หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องร้านหนังสือ (Bookstore)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

ร้านหนังสือ หมายถึง สถานที่ที่มีหนังสือเพื่อจำหน่าย

หนังสือสำหรับเด็กปฐมวัยหมายถึง หนังสือที่จัดทำขึ้นสำหรับเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ปี มีเนื้อหาสาระที่ส่งเสริมความคิด ความรู้ ความเพลิดเพลิน จรรโลงใจ ศีลธรรม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเด็กเมื่อได้ฟังและอ่านหนังสือ หนังสือเป็นสื่อส่งเสริมให้เด็กเกิดความรู้ ความสนุก เพลิดเพลิน และบ่มเพาะนิสัยเด็กให้เป็นผู้ใฝ่รู้ หนังสือจึงมีคุณประโยชน์ต่อเด็กยิ่งนัก พ่อแม่และครูจึงควรส่ง เสริมให้เด็กอ่านหนังสือที่เหมาะสม และใช้เวลาอ่านหนังสือร่วมกับเด็ก เพื่อฝึกฝนให้เด็กมีนิสัยรักการอ่าน เกิดความรักหนังสือและมีหนังสือเป็นเพื่อนที่นำไปใช้ยามว่างจนเป็นนิสัย วิธีการหนึ่งที่ให้เด็กคุ้นเคยกับการอ่านคือ การนำเด็กไปร้านหนังสือเพื่อเลือกซื้อหนังสือมาอ่าน

สอนลูกเรื่องร้านหนังสือ

การสอนลูกเรื่องร้านหนังสือมีความสำคัญอย่างไร?

คนเราจำเป็นที่ต้องใช้หนังสือเพื่อประโยชน์ต่างๆ เช่น ค้นหาความรู้หรือสร้างความเพลิดเพลินแก่ตนเองหรือผู้อื่น หนังสือจำ นวนมากจะนำมาจำหน่ายที่ร้านหนังสือ เพื่อให้ผู้ซื้อได้พิจารณาเลือกไปใช้ตามความต้องการ ร้านหนังสือเป็นศูนย์รวมของผู้ที่เป็นนักอ่าน ซึ่งจะแสดงพฤติกรรมการอ่าน การสืบค้นหาความรู้จากหนังสือ ร้านหนังสือจึงเป็นสถานที่ที่สามารถปลูกฝังเจตคติที่ดีต่อการอ่านให้แก่เด็กได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้สิ่งสำคัญคือ เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้ชีวิต จากร้านหนังสือ เช่น วิธีการเลือกหนัง สือหรือการซื้อหนังสือ เป็นต้น

การสอนลูกเรื่องร้านหนังสือมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การสอนลูกเรื่องร้านหนังสือผ่านประสบการณ์ตรง โดยการพาลูกไปร้านหนังสือจะเกิดประโยชน์ ดังนี้

  • เด็กจะได้รู้จักลักษณะร้านหนังสือในชุมชนและที่อื่นๆในชุมชน จะมีร้านจำหน่ายสินค้าอยู่หลายประเภท เช่น ร้านเนื้อสัตว์ ร้านเครื่องเขียน ร้านเสื้อผ้า ร้านรองเท้า ร้านหนังสือ เป็นต้น ร้านค้าเหล่านั้นมักจะตั้งอยู่ในชุมชน มีทั้งที่ตั้งเป็นอาคารเฉพาะและตั้งรวมอยู่ในห้างสรรพสินค้า เมื่อผู้ซื้อจะไปร้านค้าเหล่านั้นจะรู้จักที่ตั้ง คือ ชื่อถนน ทิศทาง บริเวณใกล้เคียงกับสถานที่ตนเองรู้ จัก สำหรับเด็กเล็กๆจะสังเกตสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว และสามารถเชื่อมโยงประสบการณ์ใหม่กับประสบการณ์เดิมได้ จากสิ่งที่เห็นเป็นรูปธรรม เช่น ร้านหนังสือจะมีหนังสือ ร้านเสื้อผ้าจะมีเสื้อผ้าใส่หุ่นแสดงไว้ เป็นต้น
  • เด็กจะได้รู้จักหนังสือที่หลากหลายในร้านหนังสือ ร้านหนังสือจะมีหนังสือขายหลายลักษณะ หนังสืออาจจะแบ่งตามวัย คือ หนังสือสำหรับเด็ก และหนังสือสำหรับผู้ใหญ่ หรือแบ่งตามเนื้อหา เช่น หนังสืออาหารคาว – หวาน หนังสือนิทาน หนังสือท่อง เที่ยว เป็นต้น
  • เด็กจะเกิดการเรียนรู้เรื่องการซื้อขายหนังสือ การไปร้านหนังสือมีจุดประสงค์หลักคือ การซื้อหนังสือ
  • เด็กจะได้สังเกตเห็นผู้อื่นสนใจอ่านหนังสือ เพราะร้านหนังสือจะแวดล้อมด้วยพฤติกรรมการอ่านที่เป็นธรรมชาติ
  • เด็กจะเกิดความรู้สึกผูกพันกับพ่อแม่ เด็กๆมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับพ่อแม่ ทั้งขณะเดินทางไปร้านหนังสือ และ เวลาเลือกซื้อหนังสือที่พ่อแม่ลูกจะอยู่ด้วยกัน
  • เด็กได้มีโอกาสหัดเลือกซื้อหนังสือตามรสนิยมของตนเอง เป็นการหัดคิดและตัดสินใจ ถึงแม้ว่าจะมีพ่อแม่แนะนำบ้าง
  • เด็กได้หัดค้นคว้าหาคำตอบจากหนังสือ เป็นการส่งเสริมความใฝ่รู้ เปิดโลกทัศน์และตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นตามธรรมชาติของเด็ก
  • เด็กจะพัฒนาเป็นผู้มีนิสัยรักการอ่าน การอ่านหนังสือมีความหมายสำหรับเด็ก เพราะหนังสือตอบสนองความสนใจ ความต้องการของเด็กได้ เด็กจะพอใจที่จะสืบค้นหาคำตอบต่อไปอย่างต่อเนื่องจนเป็นนิสัยรักการอ่าน
  • เด็กจะพัฒนาเป็นผู้ที่ใฝ่ดี หนังสือที่ได้รับการคัดสรรอย่างดีจะเป็นเครื่องมือในการกล่อมเกลาจิตใจของเด็กได้
  • เด็กจะได้รับการฝึกฝนมารยาทสังคมที่ไปร้านหนังสือ ปัจจุบันร้านหนังสือมีหลายประเภท ได้แก่ ประเภทที่ผู้ขายจะบริการหยิบหนังสือให้ผู้ซื้อตามต้องการ และประเภทที่ผู้ซื้อบริการตนเอง ประเภทหลังนี้ผู้ซื้อจะเลือกหนังสือก่อนซื้อ จึงมักอ่านหนัง สือก่อนในส่วนคำนำจากด้านในปก หรือคำแนะนำ เรื่องย่อ จากปกหลัง ขณะอ่านผู้ซื้อย่อมต้องการสมาธิ ความเงียบ ดังนั้น ผู้ที่มีมารยาทจะงดใช้เสียงในร้านหนังสือ เด็กๆควรได้รับการฝึกฝนมารยาทตั้งแต่เล็กเพื่อพัฒนาเป็นนิสัยที่ดีต่อไป

ครูจัดกิจกรรมเรื่องร้านหนังสือให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

หนังสือคือ เครื่องมือสำคัญในการแสวงหาความรู้ ช่วยกล่อมเกลาจิตใจเราให้มีคุณธรรมและความเพลิดเพลินได้ ในสถานศึกษามีหนังสือให้เด็กเห็น ทั้งในห้องเรียน และห้องสมุด ครูมีหนังสืออ่าน เด็กๆคงอยากรู้ว่าหนังสือมาจากไหน เด็กอาจจะตั้งคำถามครูและพ่อแม่ หรือครูกระตุ้นความสนใจของเด็กได้ เพื่อนำไปสู่คำตอบว่าหนังสือมีจำหน่ายที่ร้านหนังสือ นอกจากหนังสือที่เด็กทำเองแล้ว ครูอาจจัดกิจกรรมเรื่องร้านหนังสือได้หลายวิธี เช่น

  • กิจกรรมเสรี ครูจัดมุมการเรียนรู้ คือ มุมบทบาทสมมติให้เป็นร้านหนังสือ ที่มีสภาพคล้ายร้านหนังสือในท้องถิ่นที่เด็กรู้จัก มีชั้นวางหนังสือ หนังสือ แผนกชำระเงิน กระดาษสมมติแทนเงิน (อาจจะทำคล้ายเงิน) ตะกร้าสำหรับใส่หนังสือ ครูอาจจะจัดมุมเรียนรู้ให้เป็นพื้นที่กว้างกว่าปกติ เพื่อให้เด็กๆหลายคนได้แสดงบทบาทสมมติเป็นผู้ซื้อ
  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ หน่วยการเรียนที่ควรเรียน คือ ร้านค้า และแยกย่อยเป็นร้านต่างๆที่เด็กควรเรียนเช่น ร้านขายขนม ร้านสะดวกซื้อ ร้านหนังสือ ร้านเครื่องเขียน เป็นต้น หรือกำหนดเป็นหน่วยเฉพาะ คือ เรื่องร้านหนังสือและเรื่องย่อยที่ควรรู้ ได้แก่ ที่ตั้งร้านหนังสือ ลักษณะของร้าน หนังสือที่มีจำหน่าย มารยาทที่ร้านหนังสือ กิจกรรมเพื่อพัฒนาเด็กผ่านกิจกรรมเสริมประสบการณ์ที่ครูจัดได้ เช่น
    • การไปศึกษานอกสถานที่ที่ร้านหนังสือที่อยู่ใกล้โรงเรียน ครู ผู้ปกครองและเด็กจะวางแผนร่วมกันก่อนไปร้านหนังสือ ตั้งแต่จุดประสงค์ของการไปร้านหนังสือ วิธีเดินทาง มารยาทที่ร้านหนังสือ การเลือกและซื้อหนังสือ
    • การแสดงบทบาทสมมติการเลือกซื้อหนังสือ มารยาทในร้านหนังสือ การใช้เงิน ค่าของเงินกับราคาหนังสือ การใช้เครื่องคำนวณเงินหรือเครื่องตรวจสินค้า การสื่อสารติดต่อระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย
    • การใช้ภาษา คือ การอ่าน การฟัง การเขียน การพูด เรื่องร้านหนังสือ หนังสือที่ฉันจะซื้อ เราหาซื้อหนังสือเด็กได้ที่ไหน ชื่อร้านหนังสือ ใครไปที่ร้านหนังสือบ้าง เป็นต้น นอกจากนี้ ครูอาจจัดกิจกรรม สนทนา และอภิปราย เรื่อง เกี่ยวกับร้านหนังสือที่กล่าวมาแล้วได้ การจัดกิจกรรมทางภาษาที่ได้สาระจากหนังสือ เช่น เล่านิทาน อ่านคำคล้องจอง ร้องเพลง ดูภาพ เชิดหุ่น เขียนชื่อร้านหนังสือ เขียนและอ่านป้ายประชาสัมพันธ์ชื่อหนังสือที่มีจำหน่ายในร้าน ฯลฯ กิจกรรมดังกล่าวจะทำให้เด็กตระหนักถึงความสำคัญของหนังสือ และร้านหนังสือซึ่งเป็นสถานที่ที่จำหน่ายหนังสือ
    • จัดห้องสมุดสำหรับเด็ก หรือมุมหนังสือ กิจกรรมนี้จัดให้สอดคล้องกับกิจกรรมศึกษานอกสถานที่ที่ร้านหนังสือ คือหลังจากซื้อหนังสือจากร้านมาแล้ว ครูและนักเรียนร่วมกันจัดหนังสือเข้าชั้นวางหนังสือ เด็กๆช่วยครูได้ดีและจะรู้สึกสนุกที่ได้ทำงานแบบผู้ใหญ่ โดยครูขอให้เด็กส่งหนังสือให้ครู เพื่อนำมาวางที่ชั้นหนังสือ บันทึกชื่อหนังสือที่ซื้อมาใหม่ จัดป้ายแสดงหนังสือใหม่
    • ดูวีดิทัศน์ เรื่อง ไปร้านหนังสือ อาจเป็นการ์ตูนที่มีจุดประสงค์แนะนำการไปร้านหนังสือ เด็กจะชอบดูมากกว่าการแสดงจากคนที่เหมือนจริง
  • กิจกรรมกลางแจ้ง เล่นเกมเดินทางไปร้านหนังสือ เป็นกิจกรรมส่งเสริมกล้ามเนื้อมัดใหญ่ มีกติกาการเล่นเพื่อฝึกทักษะทางสังคม และ เพื่อความสนุกสนานของเด็กปฐมวัย ดังตัวอย่างคือ ครูเขียนวงกลมให้ระยะห่างประมาณ 5 เมตรจากตำแหน่งที่ครูยืน และกำหนดเป็นจุดเริ่มต้น เด็กทุกคนยืนที่จุดเริ่มต้น กติกาตกลงไว้ดังนี้ว่า เมื่อครูพูดว่าร้านหนังสืออยู่ทางนู้น ให้เด็กวิ่งไปเข้าวง กลม แต่ถ้าครูพูดว่า ร้านหนังสืออยู่ที่นี่ ให้เด็กๆนั่งยองๆลงที่จุดเริ่มต้น หากใครทำถูก เพื่อนๆปรบมือ แล้วชมเชยว่าเก่งจริงๆ
  • กิจกรรมสร้างสรรค์ พับกระดาษ และระบายสีภาพ ประดิษฐ์เป็นหนังสือยืดได้ วิธีการทำดังนี้
    • แบ่งครึ่งกระดาษขนาด A4 ตามยาว จะได้กระดาษสองชิ้นสำหรับเด็ก 2 คน
    • นำกระดาษที่ตัดแล้ว คนละ 1 ชิ้น มาพับครึ่ง และทบพับครึ่งอีกครั้ง คลี่ออกจะเห็นรอยพับเป็น 4 ช่อง
    • ครูแจกภาพโครงร่างลายเส้นการ์ตูน ให้เด็กคนละ 3 ภาพ ให้เด็กระบายสี แล้วตัดรอบรูปภาพ เป็นวงกลมแล้ว นำภาพที่ตัดแล้วมาปะติดลงในแต่ละช่องของกระดาษที่พับ โดยเว้นช่องที่ 1ไว้
    • ครูเขียนคำบรรยายภาพตามที่เด็กเล่าแต่ละภาพ ส่วนช่องที่ 1 ให้เด็กตั้งชื่อเรื่อง และเขียนชื่อผู้แต่งเรื่อง

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะจัดกิจกรรมสอนลูกเรื่องร้านหนังสืออย่างไร?

กิจกรรมที่พ่อแม่สามารถจัดกิจกรรมจากการนำลูกไปร้านหนังสือได้ดังนี้

  • พ่อแม่ร่วมวางแผนกับลูกเพื่อไปร้านหนังสือด้วยกัน ว่าไปทำไม ไปอย่างไร เตรียมอะไรไปบ้าง เป็นการสอนให้ลูกเข้าใจถึงการทำงานอย่างมีจุดมุ่งหมาย และฝึกการคิดและตัดสินใจ สำหรับเด็กๆจะรู้สึกสนุกที่เขามีส่วนร่วมคิดในการเดินทาง หากครอบ ครัวมีเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้ อาจชวนลูกตรวจสอบที่ตั้งร้านหนังสือ รายชื่อหนังสือที่มีจำหน่าย เป็นการฝึกเตรียมการเดินทางให้พร้อมก่อนไป โดยเฉพาะครอบครัวที่อยู่ในชุมชนเมืองที่ต้องคิดเวลาการเดินทางด้วยยานพาหนะ และเส้นทางที่สะดวกกับเวลาและประหยัดค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยประหยัดเวลาการเดินทาง อีกประการหนึ่งคือ การรู้ราคาหนังสือจะได้เตรียมค่าใช้จ่ายที่จะใช้สำ หรับหนังสือที่ตั้งใจจะไปซื้อ
  • แนะนำให้ลูก รู้จักชื่อร้านจากป้ายชื่อหน้าร้าน ชี้ชวนให้ดูสภาพแวดล้อมที่ตั้งร้าน มีอะไรที่ลูกสังเกตได้ว่า เป็นร้านนี้ เช่น วัสดุอุปกรณ์ที่จัดร้าน เครื่องแบบของพนักงานขายหนังสือ หรืออื่นๆ เป็นการสอนการสังเกตสิ่งต่างๆรอบตัวให้ลูก
  • แนะนำให้ลูกรู้จักแผนกหนังสือเด็ก โดยการสังเกต ป้ายบอกทางเดิน ชื่อกลุ่มหนังสือ และลักษณะหนังสือเด็ก การอ่านป้ายบอกทางที่เป็นสัญลักษณ์ เด็กจะได้หัดอ่านหนังสือตามแบบภาษาธรรมชาติ
  • ที่แผนกจำหน่ายหนังสือเด็ก ชี้ชวนให้ลูกสังเกตหนังสือสำหรับเด็กปฐมวัย ด้วยการชวนลูกสนทนาพร้อมหนังสือสักหนึ่งเล่ม ตั้งคำถามว่า หนังสือเล่มนี้มีอะไรน่าสนใจ คำตอบภาพรวมคือ เห็นรูปภาพสวยงาม เป็นสิ่งต่างๆที่เด็กรู้จักบ้าง ไม่รู้จักบ้าง แต่เด็กจะสนใจภาพประกอบที่มีสีสันสวยงามก่อนสนใจตัวหนังสือ
  • ที่แผนกหนังสือเด็ก จะจัดหนังสือเป็นหมวดหมู่หรือเป็นประเภท เช่น กลุ่มหนังสือภาพประกอบการอ่าน กลุ่มหนังสือภาพ ประกอบของเล่น กลุ่มหนังสือภาพโครงร่างสำหรับระบายสี กลุ่มหนังสือภาษาต่างประเทศ กลุ่มหนังสือ 2 ภาษา เป็นต้น
  • สอนมารยาทการเลือกหนังสือมาพิจารณาซื้อ พ่อแม่ควรแนะนำให้ลูกหยิบหนังสือมาเปิดดูได้ แต่ต้องเปิดอ่านอย่างทะนุถนอม หรือระมัดระวัง อธิบายเหตุผลสั้นๆให้ลูกเข้าใจว่า หนังสือเหล่านี้เรายังไม่ได้ซื้อ จึงไม่ได้เป็นเจ้าของ ควรดูที่ปกและชื่อเรื่องก่อนว่าเราสนใจหรือไม่ พ่อแม่ควรอยู่ใกล้ชิดเด็กเพื่อให้คำแนะนำ หลังการพิจารณาเล่มใดแล้วยังไม่ตัดสินใจซื้อ แนะนำให้ลูกเก็บหนังสือเข้าที่เดิม เพื่อเป็นระเบียบสวยงามและถูกต้อง บทเรียนนี้เด็กจะเป็นผู้สังเกตการจัดสิ่งของเป็นหมวดหมู่ และมารยาทในการจัดเก็บสิ่งของที่ร้านค้าอนุญาตให้ผู้ซื้อหยิบยืมมาอ่านเพื่อการพิจารณา
  • แนะนำลูกให้อ่านหนังสือ และรู้จักตัวหนังสือจากหนังสือสำหรับเด็ก ตั้งแต่หน้าปก คือ อ่านชื่อเรื่อง ภาพประกอบ ชื่อผู้แต่ง ผู้วาดภาพ ชื่อบริษัทที่พิมพ์จำหน่าย และราคาหนังสือ พ่อแม่อาจจะเป็นผู้อ่านให้ลูกฟัง และลูกอ่านตามบ้างสำหรับตัวหนัง สือที่มีขนาดใหญ่เหมาะแก่สายตาเด็กปฐมวัย ได้แก่ ชื่อเรื่อง ชื่อผู้แต่งและผู้วาดภาพ ทั้งนี้เพื่อฝึกหัดการอ่านแบบภาษาธรรมชาติและสิ่งที่ควรเป็นข้อมูลพิจารณาการเลือกซื้อหนังสือต่อๆไป เพราะผู้แต่งและผู้วาดภาพคือผู้สร้างสรรค์เรื่องราวให้เราอ่าน สำ นวนภาษาที่ไพเราะ เรื่องราวที่มีความรู้ เหมะสมตามวัย มีศีลธรรม ภาพประกอบมีความงดงาม และความประณีตของการทำรูป เล่ม จะเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ผู้อ่านพึงพอใจ จนเป็นรสนิยมการอ่านของผู้นั้น บทเรียนเหล่านี้เด็กควรได้รับการปลูกฝังลักษณะนิสัยไปพร้อมๆกับการหัดอ่าน
  • การพิจารณาราคาหนังสือเป็นอีกข้อมูลหนึ่งก่อนซื้อ พ่อแม่แนะนำให้ลูกเห็นราคาจากกระดาษติดราคาที่เล่ม เป็นบทเรียนที่ลูกควรเรียนรู้เป็นพื้นฐานการใช้ชีวิตประจำวันต่อไป ให้ลูกได้คิดและตัดสินใจการซื้อด้วย บางครอบครัวอาจจะมีค่าใช้จ่ายสำ หรับหนังสือให้ลูก และกำหนดข้อตกลงกับลูกว่า เขามีสิทธิเท่าไหร่ หนังสือราคาเท่าไหร่ เพียงพอหรือไม่ หากซื้อยังไม่ได้ จะคิดอย่างไร เด็กอาจจะมีหนังสือที่ชอบอีกเล่ม สำรองไว้ ที่สามารถคิดและซื้อได้ หากซื้อวันนี้ไม่ได้ เด็กต้องอดทนรอคอยซื้อครั้งต่อ ไป กรณีเช่นนี้เหมาะสำหรับเด็กเริ่มเข้าสู่วัย 5 ปีขึ้นไป ที่เริ่มเรียนรู้คณิตศาสตร์อย่างง่ายๆได้ โดยมีผู้ใหญ่คอยให้คำแนะนำ เด็กที่ยังเล็กกว่านี้พ่อแม่จะช่วยจัดการซื้อให้ เด็กๆจะเห็นบรรยากาศการเลือกหนังสือและจ่ายเงินซื้อหนังสือ
  • ให้เด็กได้รู้จักขั้นตอนการนำหนังสือไปตรวจสอบและจ่ายเงินกับผู้ขาย ร้านหนังสือปัจจุบันจะมีแผนกชำระเงินด้วยเครื่องคำนวณเงินอัตโนมัติ ผู้ซื้อจะเข้าแถวตามลำดับก่อนหลัง และนำสินค้าเข้าตรวจคำนวณเงินและชำระเงิน เด็กจะเรียนรู้ระเบียบเข้าแถวในที่สาธารณะ และการใช้เงินตราใช้จ่ายโดยมีความรู้และทักษะทางคณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือสำคัญ แต่หากพ่อแม่นำลูกไปที่ร้านค้าหนังสือที่วางขายเป็นแผงทั่วไป ผู้ขายที่ไม่ต้องตรวจสอบสินค้าจากเครื่องคำนวณอัตโนมัติ แต่การแนะนำ การเลือกซื้อหนังสือก็ควรฝึกลูกเหมือนกัน เพียงแต่แตกต่างกันที่การชำระเงินค่าหนังสือ
  • หนังสือที่ซื้อจากร้านหนังสือจะได้รับการบรรจุใส่ถุง มีชื่อร้าน สถานที่ตั้ง การติดต่อทางเว็บไซต์ และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกับร้านค้า พ่อแม่นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการสอนอ่าน วิธีการติดต่อสื่อสารในโลกปัจจุบัน ด้วยการสนทนา แนะนำให้ลูกรู้จักชื่อร้าน ทบทวนการมาร้านหนังสือครั้งนี้

เกร็ดความรู้เพื่อครู

ขณะที่เด็กอ่านหนังสือนั้น เด็กจะได้ใช้ความคิด ซึ่งเป็นวิธีทางธรรมชาติที่จะเรียนรู้การอ่าน เช่นเดียวกับการที่เด็กเรียนรู้ที่จะพูด การที่เด็กๆได้มีโอกาสอยู่ในบรรยากาศของการมีหนังสือและวรรณกรรมดีๆ มีพฤติกรรมการอ่านให้เด็กเห็นและเลียนแบบ ที่มีความหมายต่อการดำเนินชีวิต จะเป็นการสนับสนุนการเป็นนักอ่านของเด็ก ร้านหนังสือจึงเป็นสถานที่ที่มีความหมายต่อเด็กยิ่งนัก

บรรณานุกรม

  1. กุลวรา ชูพงศ์ไพโรจน์ ( 2551 ) . นิทานจากมือ หนังสือทำเอง . กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ .
  2. นิตยา ประพฤติกิจ . (2536). การพัฒนาเด็กปฐมวัย . กรุงเทพมหานคร : กรมการฝึกหัดครู กระทรวงศึกษาธิการ.
  3. รัญจวน อินทรกำแหง (2524) วรรณกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย . กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
  4. ศึกษาธิการ,กระทรวง. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 .กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุสภา
  5. Morrison,G.S.(1998) . Earty Childhood Education Today .7 th ed. USA : Practice –Hall.Inc.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน