3 ล้อขึ้นไป เครื่องบิน
    • เรือยนต์ รถไฟ แพยนต์ ประเภทไม่ใช้เชื้อเพลิง ได้แก่ รถจักรยาน แพใช้แรงคนถ่อ เรือแจว

    การนำเด็กไปสำรวจยานพาหนะที่เข้ามาในโรงเรียนและจอดอยู่ที่โรงเรียน จัดทัศนศึกษาและมีผู้ปกครอง หรือ เจ้าหน้าที่จราจรมาร่วมกิจกรรมนำเด็กเดินทางด้วยยานพาหนะต่างๆที่ปลอดภัย ไปสถานที่ใกล้ๆโรงเรียน เช่น นั่งรถยนต์ (รถตู้) ไปสวนสาธารณะ นั่งรถสามล้อที่ใช้แรงคนถีบ นั่งรถไฟ หรือรถไฟฟ้า นำเด็กไปสนามบิน ดูเครื่อง บินเคลื่อนที่สู่ท้องฟ้า ซึ่งอาจจะจัดเชื่อมโยงกับหน่วยวันเด็ก หรือ หน่วยสถานที่สำคัญในชุมชนของเรา เพราะท่าอากาศยานสามารถใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่จะจัดกิจกรรมให้เด็กๆได้เข้าไปชมเครื่องบินได้ ฝึกมารยาทและการเดิน ทางโดยยานพาหนะต่างๆ เช่น การต่อแถวเรียงลำดับและการรอคอยผู้โดยสารออกจากรถไฟฟ้าหรือลงจากรถประ จำทาง การไม่นำอาหารและเครื่องดื่มไปรับประทานบนรถสาธารณะ เช่น ในรถตู้ รถไฟฟ้า รถเมล์ประจำทาง ยกเว้นในรถไฟและเครื่องบินที่มีการบริการให้เอง จัดกิจกรรมการทดลองหาคำตอบว่า ทำไมยานพาหนะขับ เคลื่อนได้จึงไม่หลุดออกจากโลก (เพราะแรงโน้มถ่วง) ยานพาหนะเคลื่อนที่ได้เพราะอะไร (ใช้พลังงานจากไฟฟ้า และน้ำมันเชื้อเพลิง) หาคำตอบจากการทดลองขี่รถจักรยานของเด็ก เล่นรถของเล่นใส่ถ่านไฟฉายหรือใช้ไฟฟ้า

  • กิจกรรมสร้างสรรค์ เด็กๆพับกระดาษเป็นเรือ ประดิษฐ์รถยนต์จากกล่อง วาดภาพระบายสีเครื่องบิน ตัดภาพยาน พาหนะต่างๆจากภาพโฆษณามาจัดออกแบบเป็นภาพการเดินทางทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ปั้นดินน้ำมันเป็นยานพาหนะที่สนใจ ทำโมบายยานพาหนะ
  • กิจกรรมกลางแจ้ง เล่นต่อตัวเป็นรถไฟหลายขบวนแข่งกันแล่นเข้าสถานี เล่นเป็นเครื่องบินบินไปยังท่าอากาศยานในประเทศหรือต่างประเทศ (ทำท่ากางมือและวิ่งไปมาที่สนาม) เล่นเป็นรถจักรยาน รถจักรยานยนต์ รถยนต์ แล่นไปมาที่ถนนอย่างมีระเบียบตามกฎจราจร เล่นเป็นเรือชนิดต่างๆทั้งที่ใส่เชื้อเพลิงและใช้แรงคน ล่องไปในทะเล แม่น้ำ ลำคลอง และมหาสมุทร (เด็กๆสมมติตนเองเป็นยานพาหนะชนิดนั้นๆอย่างอิสระวิ่งไปมาในสนามที่สมมติเช่นกันว่าเป็นถนนหรือแม่น้ำลำคลองมหาสมุทร)
  • กิจกรรมเสรี ที่ศูนย์การเรียนรู้ต่างๆจัดสื่ออุปกรณ์ส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเองให้เด็ก ได้แก่
    • ศูนย์หนังสือ จัดหนังสือทั้งประเภทนิทานและสารคดีสำหรับเด็กเรื่องยานพาหนะ ได้แก่เรื่อง ยานพาหนะ ของบริษัท แปลน ฟอร์ คิดส์ เรื่อง ยานพาหนะของหนู สารคดีสำหรับเด็กแปลโดย เดซี่ ของสำนักพิมพ์ Fleurus ประเทศฝรั่งเศส
    • ศูนย์บล็อก จัดบล็อกให้เด็กได้เล่นต่อไม้ เด็กอาจจะต่อเป็นถนน ควรจัดหารถจำลองมาให้เด็กได้เล่นด้วย
    • ศูนย์ร้านค้า จัดเป็นร้านจำหน่ายรถ ร้านปั้มเติมน้ำมัน
    • ศูนย์ช่าง จัดเครื่องมือซ่อมรถจำลองไว้ให้
  • กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เด็กเคลื่อนไหวตามจังหวะของยานพาหนะต่างๆและร้องเพลงประกอบ เช่น เพลง รถไฟ ที่เราคุ้นเคยกันดี ดังเนื้อเพลงว่า รถไฟ รถไฟ รถไฟ แล่นไปตามราง ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง สนุกดีจังเราไปนั่งรถไฟ ฟังเสียงจังหวะเร็วไว ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง ปู้น ปู้น ปู้น ปู้น หรือ เพลงยานพาหนะ (ไม่ทราบชื่อผู้แต่ง) ความว่า หึ่ม ๆ ๆ เครื่องบินกระหึ่มบนฟ้า ปิ้น ๆ ๆ รถยนต์แล่นมาแต่ไกล ปู้น ๆ ๆ นั่นเสียงวูดของรถไฟ ตึก ๆ ๆ เรือยนต์แล่นในแม่น้ำลำคลอง
  • เกมการศึกษา เด็กเล่นเกมการศึกษาได้หลายแบบ เช่น เกมเรียงลำดับขนาดของยานพาหนะชนิดต่างๆ จำแนก ประเภทรถยนต์ตามสี ขนาด รูปร่าง จำนวนล้อ ฯ เกมจับคู่ภาพยานพาหนะประเภทเดียวกัน ได้แก่รถจักรยาน รถยนต์สามล้อ (รถตุ๊กๆ) รถยนต์บรรทุก 6 ล้อ เกมลอตโต เกมหาความสัมพันธ์ เกมโดมิโนยานพาหนะ

นอกจากกิจกรรมหลักทั้งหกในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยแล้ว การเรียนรู้นอกห้องเรียนเรื่องยานพาหนะเป็นสิ่งที่ควรส่งเสริมให้แก่เด็กโดยร่วมมือกับผู้ปกครอง ให้แนะนำเด็กรู้จักยานพาหนะต่างๆได้จากสื่อหลากหลาย เช่นหนังสือ เครื่องใช้ IT ที่ใช้กันแพร่หลาย หรือการจัดประสบการณ์ตรงให้แก่เด็กได้มีโอกาสใช้ยานพาหนะเหล่า นั้น

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนเรื่องยานพาหนะให้ลูกที่บ้านอย่างไร?

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนเรื่องยานพาหนะให้ลูกที่บ้านได้ดังนี้

  • นำลูกเดินทางด้วยยานพาหนะต่างๆที่ครอบครัวใช้อยู่และไปใช้บริการของสาธารณะ เช่น การโดยสารเครื่องบิน รถไฟ รถไฟฟ้า เรือเมล์ แพยนต์ข้ามฟาก รถจักรยาน และรถจักรยานยนต์
  • จัดหารถของเล่นเด็กให้ลูกได้ใช้ตามวัย ได้แก่รถจักรยานสามล้อ สองล้อ ลูกจะได้รู้จักยานพาหนะและได้เล่นออกกำลังกายอย่างสนุกสนาน รวมทั้งรถจำลองของเล่นของเด็ก มีหลายชนิดที่ใช้พลังงานทำให้รถเคลื่อนที่ เช่น ใช้ไฟ ฟ้าหรือถ่านไฟฉาย ตามปกติเด็กผู้ชายจะชอบเล่นมาก
  • หากมีโอกาสเที่ยวสวนสนุก สถานที่ท่องเที่ยวบางแห่ง จะมีบริการรถจักรยานสำหรับเด็กใช้เล่นขี่สนุกสนาน และรถพ่วงใช้นำชมบริเวณรอบๆสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ
  • ชวนลูกจัดเก็บภาพยานพาหนะต่างๆจากภาพโฆษณามาทำเป็นสมุดเก็บภาพยานพาหนะ และฝึกลูกเขียนชื่อยาน พาหนะต่างๆไว้ เมื่อมีจำนวนมาก ให้จำแนกเป็นหมวดหมู่ เช่น หมวดรถยนต์ สามล้อ สี่ล้อ หกล้อ แปดล้อ สิบล้อ รถจักรยานยนต์รูปร่างลักษณะแตกต่างกัน เช่นเดียวกับเครื่องบินโดยสารแบบต่างๆ เรือยนต์โดยสาร หรือเรือแจวที่ใช้แรงคนพายหรือถ่อ เป็นต้น
  • อ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับยานพาหนะทุกชนิดเพื่อเตรียมลูกเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เช่น car (รถยนต์) train (รถไฟ) bicycle (รถจักรยาน) motorcycle (รถจักรยานยนต์) truck (รถบรรทุก) ship (เรือ) plane (เครื่องบิน)
  • ร้องเพลงเล่นกับลูก หรืออ่านคำคล้องจองประกอบภาพพร้อมลูก เช่น ยานพาหนะ (ผู้แต่ง : บุบผา เรืองรอง) ใช้ยานพาหนะ เพื่อจะเที่ยวกัน รถเติมน้ำมัน แล่นพลันทันใด รถจักรยานยนต์ ผู้คนขับไป เครื่องบินรถไฟ เรือใบเรือยนต์
  • เล่นเกมกับลูก ทั้งเกมที่มีของเล่นประกอบและไม่ใช้ เช่น เกมต่อภาพตัดต่อ หรือเรียกว่า Jig-saw puzzle ภาพยาน พาหนะต่างๆ พ่อแม่เลือกจำนวนชิ้นเกมให้เหมาะกับวัยของลูก หรือเกมจับคู่ แยกประเภท จัดหมวดหมู่ เรียงลำดับ วางภาพต่อปลาย (Domino) เกมศึกษารายละเอียดของภาพ (Lotto) เหมาะที่นำมาให้ลูกสังเกตลักษณะของยาน พาหนะแต่ละชนิด และเพิ่มความสนุกสนานในการแข่งขันด้วยกติกาง่ายๆ เช่น แข่งใช้ความเร็ว ใครเสร็จก่อนและถูกต้องชนะ (พ่อแม่ต้องผลัดเป็นผู้แพ้และชนะกับลูกบ้าง) ส่วนเกมที่ไม่ต้องการใช้อุปกรณ์เช่น เกมทายปัญหา ฉันคือใคร รถอะไรเอ่ย อยู่สูงมาก (รถไฟฟ้า) อะไรเอ่ย ไม่มีต้นมีแต่ใบ แล่นไปในทะเล (เรือใบ)
  • จัดหาเศษวัสดุที่เหลืออยู่ในบ้านหรืออื่นๆมาให้ลูกสร้างยานพาหนะ เช่น มักกะโรนีรูปล้อรถ เส้นเชือกหรือด้ายหนา ฝาขวดน้ำดื่มมาทำล้อรถ หนังยางวง ไม้ไอศกรีม กล่องสบู่หรือกล่องเรื่องสำอางของคุณแม่ ให้เด็กเลือกมาติดประเป็นขบวนรถไฟ เศษผ้าสีมาทำใบเรือ เป็นต้น

กิจกรรมที่พ่อแม่ทำร่วมกับลูกจะเป็นโอกาสที่ดีในการส่งเสริมการเรียนให้แก่ลูก และกิจกรรมหลายอย่างเช่น การเดินทาง การสัญจรอยู่ในชุมชน เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ต้องสร้างอะไรให้ใหม่สำหรับเด็ก เพียงแต่พ่อแม่โยงประสบการณ์และกล่าวย้ำให้เด็กได้รับรู้ถึงคุณค่าการเรียนรู้สิ่งนั้น เพื่อเด็กเห็นความหมายของเรื่องที่รับรู้

เกร็ดความรู้เพื่อครู

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้หน่วยยานพาหนะด้วยวิธีที่เด็กได้รับประสบการณ์ที่ดี เช่น การจัดทัศนศึกษา มีคุณประโยชน์ต่อเด็กในการที่ครูจะเชื่อมโยงสิ่งที่เรียนกับการนำไปใช้จริง เด็กๆจะรู้สึกและยอมรับได้ว่าบทเรียนที่เขาเรียนรู้มีความหมายจริงกับการใช้ชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ การเชิญวิทยากรที่เกี่ยวข้องกับสาระที่ควรเรียนรู้ เช่น จราจร ช่างยนต์ คนขับยาน พาหนะต่างๆ ได้แก่ คนขับรถโดยสารประจำทาง คนขับรถรับส่งเด็กมาโรงเรียน คนขับเครื่องบิน มาให้ประสบการณ์บอกเล่าเด็ก (ตามวัยของเด็ก) ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นการให้ความรู้และประสบการณ์ที่อยู่นอกห้องเรียนและเกิดขึ้นจริงมาให้เด็กได้รู้

บรรณานุกรม

  1. น้านกฮูก . (2553). ชุดหนูน้อยเรียนรู้ ยานพาหนะ . กรุงเทพมหานคร : Happy Kids.
  2. สำนักพิมพ์ Fleurus ประเทศฝรั่งเศส.ยานพาหนะของหนู แปลโดย เดซี่ .กรุงเทพมหานคร : Happy Kids ..
  3. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. (สำหรับเด็กอายุ 3 -5 ปี). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  4. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (2551). แนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2546. กรุงเทพมหานคร : สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  5. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2550) รูปแบบการสอนที่พัฒนากระบวนการคิดระดับสูง วิชาวิทยาศาสตร์. กรุงเทพฯ : โรง พิมพ์คุรุสภา.
  6. สุวิทย์ มูลคำ และอรทัย มูลคำ. (2550) 21 วิธีจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนากระบวนการคิด. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ : ภาพพิมพ์.
  7. เพลงสอนเด็กปฐมวัย supranee176.wordpress.com/ . [ค้นคว้าเมื่อ 17 พฤษภาคม 2557].
  8. ยานพาหนะ. th.wikipedia.org/wiki/ . [ค้นคว้าเมื่อ 17 พฤษภาคม 2557].
  9. เพลงยานพาหนะสำหรับเด็ก. www.l3nr.org/posts/421635 . [ค้นคว้าเมื่อ 16 พฤษภาคม 2557].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน