หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องรูปร่าง รูปทรง (Shapes & Forms)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

รูปร่างหมายถึง เส้นรอบๆภายนอกของวัตถุ สิ่งของ คน สัตว์ พืช มีส่วนที่เป็นความกว้างและยาว รูปร่างมี 3 ประเภทคือ

  • รูปร่างของสิ่งที่เกิดเองตามธรรมชาติ
  • รูปร่างที่คนเราสร้างขึ้นเป็นรูปเรขาคณิต
  • รูปร่างที่คนเราสร้างสรรค์ขึ้นอย่างอิสระ
ส่วนรูปทรงหมายถึง โครงสร้างของวัตถุ ส่วนกว้าง ส่วนยาว ส่วนหนาหรือลึก จะปรากฏแก่สายตาให้ความรู้สึกเป็นแท่ง มีเนื้อที่ภายใน วัตถุต่างๆที่อยู่รอบตัวเรามีรูปร่าง และรูปทรง ทั้งที่เกิดเองตามธรรมชาติและที่มนุษย์กำหนดขึ้น เด็กทุกคนจะรับรู้สรรพสิ่งที่อยู่รอบตัวจากประสาทสัมผัส และเรียนรู้เกี่ยวกับคุณลักษณะของวัตถุนั้น การส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กเข้าใจเรื่องรูปร่างและรูปทรง จะช่วยให้เด็กมีความรู้ความสามารถและทักษะที่จะนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

การสอนเรื่อง รูปร่าง รูปทรง สำคัญอย่างไร?

คนเราอยู่ท่ามกลางความเป็นธรรมชาติตลอดจนสิ่งที่คนเราสร้างสรรค์มาเพื่อการดำรงชีวิต จึงจำเป็นที่คนเราต้องเรียนรู้สิ่งที่ตนเองจะเกี่ยวข้องทั้งกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อการพึ่งพาซึ่งกันและกัน เรียนรู้ลักษณะความเป็นธรรมชาติของสรรพสิ่งต่างๆ เพื่อนำมาใช้ แต่สิ่งสำคัญคือต้องตระหนักรู้ถึงคุณค่าและภัยจากสิ่งเหล่านั้นด้วย รูปทรงและรูปร่างเป็นสิ่งที่อยู่ในสิ่งต่างๆเหล่านั้น เช่น ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ มีรูปทรงกลม กิ่งไม้มีรูปร่างคดเคี้ยวบ้าง ตรงบ้าง คนเรามีรูปร่าง เสื้อที่เราสวมใส่มีรูปร่างคล้ายตัวของเรา เป็นต้น เมื่อสิ่งต่างๆรอบตัวเรามีรูปทรงและรูปร่าง จึงมีความจำเป็นที่ต้องสอนให้เด็กเข้า ใจโลกและสิ่งแวดล้อมที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเด็ก การสอนทำให้เด็กเรียนรู้ที่จะใช้สมองเพื่อพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีเหตุผล ฝึกให้เด็กสังเกต จำแนก บอกเล่าผลการกระทำอย่างเป็นเหตุเป็นผล การได้ใช้ประสาทสัมผัสเรียนรู้สิ่งต่างๆ ทำให้เด็กได้พัฒนาศักยภาพการสังเกตอย่างมีจุดมุ่งหมาย ละเอียด รอบคอบ ค้นหาข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญของการส่ง เสริมให้เป็น ผู้ใฝ่รู้ และเป็นผู้รู้จักคิดเป็น สามารถนำสิ่งที่เรียนรู้มาใช้ในชีวิตประจำวันได้เหมาะสมตามวัย

การสอนเรื่อง รูปร่าง รูปทรง มีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

  • การสอนเรื่องรูปร่างและรูปทรง เด็กจะได้ฝึกการใช้ประสาทสัมผัสและกล้ามเนื้อของตนเอง ช่วยให้เด็กเป็นผู้รู้จักการสังเกต ช่างสงสัย ค้นคว้าและแก้ปัญหาได้ต่อไป
  • ช่วยให้เด็กมีประสบการณ์กว้างขึ้น เด็กได้รู้จักรูปร่างและรูปทรง สิ่งต่างๆรอบตัวเรา คนเราตั้งชื่อเรียกเพื่อสื่อสาร เมื่อเด็กได้เห็นและสัมผัสสิ่งเหล่านั้น ผู้ใหญ่แนะนำให้เด็กรู้จัก แต่บางครั้งเด็กก็ได้ยินเพื่อนพูด เขาก็เลียนแบบคำพูดเหล่า นั้น เราจะสังเกตได้ว่าเมื่อเด็กได้บล็อกรูปทรงต่างๆ เด็กนำไปเล่นสร้างเป็นสิ่งใหม่ ได้พูดหรือเล่าสิ่งที่สร้างขึ้น เด็กได้ใช้ภาษาการเล่นเกี่ยวกับรูปทรง จึงเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมภาษาให้แก่เด็ก
  • เด็กได้ฝึกการคิดค้นประดิษฐ์สิ่งแปลกใหม่ขึ้นมา เด็กจะพัฒนาการคิดตามวัยนับตั้งแต่แรกเกิด สำหรับเด็กที่ย่างเข้าวัย 5 ขวบ เขาสามารถที่จะคิดสร้างอะไรๆจากวัตถุต่างๆเหล่านั้น เช่น มีบล็อกรูปทรง สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม วงกลม และวัสดุธรรมชาติที่มีรูปร่างธรรมชาติ เด็กอาจจะสร้างเป็นบ้าน ร้านค้า เครื่องบิน รถ เป็นต้น แม้ว่า บางครั้งสิ่งที่สร้างไม่เป็นดังที่เด็กคิดเสมอไป แต่ก็เป็นประโยชน์ที่เด็กได้คิด มีความพอใจที่ได้กระทำ บางครั้งเราจะสังเกตได้ว่า เด็กมีความพยายามที่จะทำสิ่งที่คิดจนสำเร็จ จึงเป็นการเสริมสร้างความอดทน แม้เด็กจะสร้างสิ่งต่างๆ ซ้ำๆ จากวัตถุเดิม แต่การคิดของเด็กจินตนา การของเด็กมักจะเปลี่ยนไป
  • การส่งเสริมเด็กเรียนรู้จากการเล่นเป็นการตอบสนองเด็กได้ดีตามธรรมชาติเด็ก การเล่นวัตถุที่เป็นรูปทรง ในระยะ แรกเด็กบางคนอาจจะคิดทำไม่ได้โดยทันที แต่เด็กมีเพื่อนเล่น เด็กจะได้ดู หรือสังเกตเพื่อนเล่น จัดได้ว่าเป็นการเรียนรู้ของคนเราอีกวิธีหนึ่ง การสนับสนุนให้เด็กได้เล่นจึงเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้ค้นพบวิธีการหาความรู้
  • เด็กได้มีโอกาสคิดและตัดสินใจจากสิ่งที่เห็นคือรูปทรง และวัตถุที่มีรูปร่างต่างๆ เด็กได้เปรียบเทียบเห็นความเหมือน ความแตกต่าง และความคล้าย นำไปสู่การจำแนกประเภท ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของคนเราสะดวก สามารถจด จำสิ่งต่างๆได้ เพราะเป็นหมวดหมู่
  • ช่วยตอบสนองความต้องการของเด็ก ตามธรรมชาติเด็กปฐมวัยจะสนใจเรียนรู้อยู่แล้ว การเปิดโอกาสให้เด็กได้ทำได้คิด เด็กจะรู้สึกอิสระและมีความสนใจค้นคว้าต่อไป
  • การเรียนรู้เรื่องรูปทรง จะเป็นบทเรียนหนึ่งที่ส่งเสริมให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสสืบค้นความรู้ ตอบสนองความต้อง การรู้ตามวัยของเด็ก เด็กที่ได้รับการปูนิสัยให้เป็นคนช่างสังเกตจะสามารถพัฒนาความคิดได้ และใช้ในการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน

ครูสอนเรื่อง รูปร่าง รูปทรง ให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

  1. ครูจัดมุมการเรียนรู้สนับสนุนให้เด็กเรียนรู้เรื่องรูปร่าง รูปทรง เช่น มุมบล็อก มุมบทบาทสมมติ มุมหนังสือ มุมเครื่องเล่นสัมผัส เป็นต้น
    • มุมบล็อก ครูจัดบล็อกจากวัสดุหลากหลาย อาจจะเป็นไม้ พลาสติก แผ่นยาง กระดาษแข็ง รูปทรงเรขาคณิต ได้แก่ สาม เหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลม ครึ่งวงกลม หลากหลายสี
    • มุมเครื่องเล่นสัมผัส จัดหาวัสดุรูปทรงเรขาคณิตต่างๆ ให้ได้เล่นหลากหลายลักษณะ เช่น เล่นตัวต่อ เล่นร้อย เล่นเรียง ครูจัดแยกไว้เป็นชุดๆ อาจใส่ตะกร้า เมื่อเด็กจะเล่นให้ยกมาทีละชุด จะเล่นชุดใหม่ให้เก็บชุดเดิมก่อน
    • มุมบทบาทสมมติ ครูจัดหาวัสดุที่ส่งเสริมการเล่นตามสภาพมุมที่จัด เช่น จัดเป็นร้านขายขนมไทย จัดหาแป้งโด (แป้งโดสมมติเป็นขนม) ถาดใส่แป้งโด มีดพลาสติกตัดขนมให้เป็นรูปสี่เหลี่ยม ตักใส่กระทงทรงกลม หรือใช้แป้งโดทำเป็นขนมชนิดต่างๆที่มีรูปทรงเรขาคณิตได้เช่น ขนมโดนัท ขนมโค มีรูปทรงกลม
    • และที่มุมหนังสือ ครูหาหนังสือเรื่องรูปทรง หรือรูปร่างต่างๆมาให้เด็กอ่านเรื่อง เช่น เรื่องพระอาทิตย์หัวเราะขำอะไร เนื้อเรื่องเกี่ยวกับดวงอาทิตย์เห็นเด็กเล่นกับเงาของตนเองที่เกิดจากแสงของอาทิตย์มากระทบร่างของเด็กและเปลี่ยนแปลงขนาดไป หรือครูผลิตหนังสือเองตามวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้เรื่องรูปร่างและรูปทรง
  2. ครูจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการเรื่อง รูปร่าง รูปทรงในหน่วยต่างๆ เด็กได้สังเกตวัสดุที่อยู่รอบตัว จากการดู สังเกตวัสดุแล้วใช้ภาษาที่มีคำศัพท์ เช่น รูปทรง.. เหมือนกับ.. รูปทรงของ.. เส้นตรง เส้นโค้ง เส้นหยัก สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ทรงกลม ทรงกระบอก ทรงกรวย ฯลฯ เด็กได้ใช้ความสามารถในการถามคำถามง่ายๆ ได้พูดหรือบรรยายรูปทรงของสิ่งนั้น เช่น บล็อกมีรูปสี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม ต้นไม้มีทรงพุ่มสามเหลี่ยม ลำต้นของมะพร้าวเป็นทรงกระบอก และสิ่งต่างๆเกือบทุกชนิดมีรูปทรงสามมิติ มีเส้นรอบรูปและทรงทึบ ครูต้องจัดกิจกรรมสนับสนุนให้เด็กใช้ประสาทสัมผัส ให้เด็กดู และมือลูบรอบๆรูปร่างของวัตถุสิ่งนั้น เพราะการสังเกตวัตถุนั้น นอกจากการเห็นด้วยตาแล้ว การแตะต้องหรือลูบวัตถุตามเส้นสายของรูปทรง ประสาทสัมผัสจะทำให้เด็กเข้าใจ เด็กควรมีโอกาสดูรูปทรงว่าเป็นวัตถุอะไร และดูว่ามีรูปทรงอะไรในวัตถุนั้น เช่น หน่วยเครื่องใช้ เรื่อง กระเป๋า เด็กได้ดูและสัมผัสรูปทรงเรขาคณิตได้แก่ รูปทรงกลม รูปสี่เหลี่ยม รูปทรงกระบอก รูป ทรงสามเหลี่ยมฯลฯ จากกระเป๋าชนิดต่างๆ เช่น กระเป๋าเดินทาง กระเป๋าสตางค์ กระเป๋าถือคุณแม่ กระเป๋านักเรียน เป็นต้น อีกวิธีหนึ่งให้เด็กดูกระเป๋าชนิดต่างๆว่า แต่ละชนิดมีรูปทรงอะไรบ้าง กระเป๋าบางใบทั้งที่มีเพียงหนึ่งรูปทรงหรือผสมรูป ทรง เช่น กระเป๋าถือของคุณแม่มีรูปทรงสี่เหลี่ยมแต่มีฝากระเป๋าสามเหลี่ยม กระเป๋านักเรียนมีรูปทรงกลม สายกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยม เป็นต้น อีกสาระหนึ่งที่ควรให้เด็กเรียนรู้คือ รูปร่างของวัตถุธรรมชาติ เช่น ขอบท้องฟ้า คลื่นในทะเล ต้นไม้ รูป ร่างของตัวเราเอง สัตว์ และพืช ด้วยการสังเกตว่าสิ่งเหล่านั้นมีรูปร่างเช่นกัน แต่ไม่มีชื่อเรียกแน่นอน จึงใช้ชื่อจากรูปร่างที่คนเราสร้างขึ้น เช่น รูปสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลม มีเทียบเคียงเรียก เช่น ใบหน้าของเธอรูปวงรี อีกคนคล้ายสามเหลี่ยม คนนั้นอ้วนกลม แต่อีกคนคอยาวทรงกระบอก
  3. กิจกรรมสร้างสรรค์ เป็นการฝึกประสาทสัมผัสด้วยผิวสัมผัส เด็กจะได้สืบค้นด้วยตนเอง ได้รู้จักสิ่งต่างๆ รวมทั้งสิ่งที่มีรูปทรงและรูปร่าง เพราะเด็กจะได้ใช้ประสาทสัมผัสสิ่งต่างๆ ได้แก่
    • เด็กเล่นปั้นดินเหนียวหรือแป้งโด ซึ่งเป็นวัตถุที่ช่วยให้เด็กแสดงความคิดของตนได้อย่างอิสระด้วยการทุบ คลึง กลิ้ง ปั้น ขยำ ออกมาเป็นรูปร่างหรือรูปทรง
    • การเล่นตัดและปะด้วยกาว เช่น ตัดรูปภาพจากหนังสือหรือผ้า แล้วนำมาปะติดบนกระดาษ เด็กจะสังเกตรูปร่างของภาพ ตัดวัสดุที่หลากหลายเช่น ตัดกระดาษ พลาสติก ผ้า เป็นรูปทรงเรขาคณิต วงกลม สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยมต่างๆ นำมาประกอบเป็นภาพใหม่ ตัดเป็นภาพคน สัตว์ สิ่งของ
    • วาดภาพการ์ตูนสัตว์ สิ่งของ คน พืช จากรูปทรงต่างๆ แล้ว ระบายสี
    • เด็กเล่นทรายเปียก จัดหาวัสดุแม่พิมพ์รูปทรงเรขาคณิตแล้วให้เด็กตักทรายใส่แม่พิมพ์ เทออกมาดูรูปทรงของทราย จะเห็นว่าเหมือนแม่พิมพ์ที่ใส่ไป เล่นน้ำ ตักน้ำใส่กล่องพลาสติกใสสี่เหลี่ยม ทรงกลม ทรงกระบอก ทรงสามเหลี่ยม ทรงห้าเหลี่ยม จะเห็นว่าน้ำมีรูปทรงเหมือนกล่องพลาสติกนั้น
    • เล่นพับกระดาษสี่เหลี่ยมใหญ่ให้เล็กลงแล้วคลี่ดูรอยพับ หรือพับกระดาษรูปทรงอื่นๆดูบ้าง
  4. เล่นเกมการศึกษา ฝึกการคิดแก้ปัญหา เช่นจับคู่ ระหว่างวัตถุที่ความเกี่ยวโยงกันระหว่างวิธีใช้สิ่งของกับรูปทรง ให้จับคู่แม่กุญแจกับลูกกุญแจ กรรไกรที่มีใบเป็นฟันปลากับกระดาษที่ตัดด้วยกรรไกรชนิดนี้ ตะปูเกลียวกับแป้นเกลียว หรือเล่นเกมบอกชื่อวัตถุ ที่มีรูปทรงกลมเหมือนลูกบอล ที่มีรูปทรงกลมเหมือนลูกบอล หรือแท่งไม้ เป็นต้น
  5. กิจกรรมกลางแจ้ง ครูหากล่องสี่เหลี่ยมเปิดฝากล่อง ทั้งด้านบนและด้านล่าง ให้มองทะลุได้ วางกล่องต่อๆกันสองถึงสามใบ ให้เด็กลอดกล่องไป บางครั้งเด็กจะสมมติว่ากล่องเป็นถ้ำ หรือเล่นเกมที่กำหนดกติกา หากล่องขนาดใหญ่ที่เด็กเข้าไปนั่งในกล่องได้สบาย จัดหามาสามกล่องให้เด็กเล่นครั้งละสี่คน ที่เหลือเป็นผู้ดูก่อน โดยให้เด็กผู้เล่น เดินหรือวิ่งรอบๆ กล่องตามรูปร่างของกล่อง เมื่อได้ยินเสียงกระดิ่งให้เด็กวิ่งเข้าไปแอบในกล่องสี่เหลี่ยมกล่องละหนึ่งคน จะมีเด็กหนึ่งคนไม่มีกล่องจะเข้า ก็ให้เป็นผู้สั่นกระดิ่งแทนครู เล่นสลับกันไป จนกว่าเด็กได้เล่นครบทุกคน
    • เล่นเกมเดินตามเส้นตรง ให้เด็กสองคนถือปลายเชือกคนละด้าน ดึงให้ตึงตรงแล้ววางลงที่พื้น ให้เด็กคนที่สามเดินเท้าเปล่าบนเส้นเชือกและให้หลับตาคลอดเวลา แล้วเดินถอยหลังบนเชือกเส้นนั้นอีก (สลับกันเดินและถือปลายเชือก)
  6. กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เด็กเคลื่อนไหวตามเสียงดนตรีจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่งให้เป็นเส้นตรง และเปลี่ยน เป็นให้เด็กเคลื่อนไหวอ้อมเครื่องกีดขวาง เด็กจะพบและเรียนรู้เรื่องเส้นโค้ง และเส้นหยัก ลักษณะของรูปทรงและประเภทของรูปทรงที่มีอยู่หลากหลาย

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่อง รูปร่าง รูปทรงอย่างไร?

เด็กจะอยู่กับครอบครัวใกล้ชิดพ่อแม่ จึงเป็นหน้าที่ที่พ่อแม่จะเป็นผู้สอนให้ลูกรู้จักเรื่องรูปร่างและรูปทรง เป็นโอกาสที่ดีที่พ่อแม่สามารถส่งเสริมความรู้ให้ลูกผ่านชีวิตประจำวัน เมื่อเด็กเล่นหรือต้องการรู้ จึงซักถาม สนทนากับพ่อแม่และบุคคลในครอบครัว ในที่นี้เสนอกิจกรรมตัวอย่างดังนี้

  • แนะนำวัตถุรอบตัว ให้เด็กได้รู้จักความหลากหลายของรูปทรงสิ่งของต่างๆด้วยการสังเกต เช่น ส่องกระจกดูรูปร่างของตนเองและพ่อ แม่ มองไปที่ ศีรษะ คิ้ว ริมฝีปาก ฟัน ออกไปนอกบ้าน ดูรูปทรงของต้นไม้หลายๆชนิด ลำต้นของต้นมะ พร้าว ต้นสน ต้นชมพู่ ต้นหมาก ฯลฯ ใบไม้ของต้นไม้ชนิดนั้นๆ เราจะพบใบมะพร้าวมีรูปร่างตรง ใบบอนมีรูปโค้งหรือใบมีเส้นหยัก ดูผัก ผลไม้ มังคุด ส้มเขียวหวาน ส้มโอ ลำไย มีทรงกลม อ้อย เป็นทรงยาวๆ พุทราไข่ ละมุด เป็นวงรี ชวนลูกดูประตู หน้าต่าง บางที่จะมีรูปสี่เหลี่ยม แต่บางที่อาจจะมีเส้นโค้ง โต๊ะบางตัวมีรูปสี่เหลี่ยม บางตัวเป็นรูปกลม วงรี กระเบื้องปูพื้นบ้านอาจจะมีรูป สี่เหลี่ยมแผ่นใหญ่บ้าง เล็กบ้าง ฯลฯ สิ่งต่างๆรอบตัวเรามีรูปทรงหลากหลาย
  • ร้องเพลงรูปทรง พ่อแม่อาจจะแต่งเพลงเองร้องกับลูก หรือเปิดเพลงรูปทรงจากใน YouTube
  • ท่องคำคล้องจอง นำมาร้องเล่นและแสดงรูปทรงของวัตถุต่างๆ ประกอบหรือตัดกระดาษเป็นรูปทรงเรขาคณิต นำมาประกอบคำร้อง เมื่อแสดงให้ลูกเห็นแล้ว ลองให้ลูกหยิบวัตถุนั้นตามคำคล้องจอง

    - ผลไม้รูปกลม (ผู้แต่ง : บุบผา เรืองรอง)
         ผลไม้ที่มีรูปกลม มีผลส้มและแตงโม
         แอปเปิล ลำไย ส้มโอ ผลโตโตคือมะพร้าว
         ลูกตาล มังคุด ลิ้นจี่ กลมกลิ้งดีคือมะนาว
         ฝรั่งสาลี่เนื้อขาว มาบอกข่าวน่ารู้เอย

  • เล่นที่หาดทราย ที่ชายทะเล มีทรายเปียกน้ำจากคลื่นซัดไปมา ทรายเปียกเป็นวัตถุที่สามารถสร้างรูปทรงได้ง่าย เด็กๆ ชอบกอบโกยทราย สร้างเป็นสิ่งต่างๆตามจินตนาการ บ้างทำเป็นหอคอย บ้างทำเป็นหุ่นยนต์ บ้างก่อเป็นภูเขาสูง เด็กจึงได้สังเกตเห็นรูปทรงของหอคอย หุ่นยนต์และภูเขาสูงที่เขาทำขึ้น บนทรายเปียก เราจะเห็นรอยเท้าของเราและคนอื่นที่เดินย่ำไปมา เป็นรอยทางยาวคดไปคดมา
  • ชวนลูกไปเที่ยวนอกบ้าน ดูขอบฟ้ามีเส้นโค้ง ดวงอาทิตย์ยามเช้าตรู่ หรือก่อนตกดิน จะเห็นดวงอาทิตย์มีรูปทรงกลม บางวันพระจันทร์เต็มดวงมีรูปร่างกลมเหมือนดวงอาทิตย์ แต่บางวันพระจันทร์รูปครึ่งวงกลม และบางวันดวงจันทร์มีรูปโค้งเรียวบาง บนท้องฟ้ามีเมฆรูปร่างคล้ายๆวงกลม อาจบันทึกภาพสิ่งที่พบเห็นในชีวิตประจำวันด้วยกล้องดิจิตอล แล้วสนทนาร่วมกันว่าพบเห็นรูปทรงอะไรในภาพบ้าง
  • เล่นกับเงา เมื่อมีแสงแดดส่องมา ชี้ให้ลูกสังเกต
  • ทำของเล่นง่ายๆ และให้ลูกมีส่วนร่วม เช่น นำภาชนะทรงกลม ลอยน้ำได้ เช่น ขันพลาสติก กะลา มาตกแต่งด้วยกิ่งไม้ ใบไม้ สมมติเป็นเรือ นำกล่องใบใหญ่ (ขนาดใส่ตู้เย็น) มาทำเป็นบ้าน กล่องใบเล็กมาต่อกันหลายใบด้วยสายเชือกและใส่ล้อด้วยแกนหลอดด้าย ให้ลูกลากจูงไป ใช้สบู่ผสมน้ำ เป่าด้วยหลอด จะเห็นฟองสบู่ปลิวออกมาเป็นรูปกลมๆ ของเล่นดังกล่าว เด็กจะสังเกตเห็นรูปทรงและคุณสมบัติของสิ่งนั้น
  • ทำของใช้ เด็กช่วยพ่อแม่ทำได้ เช่น ถุงใส่ของ ทำด้วยกระดาษหน้าปกนิตยสารรูปสี่เหลี่ยม เนื้อกระดาษเหนียวและมีลวดลายสวยงาม ออกแบบหูหิ้วให้เป็นรูปโค้งมน
  • ทำอาหารสลัดผลไม้ หั่นแคนตาลูป ฝรั่ง แก้วมังกรเป็นรูปสี่เหลี่ยม ปอกแห้วจะเห็นรูปทรงวงกลม ผลองุ่นรูปวงรี เมล็ดข้าวโพดเป็นรูปวงกลม ทำวุ้นตามแม่พิมพ์ สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม รูปร่างหัวใจมีเส้นโค้ง ตัดขนมมันกวนเป็นชิ้นสี่ เหลี่ยม ทำขนมรังผึ้งจะเห็นรูเล็กๆสี่เหลี่ยมบนผิวขนม ซาลาเปา โดนัทเป็นรูปทรงกลม ตัดขนมปังทำแซนวิชเป็นรูปสี่ เหลี่ยมหรือสามเหลี่ยม
  • ออกแบบเสื้อผ้าให้ตุ๊กตากระดาษ วาดตุ๊กตากระดาษเป็นภาพหญิงชายทั้งเด็กแลผู้ใหญ่ ตัดตุ๊กตาตามรูป ติดลงกระดาษแข็ง วางกระดาษขาวเปล่าลง แล้วลากสันรอบรูปตุ๊กตา ออกแบบเสื้อผ้าตามขนาดของตุ๊กตา ระบายสีสวยงามตามอิสระ

กิจกรรมที่พ่อแม่จะส่งเสริมลูกให้รู้จักรูปทรงและรูปร่าง เป็นสิ่งที่กระทำอยู่ในชีวิตประจำวัน การสนทนา การเลือกหยิบสิ่ง ของ การสร้างสิ่งใหม่ที่มีรูปร่างหรือรูปทรง เด็กๆจะค่อยๆคุ้นเคยและเพิ่มพูนประสบการณ์ขึ้น สิ่งสำคัญคือพ่อแม่ต้องตระ หนักถึงความสามารถตามวัยของเด็ก

เกร็ดความรู้เพื่อครู

  • บล็อกรูปทรงต่างๆ จะมีทั้งที่ทาสีและเคลือบด้วยเชลแล็กหรือแวกซ์ ชนิดที่ทาเชลแล็กหรือแวกซ์ จะใช้ประโยชน์และทนทานกว่าทาสี และบล็อกทุกชิ้นควรเลือกซื้อที่ได้ออกแบบมาเพื่อเข้าร่องกันได้คือ บล็อกขนาดที่สองจะต้องยาวและกว้างเป็นสองเท่าของบล็อกขนาดที่หนึ่ง เพราะเมื่อเด็กสร้างงานจากบล็อกจะทำได้ง่าย และเวลาเก็บก็เก็บได้ง่าย การเล่นบล็อกต้องการพื้นที่กว้างพอที่เด็กจะก่อสร้าง และเพื่อป้องกันบล็อกแตกหักเสียหาย เสียงบล็อกกระแทกพื้นดัง ครูควรปูผ้านิ่ม หรือพรม
  • เด็กปฐมวัยเป็นวัยช่างคิดสร้างสรรค์ เมื่อครูสนับสนุนเด็กให้คิดอย่างอิสระ เป็นกำลังใจ และช่วยจัดหาวัสดุประกอบ การสร้างหรือประดิษฐ์ การคิดค้นสร้างสิ่งต่างๆจากรูปทรง หรือการคิดเกี่ยวกับรูปทรง รูปร่าง

บรรณานุกรม

  1. กุลยา ตันติผลาชีวะ. ( 2547) .การจัดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย. กรุงเทพมหานคร : บริษัท เอดิสัน เพรส โปรดักส์ .
  2. ดุษฏี บริพัตร. (2542) . การสอนวิทยาศาสตร์แนวใหม่สำหรับเด็กอนุบาล . แปลจาก Matal early childhood program โดย Dina Stachel. กรุงเทพมหานคร : นานมีบุ๊ค.
  3. นิตยา ประพฤติกิจ. ( 2536 ). การพัฒนาเด็กปฐมวัย . กรุงเทพมหานคร : กรมการฝึกหัดครู.
  4. บุบผา เรืองรอง. ( 2548) . วิทยาศาสตร์สำรับเด็กปฐมวัย. นครศรีธรรมราช : มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช.
  5. พิทยาภรณ์ มานะจุติ. ( 2552). วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย. เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
  6. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2546 ). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 . กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุสภา .
  7. ศึกษาธิการ, กระทรวง .(2546 ). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 . กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุสภา .
  8. สุทธิพงษ์ ภู่อร่าม. (2551) รูปร่างและรูปทรง รูปทรง. http://www.thaigoodview.com

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน