หน้าหลัก » Blogs » สอนลูกเรื่องรุ้งกินน้ำ (Teaching Children about Rainbow)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องรุ้งกินน้ำ

การสอนลูกเรื่องรุ้งกินน้ำ (Teaching Children about Rainbow) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้แก่เด็กปฐมวัยได้รู้ และเข้าใจเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นหลังจากฝนตก เพราะในท้องฟ้ามีละอองน้ำ หรือหยดน้ำเล็กๆ จำนวนมากลอยอยู่ในอากาศ เมื่อแสงอาทิตย์ส่องต้องละอองน้ำจึงเกิดการหักเหขึ้น เป็นแถบสีบนท้องฟ้า ที่เราเห็นโดยทั่วไปมี 7 สี ประกอบด้วยม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด และแดง เรียงตามลำดับจากขอบในสุดไปสู่ขอบนอกสุด การเรียนรู้เรื่องรุ้งกินน้ำจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะเป็นเรื่องที่เด็กได้เห็นรุ้งกินน้ำจากชีวิตจริงของเขา และมีความสอดคล้องกับเรื่องธรรมชาติรอบตัว ซึ่งเป็นสาระหนึ่งในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ที่ครูและพ่อแม่ผู้ปกครองสมควรได้จัดกิจกรรมให้แก่เด็กปฐมวัยเป็นอย่างยิ่ง

การสอนเรื่องรุ้งกินน้ำสำคัญอย่างไร?

  • รุ้งกินน้ำเป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ ที่ปรากฏให้เห็นบนท้องฟ้า หลังฝนตก เป็นสีสันสวยงามที่เห็นด้วยตาเปล่า 7 สี จึงเป็นเรื่องที่เราเห็นได้ในชีวิตของคนเรา และการเกิดรุ้งกินน้ำจะมีความสัมพันธ์กันและกันของสิ่งที่เป็นธรรมชาติ คือ แสงแดด และ ไอน้ำ
  • การสอนให้เด็กรู้จักคิดหาสาเหตุของปัญหาอย่างมีเหตุผล รู้วิธีการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน หรือข้อสงสัยต่างๆ เป็นเรื่องสำคัญ เพราะ คนเราจะประสบปัญหาในด้านต่างๆ ทั้งของตัวเราเอง หรือบุคคลอื่นรอบตัวเราในชีวิตประจำวัน แม้เด็กปฐมวัยจะเป็นวัยเด็ก แต่ก็ควรปลูกฝังคุณลักษณะของผู้มีเหตุผล การเป็นคนช่างคิด มีวิธีแก้ปัญหาต่างๆ อย่างมีระบบซึ่งอยู่ในกระบวนการแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ให้แก่เด็กด้วยกิจกรรมที่เหมาะสมตามวัย
  • การจัดกิจกรรมรุ้งกินน้ำ จะเป็นการสนับสนุนให้เด็กมีเจตคติทางวิทยาศาสตร์ คือเห็นธรรมชาติอย่างไม่หลงงมงาย ไม่เชื่อถือในเรื่องโชคลาง
  • เด็กปฐมวัยเป็นวัยที่สนใจความเป็นธรรมชาติรอบตัว กิจกรรมเรื่องรุ้งกินน้ำจะเป็นเรื่องหนึ่งที่เหมาะสมในการตอบสนองความสนใจ และความอยากรู้อยากเห็นให้แก่เด็ก

การสอนเรื่องรุ้งกินน้ำมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

เมื่อเด็กได้รู้จักร่ม และได้ใช้ร่ม การเรียนเรื่องร่มจึงเป็นการสอนให้เด็กได้รู้จักในแง่ต่างๆ ดังนี้

  • เด็กจะได้รู้จักและเข้าใจความเป็นธรรมชาติ รู้เหตุและผลที่เกิดรุ้งกินน้ำ เช่นเดียวกับสรรพสิ่งต่างๆในโลกนี้ ซึ่งส่งผลให้เด็กเกิดคุณลักษณะที่พึงประสงค์ คือ การเป็นคนช่างคิดอย่างมีเหตุผลต่อไป
  • เด็กจะได้เรียนรู้การสืบค้นหาคำตอบที่สงสัยด้วยกระบวนการแสวงหาความรู้ ที่จะทำให้เด็กมีเจตคติทางวิทยาศาสตร์ เช่น การใฝ่รู้ และสนใจที่จะค้นหาความจริง จึงเป็นการเตรียมชีวิตให้เด็กเป็นผู้มีบุคลิกภาพที่ดี และเป็นคนมีคุณภาพต่อไปในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
  • เด็กจะได้พัฒนาการทางสติปัญญาตามวัย เพราะสมองของเด็กได้รับการกระตุ้นจากประสาทสัมผัสทั้งห้า ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ที่จัดให้ เช่น การมองเห็นรุ้งกินน้ำ ทั้งในสภาพจริงและการทดลอง การได้เคลื่อนไหวร่างกาย หยิบจับ สัมผัสละอองไอน้ำ อุปกรณ์การทดลอง การได้กลิ่นไอฝน เป็นต้น
  • เด็กได้ตระหนักถึงความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ ตามธรรมชาติ การเกิดรุ้งกินน้ำได้นั้น จะต้องมีแสงแดด และไอน้ำ มาเกี่ยวข้องกัน เช่นเดียวกับสิ่งต่างๆ ในโลกนี้ รวมทั้งตัวเราเองด้วยที่เป็นธรรมชาติ จึงจะเกิดความสัมพันธ์กับธรรมชาติรอบตัว เช่น อากาศที่เคลื่อนไหวลอยมาให้เราใช้หายใจ แสงแดดส่องมาทำให้เราร้อน หรืออบอุ่น ไอฝนกระจายในอากาศทำให้เรารู้สึกเย็นสบาย เป็นต้น
  • เด็กจะเกิดแรงบันดาลใจที่จะเรียนรู้เรื่องอื่นๆ ต่อยอดจากเรื่องรุ้งกินน้ำได้อีก เช่น ท้องฟ้า น้ำฝน สีต่างๆ เป็นต้น
  • เด็กจะมีความสุข เพราะได้เรียนเรื่องเกี่ยวกับธรรมชาติรอบตัว ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายความสนใจ และความสงสัยของเด็ก

ครูสอนเรื่องรุ้งกินน้ำให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ครูอาจใช้ปรากฏการณ์ธรรมชาติของการเกิดรุ้งกินน้ำ ที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนให้แก่เด็ก เช่นฃสนทนากับเด็ก และชี้ชวนให้ดูท้องฟ้าที่มีรุ้งปรากฏขึ้น มีแสงอาทิตย์กระทบกับหยดน้ำหลังฝนตก หรืออาจทำการทดลองโดยวางกระจกเงาบานเล็กให้ทำมุม 45 องศา กับตรงปลายด้านหนึ่งของถาดพิมพ์สี่เหลี่ยม เอียงให้แสงแดดส่องกระจกไปกระทบกระดาษที่เด็กถือ ครูค่อยๆ เทน้ำลงในถาด ให้น้ำท่วมกระจกขึ้นมาประมาณ 2 นิ้ว จัดมุมกระจกให้พอดีกับแสงแดดที่ส่องมา สีขาวของแสงอาทิตย์จะกระจายออกเป็นแถบ 7 สีอยู่บนกระดาษแข็ง
  • กิจกรรมสร้างสรรค์ วาดภาพรุ้งกินน้ำประกอบคำคล้องจอง รุ้งกินน้ำ (ผู้แต่ง : บุบผา เรืองรอง)
    รุ้ง..รุ้ง เกิดมา บนฟ้ากว้างไกล
    สีสวยสดใส นับได้เจ็ดสี
    ม่วงครามน้ำเงิน ดูเพลินเขียวมี
    เหลืองแสดแดงดี ชวนชี้ชมรุ้ง

    หรืออาจให้เด็กๆ ตัดกระดาษสี 7 สีเหมือนสีรุ้ง คือ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง เป็นสายยาว นำไปจัดห้องเรียน อาจจะโยงพาดฝาผนังห้องเป็นแนวโค้งเรียงตามลำดับสีรุ้ง

  • กิจกรรมเสรี ครูอาจจัดมุมบล็อกให้เด็กเล่น บล็อกสีรุ้ง จากกล่องกระดาษสี่เหลี่ยมห่อกล่องด้วยกระดาษสีต่างๆ 7 สี ของสีรุ้ง ให้เด็กต่อตามความคิด และเล่นเป็นกลุ่ม
  • กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ ครูอาจแบ่งเด็กเป็นกลุ่มๆ ให้เด็กสวมกระดาษคาดศีรษะตามสีรุ้ง 7 สี ภาพหยดน้ำ และแสงสีขาวของแสงอาทิตย์ ให้เด็กเคลื่อนตัวเองตามจังหวะและเนื้อเรื่องที่ครูบรรยาย การเกิดรุ้งกินน้ำ บนฟ้ากว้างใหญ่ ฝนตก เกิดละอองน้ำมากมาย เมื่อแสงแดดส่องต้องละอองน้ำ เกิดเป็นรุ้งกินน้ำ 7 สี
  • กิจกรรมกลางแจ้ง ครูอาจให้เด็กกระโดดตามกันเป็นกลุ่มสีรุ้ง 7 สี
  • เกมการศึกษา เด็กๆ เล่นเกมจับคู่กับบัตรสีรุ้งกินน้ำ ภาพตัดต่อรุ้งกินน้ำ ภาพเรียงเหตุการณ์การเกิดรุ้งกินน้ำ

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องรุ้งกินน้ำอย่างไร?

  • ชี้ชวนให้ลูกดูรุ้งกินน้ำที่ปรากฏบนท้องฟ้า เมื่อมีละอองน้ำในอากาศ และมีแสงอาทิตย์ส่องมาทางด้านหลังของ เรา เราจะเห็นรุ้งกินน้ำชัดเจน หากท้องฟ้าค่อนข้างมืดครึ้มด้วยเมฆฝน แต่เราจะอยู่ในพื้นที่ที่มีแสงอาทิตย์สาดส่องมา อาจเห็นรุ้งกินน้ำพาดผ่านทางด้านหลัง
  • ทดลองทำรุ้งกินน้ำให้ลูกดูหลายๆ แบบ เช่น พ่นน้ำไปในอากาศที่มีแสงแดดส่อง หรือทำน้ำสบู่ แล้วใช้หลอดกาแฟเป่าฟองสบู่ให้ฟุ้งไปในอากาศที่มีแสงแดดส่อง จะเห็นฟองสบู่มีสีรุ้งปรากฏ
  • ให้ลูกหยิบสิ่งของ ดอกไม้ ใบไม้ ต่างๆ ในบ้าน ลองมาจัดเรียงตามสีรุ้ง เช่น ดอกอัญชันสีม่วง เศษผ้าสีคราม แก้วน้ำสีน้ำเงิน ใบไม้สีเขียว ดอกดาวเรืองสีเหลือง ผลส้มหรือเปลือกสีส้ม ดอกชบาสีแดง เป็นต้น กรณีนี้ พ่อแม่ ต้องสำรวจสิ่งของ ดอกไม้ใบไม้ ผลไม้ ที่มีอยู่ในบ้านก่อนเพื่อสะดวกในการทำกิจกรรม
  • เล่นหยดสีน้ำกับลูก ดังนี้พ่อแม่ ลูก ช่วยกันจัดเตรียมสีผสมน้ำ ให้ครบ 7 สี อาจจะใช้สีผสมอาหารเพื่อความปลอดภัย หรือใช้สีธรรมชาติจากพืช ดอกไม้ ใบไม้ ได้แก่ สีม่วงได้จากดอกอัญชัน สีเหลืองได้จากดอกดาวเรือง หรือฟักทองต้มสุก สีแดงได้จากดอกชบาหลอด ดอกกระเจี๊ยบ หรือดินสีแดง สีเขียวจากใบเตยหรือใบตำลึง สีแสดได้จากหัวขมิ้น แครอท เป็นต้น เมื่อได้น้ำสีแล้ว ให้ใช้พู่กัน สำลีพันปลายไม้ หรือหลอดกาแฟ อย่างใดอย่างหนึ่ง จุ่มลงในสีน้ำ ยกขึ้นสูงเหนือแผ่นกระดาษสีขาว น้ำสีจะหยดลงมาแตกกระจายสวยงาม เมื่อได้หยดสีน้ำแต่ละสี ให้ลูกบอกชื่อสีจนครบ 7 สี
  • พ่อแม่ลูกแต่งผนังบ้านเป็นลายรุ้งกินน้ำ ดังนี้ใช้กระดาษสีขาวแผ่นใหญ่ตามต้องการ สีเทียน 7 สี ตามสีรุ้ง ร่างรูปร่างรุ้งเป็นแนวโค้งลงในกระดาษ ให้มีขนาดใหญ่เท่าแผ่นกระดาษที่เตรียมไว้ ใช้สีเทียนระบายสีรุ้งตามลำดับ คือ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง (ใช้สีเทียนเพราะระบายได้ง่าย เต็มพื้นที่กระดาษในเวลารวดเร็ว) เขียนคำว่า รุ้งกินน้ำ (Rainbow) ลงบนกระดาษ กิจกรรมนี้อาจจะเปลี่ยนเป็นผ้า และใช้กระดาษกาวติดผนึกผ้าสี 7 สีของรุ้งกินน้ำก็ได้
    ขั้นตอนการทำดังนี้
    • วาดภาพรุ้งกินน้ำ 7 แถบ ลงในกระดาษกาว ตัดแต่ละแถบ
    • นำกระดาษกาวแค่ละแถบไปติดลงที่ผ้าสี แถบละสี
    • ตัดผ้าสีที่ติดกระดาษกาวแล้ว
    • ลอกกระดาษกาวออกจากผ้าสี
    • นำไปวางบนชิ้นงาน คือ ผ้าสีขาว หรือฟ้าอ่อนที่ต้องการจะติด แล้วรีดด้วยความร้อนปานกลาง รีดให้ติดแน่น
    • ติดเรียบร้อยแล้ว ทิ้งไว้ให้เย็น ไม่ต้องเย็บริม นำไปซักก็ไม่หลุด
    • ขึงผ้าที่ติดแถบสีรุ้งกินน้ำที่ผนังบ้าน
  • ให้ลูกฟังนิทานเรื่องรุ้งกินน้ำ พ่อแม่เล่าจากหนังสือนิทาน เช่น เรื่องสะพานสายรุ้ง หรือฟังจากวีดีโอ เรื่องสีรุ้ง 7 สี ผู้แต่ง: วิชชุดา ปริตรวา

เกร็ดความรู้เพื่อครู

แท่งแก้วปริซึมเป็นอุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่ครูนำมาทดลองเรื่องแสงอาทิตย์ที่มีสีขาว เมื่อแสงขาวนั้นผ่านแท่งปริซึมจะเกิดการกระจายของแสงเป็นสีต่างๆ

บรรณานุกรม

  1. บุบผา เรืองรอง (2555). นิทานเรื่องสะพานสายรุ้ง. กรุงเทพมหานคร : เอเธนส์ บุ๊ค.
  2. พรใจ สารยศ. (2553). ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยสอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2543. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์ แม๊ค.
  3. วิชชุดา ปริตรวา. (2558). นิทานเรื่อง รุ้ง 7 สี. เข้าถึงจาก https://www.youtube.com/watch?v=h5CyTSWcAVg. [ค้นคว้าเมื่อ 17 พฤษภาคม 2560].
  4. วุฒิดนัย อินทรเกษตร. (2544). โลกนี้....สีรุ้ง. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์สิปประภา.
  5. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. (สำหรับเด็กอายุ 3 -5 ปี). กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  6. Jim Pipe, ไทนี่ อรรนฆสันต์ (ผู้แปล). (2560). รุ้งกินน้ำคืออะไร : ชุดอะไร ทำไม อย่างไร. กรุงเทพมหานคร : นานมีบุ๊ค.
  7. Jutoon shop. (2560). กระดาษกาวติดผ้า. เข้าถึงจาก http://www.jutoonshop.com/product. ค้นคว้าเมื่อ 17 พฤษภาคม 2560.
  8. LESA: ศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์. (2558). รุ้งกินน้ำ. เข้าถึงจาก http://www.lesa.biz/earth/atmosphere/phenomenon/rainbow. [ค้นคว้าเมื่อ 17 พฤษภาคม 2560].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน