หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องร่ม (Teaching children about Umbrella)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องร่ม

การสอนลูกเรื่องร่ม (Teaching children about Umbrella) หมายถึง การจัดกิจกรรมสำหรับเด็กเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ เรื่องเครื่องใช้ชนิดหนึ่งที่คนเรานำมาใช้เพื่อป้องกันความร้อนจากแสงแดด และป้องกันน้ำฝนเพื่อรักษาสุขภาพของตนเอง มีด้ามยาวสำหรับถือ และส่วนบนเป็นแผ่นโค้ง ขอบกลมเหมือนดอกเห็ด ทำจากกระดาษหรือผ้า ลักษณะเฉพาะที่สำคัญของร่มคือ สามารถหุบเก็บได้ จึงพกพาสะดวก เรื่องร่มอยู่ในสาระการเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งต่างๆ รอบตัวเด็ก ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546 ทั้งนี้เพราะในชีวิตประจำวันเด็กได้มีโอกาสเห็นร่มและนำร่มมาใช้ การจัดกิจกรรมเรียนรู้เรื่องร่มจึงเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์ให้แก่เด็กปฐมวัย

การสอนเรื่องร่มสำคัญอย่างไร?

สภาพดินฟ้าอากาศมีความสัมพันธ์กับชีวิตของสรรพสิ่งที่อยู่ในโลก และจะมีสภาพอากาศที่เป็นไปตามฤดูกาล (Climate) เช่น ฤดูร้อนจะมีความร้อนจากแสงอาทิตย์มากขึ้น ฤดูฝนจะมีฝนตกตกปริมาณมาก และตกติดต่อกันในช่วงเวลาหนึ่ง หรือฤดูหนาว สภาพอากาศจะมีอุณหภูมิต่ำ มีความชื้น ความกดดันของอากาศ และลม เกิดเป็นความหนาวเย็น สภาพอากาศจึงมีอิทธิพลต่อความเป็นอยู่ของคน เพราะกระทบต่อกิจกรรมทั้งหลายของคนเรา รวมทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพจิต ดังนั้นคนเราจึงมีความคิดแก้ปัญหาด้วยวิธีการต่างๆ การใช้ร่มจึงเป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาได้ เพราะสามารถใช้สำหรับกันแดดกันฝน ส่วนวัสดุที่นำมาทำตัวร่มมีหลายชนิด เช่น ผ้า พลาสติก ใยสังเคราะห์ หรือกระดาษ ซึ่งมีพื้นผิวที่แตกต่างกัน อาจจะหยาบ เรียบ นุ่ม (ทำจากผ้าชนิดต่างๆ) หรือวัสดุที่มาทำด้ามร่มก็มีหลายอย่างที่น่าสนใจ เช่น มีปุ่มเปิดปิดร่ม เชือก กระดุม และซี่ร่ม เป็นต้น วัสดุเหล่านี้เป็นเทคโนโลยีการประดิษฐ์ที่เด็กๆ อยากรู้จัก เมื่อเราไปในสถานที่บางแห่ง เราจะได้เห็นร่มเป็นของใช้ชนิดหนึ่งที่นำไปตกแต่งให้เกิดความสวยงาม เช่นในสวน ในโรงแรม มุมร้านกาแฟในห้างสรรพสินค้า เป็นต้น

การสอนเรื่องร่มมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

เมื่อเด็กได้รู้จักร่ม และได้ใช้ร่ม การเรียนเรื่องร่มจึงเป็นการสอนให้เด็กได้รู้จักในแง่ต่างๆ ดังนี้

  • เด็กได้รู้จักร่ม ที่เป็นของใช้ชนิดหนึ่งคนไทยทั่วไปได้ใช้เสมอ เพราะภูมิอากาศของประเทศไทย มีทั้งฤดูร้อนที่มีแสงแดดร้อนแรง และมีฤดูฝนที่ฝนตกชุ่มฉ่ำ ทั้งสองฤดูกาลนี้มีทุกภูมิภาคของประเทศ
  • เด็กจะได้รับการฝึกเรื่องสุขอนามัยส่วนตน ด้วยการใช้ร่มกันแดด และกันฝนเป็นการป้องกันโรคภัยที่เกิดจากแสงแดดและฝน โดยเฉพาะโรคไข้หวัดที่เด็กวัยนี้มักจะเจ็บป่วยง่าย เพราะภูมิคุ้มกันของเด็กยังมีน้อย
  • เด็กได้ซึมซับคุณค่าของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ที่ทำให้ชีวิตของคนเรามีความสุข เช่น ความเป็นวิทยาศาสตร์จะส่งเสริมให้ได้สังเกต และสำรวจเรื่องแรงที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ร่มเปลี่ยนแปลง คือ กางออกและหุบลง หรือความเป็นเทคโนยีและวิศวกรรมศาสตร์ จึงได้สร้างสรรค์ให้ ร่มมีคันร่มให้เราถือ และมีผ้าร่มบนโครงร่างใช้บังแดดบังฝน เป็นความสะดวกสบาย และคณิตศาสตร์เกี่ยวกับขนาด ใหญ่ เล็ก ยาว สั้น ทรงกลม
  • เด็กได้รับความรู้เรื่องสมบัติของวัสดุต่างๆ ที่ประกอบเป็นร่มผ่านการฝึกใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า เช่น ความรู้เรื่อง รูปร่างลักษณะของร่ม คือ รูปร่าง ลักษณะ สี ขนาด วัสดุที่นำมาใช้ประกอบร่ม เช่น ด้ามที่ทำจากโลหะ หรือจากไม้ หรือวัสดุที่นำมาทำโครงร่ม เช่น ผ้า กระดาษ เป็นต้น
  • เด็กได้รับการส่งเสริมภาษาการใช้คำศัพท์และความหมาย เช่น คำว่า ร่ม ร่มพับ ร่มกันแดด ร่มชายหาด ร่มสนามกอล์ฟ ร่มแม่ค้า หรือร่มสองคัน

ครูสอนเรื่องร่มให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

กิจกรรมกลางแจ้ง เล่นเกมหลบแดดหลบฝนกันหน่อย กติกาการเล่นดังนี้ เด็กๆ ยืนล้อมวงภาพร่ม หรือขีดเส้นวงกลมที่มี รัศมีกว้างประมาณ 3 เมตร ให้เด็กๆ เดินตามหลังไปตามเส้นรอบวง เมื่อครูท่องคำร้องเล่นจนถึงข้อความว่า เด็กๆ หลบเข้า ร่มกันเร็วไว ให้เด็กๆ วิ่งเข้าไปในภาพร่ม หรือในเส้นวงกลมทันที คำร้องเล่นแสดงถึงฝนตก และแสงแดดร้อนจ้า ดังนี้

  • ท้องฟ้ามืดครึ้ม ฟ้าร้องครืน ครืน ฝนตก ซู่ ซู่ เด็กๆ หลบเข้าร่มกันเร็วไว
  • แสงแดดร้อนนัก เด็กๆ รู้จักหลบเข้าร่มเร็วไว

กิจกรรมสร้างสรรค์ ประดิษฐ์ร่มจากกระดาษสี รูปวงกลม หรือเศษวัสดุทรงกลม เช่น ถ้วยไอศกรีม เจาะก้นถ้วยใช้ไม้ไอศกรีมเสียบให้โผล่พ้นก้นถ้วยเล็กน้อย แต่งไม้ไอศกรีมด้วยสีน้ำ หรือติดกระดาษสีที่ใช้เป็นด้ามร่ม

กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เด็กๆ เคลื่อนไหวตามจินตนาการ เป็นร่มที่กางออก หรือร่มหุบลง

กิจกรรมเสรี จัดร่มไว้ที่มุมบทบาทสมมติให้เด็กได้ใช้ประกอบการเล่น เช่น จัดเป็นมุมร้านค้าขายร่ม กาแฟ เบอร์เกอรี่ ผลไม้ ก๋วยเตี๋ยว มุมบ้าน มุมหนังสือ มีหนังสือนิทาน หรือหนังสือสารานุกรมเด็กเกี่ยวกับเรื่องร่ม

กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ให้เด็กได้ทดลองกางร่มและหุบร่ม จะช่วยให้เด็กได้เรียนรู้และเข้าใจเรื่องเกี่ยวกับแรง การล็อค (lock) ที่ตำแหน่งโครงร่ม เมื่อปลดปุ่มล็อค ร่มจะหุบลงมาตามแรงโน้มถ่วง สังเกตวัสดุที่ใช้ทำร่มรูปทรงเรขาคณิต ร่มที่หุบเป็นรูปทรงกระบอก แต่เมื่อกางออกจะมีลักษณะรูปวงกลม กิจกรรมนี้ยังสร้างประสบการณ์เรื่องสมมาตรอีกด้วย

เกมการศึกษา เกมจับคู่ภาพร่มที่มีรูปร่างเหมือนกัน จับคู่ภาพร่มลักษณะต่างๆ กับเงา (ร่มหุบ ร่มกางออก ร่มวางหงาย) จับคู่ภาพร่มส่วนเต็มกับส่วนย่อย จับคู่ภาพร่มกับชิ่นส่วนที่หายไป เกมโดมิโน เกมวางภาพต่อปลาย เกมเรียงลำดับขนาดร่ม เกมการศึกษาลอตโต เกมพื้นฐานการบวก

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องร่มอย่างไร?

การสอนให้ลูกรู้จักร่ม เป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย เพราะร่มคือของใช้ที่ทุกครอบครัวมี แทบจะกล่าวได้ว่าคนส่วนมากที่เดินทางออกจากบ้านจะถือร่มไปด้วย ทั้งนี้เพราะประเทศไทยเราอยู่ในภูมิอากาศเขตร้อนชื้น ภาคใต้และทางตะวันออกเป็นเขตภูมิอากาศแบบมรสุมเขตร้อน ทั่วประเทศจะมีอุณหภูมิเฉลี่ย 19 - 38 องศาเซลเชลเซียส จะได้รับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และตะวันออกเฉียงเหนือ ประเทศไทย มี 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว ทั่วทั้งประเทศจะมีฤดูร้อน ช่วงที่ร้อนที่สุดอยู่ช่วงกลางเดือนเมษายน และมีฤดูฝน จะได้รับปริมาณน้ำฝนอย่างเพียงพอ แต่ระยะเวลาของฤดูฝนและปริมาณน้ำฝนมีความแตกต่างกันไปตามภูมิภาคและระดับความสูง ส่วนภาคใต้จะไม่มีฤดูหนาว กิจกรรมเรื่องร่มที่พ่อแม่สามารถจัดให้ลูกได้ เช่น

  • เมื่อพ่อแม่จะใช้ร่มหยิบจับ กาง และถือไปกันแดดกันฝนนั้น พ่อแม่เอ่ยคำว่าร่มให้ลูกเห็นและได้ยิน เพื่อให้เด็กได้รู้จักสิ่งนี้
  • จัดหาร่มขนาดเล็กซึ่งเหมาะสำหรับเด็กปฐมวัย ให้ลูกได้ถือกันแดดกันฝนให้ตนเองได้ โดยเฉพาะช่วงเวลากลางวัน ที่แสงแดดส่องลงมาจะมีอุณหภูมิสูง ร่างกายของเด็กจะรู้สึกร้อนกว่าผู้ใหญ่ และอาจเจ็บป่วยเป็นไข้หวัดแดดได้ และเมื่อต้องออกนอกบ้านในขณะที่ฝนตก แม้จะเป็นเพียงเม็ดฝนที่โปรยปรายก็ควรหาอุปกรณ์กันฝนให้ลูก ร่มเป็นอุปกรณ์ที่กันฝนได้ดี เพราะร่มมีส่วนผืนผ้าพลาสติกรูปโค้งกลม ติดอยู่เหนือด้ามร่ม เมื่อฝนตกมาจึงป้องกันมิให้น้ำกระเซ็นถูกศีรษะ หรือส่วนบนของร่างกายเราได้
  • พาลูกไปสถานที่หลายๆ แห่งที่ใช้ร่มกันแดด เช่น
    • ในช่วงฤดูร้อน หรือเวลาที่อากาศแจ่มใส คนนิยมไปพักผ่อนเล่นน้ำทะเล และนอนเล่นที่ชายหาดกัน จึงมักจะนอนเล่นใต้เงาร่มกันแดดขนาดใหญ่ที่มีสีสันสวยงาม พ่อแม่มีเวลาว่าง จัดกิจกรรมเช่นนี้ให้ลูกไปสนุกที่ชายหาด ได้เล่นน้ำทะเล ได้เห็นร่มกันแดด และนอนพักผ่อนใต้เงาร่มดังกล่าว
    • พาลูกไปว่ายน้ำที่สระว่ายน้ำบางสถานที่ เช่น ที่โรงแรม หรือสถานที่ฝึกว่ายน้ำ บริเวณริมสระน้ำมักจะมีกางร่มกันแดดไว้พร้อมเก้าอี้สำหรับนั่งหรือนอนเล่นพักผ่อน ลูกจะได้เห็นร่มกันแดดที่นี่
    • ที่ตลาด หรือย่านค้าขาย เด็กๆ จะได้เห็นแม่ค้ากางร่มกันแดด บังเงา หรือกันฝนให้ตนเอง และสินค้า
    • ที่ร้านกาแฟและร้านขายเบเกอรี่ (Bakery) บางแห่งตกแต่งที่นั่งในร้านด้วยร่มขนาดใหญ่ ที่มีสีสันสวยงาม และเขียนข้อความโฆษณษาขายสินค้าต่างๆ
  • พ่อแม่นำลูกไปที่ร้านขายร่ม เป็นสถานที่มีร่มจำหน่ายแน่นอน ที่นี่จะมีร่มหลายลักษณะ ทั้งขนาดสั้น ขนาดยาว ร่มพับจากขนาดยาวให้ลดขนาดลง และคนขายของจะจัดแสดงร่มจูงใจให้ลูกค้าได้ชม และเลือกซื้อร่ม เด็กๆ จะได้เห็นร่มขนาดต่างๆ ที่มีสีสัน และลวดลายแตกต่างกัน โดยพ่อแม่สนับสนุนให้ลูกได้เลือกซื้อเอง
  • เล่นกับลูกโดยใช้ร่มเป็นอุปกรณ์ประกอบการเล่น เช่นเล่นแอบจ๊ะเอ๋กับลูก โดยพ่อแม่กางร่มบังตัวพ่อแม่ไว้ นับ 1 2 3 แล้วโผล่หน้าไปส่งเสียงว่า จ๊ะเอ๋กับลูก หรือเล่นแอบในเงาร่ม โดยกิจกรรมนี้แนะนำให้เล่นในห้อง เปิดแสงไฟ กางร่มออก เมื่อแสงไฟกระทบส่วนบังเงาของร่ม จะเกิดเป็นเงา ให้ลูกขยับเข้ามาในร่ม พ่อแม่จะขยับร่มไปในทิศทางต่างๆ เด็กๆจะขยับตามไป เด็กๆจะชอบมาก หากเขามีพี่น้องและเพื่อนบ้าน ให้ชวนมาเล่นด้วยกัน
  • สนับสนุนให้ลูกถ่ายทอดจินตนาการเรื่อง ร่ม ผ่านงานศิลปะลักษณะต่างๆ เช่น วาดภาพ ระบายสี ตัดภาพร่มจากแผ่นโฆษณาจากห้างสรรพสินค้า หรือจากหนังสือนิตยสารต่างๆ นำมาตกแต่ง ปะติด ประดิษฐ์ร่มจากกระดาษสี หรือเศษวัสดุ โดยพ่อแม่อาจจะมีส่วนร่วมในการจัดหาวัสดุ และร่วมประดิษฐ์
  • ชวนลูกเล่าเรื่องร่มที่หนูรู้จัก ร่มที่หนูชอบ เราเห็นร่มที่ไหน เราใช้ร่มทำอะไร ท่องคำคล้องจอง และให้ลูกแสดงท่าทางประกอบ บทคำคล้องจองว่า “ฝนตกพรำพรำ แม่ดำกางร่ม แกเดินก้มๆ อยู่ข้างกำแพง ประเดี๋ยวแดดออก แกบอกพ่อแดง ฉันไม่มีแรง หุบร่มให้ที”
  • หาใบไม้ดอกไม้ที่มีรูปร่างคล้ายร่ม มาให้ลูกใช้แทนร่ม เล่นบทบาทสมมติ เช่น ใบบัว ใบบอน ดอกลำพู เป็นต้น
  • หากครอบครัวมีโอกาสไปท่องเที่ยวที่ศูนย์หัตกรรมการทำร่มบ่อสร้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ นำลูกไปชมแหล่งผลิตร่มกระดาษที่สวยงาม แสดงภูมิปัญญาของคนไทยที่ผลิตร่มในชุมชนของตนเอง และสอนลูกหลานสืบต่อกันมา

การส่งเสริมให้ลูกมีประสบการณ์ชีวิตเรื่องร่ม จึงเป็นเรื่องที่พ่อแม่สามารถจัดกิจกรรมให้ลูกได้จากเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันที่ลูกจะได้หยิบจับ และใช้ร่มเป็นเครื่องใช้ชนิดหนึ่ง การสนทนาพูดคุย การเล่น การอ่านหนังสือ ร้องเพลง เป็นการสนับสนุนให้เด็กรู้จักร่มได้เช่นกัน

เกร็ดความรู้เพื่อครู

ศูนย์หัตกรรมการทำร่มบ่อสร้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ร่มทำด้วยผ้าแพร ผ้าฝ้าย และกระดาษสา โครงสร้างร่มจะทำด้วยไม้ไผ่

บรรณานุกรม

  1. คาน ซาร่าห์. (2556). พจนานุกรมภาพวิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก. กรุงเทพมหานคร : นานมี บุ๊ค.
  2. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. (สำหรับเด็กอายุ 3 -5 ปี). กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  3. จอห์น เกรแฮม, นลินี โสภณสุทธิ (แปล). (2547). กิจกรรมทำมือวิทยาศาสตร์ แรงและการเคลื่อนที่.กรุงเทพมหานคร : สุวิริยสาสน์.
  4. พรพิไล เลิศวิชา. (2543). ขับขานบทเพลง บรรเลงบทกลอน. เชียงใหม่ : ธารปัญญา.
  5. พิทยาภรณ์ มานะจุติ. (2552) . วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย. เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
  6. สุวิทย์ มูลคำ และ อรทัย มูลคำ. (2547). 21 วิธีการจัดการเรียนรู้: เพื่อพัฒนากระบวนการคิด. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ภาพพิมพ์.
  7. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพมหานคร : คุรุสภา.
  8. สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน. (ม.ป.ป.). เรื่องที่ 6 ภูมิอากาศ / ฤดูกาล. เข้าถึงจาก http://kanchanapisek.or.th/kp6/sub/book/book.php?book=4&chap=6&page=t4-6-infodetail04.html. [ค้นคว้าเมื่อ 28 มิถุนายน 2559].
  9. Sally Moomaw, ศุภวัลย์ ตันวรรณรักษ์. (ผู้แปล). (2558). การจัดการเรียนรู้ STAM ในระดับปฐมวัย. กรุงเทพมหานคร : นานมีบุ๊ค พับลิเคชั่น.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน